หอซื่อผิ่นเป็นร้านขายเครื่องประดับที่มีชื่อเสียง อีกทั้งยังทำเครื่องประดับส่งเข้าวังหลวง เมื่อรถม้าผ่านหย่งซีเฉินก็นึกถึงฮองเฮา นานแล้วที่เขาไม่ได้ซื้อเครื่องประดับให้นาง นางชื่นชอบปิ่นมากทุกครั้งที่เดินทางไปที่ต่างๆ หย่งซีเฉินจะมีปิ่นมาฝากนางทุกครั้ง ปิ่นที่นางใช้อยู่ทุกวันล้วนแต่เป็นของบุตรชายทั้งสองของนางซื้อให้
“ฉงหลินหยุดหน้าหอซื่อผิ่นข้าจะเลือกปื่นให้เสด็จแม่”
“ขอรับท่านอ๋อง”
ทั้งสามเข้าไปข้างในเถ้าแก่หอเคยไปส่งเครื่องประดับในวัง จึงรู้ว่าผู้ที่มาเยือนเป็นใคร ก่อนที่เถ้าแก่จะพูดอะไรเวินฉงหลินก็พูดก่อน
“คุณชายใหญ่ต้องการเลือกปิ่น รบกวนเถ้าแก่แนะนำด้วย” เพียงแค่นั้นเถ้าแก่ก็รู้ทันทีว่าหย่งซีเฉิน ไม่ต้องการเปิดเผยสถานะ
“เชิญคุณชายใหญ่ชั้นบนขอรับ”
ขณะที่ทั้งสามกำลังจะขึ้นบันไดเสียงเถ้าแก่ทักทายลูกค้าที่ดินเข้ามาหย่งซีเฉินหันกลับไปมองอย่างลืมตัว
“ฮูหยินเมิ่งมารับปิ่นหรือขอรับ” เถ้าแก่ถามฉางเยี่ยนหลีที่จูงแขนเด็กคนหนึ่งเดินมากับฉางหลิวหลี
ใบหน้าขาวนวลที่อยู่เบื้องหน้า ทำให้หัวใจที่เย็นชาของท่านอ๋องเต้นเร็วจนผิดจังหวะ อาการไม่ต่างอะไรกับในร้านขายยาเมื่อหลายปีก่อน ยื่งไปกว่านั้นใบหน้าเล็กๆของคุณชายน้อยที่มากับนางสามารถดึงดูดสายตาของบุรุษทั้งสามให้มองไปยังจุดเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ข้ากับพี่หญิงมารับปิ่นแทนท่านแม่เจ้าค่ะ” ฉางเยี่ยนหลีบอกความต้องการแก่เถ้าแก่
“ของฮูหยินเมิ่งเสร็จแล้ว ส่วนของคุณหนูรองยังไม่เสร็จ เชิญท่านทั้งสองที่ชั้นบนขอรับ”
หย่งซีเฉินจ้องมองคุณชายน้อยไม่วางตาเพราะหน้าตารวมถึงท่าทางของเด็กคนนั้น ทำให้เขานึกว่าเห็นตัวเองในวัยเด็ก
ไม่ใช่แค่ท่านอ๋องที่ตกตะลึง ซ่งหลานกับฉงหลินก็ตกใจไม่แพ้กัน
“ผ่านไปหลายปีแล้ว คุณชายในร้านขายยาท่านนี้ ยังมองนางอย่างไร้มารยาทเช่นเดิม” ฉางหลิวหลีคิดแล้วเดินขึ้นบันไดไป
เมื่อหายจากตกตะลึงท่านอ๋องก็รีบขึ้นบันไดตามพวกนางไปทันที
ส่วนองครักษ์เวินผู้ปราดเปรื่อง ยังสงสัยเหตุใดคุณชายน้อยท่านนี้หน้าตาถึงได้เหมือนกันกับท่านอ๋องของเขายังกับแกะ