บทที่ 14 น้องสาวขุดหลุมรอเขาไว้แล้ว ไม่ะโก็ไม่ได้
"พี่สามคะ เื่ที่ผ่านไปแล้วก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วค่ะ" ฉินซวงซวงเห็นสีหน้าของเสิ่นเฉินิไม่สู้ดี จึงเตือนฉินเหลียง "ฉันต้องขอบคุณที่เขาไม่ยอมแต่งงานกับฉันมากกว่า ไม่อย่างนั้นฉันจะได้แต่งกับพี่เสิ่นเฉินิได้ยังไง"
เดิมทีสีหน้าของเสิ่นเฉินิไม่ดีนัก แต่พอได้ยินคำพูดของหญิงสาว ใจเขาก็พลันอุ่นวาบขึ้น สีหน้าจากบึ้งตึงก็แปรเปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มแจ่มใสในทันที
เมื่อครู่นี้เขายังคิดอยู่เลยว่า กลับไปแล้วจะสั่งสอนหยางเทียนเหออย่างไรดี กล้าดียังไงถึงมาแย่งสาวน้อยของเขาไป ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียจริง
แย่งไปแล้วยังไม่รู้จักรักษา กลับไปสานสัมพันธ์กับเฉินจูจู คนแบบนี้ไม่สมควรอยู่ในกองทัพ
เหยียบเรือสองแคม ช่างเป็พฤติกรรมเลวทรามต่ำช้าเสียจริง
สาวน้อยของเขาน่ารักบริสุทธิ์ถึงขนาดนี้แท้ ๆ กลับต้องมาเจอกับคนเลว ๆ อย่างนั้น ดีที่วันนั้นเขากลับกองทัพก่อน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ได้เจอกับเธอ
เห็นได้ชัดว่า์ยังเข้าข้างเขา กลับมาถึงกองทัพก็ได้เจอกับคนที่เขาเฝ้าคิดถึง
"ใช่ ฉันต้องขอบคุณหยางเทียนเหอจริง ๆ" เสิ่นเฉินิจูงมือฉินซวงซวง แล้วเรียกฉินเหลียง "ไปเถอะ ผมจะพาพี่ไปหาเพื่อนทหารของผม แนะนำให้รู้จักกัน ต่อไปพี่ก็ทำงานกับเขาได้เลย"
ฉินเหลียงใจนทำอะไรไม่ถูก เขาเข็นรถจักรยานคันใหม่ที่เพิ่งซื้อขึ้นไปวางไว้บนรถจี๊ป เห็นมีห่อผ้าอยู่ที่เบาะหลังยังไม่ได้ขนย้าย ก็รู้สึกงงขึ้นมาทันที
"ซวงซวง! ยังมีของตกหล่นอีกเหรอเนี่ย? เดี๋ยวพวกเธอต้องเอาขึ้นรถไปด้วยนะ"
ฉินซวงซวงที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า "ของพวกนั้นก็เอาไว้ให้พี่เอาไปให้แม่เหมือนกัน เดี๋ยวฉันเอาจักรยานขนกลับไปเอง"
ฉินเหลียงได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า "ซวงซวง! เธอยังจะเอาอะไรไปให้แม่เราอีก? ไม่กล้าให้เองก็โยนมาให้ฉันหมดเลย? ไม่กลัวแม่โกรธหรือไง" ฉินเหลียงคิดต่อในใจ แล้วไม่กลัวว่าฉันจะถูกแม่ตีจนตายเลยหรือไง?
"ไม่กลัว" ฉินซวงซวงยิ้มเ้าเล่ห์ "พี่สามต้องมีวิธีทำให้แม่หายโกรธ ฉันเชื่อมั่นในตัวพี่!"
ฉินเหลียงขยับปากเงียบ ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี น้องสาวขุดหลุมรอเขาไว้แล้ว ไม่ะโลงไปก็ไม่ได้
เสิ่นเฉินิมองฉินเหลียงผ่านกระจกมองหลัง แล้วพูดปลอบเขาว่า "พี่ก็อย่าทำหน้าเศร้าไปเลย จะโดนตีทีเดียวหรือสองทีก็เหมือนกัน สุดท้ายก็โดนตีอยู่ดี ทำเื่หลาย ๆ อย่างไปเลย ให้แม่ตีให้พอในคราวเดียว"
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ" ฉินซวงซวงรู้สึกว่าเสิ่นเฉินิช่างรู้ใจ "ตรรกะคุณใช้ได้เลย เราก็ทำแบบนี้แหละ"
ฉินเหลียงที่นั่งเบาะหลังมองน้องสาวกับน้องเขยแล้วก็ปวดหัวไม่หาย "พวกเธอเก่งกันจริง ๆ คิดแผนเล่นงานฉัน เกินไปแล้วนะ"
ฉินซวงซวงไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย กลับภูมิใจในตัวเองเสียอีก "นี่เรียกว่าคนบนเขาย่อมมีกลยุทธ์ของตัวเอง"
"ใช่ กลยุทธ์ของเธอมันได้ผล ฉันนี่กลับบ้านทีไรต้องขาอ่อนทุกที เอาของกลับไปเยอะขนาดนี้ แม่ต้องโกรธแน่ ๆ" ฉินเหลียงพึมพำเสียงเบา แล้วถอนหายใจอย่างจนใจ "เจอเธอเข้าไป ฉันนี่จนปัญญาจริง ๆ โดนเล่นงานซะอยู่หมัดเลย"
ถ้าแม่เห็นว่าเขากลับมาพร้อมจักรยานคันใหม่ที่น้องสาวกับน้องเขยซื้อให้ แล้วยังได้เงินสินสอดกับของมากมายขนาดนี้ ไม่รู้เลยว่าแม่จะจัดการเขายังไง
นึกถึงภาพนั้นทีไร ขาเขาก็สั่นทุกที ถ้าแม่โมโหขึ้นมา ไม่เคยเบามือในการตีใครเลย ฉินเหลียงได้แต่ภาวนาว่าขอให้แม่เห็นแก่น้องสาวที่กตัญญู แล้วออมมือออมไม้ให้เขาหน่อยก็แล้วกัน
เสิ่นเฉินิขับรถพาฉินเหลียงกับฉินซวงซวงไปที่บริษัทขนส่งแห่งเดียวในเมือง
ผู้จัดการบริษัทแซ่ถาน ชื่อถานเจิ้ง เป็ผู้ชายวัยสามสิบปลาย ๆ โครงหน้าเหลี่ยม ดูเที่ยงธรรม และซื่อตรง
เสิ่นเฉินิรู้จักกับเขาเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่มาทำภารกิจที่เซี่ยงไฮ้ พวกเขาสองคนค่อนข้างถูกคอกัน ถือว่าเป็เพื่อนต่างวัยคนหนึ่ง ต่อมาถานเจิ้งปลดประจำการแล้วก็กลับไปบ้านเกิดที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ได้ทำงานอยู่ที่บริษัทขนส่ง
พนักงานขับรถของบริษัทขนส่งส่วนใหญ่เป็คนอายุมาก คนที่เหมาะจะขับรถทางไกลมีน้อยลงเรื่อย ๆ เขาเลยคิดอยากจะรับคนรุ่นใหม่เข้ามา
ถ้าเป็เมื่อก่อน บริษัทขนส่งจะมีลูกหลานพนักงานมาเรียนขับรถเพื่อสืบทอดอาชีพพ่อมากมาย
แต่หลังจากที่มีนโยบายวางแผนครอบครัว ความคิดของหลาย ๆ คนก็เปลี่ยนไป ไม่อยากให้ลูกมาเรียนขับรถ เพราะรู้สึกว่าการขนส่งไม่ปลอดภัย
จริง ๆ แล้วเื่ความปลอดภัยมันอยู่ที่ความสามารถของแต่ละคน ไม่ใช่ว่าจะเป็แบบนั้นทั้งหมด บางคนก็ไม่ได้คิดแบบนั้น พวกเขาอยากให้ลูกไปทำอย่างอื่นมากกว่า ไม่อยากให้มาเป็คนขับรถขนส่ง
งานนี้มีปัจจัยที่ไม่แน่นอนเยอะเกินไป ความเสี่ยงก็สูง ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเลยไม่มีใครอยากให้ทำ
ถานเจิ้งเพิ่งจะบ่นกับเสิ่นเฉินิไม่กี่คำ ไม่คิดเลยว่าเขาจะหาคนมาให้เรียนขับรถจริง ๆ พอเห็นฉินเหลียงที่ยืนอยู่ตรงหน้า รูปร่างสูงใหญ่ กำยำ แข็งแรง ก็ชอบใจมาก
คนแบบนี้แหละเหมาะจะเป็คนขับรถ จะได้คุมพวงมาลัยรถบรรทุกคันได้
ในยุค 80 พวงมาลัยรถบรรทุกไม่มีระบบช่วยผ่อนแรง ต้องใช้แรงหมุนเพียงอย่างเดียว ใครไม่มีแรงก็หมุนพวงมาลัยแทบไม่ไหว
คนขับรถบรรทุกส่วนใหญ่เลยต้องเป็คนตัวใหญ่ คนตัวเล็กเขาไม่รับกันหรอก
ฉินเหลียงไม่ได้เป็พนักงานบริษัทขนส่ง การให้เขามาเรียนขับรถแบบนี้ ตามจริงแล้วถือว่าผิดกฎ
แต่ถานเจิ้งก็จัดแจงเอาชื่อฉินเหลียงมาไว้ในสังกัด แถมบอกว่าเป็ญาติ เลยได้เข้ามาแบบพิเศษ แล้วยังให้อาจารย์เหอเป็ครูฝึกสอนอีกต่างหาก
อาจารย์เหอไม่มีลูกชาย มีแต่ลูกสาวถึงสามคน แถมแต่งงานไปหมดแล้ว เมื่อก่อนเคยประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยตอนขับรถขนส่ง บวกกับอายุที่มากขึ้น เลยถูกย้ายมาอยู่แผนกฝึกอบรม
ตอนนั้นยังไม่มีโรงเรียนสอนขับรถ บริษัทขนส่งอยากได้คนขับ ก็ต้องให้พวกครูฝึกอย่างอาจารย์เหอเป็คนสอน
พอเรียนกับครูจนถึงเวลา ครูก็จะปล่อยให้ไปฝึกเอง ทั้งถอยหลัง ทั้งเลี้ยวรถ ถ้าทำได้คล่องแล้วค่อยไปสอบใบขับขี่ที่กรมตำรวจจราจร
สอบผ่านแล้วก็ได้ใบขับขี่ มาทำงานที่บริษัทขนส่งได้เลย
พูดง่าย ๆ ก็คือ บริษัทขนส่งมีที่ฝึกสอนพนักงานขับรถโดยเฉพาะ ที่อื่นไม่มี
“ฉินเหลียง! นี่อาจารย์เหอ เขาเป็คนสอนงานละเอียดมาก ต่อไปนี้นายก็เรียนกับเขานะ” คุณถานเจิ้งแนะนำฉินเหลียงให้อาจารย์เหอรู้จัก และกำชับเขาว่า “รบกวนคุณช่วยสอนเขาด้วย พยายามให้เขาเริ่มงานได้เร็วที่สุด บริษัทขนส่งเราคนไม่พอ ต้องฝึกฝนเพิ่มอีก”
อาจารย์เหอเป็คนใจดี มองแวบเดียวก็ดูออก บอกแล้วว่าดูคนอย่าดูแค่ภายนอก คนแบบไหนก็หน้าแบบนั้น ไม่ต้องคบกันนาน มองแวบเดียวก็ตัดสินได้แปดเก้าส่วนแล้ว
เสิ่นเฉินิคบค้าสมาคมกับคนมากหน้าหลายตามานานหลายปี ดูคนแม่นมาก ส่วนฉินซวงซวงชาติที่แล้วผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย แน่นอนว่าต้องรู้จักดูคน รู้จักวิเคราะห์จิตใจคน
“ครับ!” อาจารย์เหอยิ้มให้ฉินเหลียง “ยินดีต้อนรับสู่บริษัทขนส่งของพวกเรา ขอแค่คุณอยากเรียน ผมไม่ปิดบังแน่นอน และจะสอนทุกอย่างที่ผมรู้”
“ขอบคุณครับ!” ฉินเหลียงโค้งให้อาจารย์เหอ “ต่อไปนี้ต้องรบกวนอาจารย์แล้ว ผมค่อนข้างโง่หน่อย การขับรถเป็อาชีพที่ผมรักมาก ผมจะตั้งใจเรียน พยายามเรียนให้จบเร็ว ๆ”
อาจารย์เหอและถานเจิ้งพยักหน้า แสดงถึงการเห็นด้วยกับคำพูดของเขา
เสิ่นเฉินิส่งฉินเหลียงให้ถานเจิ้งดูแลแล้ว ก็คืนรถจี๊ปให้เขา แล้วยื่นถุงขนมกับบุหรี่ให้อีกหลายซอง บอกเขาว่าเขาแต่งงานแล้ว
ถานเจิ้งประหลาดใจมาก “นี่หรือคือผู้มีพระคุณที่นายเล่าให้ฟัง เด็กสาวคนนี้หน้าตาน่ารักทีเดียว สมแล้วที่นายเฝ้าคิดถึงมาตลอดหลายปี ฉันไม่ได้ไปดื่มฉลองงานแต่งงาน ขนมกับบุหรี่นี่ฉันรับไว้นะ เฉินิ! สาวน้อย! ยินดีกับพวกเธอด้วยนะ!”
"ขอบคุณค่ะ ผู้จัดการถาน!" ฉินซวงซวงตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม "ต่อไปถ้าพี่สามของฉันทำอะไรไม่ถูกต้อง คุณก็ดุด่า ตักเตือนได้เลยนะคะ อย่าใจอ่อน ถ้าคุณเข้มงวดกับเขามากแค่ไหน ฉันและเสิ่นเฉินิจะรู้สึกขอบคุณมากเท่านั้นค่ะ"