ท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยา ยกแก้วชาขึ้นจรดริมฝีปาก สูดกลิ่นหอมกรุ่นของชาเบา ๆ ก่อนจะจิบชาทีละนิด
“ชานี่กลิ่นหอมจริงๆ”
ท่านกล่าวพลางหยิบคุกกี้ก่อนจะกัดลงไป เนื้อััของมันนุ่มละมุนลิ้นจนดวงตาสีทองเปล่งประกายเล็กน้อย “อืม รสชาติดีจริง ๆ คุกกี้เนื้อนุ่ม หอมหวานกำลังดี”
“ดีใจที่ท่านชอบครับ ผมตั้งใจเลือกคุกกี้สูตรพิเศษนี้มาให้ท่านโดยเฉพาะ”
ท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยา วางคุกกี้ลงบนจาน แล้วหยิบแก้วชาขึ้นจิบอีกครั้ง “ชาของที่นี่ก็รสชาติดีไม่แพ้กัน กลิ่นหอมใบชาผสมผสานกับรสขมเล็กน้อย ช่างลงตัวจริง ๆ ”
“ชาชนิดนี้เป็ชาที่ปลูกบนูเาสูงทางตอนเหนือของดาวเราครับ ชาวบ้านที่นั่นเก็บใบชาด้วยมือ และนำมาตากแห้งด้วยแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ทำให้ได้ชาที่มีกลิ่นหอมและรสชาติเป็เอกลักษณ์ครับ”
“อย่างงั้นเองหรือ ชาวสวนคงจะได้เงินเข้ากระเป๋ามากแน่ ๆ ใช่ไหม” ท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยากล่าวพลางจิบชารสเริศ
“ครับ ผมมักถูกคุณพ่อสอนว่า ชาวนา เกษตรกร รวมทั้งชาวประมงเป็กระดูกสันหลังของชาติ หากขาดพวกเขาไปก็จะไม่มีอะไรได้กิน ผมจึงเพิ่มเงินเดือนให้พวกเขาและทำให้พวกเขาเป็เหมือนพนักงานบริษัท ได้สวัสดิการเหมือนราชการคนนึงเลยครับ”
“พ่อของนาย มิคาเอลผู้นั้นเป็จักรพรรดิที่มีความเมตตาจริงๆ นา” ท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
เอเรวาธอสทำสีหน้ากังวลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย
“พักนี้ เหมือนจะเกิดาอวกาศขึ้นบ่อยนะครับ”
“เอเรวาธอส นายคิดว่าาเกิดจากอะไรหรือ” ท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“าเกิดจากความโลภเหรอครับ”
“นายจงฟังให้ดี เอเรวาธอส ามันเริ่มจากความไม่พอใจเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเป็อคติ จากอคติที่แปรเปลี่ยนเป็ความเกลียดชัง และเมื่อความเกลียดชังแพร่กระจายลงลึกไปในจิตใจ ผู้คนก็จะหยิบอาวุธขึ้นมาเข่นฆ่ากันเอง นั่นเป็ธรรมดาของสัตว์โลกนา”
“ขอบคุณท่านพระโพธิสัตว์ที่คอยสอนผมมาโดยตลอดครับ”
“คำสอนที่แท้จริงไม่ได้มาจากเราเพียงผู้เดียว เอเรวาธอส แต่มันจะอยู่ประสบการณ์ของเ้า อยู่ในทางเลือกที่เ้าจะต้องเผชิญ อยู่ในบทเรียนที่โลกจะมอบให้ เ้าจะต้องเดินบนเส้นทางของตนเอง และเมื่อนั้นเ้าจะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้” เอเรวาธอสมองท่านพระโพธิสัตว์ก่อนจะพยักหน้า
หลังจากนั้นเอเรวาธอสและท่านพระโพธิสัตว์ก็พูดคุยเกี่ยวกับเื่ต่าง ๆ ในห้องนั่งเล่นจนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนเที่ยงวัน แสดแดดที่รุนแรงของพระอาทิตย์สาดส่องลงมายังห้องรับแขกทำให้รู้สึกร้อนอย่างบอกไม่ถูก
“เที่ยงแล้ว เวลานี้เหมาะสำหรับชามะนาวเย็น ๆ มากที่สุดครับ ท่านจะรับไหมครับ” เอเรวาธอสกล่าวถามท่านพระโพธิสัตว์ แต่ดูเหมือนท่านพระโพธิสัตว์จะส่ายหน้า
“ฉันต้องรีบกลับแล้วขอบคุณที่ชวนนะ พอดีมีธุระนิดหน่อย"
“เข้าใจแล้วครับ” ท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยา สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยาลุกขึ้นยืนก่อนจะตรงไปยังประตูคฤหาสน์ เอเรวาธอสเองก็รีบรุดตามไปเพื่ออำลาท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยา
“ไว้โอกาศหน้ามาเจอกันใหม่เ้าเด็กน้อย ดูแลตัวเองด้วยเล่า” ท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยา ลูบหัวเอเรวาธอสพลางยิ้มด้วยความเอ็นดูก่อนจะออกไปด้านนอกคฤหาสน์
“โชคดีครับท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยา ไว้ครั้งนี้ผมจะเตรียมขนมแสนอร่อยไว้รอท่านครับ”
“โอ้ ได้เลย” ท่านมหาปัญญาธิปัตย์ยุติ สมาธิชยาวุธาอาทรโพธิสัตว์ โพธิสัตว์แห่งมหาจรรยาลอยขึ้นไปบนฟากฟ้าก่อนจะหายวับเข้าไปในหมู่เมฆา
เอเรวาธอสยิ้มก่อนที่จะกลับเข้าไปในคฤหาสน์ ทันใดนั้นองค์รักษ์ที่อยู่ในห้องนั่งเล่นก็เดินเข้ามาหาเอเรวาธอสพลางกระซิบ “ท่านเอเรวาธอสครับ พรุ่งนี้ก็ถึงวันที่ต้องสร้างกองกำลังเป็ของตนเองแล้วนะครับ ทางดาวหลักได้ส่งข้อความมาบอกว่าหากสร้างกองกำลังแล้วจะมีการซ้อมรบกันเกิดขึ้นครับ”