ตอนที่ 6 สอนพี่ (2)
ทันทีที่ก้าวเข้าห้องหนังสือ เยี่ยสุยกลับไม่ร้อนใจแล้ว นางสูดลมหายใจเข้าลึก มุมปากหยักยกขึ้น
ใบหน้าที่คุ้นเคยสะท้อนเข้าสู่สายตา คิ้วเข้มคม ดวงตาสุกใสเป็ประกายแกร่งกล้าด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง
เยี่ยเซี่ยงอวี๋แม้จะมีอายุเพียงสิบหก แต่เมื่อเทียบกับคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแล้ว กลับดูสุขุมเป็ผู้ใหญ่กว่ามาก
ด้วยความละเอียดรอบคอบราวกับเป็ผู้ใหญ่นี้เอง จึงทำให้เขาสามารถเขียนบทความถ่ายทอดแิที่ยอดเยี่ยมออกมาได้มากมาย
เยี่ยเซี่ยงอวี๋ทะนุถนอมเยี่ยสุยน้องสาวของเขาคนนี้มาก พอพบหน้าก็ถามด้วยความห่วงใยว่า “อาหนิง พี่ได้ยินว่าเ้าตกม้าหรือ าเ็ตรงไหนหรือเปล่า ไม่เป็อะไรมากใช่ไหม”
เนื่องจากวันสอบคัดเลือกเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนใกล้เข้ามา ระหว่างนี้เขาจึงฝึกซ้อมอยู่นอกจวนตลอด ออกั้แ่เช้ากลับดึกทุกวันจึงเพิ่งจะรู้เื่ในยามนี้
ได้ยินว่าเยี่ยสุยรีบร้อนมาหาตน เยี่ยเซี่ยงอวี๋ก็รีบมาที่เรือนซีถังทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าชุ่มเหงื่อ
พอได้เห็นกับตาว่าเยี่ยสุยไม่เป็อะไร เขาถึงวางใจ
ว่าแต่อาหนิงรีบร้อนมาหาเขาด้วยเื่อะไรกันแน่
เยี่ยสุยรับฟังคำถามจากท่านพี่ นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วตอบกลับว่า “ท่านพี่ ข้าไม่เป็ไร...”
อาจเป็เพราะตอนพบหน้าท่านพ่อท่านแม่ อารมณ์ของนางพุ่งถึงขีดสุดไปแล้ว พอมาพบท่านพี่จึงไม่ตื่นเต้นมากนัก
นางกวาดมองสำรวจท่านพี่หลายรอบ แล้วคลี่ยิ้มที่มุมปากอย่างอดไม่อยู่
ดีแล้ว ช่างดีจริงๆ
ท่านพี่ยังมีชีวิตอยู่ ท่าทางยังมาดมั่นเข้มแข็ง ไม่ได้ล้มป่วยอยู่กับเตียง กระทั่งพลิกตัวยังต้องให้คนช่วย ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
เยี่ยเซี่ยงอวี๋มึนงงสงสัยอยู่บ้าง อาหนิงดีใจขนาดนี้ ดูไม่น่าจะมีเื่เร่งด่วนอะไรนี่นา
เยี่ยสุยเก็บอาการ พลางพูดด้วยเสียงเข้มเล็กน้อยว่า “ท่านพี่ ข้าได้ยินพี่หญิงฮุ่ยบอกว่าการสอบคัดเลือกเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนปีนี้จะเข้มงวดกว่าเดิม ท่านพี่เตรียมตัวอย่างไรบ้างแล้ว”
เยี่ยเซี่ยงอวี๋เห็นท่าทางจริงจังของนางแล้ว ยังเข้าใจว่ามีเื่อะไรเสียอีก พอได้ยินเช่นนั้นก็อดรู้สึกขันไม่ได้
“ข้ายังนึกว่ามีเื่อะไรเสียอีก อาหนิงเ้าตื่นเต้นเกินไปหรือเปล่า เ้าวางใจเถอะ!” เยี่ยเซี่ยงอวี๋กล่าวปลอบ
เขาเป็คนจริงจังปานนี้ ไม่รู้จักพูดจาภาษาดอกไม้ให้คำมั่นกับใครง่ายๆ ทว่ากลับทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความน่าเชื่อถือ
เยี่ยสุยขยับริมฝีปาก แต่ไม่ได้พูดอะไร
จริงสิ ท่านพี่เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง เขามีวรยุทธ์สูงล้ำ กลยุทธ์ในการต่อสู้ก็ไม่ธรรมดา ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็ความสามารถแท้จริงโดยไม่ต้องพูดโอ้อวดอะไรเลย
ทว่า...สุดท้ายท่านพี่กลับไม่ได้เข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวน!
เพราะพวกคนเลวเห็นแก่ตัว ทำให้เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะแสดงความสามารถออกมา
ยามที่ผู้คนทั้งแผ่นดินรู้ว่ามีตำรา ‘หกกลยุทธ์’ เขาก็ได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว
บางที์คงทนดูต่อไปไม่ได้กระมัง นางจึงยืนหยัดอยู่ต่อหน้าท่านพี่ได้อย่างปลอดภัยในยามนี้
อย่างไรก็ตามในเมื่อนางกลับมาแล้ว ย่อมต้องช่วยท่านพี่เข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนให้ได้!
เยี่ยสุยยิ้มพลางกล่าวเสียงสดใส “ท่านพี่ หลายวันนี้ข้าก็อ่านตำราเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการต่อสู้มาเหมือนกันนะ แต่ไม่เห็นเข้าใจเลย...เอาอย่างนี้ท่านพี่มาสอนข้าหน่อยแล้วกัน”
นางคลี่ยิ้มหวานอย่างประจบ พูดเสริมว่า “ท่านพี่ก็ถือเป็การทบทวนแล้วกัน เผื่อว่าตอนสอบจะถามถึงกลยุทธ์ในการต่อสู้บ้างอย่างไรล่ะเ้าคะ”
นางจะไม่บอกเนื้อหาการสอบคัดเลือกเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนให้ท่านพี่โดยตรง นางเชื่อว่าหากชาติก่อนท่านพี่เขียนตำราหกกลยุทธ์ออกมาได้ ชาตินี้ก็ย่อมต้องเขียนได้เช่นกัน!
แต่ว่า...อย่างน้อยต้องเตือนกันล่วงหน้าไว้ก่อน
หากนางไม่พูดอะไรเลยนั่นสิจึงจะเรียกว่าโง่เขลาแล้ว!
นางเชื่อมั่นในความสามารถของท่านพี่ เพียงแต่ท่านพี่ก็ต้องได้เข้าร่วมการสอบคัดเลือกครั้งนี้ด้วย!
จู่ๆ เยี่ยสุยก็นึกถึงท่านพ่อที่ไปเรือนเหยียนกวง นางยิ้มบางๆ ออกมา
ในชาตินี้ท่านพ่อและท่านพี่ล้วนไม่ยอมสละสิทธิ์การสอบคัดเลือก ทางเรือนใหญ่ยังจะทำอะไรได้อีก