“พี่ชาย ทั้งหมดนี่พี่ลุยคนเดียวเลยเหรอ?”
ซูเสี่ยวเฉียวเอ่ยถามหลังมองไปรอบ ๆ นอกจากชายในชุดเกราะทองตรงหน้า เขาก็ไม่เห็นคนอื่นอีกแล้ว
เท่าที่ดู เืบนตัวตั๊กแตนสลาตันยังทันไม่แห้ง แสดงว่าพวกมันเพิ่งตายได้ไม่นาน สำหรับซูเสี่ยวเฉียวแล้ว นี่ยากจะทำใจเชื่อได้จริง ๆ ว่าตั๊กแตนสลาตันกองเท่าูเาขนาดนี้จะถูกฆ่าตายด้วยฝีมือคนคนเดียวในเวลาสั้น ๆ
ถึงตั๊กแตนสลาตันจะเป็แค่สัตว์อสูรระดับโบราณ แต่ด้วยขาคู่หน้าที่ทรงพลังบวกกับการเคลื่อนที่ที่เร็วจนมองไม่ทัน แม้แต่คนที่สะสมจีโนพอยต์โบราณจนเต็มพิกัดแล้วก็ยังส่ายหน้าถ้ามีใครมาขอให้ออกล่าพวกมัน
เพราะไม่ว่าอย่างไร มนุษย์ก็เป็สิ่งมีชีวิตที่มีหนังกับเนื้อหุ้มกระดูก ร่างกายของคนมีจุดอ่อนมากมาย หนังไม่ได้เหนียว ไม่ได้มีเปลือกแข็ง ๆ หุ้มหรือมีร่างกายแข็งแกร่งอย่างสัตว์อสูร และที่สำคัญ ความเร็วของประสาทััยังไม่เฉียบคมเท่าครึ่งหนึ่งของตั๊กแตนสลาตันเลยด้วยซ้ำ หากต้องเผชิญหน้ากับมันตรง ๆ พลาดแค่เสี้ยววิฯ ก็อาจถูกแมลงอสูรตัวเขียวจู่โจมจนเจ็บหนักหรือถึงตายได้
ประเมินด้วยสายตาอย่างคร่าว ๆ ตั๊กแตนสลาตันที่ถูกฆ่ามีจำนวนอย่างน้อยก็สามสิบถึงสี่สิบตัว ฆ่าตั๊กแตนสลาตันได้มากมายขนาดนี้ ต่อให้เป็ฉินเซวียนก็ยังต้องพาผู้ช่วยฝีมือดีมาด้วยหลายคน …เื่มหัศจรรย์แบบนี้พูดไปใครจะเชื่อ ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ซูเสี่ยวเฉียวเองก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด! …และถ้าเขาเดินไปบอกใครในฐานพักพิงว่ามีคนฆ่าตั๊กแตนสลาตันสี่สิบตัวในเวลาสั้น ๆ ด้วยตัวคนเดียว คนคนนั้นก็คงไม่พ้นหาว่าเขาไข้ขึ้นแล้วเพ้อแน่นอน!
“อยากได้ไหมล่ะ? ฉันขายตัวละพันเหรียญ”
ในตอนนั้น หานเซินกำลังหนักใจกับซากตั๊กแตนพวกนี้อยู่พอดี เขาล่าพวกมันอย่างเมามันจนลืมคิดไปเลยว่าจะจัดการกับซากที่เหลืออย่างไร ถ้าจะกินเพื่อเพิ่มจีโนพอยต์ เขาก็้าเนื้อของมันแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น หรือถ้าจะขนออกไปขาย…ขนาดตัวที่ใหญ่บวกกับจำนวนที่มากก็เป็อุปสรรคน่าปวดหัว
“ตัวละพันเหรียญ! …ล้อเล่นใช่ไหม?”
ซูเสี่ยวเฉียวประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดของหานเซิน ถึงแม้หลายคนจะล่าสัตว์อสูรระดับโบราณได้ก็จริง แต่ความ้าในตลาดก็ยังสูงอยู่เพราะคนหน้าใหม่ที่เข้ามาในก็อดแซงก์ทัวรีแต่ละวันมีนับไม่ถ้วน ยิ่งเป็เนื้อตั๊กแตนสลาตันที่ไม่ค่อยมีใครได้กินก็ยิ่งมีราคาสูงกว่าปกติ
อย่าลืมว่ามีคนรวยจำนวนไม่น้อยยินดีจ่ายไม่อั้นซื้อเนื้อสัตว์อสูรที่ตัวเองไม่เคยกินเพื่อหวังเติมจีโนพอยต์ให้ได้มาก ๆ เพราะการได้รับจีโนพอยต์มีขีดจำกัดของมันอยู่ หากกินเนื้อสัตว์อสูรชนิดเดียวซ้ำ ๆ จีโนพอยต์ที่ได้รับจะน้อยลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็จะไม่ได้อะไรจากการกินเนื้อสัตว์อสูรชนิดนั้นเลย หรือสรุปให้ง่าย การจะวิวัฒนาการให้ได้ มนุษย์ต้องกินสัตว์อสูรหลากหลายชนิด
ถ้าให้ซูเสี่ยวเฉียวตีราคา เนื้อระดับโบราณหายากอย่างตั๊กแตนสลาตันน่าจะมีราคาตัวละสามพันเหรียญเป็อย่างต่ำ ซึ่งถ้าเขาสามารถขนมันกลับไปทั้งหมดได้ ก็เท่ากับทำกำไรได้ถึงสองร้อยเปอร์เซ็นต์
“ใช่ ฉันขายตัวละพัน จะเอาไหมล่ะ?” หานเซินพยักหน้ายืนยัน
ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้มูลค่าของตั๊กแตนสลาตัน แต่ซากของตั๊กแตนที่มากมายขนาดนี้ ถ้าเขาไม่มีผู้ช่วยหรืออุปกรณ์ในการขนย้ายก็ไม่รู้ว่าเขาต้องขนมันกี่รอบถึงจะหมด หรือถ้าค่อย ๆ ขนทีละน้อย ในระหว่างที่กำลังขนส่วนหนึ่งก็จำเป็ต้องทิ้งส่วนที่เหลือไว้ ซึ่งก็อาจถูกคนอื่นขโมยไปฟรี ๆ ได้ ที่สำคัญ หานเซินไม่อยากเสียพลังงานและเวลาไปกับเื่นี้ให้มาก เพราะยังมีเื่เงินสองล้านที่เขาต้องรีบจัดการอีก
“เอาสิ เอา ผมเหมาหมดเลย หมดนี่พี่คิดเท่าไหร่?”
ซูเสี่ยวเฉียวตกลงทันที สำหรับเขา ซากตั๊กแตนสลาตันพวกนี้ไม่ได้มีคุณค่าแค่เื่เงิน เื่ทำกำไรน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ความหายากของมันต่างหากที่มีมูลค่าสูงกว่า เนื้อหายากแบบนี้เขาสามารถเอาไปเป็ของขวัญให้คนอื่นได้ ไม่ว่าใคร ถ้าจีโนพอยต์โบราณยังไม่เต็มก็คงไม่มีทางปฏิเสธมันแน่ …นี่คือใบเบิกทางสำหรับคอนเน็กชัน
“ทั้งหมดสี่สิบสามตัว ตัวละพัน ฉันลดให้ ขอเลขกลม ๆ แค่สี่หมื่นพอ”
อันที่จริงหานเซินแค่ลองเชิงบอกราคาไปก่อนเท่านั้น กับเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบ สี่หมื่นเหรียญไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลย แต่นึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มที่ดูธรรมดา ๆ ตรงหน้าพอฟังปุ๊บก็ควักกระเป๋าสตางค์ดึงธนบัตรใบละหนึ่งหมื่นเหรียญออกมานับอย่างไม่สะทกสะท้าน
“สี่สิบสามตัวนี่ผมให้พี่ห้าหมื่นเลย แล้วผมฝากไว้ที่พี่อีกห้าหมื่น ถ้าล่าได้อีกเมื่อไหร่ พี่ค่อยเอามาให้ผมเพิ่ม วันหลังถ้าพี่ล่าอสูรหายากได้ให้นึกถึงผมก่อนเลยนะ ยิ่งถ้าเป็อสูรกลายพันธุ์ผมจะจ่ายให้สูง ๆ เลย”
เงินหนึ่งแสนเหรียญไม่ได้มากมายอะไรสำหรับซูเสี่ยวเฉียว ค่าอาหารบางมื้อของเขายังสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ พี่ชายชุดเกราะทองตรงหน้าสามารถล่าตั๊กแตนสลาตัน สัตว์อสูรระดับโบราณด้วยตัวคนเดียวได้เกือบครึ่งร้อย! แสดงว่าคงแข็งแกร่งไม่ใช่เล่น ซึ่งก็หมายความว่าคนคนนี้มีแนวโน้มสูงว่าจะล่าอสูรกลายพันธุ์ได้! …ขอแค่มีเนื้ออสูรกลายพันธุ์ให้ซื้อ จะตัวละสองแสนเขาก็ยอมจ่าย และจะจ่ายทันทีแบบไม่ต่อรองเลย!
“ไม่นึกว่านายจะรวยขนาดนี้” เด็กหนุ่มที่กำลังร้อนเงินมองเด็กหนุ่มอีกคนที่เป็ลูกค้าหมาด ๆ ด้วยความประหลาดใจ ปากพูดไปมือก็รีบรับปึกเงินแสนมานับอย่างรวดเร็ว
“บอกตามตรง ข้อดีข้อเดียวที่ผมมีตอนนี้ก็คือเงินนี่แหละ พี่ชาย อย่าลืมเื่เนื้ออสูรกลายพันธุ์นะ ผมเหมาหมดเลย ราคาเท่าไหร่ไม่เกี่ยง”
ซูเสี่ยวเฉียวรีบย้ำอีกครั้ง เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะปล่อยผ่านเื่นี้ไป
“ได้ นายชื่ออะไร ขอที่อยู่หน่อยสิ ไว้ถ้าฉันล่าอะไรดี ๆ ได้ฉันจะไปหานาย”
หานเซินตอบรับ การพบเจอคนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกเหมือนได้โชคเพิ่ม ซื้อทั้งหมด ไม่ต่อราคา แถมยังให้สัญญาว่าจะรับซื้อไม่อั้น อีกทั้งยังอยากรับซื้ออสูรกลายพันธุ์ ถือเป็ลูกค้าในอุดมคติของเขาเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากนี้เขากำลังวางแผนจะใช้คริสตัลสีดำสร้างอสูรกลายพันธุ์อยู่พอดี ไม่ว่าอย่างไร เื่คริสตัลสีดำก็ต้องเก็บไว้เป็ความลับ การมีโอกาสได้ขายให้ลูกค้าตัวต่อตัวจึงมีผลดีกว่าการที่เขาจะไปนั่งขายตามตลาดต่อหน้าคนเยอะ ๆ หรือโพสต์ขายตามสื่อต่าง ๆ ที่คนเห็นทั่วกาแล็กซีอยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้น ลูกค้าคนนี้ของเขาดูรวยมากด้วย ฉะนั้นเื่ราคาคงไม่เป็ปัญหา
“ผมชื่อซูเสี่ยวเฉียว อยู่ที่นี่ผมใช้ชื่อจริง ผมพักอยู่ที่ฐานพักพิงเกราะเหล็กห้องหนึ่งศูนย์สี่หก แล้วพี่ล่ะชื่ออะไร พักอยู่ที่ไหน?”
ซูเสี่ยวเฉียวถามด้วยรอยยิ้ม
“เหรียญทองคือสิ่งเดียวที่ฉันให้ความสำคัญ เตรียมเงินไว้ให้พร้อม ถ้ามีเนื้ออสูรกลายพันธุ์เมื่อไหร่ ฉันจะไปหานายที่ห้องหนึ่งศูนย์สี่หก”
หนุ่มเกราะทองทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น มือใหญ่ยัดแบงก์หมื่นเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะโบกมือลาลูกค้ากระเป๋าหนักแล้วเดินออกจากหุบเขาสลาตันทันทีโดยไม่หันกลับมามอง
หานเซินเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อของเขาแล้ว เขาไม่อยากทำตัวโดดเด่นหรือติดต่อกับใครมากมาย สิ่งที่เขา้ามีเพียงการพยุงฐานะทางบ้าน ให้แม่และน้องได้อยู่อย่างสบายเท่านั้น
ซูเสี่ยวเฉียวมองตาค้าง ความเท่ของเกราะทองสะท้อนเข้าตา
“พี่เหรียญทอง ผมจะรอนะ! พี่ต้องมาหาผมนะ อย่าลืมนะ กับผม เงินไม่ใช่ปัญหา…” เด็กหนุ่มลูกเศรษฐีโบกมือลาพร้ะโกนไล่หลังชายในชุดเกราะสีทองสุดเท่คนนั้น
หลังคนในชุดเกราะสะท้อนแดดลับตาไปแล้ว ซูเสี่ยวเฉียวก็หมุนตัวกลับมา และเพิ่งจะรู้ตัวในนาทีนี้เอง
‘เอ่อ ลืมไปเลยว่าเรามาตัวคนเดียว ของก็อยู่ฐานพักพิงหมด แล้วจะขนพวกมันกลับไปยังไงล่ะเนี่ย?’
เด็กหนุ่มยืนอึ้งอยู่สักพัก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจตัดชิ้นส่วนบางส่วนของตั๊กแตนสลาตันใส่กระเป๋าเป้ไป เขาจะลองขอให้คนที่พอรู้จักที่ฐานพักพิงเกราะเหล็กมาช่วยกันขนซากที่เหลือ
โชคดีที่ปกติแล้วไม่ค่อยมีใครกล้าเขามาในหุบเขาสลาตัน ดังนั้นตอนที่ซูเสี่ยวเฉียวกลับมาอีกครั้ง ซากของตั๊กแตนก็ยังคงกองสุมอยู่ที่เดิมและเหมือนเดิม
“เสี่ยวเฉียว นี่นายพูดจริงเหรอ ทั้งหมดนี่พี่เหรียญทองอะไรนั่นฆ่าคนเดียวหมดเลยเหรอ?” หนุ่มคนหนึ่งที่มากับซูเสี่ยวเฉียวทำหน้าอึ้ง ๆ พร้อมมองกองซากตั๊กแตนสลาตันตาค้าง
“ฉันจะโกหกนายทำไม? ฉันไม่ได้เห็นตอนเขาลงมือก็จริง แต่ตอนนั้นนอกจากเขาก็ไม่มีใครอยู่ในหุบเขานี้แล้ว อีกอย่าง ตอนฉันเจอ ตั๊กแตนพวกนี้ก็เพิ่งตายไม่นาน ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็ฝีมือใครได้อีก” ซูเสี่ยวเฉียวยืนกราน
“ฉันว่าต้องมีกลุ่มไหนสักกลุ่มมาล่าตั๊กแตนสลาตันมากกว่า คนอื่น ๆ พอล่าเสร็จก็กลับกันไปหมด ทิ้งเขาไว้จัดการกับซากพวกนี้คนเดียว ตั๊กแตนสลาตันเชียวนะ! ไม่มีทางหรอกที่จะฆ่าหมดนี่คนเดียวได้ เขาต้มนายแล้วเพื่อน”
“ใช่เสี่ยวเฉียว นายโดนต้มแล้วละ”
เป็อย่างที่คิด ในบรรดาคนที่มากับซูเสี่ยวเฉียว ไม่มีใครเชื่อเื่ที่เขาเล่าแม้แต่คนเดียว ดีที่ยังมีซากพวกนี้เป็หลักฐาน ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนหาว่าเขาเพ้อเพราะพิษไข้จริง ๆ แน่
.
.
.