บทที่ 4 ปัญหามาเยือนที่หน้าจวนโหว
กล่าวถึงมารดาของหนิงเฟิ่งที่เดินวนไปมาหน้าที่หน้าจวนโหวอยู่หลายรอบพร้อมทั้งคิดหาวิธีนำภาพหนิงเฟิ่งกลับคืนมา
ก่อนหน้า นางได้ไปเรือนแม่สื่อพร้อมกับทวงถามภาพเหมือนของบุตรสาวคืนคำตอบที่ได้คือ แม่สื่อได้ส่งรูปสาวงามมาที่จวนโหวแล้ว หนทางเดียวคือนางจะต้องมาติดตามเอาภาพเหมือนของบุตรสาวคืนด้วยตนเอง
“ท่านป้า ข้าเห็นท่านเดินไปมาที่จวนโหวได้หนึ่งชั่วยามแล้วท่านมีสิ่งใดอย่างนั้นหรือ”
“คือว่าอย่างนี้ แม่สื่อได้ส่งภาพเหมือนของบุตรสาวข้ามาที่จวนโหวแต่ว่าบุตรสาวข้ามีคู่หมายแล้ว ข้าจึงอยากจะขอภาพนั้นคืนเ้าค่ะ”
ซินยี่ตอบด้วยความจริงใจสายตามีความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง สำหรับคนที่เพิ่งเดินลงจากเขามามีหรือจะเชื่อคำกล่าวอ้างของหญิงนางนี้เวรยามที่เฝ้าประตูต่างยกมือคารวะเ้าของจวน พร้อมกับทักทายเขาแต่ถูกชายหนุ่มยกมือห้าม ก่อนที่เขาจะหันหน้ามาคุยกับซินยี่ต่อ
“ท่านป้า จวนโหวทำสิ่งใดล้วนแต่เปิดเผยที่ท่านกล่าวว่าภาพเหมือนของบุตรสาวท่านอยู่ที่นี่คงไม่ใช่แล้ว”
“จะเป็ไปได้อย่างไร ในเมื่อแม่สื่อบอกข้าว่าได้ส่งภาพเหมือนของบุตรสาวข้ามาที่จวนโหวแห่งนี้”
“ท่านป้าไม่ต้องกังวล ถึงแม่สื่อส่งภาพเหมือนมา ข้าเองก็คร้านจะเก็บรักษาเพียงแต่เกรงว่าภาพเหมือนของบุตรสาวท่าน คงถูกคนของข้าเผาทิ้งไปเสียแล้วเพราะจวนโหวไม่เก็บสิ่งไร้ค่าเช่นนั้นเอาไว้”
คำกล่าวเช่นนี้คงมีแต่พวกต้วนซิ่วเท่านั้นกล้ากล่าวออกมาได้อย่างไม่ละอาย บุตรสาวของนางพูดถูกคนพวกนี้ไม่ได้เป็อย่างที่คนอื่นๆคิดกัน และสิ่งที่นางได้ยินได้เห็นเป็การตอกย้ำคำพูดของบุตรสาวที่ว่า
เขาแต่งงานเพื่อเป็ฉากบังหน้าทั้งนี้ไม่รู้ว่าจะมีหญิงสาวอีกสักกี่คนที่ตกลงไปในหลุมพรางนี้ ไม่ได้! นางจะไม่ยอมให้สตรีที่ไม่รู้เื่ตกหลุมพรางคนพวกนี้ไม่ได้
จากการประเมินด้วยสายตาแล้วบุรุษรูปงามราวกับพานอันผู้นี้ จะต้องมีความสัมพันธ์กับเ้าของจวนเป็แน่ดีไม่ดีอาจจะเป็เขาที่สั่งเผาภาพเหมือน เหอะ! คนผู้นี้รู้จักซินยี่น้อยไปเสียแล้ว หญิงวัยกลางคนถลกแขนเสื้อขึ้นก่อนที่เงยหน้ามองคนตรงหน้า ด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว
“เหอะ! เ้าเป็ใครถึงได้มาสั่งเผาภาพสาวงามเ่าั้ รู้หรือไม่พวกเขาเสียเงินทองไปก็มาก เพื่อวาดภาพเหมือนขึ้นมาทั้งหมดก็เพื่อหาคู่ครองที่เหมาะสม หากไม่ชอบเหตุใดไม่ส่งคืนเ้าของเล่ามีสิทธิ์อะไรถึงได้เผาภาพสาวงามทิ้ง”
“ข้าเป็เ้าของจวนโหว อีกอย่างข้าไม่ได้สนใจภาพสาวงามอย่างที่ท่านเข้าใจส่วนมีสิทธิ์หรือไม่ข้าเองก็จะตอบให้เมื่อกล้าส่งมาก็นั้นเท่ากับว่ายินดีมอบให้ข้าแล้วเช่นนั้นข้าจะเผาหรือทำลายก็เป็สิทธิ์ของข้า”
เป็ธรรมดาของจวนโหวที่มีคนสนใจเป็จำนวนมากอีกทั้งคนที่เดินผ่านไปมา ได้ยินการโต้เถียงเพียงไม่กี่ประโยคทำให้พวกเขาต้องหยุดแล้วเอียงหูฟังคำกล่าวหาของอีกฝ่าย
“ที่แท้จวนโหวคิดล่อลวงสาวงามให้ตกหลุมพรางเพื่อปิดบังความจริงที่ว่าพวกเ้าเป็ บุรุษตัดแขนเสื้อใช่หรือไม่” ซินยี่กล่าวเสียงดัง เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย
‘หญิงผู้นี้สติไม่ดีแล้วหรือ? ที่มากล่าวหาเขาเช่นนี้ช่างบังอาจนัก หรือว่านางถูกว่าจ้างมาให้ทำลายชื่อเสียงจวน’ เมื่อคิดได้สายตาอำมหิตได้ทอดมองมายังซินยี่ แต่มีหรือคนที่เืขึ้นหน้าเช่นนางหวั่นเกรง วันนี้ต่อให้ต้องตายก็ต้องบอกกล่าวต่อผู้คนให้รู้
“ที่ท่านมาโวยวายที่จวนข้า ก็เพื่อทำลายชื่อเสียงข้าใช่หรือไม่”
“เ้าคิดว่า มีแค่จวนโหวหรือที่มีดีสกุลอู่ของข้าก็มีดีไม่ต่างจากจวนโหวเช่นกัน! โถ่เอ่ย คนอย่างเ้าคิดจะล่อลวงสตรีมาแต่ง จากนั้นก็กล่าวหานางว่าออกไข่ไม่ได้บีบคั้นนางจนถึงที่สุด ฮือๆ เ้านี้มันต่ำช้า..เกินไปแล้ว”
ยิ่งพูดก็เหมือนจะยิ่งบานปลายเมื่อผู้คนต่างจับจ้องมาที่เขา บ้างซุบซิบกัน ซึ่งๆหน้า ว่าเขาเป็คนหน้าไหว้หลังหลอก คนเช่นเขาหรือจะประพฤติตนเช่นนั้น
“ท่านป้า ข้าไม่คิดจะแต่งงานแล้วจะนำรูปสาวงามมาเพื่อสิ่งใดกันสิ่งที่ท่านกล่าวหา ข้าสามารถฟ้องร้องเอาผิดท่านได้นะ”
“ช่างไม่ละอายเลยจริงๆ อยากฟ้องก็ฟ้องเลย! ทุกคนในเมืองเฉียงตูต่างรู้ว่า ท่านให้คนไปป่าวประกาศที่หอเถาฮวา ว่าท่านกำลังเฟ้นหาสาวงามเพื่อสู่ขอมาเป็ฮูหยินเป็ท่านที่ให้ความหวังพวกนางทั้งที่ตนเองไร้ความสามารถ แม่สื่อในเมืองนี้ต่างหาภาพเหมือนคุณหนูจวนใหญ่ส่งมาที่จวนโหวสิ่งนี้จะล้อเล่นได้หรือ”
“ใช่ๆ ที่แท้จวนโหวก็เป็คนสับปลับ ถุย!”
ทุกคนต่างชี้มือไม้มายังจวนโหวขณะที่ตงตงเฉียนเริ่มเห็นถึงสิ่งผิดปกติเด็กน้อยที่โผล่หน้าออกมาจากประตูใหญ่เพียงครึ่งหน้าเผยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาให้กับพี่ชายของตน พร้อมกับกวักมือเล็กๆเรียกเขาให้เดินเข้ามาหา
“ท่านพี่ เป็ฝีมือของข้าเองขอรับ”
“ตงตงหลัว เ้ากล้ามากที่กล้าสร้างเื่ให้ข้า”
“นี่ภาพสาวงามขอรับ ตามที่ท่านสั่งอย่างไรละขอรับ”
เด็กน้อยกล่าวเสียงดังขณะที่ผู้คนกำลังจับจ้องเอาเื่เขา ‘ในสายตาผู้อื่น เขาได้ถูกตัดสินไปแล้วว่า ท่านโหวผู้นี้ใจร้ายแม้กระทั่งกับเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาโดยที่พวกเขาไม่คิดจะฟังความใดๆทั้งสิ้น การที่เด็กป่าวประกาศออกไปหากไม่ใช่ผู้ใหญ่สั่ง มีหรือเด็กน้อยจะกล้าทำ’ ดวงตาใสซื่อมองพี่ชายพร้อมกับฉีกยิ้ม ก่อนที่จะเค้นเสียงพูดเบาๆ
“หากท่านไม่เลือกสตรีมาแต่งด้วย ท่านได้ถูกคนตราหน้าว่าเป็ต้วนซิ่วแน่”
“ข้าจะไล่เ้าออกจวน”
“ก่อนที่ท่านพ่อท่านแม่จะจากไป บอกว่าจวนนี้เป็ของข้าครึ่งหนึ่ง”
ชายหนุ่มปราดมองผู้คนที่เริ่มวิจารณ์ไปต่างๆนานาในเวลานี้มีเพียงการหลบหน้าเพื่อตั้งสติ แล้วจึงค่อยหาคำอธิบายที่สมเหตุผลเพื่อให้ผู้คนเลิกสนใจเื่นี้ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินเข้าไปในจวนหนิงเฟิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาทางมารดาพร้อมกับชูกระดาษแผ่นหนึ่งเพื่อประกาศให้ทุกคนได้รู้เกี่ยวกับข่าวด่วน
“ท่านแม่ ท่านแม่”
“เ้ามีอะไร!”
“ท่านแม่ ข้าเจอโจรูเา ท่านดูนี้ ข้าไปแจ้งทางการไว้แล้ว ในไม่ช้าคงจับตัวได้ทุกคนดูหนังหน้าโจรผู้นี้เอาไว้ แล้วระวังตัวให้ดีอย่าขึ้นไปูเาเพียงลำพังโดยเด็ดขาด” หญิงสาวกล่าวพร้อมชูกระดาษเพื่อให้ผู้คนได้ดู
ชายผู้หนึ่งคว้ากระดาษในมือของหนิงเฟิ่งมาก่อนที่จะพิจารณาคนในภาพสลับกลับมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูจวนโหวชาวบ้านผู้หนึ่งถามขึ้นเสียงดัง
“เ้าแน่ใจนะว่าเป็คนผู้นี้”
“ใช่! ข้าแสร้งตาบอดจึงเอาชีวิตรอดมาได้ ท่านอารู้หรือไม่แม้แต่คนตาบอด เขายังคิดจะข่มเหง ดีที่ข้าปราดเปรื่องจึงไหวตัวทัน ท่านลองคิดดู โจรชั่วผู้นี้ชั่วช้าจริงๆ”
ปากจิ้มลิ้มขบเคี้ยวฟันบอกถึงความร้ายกาจตามประสานักเล่าเื่โดยไม่รู้ว่าโจรชั่วที่นางเอ่ยถึงได้มายืนอยู่เื้ัของนางแล้วท่านป้าผู้หนึ่งสะกิดหญิงสาวให้รู้ตัว
“โจรชั่วที่เ้าว่า ใช่คนผู้นี้หรือไม่?” นางรีบหันมาก่อนที่พูดเสียงดัง
“ใช่! เลย เป็เขา เป็เขา”
หนิงเฟิ่งเอ่ยเสียงดังขนลุกชี้ชันเมื่อมองไปยังโจรที่ยืนสงบนิ่ง สติที่พึ่งได้มาครบเมื่อครู่เริ่มทำงานกอปรกับทหารทางการได้เดินทางมาที่จวนโหวแห่งนี้ เพื่อจับกุมผู้ร้าย
“ท่านโหว คือว่า แม่นางผู้นี้แจ้งว่ามีโจรป่าดักสังหารผู้คนที่เชิงเขา พวกเราจึงให้นางบรรยายรูปลักษณ์ บังเอิญว่ามันตรงกับท่านดังนั้นจึงขอเชิญท่านไปให้ปากคำที่ศาลได้หรือไม่ขอรับ”
“เช่นนั้น รบกวนท่านมือปราบแล้ว หวังว่าท่านจะคืนความบริสุทธิ์ให้ข้า”
“เ้าผู้ร้ายปากแข็งยังกล้ากลับดำเป็ขาวอีกเจอหน่อไม้ตีหัวเข้าหน่อยทำเป็จำข้าไม่ได้ เสแสร้ง”
ตงตงเฉียนยิ้มร้ายก่อนที่จะเดินผ่านหน้าหญิงสาวไปด้วยความอาฆาตส่วนเด็กน้อยเห็นว่าพี่ชายยอมไปกับมือปราบแต่โดยดีย่อมต้องมีแผนการซุกซ่อนไว้เป็แน่ ร่างเล็กๆ รีบคว้าชายอาภรณ์ของพี่ชายไว้แน่น
“พี่ใหญ่ฮือๆ อย่าทิ้งข้า ฮือๆ” เด็กน้อยร้องไห้ไร้น้ำตา ทั้งนี้เพื่อ้ารู้ว่าเขาจะไปกี่วัน เพื่อตนจะได้เที่ยวเล่นตามประสาโดยไร้พี่ชายมาควบคุมดูแล
“พรุ่งนี้เขาก็ปล่อยตัวข้ากลับมา เ้าอย่ากังวลนักเลยไปอาบน้ำแล้วกินนมรอข้ากลับมา”
“ท่านไม่ต้องห่วงข้าจะดูแลจวนเป็อย่างดี ส่วนท่านไปนานๆก็ได้ ไม่ต้องห่วงข้า”
เมื่อกล่าวจบตงตงหลัววิ่งเข้าไปในจวนพร้อมกับสั่งคนปิดประตูใหญ่ทันที ‘ดูเอาเถิดมีน้องชายทั้งคนก็มีแต่จะขับไล่ไสส่งเขา เ้าตงตงหลัวเ้าเด็กบ้า’ ชายหนุ่มได้แต่งึมงำ
หลังจากที่กองปราบได้พาตัวท่านโหวไปไต่สวนผู้คนต่างมลายหายไป ทั้งนี้ข่าวลือจวนโหวได้กระพือขึ้นในเย็นวันนั้นการหลบมาอยู่ที่จวนนายอำเภอ เพื่อหาหนทางแก้ไขนับว่าเป็เื่เฉพาะหน้าโดยแท้