บทที่ 23 ตัวต่อตัว
“ถ้าเธอยกเลิกบทนี้ ฉันจะให้โอกาสเธออีกครั้ง!” ไป๋ลั่วฝานยิ้มอย่างภาคภูมิใจ และวางจดหมายบอกเลิกสัญญาใส่มือของเหยียนซี “มันขึ้นอยู่ว่าเธอจะตัดสินใจยังไง เธอก็รู้ใช่ไหม? ฉันเป็คนที่ห่วงใยเธอที่สุดนะ"
คำพูดหวาน ๆ ของเขาที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เหยียนซีหวั่นไหว… ถ้าหากเป็สมัยก่อนเธอก็คงใจอ่อนไปแล้ว
แต่ขอโทษที… ตอนนี้ไม่มีทาง!
“ลั่วฝาน ฉันก็เป็ห่วงคุณเหมือนกัน จากนี้ไปพี่เซี่ยจะไม่ใช่ผู้จัดการของฉันแล้วล่ะ” ดวงตาที่สดใสของเหยียนซีมองไปที่ไป๋ลั่วฝาน ทุกอย่างอยู่ในความคาดหวังของเธอ
เธอพาพี่เซี่ยออกจากห้องทำงานของไป๋ลั่วฝาน และสูดหายใจเข้าลึก ๆ "พี่เซี่ยคะ จากนี้ไปพี่เป็อิสระแล้ว"
เธอส่งจดหมายบอกเลิกจ้างให้พี่เซี่ย
และที่ด้านหลังเธอ ไป๋ลั่วฝานก็ตามมาด้วยความคับข้องใจ "เหยียนซี นี่มันอะไรกัน?!"
ไป๋ลั่วฝานพบว่าในสัญญาที่พี่เซี่ยนำมานั้น มีสำเนาสัญญาจ้างงาน และมีเขียนไว้ว่าเหยียนซี้าให้พี่เซี่ยเป็ผู้ช่วยพิเศษของเธอ
เหยียนซีกระหยิ่มยิ้มย่อง ก่อนจะหันไปตอบกลับอีกฝ่าย
“อะไรเหรอคะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” เหยียนซีถามอย่างรู้ทันพลางจับแขนพี่เซี่ย “ฉันชอบทำงานกับพี่เซี่ย และหลังจากที่คุณประทับตราสัญญานี้ ฉันจะเข้าร่วมการแสดง และแน่นอนว่าต้องมีคนที่ฉันรู้จักคอยดูแลฉันสิ"
“...แล้วพี่เซี่ยก็เป็ผู้สมัครที่ดีที่สุด”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ไป๋ลั่วฝานก็โกรธเธอมาก
“มากับฉัน!” เขาดึงเหยียนซี แต่เหยียนซีต่อต้านและขัดขืนเขา
“ถ้าคุณมีเื่อะไรจะพูดก็รีบเถอะ ฉันยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำและไม่มีเวลามากนักหรอกนะ!”
เหยียนซีรู้ดีว่าเธอเป็ภรรยาของเจียงโม่เฉินแล้ว และแน่นอนว่าเธอจะต้องรักษาระยะห่างจากผู้ชายคนอื่น
ยิ่งเธอสงบ ไป๋ลั่วฝานก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น
“ฉันคิดว่าเธอแค่ไม่รู้อะไร แต่ไม่คิดว่าเธอจะโง่ขนาดนี้ เธอมีสิทธิ์อะไรไปเซ็นสัญญากับยัยคนนี้?”
“ศิลปินทุกคนในบริษัทไม่มีสิทธิ์เซ็นรับผู้ช่วยของพวกเขาเองเหรอคะ? ทำไมพอเื่พวกนี้มันอยู่กับฉันมันถึงกลายเป็เื่ไร้สาระล่ะ? ถ้าเป็เจียงอวี้เิที่ทำแบบนี้ คุณจะไม่โกรธเลยใช่ไหม?”
“เหยียนซี!”
ไป๋ลั่วฝานะโชื่อของเธอด้วยความโกรธจัดพลางแค่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทำไมยัยคู่หมั้นที่เคยเป็ลูกไก่ในกำมือและไม่เคยขัดใจเขาเลยสักครั้ง อยู่ ๆ ถึงได้ลุกขึ้นมาดื้อด้านแบบนี้?!
“ไม่ต้องเสียงดังขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ฉันได้ยิน ฉันมาจนถึงทุกวันนี้และทุกสิ่งที่ฉันทำมันมีค่ากับใจของฉันเอง ถ้าคุณจะคัดค้านบทบาทของฉันในฐานะนักแสดงนำหญิงคนที่สองเื่ ‘เหนียนฮวา’ และอยากคัดค้านที่ฉันให้พี่เซี่ยเป็ผู้ช่วยพิเศษ ก็ช่วยคิดเหตุผลที่จะโน้มน้าวฉันแทนที่จะะโใส่ฉันที่ประตูสำนักงานของคุณด้วย”
“เธอเปลี่ยนไป เธอไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนเลย!”
“แค่ฉันเหรอ?” หัวใจของเหยียนซีไม่เจ็บอีกต่อไป เธอแค่คิดว่ามันไร้สาระที่เห็นไป๋ลั่วฝานพยายามขนาดนี้
ไป๋ลั่วฝานขมวดคิ้วและกำสัญญาในมืออย่างดุเดือด “ฉันไม่้าแต่งงานกับผู้หญิงที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่คุ้นเคยแบบนี้ และการจดทะเบียนสมรสจะถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด!”
เขาใช้สิ่งนี้เพื่อข่มขู่เหยียนซีอยู่หลายครั้ง
ไป๋ลั่วฝานจงใจแสดงท่าทีเสียใจ รอให้เหยียนซีใจเย็นลงและยอมรับว่าทุกอย่างที่เธอทำเป็เื่ไร้สาระ
นั่นเป็กลยุทธ์ที่เขาใช้ควบคุมเธอ แล้วทุกครั้งมักจะได้ผล
บรรยากาศค่อย ๆ เงียบลง
เหยียนซีมองไปที่ใบหน้าของไป๋ลั่วฝานราวกับว่ากำลังครุ่นคิด… การแสดงออกนี้เต็มไปด้วยความเศร้าโศก
เมื่อไป๋ลั่วฝานคิดว่าเขากำลังควบคุมเหยียนซีไว้ได้อีกครั้ง เธอก็พูดอย่างเ็าว่า “โอเค ฉันไม่มีความเห็นอะไรแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญ”
ความโล่งใจของเธอทำให้ไป๋ลั่วฝานใอย่างมาก
เขาสงสัยว่าเขาได้ยินผิดหรือเปล่า และคว้าข้อมือของเหยียนซีไว้แน่น "ฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า ฉันกำลังพูดถึงการแต่งงานนะ!"
"หูฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ และฉันก็ไม่มีปัญหากับความสามารถในการแสดงออกของฉันด้วย ในเมื่อคุณตั้งคำถามถึงความรู้สึกของฉันที่มีต่อคุณและ้าเลื่อนการแต่งงานออกไป มันมีวิธีอื่นอีกไหมละที่ฉันจะทำได้นอกจากตกลง?"
ปฏิกิริยาของเหยียนซีนั้นเรียบง่ายและชัดเจน การอยู่ห่างจาก ไป๋ลั่วฝานเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดของเธอ และเธอจะไม่เสียใจกับสิ่งที่พูดในวันนี้
พี่เซี่ยพ่นลมอย่างเ็าและตามเหยียนซีไปที่ลิฟต์
ไป๋ลั่วฝานสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเหยียนซี แต่เขาไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับมันอย่างละเอียด เพราะเขาต้องรีบไปปลอบเจียงอวี้เิ เขาคิดเพียงว่าไม่นานเหยียนซีก็คงเหมือนเดิมเองนั่นแหละ
เขายังคงเชื่อมั่นว่าการควบคุมเหยียนซีให้อยู่ในโอวาทด้วยวิธีนี้ยังคงได้ผล
เพราะเหยียนซีเป็ผู้หญิงแบบนั้นมาโดยตลอด เขาสามารถเรียกเธอตอนไหนก็ได้
แต่ไป๋ลั่วฝานไม่รู้ว่าในเวลานี้เหยียนซีได้กลายเป็คนใหม่แล้ว จะให้เธอมาเศร้าเสียใจเพราะเขาเหรอ?
ไม่คุ้มเลย!
เหยียนซีที่อ่อนแอในอดีตมีอยู่เพียงในความทรงจำของพวกเขาเท่านั้น เธอมีความรักที่ลึกซึ้งกับเจียงโม่เฉิน และไม่้าใครอีกแล้ว
“เหยียนซี เธอโอเคไหม?”
พี่เซี่ยเคยเห็นการประนีประนอมของไป๋ลั่วฝานหลายครั้ง และกังวลว่าเธอจะใจอ่อนอีกครั้ง
“ฉันดูเหมือนมีอะไรผิดปกติเหรอ?” ดวงตาของเหยียนซีสงบนิ่งและเธอไม่ได้ทะเลาะใด ๆ กับเขาเลย "ฉันเห็นมันชัดเจนมาก ในสายตาของไป๋ลั่วฝาน ฉันเป็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาจะเรียกให้มาหาตอนไหนก็ได้ เป็แค่หมากตัวหนึ่งของเขา และฉันจะไม่เสียใจกับมันอีกต่อไป"
หัวใจของเธอทั้งหมดมอบให้เจียงโม่เฉินแล้ว
“โอเค ถ้าเธอพูดแบบนี้ฉันก็วางใจ ฉันไม่คิดว่าไป๋ลั่วฝานจะกล้าเซ็นหรอก ฉันจะไปพบกับผู้กำกับเฉินในวันพรุ่งนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดนะ”
“ค่ะ พี่เซี่ย ฉันสบายใจที่สุดเลยพอมีพี่คอยทำเื่ต่าง ๆ ให้”
เหยียนซียิ้มหวาน นับั้แ่เธอเดบิวต์ พี่เซี่ยก็จริงใจต่อเธอมาโดยตลอดและจัดการสิ่งต่าง ๆ มากมายให้กับเธอ
หลังจากแยกทางกับพี่เซี่ยในบริษัท เหยียนซีก็รู้สึกดีขึ้น เธอนั่งแท็กซี่ไปที่ต้าฮวาเอนเตอร์เทนเมนต์ด้วยความตั้งใจ เมื่อถึงที่หมายเธอก็ยืนลังเลอยู่ที่ประตูอาคาร การหมั้นของเธอกับเจียงโม่เฉินยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ดังนั้นมันอาจจะดูไม่ดี ถ้าไปปรากฏตัวต่อหน้าเขาแบบนี้
เธอจะอธิบายกับเ้าหน้าที่ที่แผนกต้อนรับยังไงล่ะ?
เหยียนซีถอนหายใจและรู้สึกเสียใจที่จู่ ๆ ก็มาที่นี่ทันที รองเท้าส้นสูงสีน้ำเงินหันกลับไป แต่แล้วเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหลังเธอ “เดี๋ยวก่อน”
เลขาเห็นเหยียนซีจากชั้นบน จากนั้นเขาก็บอกเจียงโม่เฉินทันที
หญิงสาวผู้งดงามอย่างเหยียนซีนั้นง่ายต่อการจดจำ
เจียงโม่เฉินเห็นเธอเม้มริมฝีปากและหันกลับไป จึงเดินไปข้างหน้าพร้อมกับขมวดคิ้วและยืนอยู่ข้างหลังเธอ ซึ่งเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มก็ยังคงดังก้องอยู่ในใจของหญิงสาว “คุณไม่ได้มาหาผมเหรอ?”
“ค่ะ...” เหยียนซีพูดโดยไม่รู้ตัวและก้มหน้าลงอย่างเขินอาย “ฉันแค่ไม่รู้ว่าฉันควรใช้ตัวตนแบบไหนเพื่อมาหาคุณ ยังไงซะ คุณก็คือประธานของต้าฮวาเอนเตอร์เทนเมนต์ และเรา…”
เธออยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกราวกับว่าเธอต้องสร้างสมดุลในหัวใจ
“ทำไมคุณถึงไม่คิดเื่นี้เมื่อตอนที่คุณขอคบกับผมล่ะ” เขาไม่ได้เขินอายกับสิ่งที่เขาพูด และทำให้แก้มของเหยียนซีแดงขึ้นทันที
"ฉัน…"
การแสดงออกของเธอน่ารักมาก เจียงโม่เฉินตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ดวงตาที่ลึกล้ำของเขาถูกเหยียนซีดึงดูด ดังนั้นจึงหันไปหาเลขาที่อยู่ด้านหลังและสั่งว่า "ยกเลิกมื้อค่ำคืนนี้" จากนั้นเขาก็ก้าวไปข้างหน้าและจูงมือเหยียนซีไปที่รถ
“ฉันทำให้กระทบต่องานของคุณหรือเปล่าคะ?” เหยียนซีกะพริบตาปริบ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เต็มใจที่จะดึงมือออกจากฝ่ามืออันอบอุ่นของเขาเช่นกัน
“บ้าน่า… ไม่แน่นอน...” เจียงโม่เฉินให้คนขับออกไป และขับรถเอง “เพราะผมเองก็้าพบคุณเช่นกัน”
ปรากฎว่าพวกเขามีใจให้กัน
เหยียนซีรู้สึกทึ่งกับการแสดงออกของเขาและคำพูดที่คลุมเครือเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมปากของชายหนุ่มที่ยกยิ้มขึ้นซึ่งดูเหมือนไม่มีอยู่จริง
เหยียนซีมองชายข้าง ๆ อย่างสนุกสนาน ทุกสีหน้าบนใบหน้าของเขาเป็ภาพที่ไม่อาจลืมเลือนได้ เหยียนซีเอ่ยถามเบา ๆ ขณะอยู่บนรถ “เราจะไปไหนกันคะ?”
เจียงโม่เฉินไม่ตอบ แต่เอื้อมมือออกไปจับมือเหยียนซีอย่างนุ่มนวล "คุณจะรู้เมื่อไปถึงที่นั่น ยังอีกนานกว่าจะถึง ดังนั้นพักผ่อนก่อนเถอะ"
เหยียนซีฮัมเพลง เมื่อมีเขาอยู่ใกล้ ๆ เธอก็โล่งใจ