จูอี้ซินถือเสื้อผ้าสตรีด้วยสีหน้าแย้มยิ้มแต่ข่มความไม่พอใจไว้ในอกนางได้ยินเสียงตอบรับจากหลังบานประตู จึงก้าวเท้าเข้ามาพร้อมท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัว
“ที่ปรึกษาหาน เสื้อผ้าสตรีที่ท่านสั่งไว้ได้แล้วเ้าค่ะ”
“ขอบใจมาก” หานหรงเหยายื่นมือไปรับด้วยตนเองแต่เห็นจูอี้ซินยังยืนนิ่งอยู่ เขาจึงเอ่ยปากให้นางออกไป
“เอ่อ นายท่านข้าเป็สตรีให้ข้าช่วยแม่นางดีหรือไม่” จูอี้ซินยังแสร้งแสดงท่าทีห่วงใย แค่บรรดาบ่าวไพร่เล่าลือกันว่าคุณชายหานพาสตรีเข้ามาในจวนก็เป็ที่แตกตื่นกันแล้วในครัวส่งสำรับอาหารมาถึงที่ อย่างไรเสีย นางต้องเห็นโฉมหน้าให้ได้ว่า สตรีหน้าหนานางใดกล้าล่อลวงหานหรงเหยา
หานหรงเหยาคิดตามที่จูอี้ซินเอ่ยแล้วก็เห็นคล้อยตามเ้าจิ้งจอกแดงตัวน้อยอาจ้าคนช่วยเหลือ และเขาเป็บุรุษจะช่วยนางคงไม่เหมาะนักทว่าอ้าปากยังไม่ทันส่งเสียง หญิงสาวที่อยู่หลังฉากกั้นก็ส่งเสียงออกมาก่อน
“ไม่เป็ไร ข้าจัดการตัวเองได้”หลิวเข่อซิงะโออกมา ใบหน้างดงามราวภาพวาดดวงตากระจ่างใสจ้องมองพร้อมรอยยิ้มจริงใจ นางสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยดี มีเพียงผมยาวสลวยที่ปล่อยสยายยังไม่ได้เกล้าขึ้นให้เรียบร้อย
“เสื้อผ้าชุดนี้ ข้าขอยืมก่อนเอาไว้ข้าพบศิษย์พี่แล้วจะนำมาคืนเ้า”
“เ้าค่ะ” จูอี้ซินอึกอักไปครู่หนึ่งสตรีเบื้องหน้าความงามราวเทพธิดา ทว่าท่าทางไร้เดียงสาราวเด็กน้อย แม้นางหมายมั่นปีนป่ายเตียงของซุนเ้าเฟิงแต่ถ้าได้รับความเอ็นดูจากหานหรงเหยาก็ยินดีรับไว้ทว่าบุรุษทั้งสองกลับไม่มีท่าทีตอบสนองกับนางสักนิดนางที่เคยมั่นใจรูปโฉมของตนต้องเสียความรู้สึกเพราะบุรุษทั้งสองแต่ยามนี้หานหรงเหยากลับแสดงท่าทีใส่ใจสตรีขึ้นมา ความริษยาขุมหนึ่งผุดขึ้นในใจทันที
หลิวเข่อซิงเป็ปีศาจเมื่อได้กลิ่นความริษยาก็ทำจมูกฟุดฟิดใกล้ๆจูอี้ซิน
“แม่นาง...ทำอะไรเ้าคะ”
“เหตุใดเ้ามีกลิ่นริษยาเข้มข้นถึงเพียงนี้” หลิวเข่อซิงเอียงคอมองอย่างสงสัย
“ข้า...ข้าเปล่านะ!” จูอี้ซินกินปูนร้อนท้องรีบปฏิเสธโดยเร็ว แต่
หานหรงเหยากลับหัวเราะในลำคอยิ่งทำให้จูอี้ซินเสียหน้า นางรีบขอตัว
แล้วก้าวเร็วๆจนเกือบจะเป็วิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“นางเป็อะไร”หลิวเข่อซิงมองอย่างงุนงง
“เมื่อครู่เ้าพูดว่าได้กลิ่นความริษยา?” เขาถามด้วยความสนใจแล้วหยิบหวีหยกของตนมาแปรงผมให้นางด้วยตนเอง
หลิวเข่อซิงนั่งนิ่งบนเก้าอี้อย่างผ่อนคลายและเคลิบเคลิ้มกับการถูกปรนนิบัติ นานจนแทบจำไม่ได้แล้วว่า เคยถูกแปรงขนให้ครั้งล่าสุดเมื่อใดกัน
“อ่า...ดีจริง”
“แม่นางหลิวหมายถึงเื่ใด” เขาเองก็ไม่ได้แปรงผมให้สตรีมานานมากเมื่อครั้งยังเยาว์วัยเขาเคยปักปิ่นให้หลัวซู่เหมยหัวใจหวนคิดถึงวันวานเห็นภาพนางซ้อนทับหลิวเข่อซิงอย่างไม่ตั้งใจ
“เรียกข้าเข่อซิงเถิด”นางพูดขึ้นทำลายความคิดคำนึงของเขา “เมื่อครู่ข้าหมายถึงที่เ้าแปรงผมให้ข้า”
“อย่างนั้นหรือ” เขาเพียงรับคำเบาๆพยายามอย่างสุดจิตสุดใจหักห้ามไม่ให้ตนเองคิดถึงหลัวซู่เหมยอีก
“อ้อ!ข้าได้กลิ่นความริษยา” นางพูดเหมือนเพิ่งนึกได้ “มันไม่เลวร้ายนักหรอก ผู้ใดก็มีความริษยากันได้ เพียงแค่ถ้าริษยามากหน่อยข้าก็ได้กลิ่น ท่านแม่สอนว่าต้องระวังตัว คนพวกนี้หากมีความริษยามากเกินไปก็อาจทำร้ายผู้อื่นได้”
“ท่านแม่ของเ้าพูดถูกต้องแล้ว” เขาเองก็พอรู้ความคิดของจูอี้ซินแต่เพราะนางเองไม่ได้ทำให้เขากับสหายรำคาญนัก และพ่อบ้านจูดูแลจวนเป็อย่างดี เื่พวกนี้หากเขาไม่ตอบสนองในสักวันคงเลิกราไปเอง
“อื้ม” นางพยักหน้าหงึกหงักรับรู้ถึงปลายนิ้วของเขาที่รวบผมนางแล้วปักปิ่นให้“ยามข้ากินเศษพลังชีวิตที่ศิษย์หลงเหลือไว้ให้ ก็ได้เสพรสชาติเหล่านี้ด้วยไม่อร่อยเลยสักนิด แต่ก็ต้องกินไม่เช่นนั้นข้าก็จะทรมานมาก”
“อย่างนั้นหรือ”
“ข้าเป็ปีศาจอย่างไรเสียก็ต้องกลืนกินความรู้สึกเหล่านี้อยู่แล้ว”นางเบ้ปากแต่เมื่อหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเขาแล้ว แล้วก็ยิ้มกว้างออกมา “แต่เ้ามีิญญาบริสุทธิ์อย่างไรถ้าเ้าตายแล้วยกให้ข้านะ”
“แล้วเ้าจะทำอย่างไรต่อไป”
“เพราะข้าไม่กล้าฆ่ามนุษย์ซ้ำยังยั่วยวนมนุษย์ไม่เป็อีก หากรอกินเพียงเศษพลังชีวิตที่ศิษย์พี่เหลือให้เกรงว่าต้องกลายเป็ปีศาจพิกลพิการไม่สมบูรณ์ ท่านแม่จึงให้ข้ามาหาศิษย์พี่ที่หอชมบุหลัน ให้สั่งสอนการเสพพลังชีวิตมนุษย์และพลังหยางด้วย”
“หอชมบุหลันเ้าหมายถึงหอนางโลม...” ยังพูดไม่จบประโยคดีนางก็พยักหน้ารับ มิน่าเล่าถึงได้พบกันที่สะพานข้ามคลองเพราะนางกำลังจะไปที่หอชมบุหลัน
“แล้วเ้าล่ะ ทำไมอยากฆ่าตัวตายหรือเพราะหัวใจอ่อนแอจึงอยากตาย” นางถามทั้งที่ดวงตาพราวระยับด้วยความหวัง
หานหรงเหยากลั้นหัวเราะนางยังเข้าใจผิดว่าเขาจะฆ่าตัวตายท่าทางไร้อาวรณ์ในชีวิตของเขาคงเหมือนคนอยากตายกระมังแต่คนที่อายุสั้นเช่นเขาคงไม่ต้องเร่งร้อนพาตัวเองไปสู่ความตายเร็วนัก
แต่นางกล่าวได้ถูกต้องแล้วหัวใจของเขายังไม่แข็งแรงจริงๆ เมื่อครู่ยังเผลอคิดถึงหลัวซู่เหมยอยู่เลยนางกลายเป็พี่สะใภ้ของเขาแล้ว ไม่รู้เมื่อไหร่เขาจะเลิกคิดถึงนางเสียที
“เอาเถิด ถึงอย่างไรข้าก็ต้องขอบใจเ้ามาก”นางพูดแล้วยืดแผ่นหลังขึ้นเลียนแบบท่าทางสูงส่งของท่านแม่ท่านแม่เป็ปีศาจจิ้งจอกแดงอายุหลายพันปี ท่วงท่างามสง่าน่าเคารพยำเกรงเป็ที่สุดนางวาดฝันไว้ว่าสักวันต้องเป็ให้ได้เช่นท่านแม่
แต่การวางท่าของนางกลับเรียกเสียงหัวเราะพรืดจากบุรุษตรงหน้าหลิวเข่อซิงทำปากยู่ใส่แถมด้วยถลึงตาแต่หานหรงเหยากลับมองว่าช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน
“ช่างเถอะ”นางอ่อนใจที่ไม่สามารถทำให้มนุษย์ผู้หนึ่งยำเกรงนางได้ เอาเถิด สักวันนางต้องเป็ปีศาจที่เพียงแค่เอ่ยชื่อผู้คนก็ต่างหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก
“เ้าจะไปที่หอชมบุหลัน”
“อืม” นางพยักหน้ารับร่างกายกลับมาเป็มนุษย์แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีก
“ข้าช่วยเ้าเ้าไม่คิดจะตอบแทนบุญคุณข้าบ้างหรือ”
“ตอบแทนบุญคุณ?” นางทำเป็ไม่เข้าใจจะว่าไปเขาก็พูดถูก พลังชีวิตของเขาช่วยให้นางคืนร่างมนุษย์ จากที่บรรดาศิษย์พี่เล่าให้ฟังแต่พวกมนุษย์หาดีไม่ได้สักคน หรือว่าเขาเห็นนางในร่างจิ้งจอกแดงแล้วอยากได้หนังของนาง!
หานหรงเหยาเลิกคิ้วประหลาดใจจู่ๆ จิ้งจอกตัวน้อยก็หน้าซีดกอดห่อผ้าแน่น กลายเป็นางที่แสดงท่าทีหวาดกลัวเขา
“แม่นาง...เอ่อ เข่อซิง...เ้า...”
“เ้า...เ้าเห็นตัวตนของข้าแล้ว” นางกอดห่อผ้าแน่นขึ้นข่มกายไม่ให้สั่นเทา
ชายหนุ่มเพิ่งนึกได้ว่าเป็ตนเองที่เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของนาง หากพูดถึงเื่นี้แล้วต้องเป็เขาที่รับผิดชอบต่อนาง
“เ้าคงไม่คิดจะถลกหนังข้าหรอกนะ”
“ถลงหนัง?”
เพียงเขาพูดทวนคำของนาง หลิวเข่อซิงก็ดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมห่อผ้าหานหรงเหยาลุกขึ้นตามหมายจะอธิบายเื่ที่นางเข้าใจผิดแต่นางกลับวิ่งไปที่ประตูทันที เป็จังหวะที่ประตูเปิดออกพอดีร่างนางปะทะกับร่างแข็งแกร่งดุจกำแพงหินจนผงะไปด้านหลังหากไม่มีมือแกร่งของหานหรงเหยาประคองไว้ทันเวลานางคงหงายหลังศีรษะกระแทกพื้นไปแล้ว
“เกิดเื่ใดขึ้น” ซุนเ้าเฟิงถามอย่างงุนงงไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรมาชนร่างตนเลยสักนิดสหายรักกลับจากหอนางโลมทั้งที่ดื่มสุราไปไม่กี่จอก และเมื่อเขากลับมาถึงจวน ก็ได้ยินบ่าวไพร่พูดกันว่าหานหรงเหยามีซ่อนสตรีในห้องนอน เขาแปลกใจกับเื่ที่ได้ยินจึงมาดูด้วยตนเอง
“เื่เข้าใจผิดนิดหน่อย” หานหรงเหยาประคองร่างนุ่มนิ่มที่ยกมือลูบปลายจมูกป้อยๆดวงตางดงามมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอนางคงเจ็บไม่น้อยที่ไปกระแทกกับกำแพงหินอย่างซุนเ้าเฟิงเข้าให้
“เข้าใจผิด” นางถลึงตาใส่ “เ้าจะบอกว่าเ้าเห็นเนื้อหนังของข้าแล้วไม่คิดอะไรจริงๆ”
“เห็นเนื้อหนัง...” คราวนี้ซุนเ้าเฟิงอ้าปากค้าง เอาล่ะเขารู้ว่าหานหรงเหยาไม่ใช่นักพรตรักษาพรหมจรรย์แต่สหายรักก็ไม่ใช่บุรุษที่เที่ยวเด็ดดอกไม้มาเชยชมที่เขามั่นใจคือหานหรงเหยายังตัดใจจากคนรักเก่าไม่ได้
“ถือว่าข้ากับเ้าไม่มีอะไรติดค้างกัน”นางสะบัดตัวออกจากมือที่อ่อนโยนคู่นั้นแล้วรีบวิ่งออกไปทันที ซุนเ้าเฟิงเกรงนางจะชนเขาอีกจึงหลบทางให้เขายืนมองร่างเล็กวิ่งจากไปแล้ว เขามองสหายที่ยังยืนเหม่ออยู่จึงโบกมือไปมาเรียกสติอีกฝ่าย
“หรงเหยา”
“ไม่มีอะไร แค่เื่เข้าใจผิด”
“อย่างนั้นรึ” เขาอยากถามแต่รู้ดีว่าคนอย่างหานหรงเหยาถ้าไม่อยากเล่าเื่ใดต่อให้เค้นคอถามก็ไม่ยอมพูดแน่นอน“เ้านี่ก็เหลือเกินจริงๆ ทิ้งข้าไว้ที่หอชมบุหลันผู้เดียว”
“หอชมบุหลัน...”
“เสียดายที่ไม่ได้พบแม่นางหลิวชิงเซียงเลยได้ยินว่านางเล่นเพลงพิณได้ไพเราะยิ่งนัก”
หานหรงเหยาพึมพำนึกถึงเื่ที่สนทนากับเ้าจิ้งกจอกแดงตัวน้อยนางคงจะไปหาศิษย์พี่ของนางสินะ เขายื่นมือไปเตะไหล่ของซุนเ้าเฟิงแล้วเอ่ยด้วยขึ้น
“เอาไว้ครั้งหน้าข้าขอติดตามเ้าไปหอชมบุหลันแล้ว”
ซุนเ้าเฟิงประหลาดใจกับประโยคที่ได้ยินนี่สหายของเขาถึงกับเอ่ยปาก้าไปหอนางโลมด้วยตนเองเชียวหรือ?และที่เห็นคือใบหน้าระบายยิ้มอ่อนโยนที่เขาไม่ได้มานานแล้ว
อ่า...นางเป็ใครกันที่ทำให้หานหรงเหยากลับมายิ้มได้อีกครา.