"อาชีพไม่เกี่ยว"กายตอบเรียบ ๆ "แค่ชอบสังเกต"
หยางหยางพยักหน้าช้า ๆ ก่อนยื่นบุหรี่ไปตรงหน้าอีกฝ่าย
"งั้นเอาไหม?"
"ไม่"
"ฟรีนะ"
"ผมไม่สูบ"
"อ๋อ..."หยางหยางพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ถึงว่า"
"ถึงว่าอะไร?"
"หล่อแต่เครียด"
"..."
"ชีวิตขาดนิโคติน"
กายถอนหายใจเบา ๆ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า...ถ้ายังปล่อยให้อีกฝ่ายเป็คนคุมจังหวะบทสนทนา วันนี้เขาคงไม่ได้อะไรกลับไปเลยชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว
ความสูงที่ต่างกันกว่าสิบเิเทำให้เงาของเขาทาบลงบนร่างบางทันที
"คุณหยางหยาง"น้ำเสียงของกายเปลี่ยนเป็จริงจัง
"ผมมาที่นี่ เพราะเื่น้องสาวของคุณ"
รอยยิ้มบนใบหน้าหยางหยางค่อย ๆ จางลงเขาเม้มริมฝีปาก ก่อนหันไปมองวิวด้านนอกบุหรี่ในมือถูกคีบค้างไว้นานกว่าปกติ
"...อิงอิงทำไม?"
น้ำเสียงที่เคยเล่น ๆ หายไป เหลือเพียงความเงียบ กายจับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ทันทีและรู้ว่า...ในที่สุด เขาก็เปิดประตูเข้าไปถึงหัวใจของผู้ชายคนนี้ได้เป็ครั้งแรก...
"อิงอิง น้องสาวของนาย... กำลังเข้าไปแทรกแซงชีวิตคู่คนอื่น”
คำพูดทิ่มแทงนั้นจงใจตบหน้าหยางหยางอย่างแรง แต่คนฟังกลับทำเพียงแค่หลับตาลง พ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ แล้วเค้นยิ้ม
"คุณนี่... ท่าทางจะว่างมาก..ถึงขั้นจินตนาการละครน้ำเน่าหลังข่าวเป็ตุเป็ตะได้"
"นี่คุณ! พูดจาให้มันระวังปากหน่อย"
กายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว แผ่รังสีอันตรายคุกคามข่มขวัญอย่างเต็มที่
"ทำไมต้องระวังครับ? ปากผม ผมชะล้างแปรงฟันทุกวัน"
หยางหยางสวนกลับหน้าตาย ท่าทางไม่สะทกสะท้าน
"ฟังนะคุณทนาย ถ้าผู้ชายมันหน้ามืดตามัว อยากจะเปย์เด็กสิบเก้า นั่นมันปัญหาของครอบครัวของเขา ไม่ใช่ปัญหาของผม น้องสาวผมโตแล้ว”
“มีสมอง และผมเชื่อมั่นในตัวเธอมากกว่า จะเชื่อคำพูดของทนายแปลกหน้าที่โผล่มาตอนนี้... “
ความอดทนของกายขาดผึง เขาขยับก้าวประชิดจนแผงอกหนาเกือบเบียดกับหน้าอกของหยางหยาง ร่างสูงใหญ่ก้มลงข่มขวัญ หวังให้อีกฝ่ายยอมสยบ
ทว่า หยางหยางกลับไม่ถอยหนี ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาคมดุตรงๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือน้อยกว่าคืบ
หยางหยางจงใจพ่นควันบุหรี่สีเทาหม่น ใส่หน้าของชนินทรเต็มๆ ควันสีจางลอยฟุ้งกั้นระหว่างสายตาทั้งสองคู่ กลิ่นไหม้ฉุน ทำให้กายต้องหรี่ตาลง
ใช่ว่าหยางหยางจะไม่รู้เื่... แต่เพราะรู้ดีจนแทบคลั่งต่างหาก เขาถึงต้องหันมาพึ่งเหล้า และบุหรี่ในระยะหลังมานี้ เพื่อดับความเครียด
ในความเงียบ ที่มีเพียงเสียงพัดลมเก่า ที่เปิดหมุนดังเอี๊ยดอ๊าด ลอยมาจากในห้อง... ดวงตาเรียวของหยางหยางสั่นระริก
เมื่ออิงอิงอายุครบ 18 ปี เธอก็ขอย้ายออกไปอยู่ หอพักกับเพื่อน เพื่อลดภาระของพี่ชายและใกล้ที่เรียน จนกระทั่งเดือนก่อน อิงอิงได้ไปแคสงาน หวังจะเข้าวงการบันเทิง เพราะหน้าตาสะสวย
แต่ดวงซวย ถูกผู้กำกับหื่นหลอกเข้าห้องพัก หวังจะขืนใจ เด็กสาววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมา จนได้เจอกับ คริส อาเขยของกาย ที่เดินผ่านมาพอดี
คริสเข้าช่วยเหลือและใช้อำนาจผู้บริหารไล่ผู้กำกับออกในทันที แต่เื่กลับบานปลาย เมื่อผู้กำกับสารเลวนั่นแค้นใจ นำเื่ไปปล่อยข่าวซุบซิบ อ้างว่าอิงอิงเป็เด็กของคริส
และยังแล่นไปเป่าหู จิรดา ภรรยาของคริส อาสาวของกาย หาว่าเด็กจัดฉาก เพื่อเกาะสามีเธอ ขณะที่คริสเห็นข่าวหนาหู เขาสงสารอิงอิง ประกอบกับเห็นแววอยากปั้นเป็ดารา จึงยื่นข้อเสนอ จะดูแลเื่เงินโดยทำสัญญาจ้างเป็เด็กฝึก
แต่ทว่าจิรดาที่จิตใจอ่อนไหวปักใจเชื่อข่าวลือ เธอจึงร้องไห้ฟูมฟาย ไม่กินไม่นอน และนำเื่มาฟ้อง กาย หลานชายที่เธอรักเหมือนพี่น้อง...
และนั่นคือเหตุผลที่ทนายฝีมือดี อย่าง ชนินทร มายืนอยู่ตรงนี้
หยางหยางคีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้ว ก่อนเคาะเถ้าบุหรี่ลงกระป๋องกาแฟเก่า ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็ที่เขี่ยบุหรี่ เปาะ...
เถ้าสีเทาร่วงลงไปเงียบ ๆ เขาไม่ได้หันมามองกายทันที สายตายังคงทอดออกไป ยังซอยแคบด้านล่าง ที่ผู้คนเข้าออกไม่ขาดสาย
"คุณไม่คิดจะพาน้องสาวออกมาจากผู้ชายคนนั้น?"
หยางหยางหัวเราะสั้น ๆ แต่เสียงหัวเราะนั้นแห้ง จนแทบไม่มีความขบขัน
"คุณทนาย..."เขาเอียงหน้ามองอีกฝ่าย "คุณมีพี่น้องไหม?"
"...ไม่มี"
"งั้นก็ไม่แปลก"กายขมวดคิ้ว
"หมายความว่าไง"
หยางหยางหันกลับไปมองวิวเดิม "ถ้าคุณมีน้อง...คุณจะรู้ว่า.."
"ต่อให้อายุสิบเก้า ยี่สิบเก้า หรือสี่สิบเก้า สุดท้าย...พี่ก็ยังเป็ห่วงอยู่ดี"
ปลายนิ้วที่คีบบุหรี่กำแน่นขึ้นเล็กน้อย
"แต่ความเป็ห่วง..."เขาหัวเราะในลำคอ
"...มันไม่ได้แปลว่าเรามีสิทธิ์เลือกชีวิตแทนเขา"
กายจ้องคนตรงหน้าไม่วางตาประโยคนั้น...ไม่เหมือนคนที่ปล่อยปละละเลยน้องสาวเลยแม้แต่น้อย
"อิงอิงอธิบายทุกอย่างให้ผมฟังแล้ว"
หยางหยางพูดต่อ "เธอบอกว่า...วันนั้นเธอหนีผู้กำกับโรคจิต"
"แล้วมีคนช่วยไว้"
กายไม่แทรก ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดต่อ
"เธอบอกว่าคนที่ช่วยเธอ..ไม่ได้แตะต้องเธอ ไม่ได้บังคับ ไม่ได้ซื้อเธอ"
"แค่..."หยางหยางถอนหายใจ "...ยื่นมือช่วย"
"แล้วข่าวก็ออกมาแบบที่คุณเห็น"
ลมพัดแรงขึ้นชายหนุ่มหลุบตาลงมองปลายบุหรี่ที่ไหม้ไปเกินครึ่ง
"ผมถามน้องแค่คำเดียว..เต็มใจแบบนั้นไหม?"
"เธอตอบว่า...เต็มใจ"เขายักไหล่เบา ๆ
"งั้นผมก็จบ"
กายหรี่ตา"คุณเชื่อง่ายเกินไป"
หยางหยางหัวเราะ "ผมไม่ได้เชื่อง่าย..แต่ผมเชื่อน้อง"
"..."
"คนทั้งโลกจะโกหกผมก็ได้ แต่น้องสาวผม..."เขาส่ายหน้า
คำพูดนั้นทำให้กายรู้สึกเหมือนมีอะไรสะกิดอยู่ในใจ ั้แ่เข้ามาในห้องผู้ชายคนนี้ไม่มีท่าทีโลภ ไม่อยากได้ผลประโยชน์ หรือแม้แต่เื่เงิน
กายกำลังจะอ้าปากถามต่อ สายตากลับสะดุดเข้ากับรูปถ่ายเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนชั้นวางต้นไม้ข้างประตูระเบียง
ในรูป...เด็กผู้ชายวัยประมาณสิบห้าปียืนโอบไหล่เด็กผู้หญิงตัวเล็กกว่าหลายปีทั้งคู่ยิ้มกว้าง
แม้เสื้อผ้าจะเก่าแต่รอยยิ้มกลับสดใส อย่างน่าประหลาดกรอบรูปถูกเช็ดจนสะอาด ไร้ฝุ่นเหมือนเ้าของหยิบขึ้นมาดูอยู่เสมอ
กายเงยหน้ามองหยางหยางอีกครั้ง ผู้ชายที่เมื่อครู่ยังเล่นมุกไม่หยุดตอนนี้กลับยืนเงียบอยู่กลางสายลม แผ่นหลังที่ดูผ่อนคลายเมื่อครู่ บัดนี้กลับดูโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก
เป็ครั้งแรก...ที่กายเริ่มสงสัย ว่าเื่ที่เขาตั้งสมมุติฐาน อาจไม่ได้มีเพียงด้านเดียว.
.......................