“ นายน้อยหยางกัง นางออกมาแล้ว ”
หยางกังมองไปยังจุดที่มีการเคลื่อนไหว ห่างจากหน้าทางเข้าตระกูลม่อเล็กน้อย มีหญิง 2 คนและชายชราอีก 1 คนกำลังเดินไปตามถนนที่ถูกแหวกออกเล็กน้อยจากการเคลื่อนตัวของเหล่าขอทาน
เพียงแต่ว่าการแหวกทางของคนที่มาจากตรอกซิ่นฮวายังไม่มากพอจะให้มันเข้าไปหานางได้ นายน้อยหยางกังจึงบอกให้คนของมันร้องะโบอกให้คุณหนูม่อเสวี่ยหรงออกมาพบกัน
“ คุณหนูเ้าคะ มีเสียงร้องมาจากทางฝั่งนั้นเ้าค่ะ คุณชายที่มาทวงหนี้เมื่อวานดูเหมือนจะยังไม่กลับไปนะเ้าคะ ”
ยี่ยี่กระซิบข้างหูคุณหนูที่กำลังโค้งตัวลงไปหาหญิงวัยกลางคน ตามตัวของเธอเต็มไปด้วยตุ่มสีแดง หลังจากเธอมองเห็นเม็ดแสงพุ่งออกจากปลายนิ้วชี้ของคุณหนูเข้าไปยังกลางหน้าผากของหญิงวัยกลางคน เธอจึงชี้นิ้วไปยังจุดที่มองเห็นคนกำลังร้องโหวกเหวกโวยวายหลังจากคุณหนูสนใจสิ่งที่เธอพูด
เสวี่ยหรงไม่คิดมากแต่อย่างใด ตราบใดที่คนจากตรอกซิ่นฮวาล้อมรอบตระกูลม่อเอาไว้ เธอจะยังปลอดภัย
“ พ่อบ้านหวาง นำกะลาตักน้ำต้มให้นางด้วย ”
พ่อบ้านหวางวางหม้อต้มทองเหลืองไว้ด้านข้างแล้วใช้กระบวยตักน้ำต้มสมุนไพรใส่ลงไปในกะลามะพร้าวทำความสะอาด มันถูกใช้เป็ภาชนะรองอาหาร ตระกูลม่อไม่เหลือสิ่งใดแล้วหรือจึงต้องใช้สิ่งนี้
“ ค่อยๆจิบ อย่าให้หมดก่อนฟ้ามืด ”
เสวี่ยหรงเดินทางต่อ เธอไม่ได้มอบน้ำต้มสมุนไพรให้กับทุกคนเนื่องจากว่าเงินของเธอมีจำกัด สมุนไพรที่ซื้อมาสามารถรักษาอาการป่วยได้เพียง 12 ชนิดเท่านั้น
การมอบน้ำต้มสมุนไพรให้กับคนจากตรอกซิ่นฮวามีปัญหาเช่นเดียวกัน หลายคนที่ไม่ได้ป่วยเกี่ยวกับโรคทั้ง 12 พวกเขามองสิ่งที่คุณหนูให้เป็อาหารและน้ำดื่ม น้ำต้มสมุนไพรสำหรับพวกเขาคือน้ำดื่ม เสวี่ยหรงกลัวว่าจะมีการแย่งชิงน้ำต้มสมุนไพรเกิดขึ้นเพราะความหิว เธอจึงให้พ่อบ้านหวางนำถังไม้รองน้ำมาวางเอาไว้ด้านข้างประตู ผู้ใดหิวน้ำสามารถตักไปดื่มได้ โดยต้องรักษาความสะอาดห้ามใช้มือหรือใช้ถ้วยของพวกเขาจุ่มลงไป
“ คุณหนูเสวี่ยหรง ท่านคงไม่คิดจะเมินเฉยต่อหนี้ที่ตระกูลของท่านก่อหรอกใช่หรือไม่ ”
“ คุณหนูเสวี่ยหรง ข้ามาเก็บหนี้ค่าไข่ห่านที่ตระกูลท่านซื้อไป ”
“ คุณหนูเสวี่ยหรง คนเฝ้ายามหน้าประตูตระกูลของท่านค้างค่าเหล้าเอาไว้ 100 ไห ข้า้าเงิน ”
เสวี่ยหรงไม่สนใจเสียงร้องของผู้คนที่อยู่ด้านนอก เธอให้ความสนใจกับสกิลปัดเป่ามากกว่า ถึงแม้คนที่มาหาจะทวงถามถึงหนี้ที่ตระกูลม่อติดค้างเอาไว้ เธอในตอนนี้ไม่มีเงินพอจะจ่ายไหว สิ่งเดียวที่ทำให้ได้คือการยื่นข้อเสนอส่งมอบค่ายกล ดังนั้นเธอจึงปล่อยให้พวกเขาใช้ความสามารถแหวกผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาเข้ามาเอง โดยหวังว่าโรงเตี๊ยมตระกูลไป่จะมาที่นี่โดยเร็ว
แสงสีทองส่องสว่างออกมาจากร่างของชายวัยกลางคน ร่างกายของเขายังคงเหลือมัดกล้าม จากอาการเขาคงถูกปราณปีศาจได้ไม่นาน จึงหลงเหลือกล้ามไม่ใช่หนังติดกระดูกเหมือนคนทั่วไป
“ เ้ารู้สึกเช่นไรบ้าง ”
เสวี่ยหรงสอบถามชายตรงหน้า เธอใช้สกิลปัดเป่าออกไปแล้วเพียงแต่ว่าสีหน้าและแววตายังไม่ต่างจากเดิม หมายความว่าปราณปีศาจยังคงอยู่ภายในร่างของอีกฝ่าย
“ คุณหนู ข้ายังรู้สึกได้ว่าปราณปีศาจยังคงกัดกินร่างของข้า ”
ใบหน้าของเสวี่ยหรงพยักขึ้นลง เธอลองใช้สกิลปัดเป่าดูอีกครั้ง พ่อบ้านหวางที่ถือหม้อต้มยืนอยู่ด้านหลังััระดับปราณปีศาจไม่ได้เช่นเดียวกัน จึงรู้ว่ามันน่าจะมีระดับสูงกว่าปราณไหลเวียน
เมื่อเม็ดแสงพุ่งเข้าไปที่กลางหน้าผากของชายตรงหน้า รอบตัวของเขาก็ปรากฎออร่าสีทองอีกครั้ง ใบหน้ากลับยังคงไม่ต่างจากปลาตาย เขายังไม่ได้แสดงท่าทางมีชีวิตชีวาออกมาแต่อย่างใดเสวี่ยหรงจึงใช้สกิลปัดเป่าเรื่อยๆจนครั้งที่เจ็ดสิบห้า ใบหน้าของชายวัยกลางคนก็เริ่มมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
“ คุณหนู ข้าััถึงปราณปีศาจในร่างไม่ได้แล้ว ”
เสวี่ยหรงยิ้มเล็กน้อย ต่อให้หน้ากากจะปิดใบหน้าท่อนล่างเอาไว้ก็ตาม ชายวัยกลางคนกลับรู้ว่าคุณหนูกำลังยิ้มให้กับตนที่แสดงท่าทางดีใจออกมา
ชายวัยกลางคนไม่รอช้าเปลี่ยนจากท่านั่งเป็คุกเข่า เขารู้สึกขอบคุณเป็อย่างมากที่คุณหนูช่วยขจัดปราณปีศาจออกจากร่าง
“ คุณหนู ผู้คนเรียกข้าว่าเจ๋อ ข้ารู้สึกขอบคุณคุณหนูเป็อย่างยิ่งที่ช่วยชีวิต ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของคุณหนูเด็ดขาด ข้าจะตอบแทนหนี้บุญคุณของท่านด้วยชีวิตที่เหลือของข้า ไว้ข้าจะรีบกลับมาให้ไว ”
เสวี่ยหรงเลิกคิ้วเล็กน้อย คำพูดของอีกฝ่ายดูจริงจังเกินไป เธอ้าให้ผู้คนตอบแทนบุญคุณ แต่ไม่คิดว่ามันจะจริงจังมากถึงเพียงนี้
ชายวัยกลางคนที่เอ่ยชื่อหลังจากได้รับการขับปราณปีศาจออกจากร่างได้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งความสงสัยเอาไว้ให้กับผู้คนมากมายที่อยู่รอบๆ
เสวี่ยหรงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเดินทางไปที่ใด เธอจึงกลับมาชำระล้างปราณพิษต่อ แม้ภายในใจจะสงสัยว่าปราณพิษของลุงเจ๋อเป็ระดับใด เธอกลับไม่สามารถหาคำตอบได้
“ วันนี้ข้าจะพอเพียงเท่านี้ก่อน พรุ่งนี้ข้าจะออกมาชำระล้างอีกครั้ง ”
เสวี่ยหรงเดินกลับเข้าไปในตระกูล เธอเดินไปจนสุดถนนอย่างที่ได้พูดเอาไว้ ตามเส้นทางที่เธอเดินผ่านมีผู้คนได้รับการชำระล้างปราณปีศาจ ผู้คนที่ได้รับการชำระล้างส่วนมากมีอาการรุนแรงใกล้เข้าสู่ความตาย หลายคนที่เห็นเช่นนั้นจึงมีความหวังเพราะคุณหนูม่อช่วยคนที่มีอาการสาหัสที่สุดก่อน พวกเขาจึงคิดว่าตัวเองมีโอกาสรอด ตราบใดที่สามารถทนรอต่อไปได้
“ คุณหนูเ้าคะ ่บ่ายจะเดินทางไปที่ใดหรือไม่เ้าคะ ”
ยี่ยี่เดินตามคุณหนูไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย ชุดที่สวมใส่จะต้องถูกต้มอีกครั้งเพราะเข้าไปคลุกคลีกับผู้ป่วยจากโรคร้ายจำนวนมาก
“ วันนี้เราไปที่ใดไม่ได้ เ้าไม่เห็นพวกที่รอทวงหนี้เราหรือ ”
“ ข้าเห็นเ้าค่ะ ข้านึกว่าคุณหนูจะมีทางหลบหนีจากคนเหล่านี้เพื่อไปเดินในเมือง ”
“ ข้าไม่ใช่คนเก่งขนาดนั้น เ้ารีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว ”
“ เ้าค่ะคุณหนู ”
ยี่ยี่รีบหอบเสื้อผ้าคุณหนูไปซักแล้วรีบอาบน้ำล้างตัวจากนั้นก็ตามไปช่วยงานแม่นมหลิง
เสวี่ยหรงมีเวลาอยู่กับตนเอง เธอจึงใช้สกิลปัดเป่ากับตนเองอีกหลายครั้งเพื่อชำระล้างพลังแปลกประหลาดที่อาจจะตกค้างภายในร่างกายออกไป
เธอไม่รู้ว่าโรคร้ายที่ติดต่อผ่านการััหรือเข้าใกล้จะถูกทำลายหรือไม่ แต่ถ้าพวกมันอยู่ในเงื่อนไขของสกิล อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัย ยี่ยี่ แม่นมหลิง พ่อบ้านหวางและลุงหานได้รับการปัดเป่าทุกเช้าและเย็นเช่นเดียวกันเพราะมันเป็ทางเดียวที่เธอสามารถช่วยพวกเขาไม่ให้ติดโรคร้าย
เมื่อกลับขึ้นไปบนเตียงนอน เสวี่ยหรงมองหมอนใบใหม่ แม่นมหลิงใช้ผ้าปูเตียงซ้อนกันหลายชั้นจนได้หมอนตามที่เธอ้า หมอนไม้สี่เหลี่ยมที่เคยนอนประจำทิ้งไปแล้ว
หลังจากนอนลงไปบนเตียงเธอก็เริ่มโคจรลมปราณด้วยการดูดซับปราณรอบๆ วิธีที่เธอใช้ยังคงเป็วิถีโคจรลมปราณของตระกูลม่อที่ได้รับการปรับแต่งจากสกิลพัฒนา มันจึงทำให้เธอสามารถดูดซับลมปราณได้ในท่านอน ซึ่งเธอคิดว่าจะลองดูดซับมันใน่หลับ โดยไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ ดังนั้นจึงคาดหวังให้สกิลทั้งหมดและร่างกายจดจำการโคจรลมปราณแม้เธอจะหลับไปแล้วก็ตาม
“ เดี๋ยวก่อนนะ มีปราณเป็มิตร ไม่ใช่ว่าปราณปีศาจก็คือปราณรูปแบบหนึ่งหรือไร ”
เปลือกตาของเสวี่ยหรงเปิดขึ้นเล็กน้อย กลางหน้าผากของเธอเผยให้เห็นรอยย่นน้อยๆ หลังจากนึกขึ้นได้ว่าปราณปีศาจคือหนึ่งในรูปแบบปราณ
สกิลมีปราณเป็มิตรทำให้เธอดูดซับปราณใดก็ได้เข้าสู่ร่าง เธอจึงคิดว่าปราณปีศาจอาจจะเป็เหมือนโอสถชั้นเลิศสำหรับเธอ
เมื่อนึกได้ว่าจะลองดูดซับปราณปีศาจ เสวี่ยหรงจึงหลับตานอน อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่ปราณมาร หากเธอใช้ปราณปีศาจได้ เธอก็มีข้อแก้ตัวจำนวนมากไว้บอกผู้คน
“ คุณหนูม่อเสวี่ยหรงเข้าไปในตระกูลแล้ว ข้ายังไม่เห็นวี่แววว่านางจะออกมา ”
นายน้อยหยางกังกัดฟันโกรธ มันยังไม่ได้รับหนังสือสัญญาจากคุณหนูตระกูลม่อเพราะนางไม่สนใจ ขอทานจำนวนมากที่ขวางทางทำให้มันเข้าใกล้ไม่ได้ เพียงแต่ว่ามันมีความคิดแล้วจึงสั่งให้คนรีบกลับบ้านไปทำตามที่มันสั่ง.