สิ้นสุดทางร้าย : End of the Dark Days

    ทนายปะทะซุปเปอร์แมน (2)

    "อาชีพไม่เกี่ยว"กายตอบเรียบ ๆ "แค่ชอบสังเกต"

    หยางหยางพยักหน้าช้า ๆ ก่อนยื่นบุหรี่ไปตรงหน้าอีกฝ่าย

    "งั้นเอาไหม?"

    "ไม่"

    "ฟรีนะ"

    "ผมไม่สูบ"

    "อ๋อ..."หยางหยางพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ถึงว่า"

    "ถึงว่าอะไร?"

    "หล่อแต่เครียด"

    "..."

    "ชีวิตขาดนิโคติน"

    กายถอนหายใจเบา ๆ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า...ถ้ายังปล่อยให้อีกฝ่ายเป็๞คนคุมจังหวะบทสนทนา วันนี้เขาคงไม่ได้อะไรกลับไปเลยชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว

    ความสูงที่ต่างกันกว่าสิบเ๢๲๻ิเ๬๻๱ทำให้เงาของเขาทาบลงบนร่างบางทันที

    "คุณหยางหยาง"น้ำเสียงของกายเปลี่ยนเป็๞จริงจัง

    "ผมมาที่นี่ เพราะเ๱ื่๵๹น้องสาวของคุณ"

    รอยยิ้มบนใบหน้าหยางหยางค่อย ๆ จางลงเขาเม้มริมฝีปาก ก่อนหันไปมองวิวด้านนอกบุหรี่ในมือถูกคีบค้างไว้นานกว่าปกติ

    "...อิงอิงทำไม?"

    น้ำเสียงที่เคยเล่น ๆ หายไป เหลือเพียงความเงียบ กายจับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ทันทีและรู้ว่า...ในที่สุด เขาก็เปิดประตูเข้าไปถึงหัวใจของผู้ชายคนนี้ได้เป็๞ครั้งแรก...

    "อิงอิง น้องสาวของนาย... กำลังเข้าไปแทรกแซงชีวิตคู่คนอื่น”

    คำพูดทิ่มแทงนั้นจงใจตบหน้าหยางหยางอย่างแรง แต่คนฟังกลับทำเพียงแค่หลับตาลง พ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ แล้วเค้นยิ้ม

    "คุณนี่... ท่าทางจะว่างมาก..ถึงขั้นจินตนาการละครน้ำเน่าหลังข่าวเป็๲ตุเป็๲ตะได้"

    "นี่คุณ! พูดจาให้มันระวังปากหน่อย"

    กายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว แผ่รังสีอันตรายคุกคามข่มขวัญอย่างเต็มที่

    "ทำไมต้องระวังครับ? ปากผม ผมชะล้างแปรงฟันทุกวัน"

    หยางหยางสวนกลับหน้าตาย ท่าทางไม่สะทกสะท้าน

    "ฟังนะคุณทนาย ถ้าผู้ชายมันหน้ามืดตามัว อยากจะเปย์เด็กสิบเก้า นั่นมันปัญหาของครอบครัวของเขา ไม่ใช่ปัญหาของผม น้องสาวผมโตแล้ว”

    “มีสมอง และผมเชื่อมั่นในตัวเธอมากกว่า จะเชื่อคำพูดของทนายแปลกหน้าที่โผล่มาตอนนี้... “

    ความอดทนของกายขาดผึง เขาขยับก้าวประชิดจนแผงอกหนาเกือบเบียดกับหน้าอกของหยางหยาง ร่างสูงใหญ่ก้มลงข่มขวัญ หวังให้อีกฝ่ายยอมสยบ

    ทว่า หยางหยางกลับไม่ถอยหนี ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาคมดุตรงๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือน้อยกว่าคืบ

    หยางหยางจงใจพ่นควันบุหรี่สีเทาหม่น ใส่หน้าของชนินทรเต็มๆ ควันสีจางลอยฟุ้งกั้นระหว่างสายตาทั้งสองคู่ กลิ่นไหม้ฉุน ทำให้กายต้องหรี่ตาลง

    ใช่ว่าหยางหยางจะไม่รู้เ๱ื่๵๹... แต่เพราะรู้ดีจนแทบคลั่งต่างหาก เขาถึงต้องหันมาพึ่งเหล้า และบุหรี่ในระยะหลังมานี้ เพื่อดับความเครียด

    ในความเงียบ ที่มีเพียงเสียงพัดลมเก่า ที่เปิดหมุนดังเอี๊ยดอ๊าด ลอยมาจากในห้อง... ดวงตาเรียวของหยางหยางสั่นระริก

    เมื่ออิงอิงอายุครบ 18 ปี เธอก็ขอย้ายออกไปอยู่ หอพักกับเพื่อน เพื่อลดภาระของพี่ชายและใกล้ที่เรียน จนกระทั่งเดือนก่อน อิงอิงได้ไปแคสงาน หวังจะเข้าวงการบันเทิง เพราะหน้าตาสะสวย

    แต่ดวงซวย ถูกผู้กำกับหื่นหลอกเข้าห้องพัก หวังจะขืนใจ เด็กสาววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมา จนได้เจอกับ คริส อาเขยของกาย ที่เดินผ่านมาพอดี

    คริสเข้าช่วยเหลือและใช้อำนาจผู้บริหารไล่ผู้กำกับออกในทันที แต่เ๱ื่๵๹กลับบานปลาย เมื่อผู้กำกับสารเลวนั่นแค้นใจ นำเ๱ื่๵๹ไปปล่อยข่าวซุบซิบ อ้างว่าอิงอิงเป็๲เด็กของคริส

    และยังแล่นไปเป่าหู จิรดา ภรรยาของคริส อาสาวของกาย หาว่าเด็กจัดฉาก เพื่อเกาะสามีเธอ ขณะที่คริสเห็นข่าวหนาหู เขาสงสารอิงอิง ประกอบกับเห็นแววอยากปั้นเป็๞ดารา จึงยื่นข้อเสนอ จะดูแลเ๹ื่๪๫เงินโดยทำสัญญาจ้างเป็๞เด็กฝึก

    แต่ทว่าจิรดาที่จิตใจอ่อนไหวปักใจเชื่อข่าวลือ เธอจึงร้องไห้ฟูมฟาย ไม่กินไม่นอน และนำเ๱ื่๵๹มาฟ้อง กาย หลานชายที่เธอรักเหมือนพี่น้อง...

    และนั่นคือเหตุผลที่ทนายฝีมือดี อย่าง ชนินทร มายืนอยู่ตรงนี้

    หยางหยางคีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้ว ก่อนเคาะเถ้าบุหรี่ลงกระป๋องกาแฟเก่า ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็๲ที่เขี่ยบุหรี่ เปาะ...

    เถ้าสีเทาร่วงลงไปเงียบ ๆ เขาไม่ได้หันมามองกายทันที สายตายังคงทอดออกไป ยังซอยแคบด้านล่าง ที่ผู้คนเข้าออกไม่ขาดสาย

    "คุณไม่คิดจะพาน้องสาวออกมาจากผู้ชายคนนั้น?"

    หยางหยางหัวเราะสั้น ๆ แต่เสียงหัวเราะนั้นแห้ง จนแทบไม่มีความขบขัน

    "คุณทนาย..."เขาเอียงหน้ามองอีกฝ่าย "คุณมีพี่น้องไหม?"

    "...ไม่มี"

    "งั้นก็ไม่แปลก"กายขมวดคิ้ว

    "หมายความว่าไง"

    หยางหยางหันกลับไปมองวิวเดิม "ถ้าคุณมีน้อง...คุณจะรู้ว่า.."

    "ต่อให้อายุสิบเก้า ยี่สิบเก้า หรือสี่สิบเก้า สุดท้าย...พี่ก็ยังเป็๞ห่วงอยู่ดี"

    ปลายนิ้วที่คีบบุหรี่กำแน่นขึ้นเล็กน้อย

    "แต่ความเป็๞ห่วง..."เขาหัวเราะในลำคอ

    "...มันไม่ได้แปลว่าเรามีสิทธิ์เลือกชีวิตแทนเขา"

    กายจ้องคนตรงหน้าไม่วางตาประโยคนั้น...ไม่เหมือนคนที่ปล่อยปละละเลยน้องสาวเลยแม้แต่น้อย

    "อิงอิงอธิบายทุกอย่างให้ผมฟังแล้ว"

    หยางหยางพูดต่อ "เธอบอกว่า...วันนั้นเธอหนีผู้กำกับโรคจิต"

    "แล้วมีคนช่วยไว้"

    กายไม่แทรก ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดต่อ

    "เธอบอกว่าคนที่ช่วยเธอ..ไม่ได้แตะต้องเธอ ไม่ได้บังคับ ไม่ได้ซื้อเธอ"

    "แค่..."หยางหยางถอนหายใจ "...ยื่นมือช่วย"

    "แล้วข่าวก็ออกมาแบบที่คุณเห็น"

    ลมพัดแรงขึ้นชายหนุ่มหลุบตาลงมองปลายบุหรี่ที่ไหม้ไปเกินครึ่ง

    "ผมถามน้องแค่คำเดียว..เต็มใจแบบนั้นไหม?"

    "เธอตอบว่า...เต็มใจ"เขายักไหล่เบา ๆ

    "งั้นผมก็จบ"

    กายหรี่ตา"คุณเชื่อง่ายเกินไป"

    หยางหยางหัวเราะ "ผมไม่ได้เชื่อง่าย..แต่ผมเชื่อน้อง"

    "..."

    "คนทั้งโลกจะโกหกผมก็ได้ แต่น้องสาวผม..."เขาส่ายหน้า

    คำพูดนั้นทำให้กายรู้สึกเหมือนมีอะไรสะกิดอยู่ในใจ ๻ั้๫แ๻่เข้ามาในห้องผู้ชายคนนี้ไม่มีท่าทีโลภ ไม่อยากได้ผลประโยชน์ หรือแม้แต่เ๹ื่๪๫เงิน

    กายกำลังจะอ้าปากถามต่อ สายตากลับสะดุดเข้ากับรูปถ่ายเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนชั้นวางต้นไม้ข้างประตูระเบียง

    ในรูป...เด็กผู้ชายวัยประมาณสิบห้าปียืนโอบไหล่เด็กผู้หญิงตัวเล็กกว่าหลายปีทั้งคู่ยิ้มกว้าง

    แม้เสื้อผ้าจะเก่าแต่รอยยิ้มกลับสดใส อย่างน่าประหลาดกรอบรูปถูกเช็ดจนสะอาด ไร้ฝุ่นเหมือนเ๽้าของหยิบขึ้นมาดูอยู่เสมอ

    กายเงยหน้ามองหยางหยางอีกครั้ง ผู้ชายที่เมื่อครู่ยังเล่นมุกไม่หยุดตอนนี้กลับยืนเงียบอยู่กลางสายลม แผ่นหลังที่ดูผ่อนคลายเมื่อครู่ บัดนี้กลับดูโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก

    เป็๲ครั้งแรก...ที่กายเริ่มสงสัย ว่าเ๱ื่๵๹ที่เขาตั้งสมมุติฐาน อาจไม่ได้มีเพียงด้านเดียว.

    .......................