ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งเดือนจวนตระกูลกู้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง
คุณหนูที่อวดดีที่สุดในจวนอัครมหาเสนาบดีตายแล้ว อี๋เหนียงที่อัครมหาเสนาบดีโปรดปรานที่สุดเสียสติแล้วแม้แต่หลินซื่อที่คุมจวนส่วนหลังยังสูญเสียตำแหน่งนายหญิงใหญ่ไปหลินซื่อรับการเคี่ยวกรำเช่นนี้ไม่ไหว จึงใช้ผ้าขาวจบชีวิตตนในคืนนั้นสตรีที่มีอำนาจมีหน้ามีตาที่สุดในจวนส่วนหลังตระกูลกู้สาบสูญจางหายไปเช่นนี้
ฤดูหนาวเลยผ่านไปอย่างเงียบเชียบพริบตาเดียวหนึ่งเดือนผ่านพ้นไป ตะวันวสันต์แตกหน่อต้นหลิวริมทะเลสาบเริ่มงอกเงยกิ่งก้านใหม่
เสิ่นชิวเหนียงมือคล้องตะกร้า ย่ำเดินอยู่บนพื้นสีเขียวเลาะเดินไปตามทางเดิน่หนึ่ง หมุนกายเข้าไปในเรือนแห่งหนึ่ง
บนเตียงไผ่ในเรือน แม่นางอายุเยาว์นอนอยู่บนนั้น ผมดกดำสยายร่วงตก ใบหน้าเรียวขนาดเท่าฝ่ามือขาวนวลดุจหยก งดงามดั่งไข่มุกในค่ำคืนมืดมิด เฝ้ามองคนคนหนึ่งมาเกือบเต็มหนึ่งเดือนกว่าๆเดิมทีควรดูจนคุ้นชิน แต่เมื่อเข้าเรือนมาเสิ่นชิวเหนียงกลับยังนิ่งงันไปนางััได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปหญิงสาวคล้ายหยกก้อนหนึ่ง ถูกห้วงเวลาเจียระไน แต่ละวันแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเปล่งประกายสดใสขึ้นในทุกๆ วัน
“คุณหนู ห่มผ้าสักหน่อยเถิด ประเดี๋ยวจะหนาวเอานะเจ้าคะ” เสิ่นชิวเหนียงหยิบผ้าผืนหนึ่งออกจากในห้อง ห่มลงบนตัวนางกู้สุ่ยเย่ว์หรี่ตา
ร่างกายนางดีขึ้นมาก วิชายุทธ์ก็ฝึกได้หนึ่งขั้นแล้ว ไม่กลัวความหนาวพวกนี้ แต่เมื่อเห็นความเป็นห่วงในแววตาเสิ่นชิวเหนียงนางก็ยังรับผ้าผืนนั้นไว้ “ขอบคุณชิวมามา” “คุณหนู ท่านเอ่ยอะไรกัน ชีวิตข้าตอนนี้เป็นคุณหนูที่ให้มา หากไม่ได้คุณหนู ข้าคงยังใช้ชีวิตทุกข์ยากอยู่เช่นนั้นชั่วชีวิตนี้ไม่อาจพบจิ่งฝานแล้ว...”เสิ่นชิวเหนียงพูดแล้วขอบตาก็แดงก่ำ
ปัจจุบันนางรั้งอยู่ที่จวนตระกูลกู้ได้ ได้พบจิ่งฝานบ่อยๆเรื่องนี้สำหรับนางเหมือนฝันไปชัดๆแม้พวกนางจะไม่สามารถปฏิบัติตัวเหมือนแม่ลูกทั่วไปเช่นนั้นแต่สำหรับเสิ่นชิวเหนียงก็ถือว่าเพียงพอมากแล้ว คุณหนูเป็นผู้มีพระคุณใหญ่หลวงต่อนาง นางแทบอยากจะยกอีกฝ่ายขึ้นหิ้งบูชา“คุณหนู ห่างจากวันแต่งงานท่านอีกเพียงแค่ครึ่งเดือน”เสิ่นชิวเหนียงเอ่ย ใบหน้าเป็กังวลเห็นได้ชัด“อวิ๋นอ๋องผู้นี้คงไม่ใช่คู่ครองที่ดีนัก”
ไม่ใช่คู่ครองที่ดีอยู่แล้ว
คนที่ทำการแลกเปลี่ยนกับหลี่เย่จิ่นและกู้เทียนชิงถือเป็นคู่ครองที่ดีอันใดได้ กู้สุ่ยเย่ว์ยังจำความแค้นชาติที่แล้วได้ทว่าที่นางแต่งให้อวิ๋นอ๋อง ก็ไม่ได้เพราะต้องการคู่ครองที่ดีอันใดแค่อยากหาโอกาสแก้แค้นเท่านั้นกงซุนอี้มีนิสัยเช่นไร เรือนหลังเป็เช่นไรไม่ใช่สิ่งที่นางสนใจ ที่นาง้าก็เป็แค่การหาโอกาสทำลายกงซุนอี้ทำลายจวนอวิ๋นอ๋อง
“ชิวมามา ท่านไม่ต้องกังวลข้าเข้าจวนอวิ๋นอ๋องเพราะอยากได้บางสิ่งที่ข้าอยากได้เท่านั้น”
เสิ่นชิวเหนียงมองคุณหนู เห็นประกายวูบไหวในแววตานางรู้สึกหนาวยะเยือกแปลกๆ คนตรงหน้าเหมือนพกพาพลังลึกล้ำสุดหยั่งนางมักทำให้คนมองไม่ออก สตรีเช่นนี้ แต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋อง บางทีอาจไม่ได้ถือเป็นการเสียเปรียบอันใด เสิ่นชิวเหนียงรู้สึกว่าตนคิดมากไปเองจริงๆแขนเสื้อแดงพรมน้ำหอม ควันสีเทาคลุ้งโชย กลิ่นหอมสดชื่นบางๆฟุ้งโชยอยู่ในห้อง หลังฉากกั้นลายทิวทัศน์ มีคนสองคน คนหนึ่งเอน คนหนึ่งนั่ง
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เอนกายอยู่ ใบหน้าผ่อนคลายแต้มรอยยิ้มบางๆมองลูกชายตน แต่หากมองดูดีๆ แล้วก็จะค้นพบว่าในแววตาไร้ความยินดีแม้เพียงนิด กู้เชียนนั่งอยู่บนเก้าอี้สีแดง จิตใจกลัดกลุ้ม เดิมทีเขามีมาดของชาวบุ๋น วางกิริยาสุภาพมากมารยาท ทว่าตอนนี้กลับจิตใจว้าวุ่นอยู่ไม่สุขใบหน้ามีความชิงชัง หน้าที่ยังนับว่าคมคายหล่อเหลาดูบิดเบี้ยวอยู่บ้างทำให้คนที่เห็นรู้สึกไม่ดี“ท่านแม่อีกไม่กี่วันก็จะเป็วันแต่งงานของกู้สุ่ยเย่ว์แล้ว”
นี่เป็สาเหตุที่ทำให้เขากังวล
หลินซื่อตายแล้ว เขาที่มีฐานะเป็นายใหญ่จวนตระกูลกู้รู้รายละเอียดปลีกย่อยในนี้ดี หลินซื่อพลาดพลั้งต่อกู้สุ่ยเย่ว์ถึงได้ตายหลินซื่อไม่มีประโยชน์ให้ใช้สอยแล้วกู้เชียนไม่ได้รู้สึกเสียดายหรือเ็ปเพราะการตายของหลินซื่อที่เขากลัวคือกู้สุ่ยเย่ว์ ในสายตากู้เชียนหลินซื่อเป็สตรีที่ฉลาดที่สุดที่เขาเคยพบแม้แต่หลินซื่อยังพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือกู้สุ่ยเย่ว์...ด้วยเหตุนี้จึงเห็นได้ชัดถึงความน่ากลัวของนาง
พร้อมกันกับวันแต่งงานที่เข้ามาใกล้ไม่ว่าช้าเร็วกู้สุ่ยเย่ว์จะต้องออกไปจากตระกูลกู้ แต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋องจวนอวิ๋นอ๋องตอนนี้กำลังรุ่งโรจน์ ต่อให้อวิ๋นอ๋องจะมีผลงานเหนือฮ่องเต้สร้างความไม่พอใจให้ท่านผู้นั้นนานแล้วแต่หากอวิ๋นอ๋องคิดจัดการจวนตระกูลกู้ก็ยังเป็นเรื่องง่ายดายนัก กู้เชียนเป็นขุนนางบุ๋น กู้จิ่งฝานยังไม่ได้เข้าสู่ราชสำนักรากฐานตื้นเขิน จวนตระกูลกู้เวลานี้กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอันน่าหวาดหวั่น“กู้สุ่ยเย่ว์ไม่อาจเก็บไว้ได้”ในตากู้เชียนปรากฏไอสังหารสายหนึ่ง
จู่ๆ ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ยิ้มออกมานางสวดมนต์ไหว้พระมาแต่ไหนแต่ไร บนตัวเจือกลิ่นกำยานยิ้มแล้วราวกับพระพุทธรูปองค์หนึ่งก็ไม่ปาน
“ท่านแม่ ท่านยิ้มอะไรหรือ” กู้เชียนถามขึ้นอย่างสงสัย
“ลูกข้า ข้ากำลังยิ้มที่เ้ากังวลเกินเหตุ”
“เหตุใดถึงเอ่ยเช่นนี้”
“ชื่อเสียงหญิงสติไม่ดีของกู้สุ่ยเย่ว์ลือออกไปนานแล้วหากพูดไม่น่าฟังหน่อย ฝ่าบาทประทานสมรสหญิงสติไม่ดีให้อวิ๋นอ๋อง เดิมทีมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่แล้ว อวิ๋นอ๋องจนปัญญา ไม่อาจไม่แต่งนางรอแต่งเข้าจวนไปแล้ว จะปฏิบัติกับนางดีๆ ได้รึ” “เจ้ารู้สภาพการณ์ในจวนอวิ๋นอ๋องหรือไม่ตัวอวิ๋นอ๋องเองมีนิสัยโหดเหี้ยมหยิ่งทระนง อารมณ์แปรปรวนสตรีเรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋องตายกะทันหันอย่างไร้สาเหตุบ่อยๆในเรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋องน้ำขุ่นยิ่งกว่าจวนตระกูลกู้เสียอีก เรือนหลังของอวิ๋นอ๋องมีคนมาก ชายารองสองนาง หนึ่งคือเมิ่งซื่อเมิ่งซื่อเป็นหลานสาวฮูหยินผู้เฒ่ากงซุน ตอนนี้ควบคุมดูแลเรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋อง ยังมีอีกคนคืออาสื่อน่าซื่อ อาสื่อน่าซื่อเป็นหญิงชาวทูเจวี๋ย นิสัยเปิดกว้างกว่าหญิงชาวจงหยวนมาก นิสัยใจกล้าได้รับความโปรดปรานจากอวิ๋นอ๋อง ไม่ว่าเมิ่งซื่อหรือว่าอาสื่อน่าซื่อ เมื่อเทียบกับหลินเย่หรูและหม่าเชี่ยนเหนียงแล้วไม่รู้ว่าร้ายกาจกว่าอีกเท่าไร”ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เอ่ยเล่าออกมารวดเดียว “เจ้าคิดว่ากู้สุ่ยเย่ว์แต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋อง จะสามารถนั่งในตำแหน่งชายาอวิ๋นอ๋องได้อย่างมั่นคงรึ”ฮูหยินผู้เฒ่าพูดรายละเอียดพวกนี้ทีละข้อๆกู้เชียนก็พลันกระจ่างแจ้ง
หากกู้สุ่ยเย่ว์อยากจะใช้จวนอวิ๋นอ๋องจัดการจวนตระกูลกู้ อันดับแรก นางต้องได้รับความโปรดปรานจากอวิ๋นอ๋องอันดับสอง นางต้องมีค่าพอให้อวิ๋นอ๋องคิดว่าจัดการจวนตระกูลกู้ให้นางได้
แต่กระนั้นสภาพการณ์ปัจจุบันคือกู้สุ่ยเย่ว์แต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋องไปแล้วก้าวแรกยากจะเดินแม้แต่การจะนั่งตำแหน่งชายาอวิ๋นอ๋องให้ได้มั่นคงก็ยังสุ่มเสี่ยง เรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋องซับซ้อนกว่าตระกูลกู้มาก เบี้ยหมากในนั้นหยั่งรากโยงใย เกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย ยังมีอิทธิพลของฝ่ายต่างๆกู้สุ่ยเย่ว์จะมีชีวิตรอดอยู่ในนั้นได้นานเท่าไรยังเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้หลังฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยปลอบความร้อนรุ่มในใจกู้เชียนก็จางหายไปจนสิ้น
“ท่านแม่ จวนตระกูลกู้เรากับจวนอวิ๋นอ๋องเกี่ยวดองกันงานแต่งนี้ต้องจัดให้ใหญ่โต” กู้เชียนเอ่ยอย่างสุภาพนอบน้อม
เป็เพราะเื่นี้ ครึ่งเดือนต่อมาวันเวลาของกู้สุ่ยเย่ว์ผ่านพ้นมาอย่างสุขสงบนัก
เวลาครึ่งเดือนผ่านไปรวดเร็ว
ตำหนักเทียนเฉิน
ท้องพระโรงเหลืองอร่ามวิจิตรโอ่โถง เสามังกรสลักค้ำตั้งสูงตระหง่าน ประกายสีทองพราวระยับทั่วแห่งหน ความน่าเกรงขามดุดันแผ่ขยายถ้วนทั่ว “ฝ่าบาท พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของอวิ๋นอ๋องแล้ว”สตรีสาวเรือนร่างเย้ายวนอิงแอบอยู่ใต้บาทฮ่องเต้ ทำตัวอ่อนนุ่มดุจไร้กระดูกแนบชิดขาเขา กำมือนุ่มทุบนวดให้ฮ่องเต้แผ่วเบาขนคิ้วขนตาดุจดั่งเส้นไหมรูปลักษณ์ฮ่องเต้ซั่วอวิ๋นประมาณสามสิบห้าสามสิบหกได้อยู่ในวัยฉกรรจ์ ร่างกายแข็งแรง บารมีไม่ธรรมดา เขาเกิดมาหน้าตาขึงขังองอาจองคาพยพทั้งห้าคมเข้มเด่นชัด ริมฝีปากปิดสนิท แผ่บารมีน่าเกรงขาม
ได้ยินวาจาสนมรัก ฮ่องเต้พลันลืมตาในแววตาแฝงแววพยาบาทชิงชังสายหนึ่ง ตอนที่ลืมตาใบหน้าหล่อเหลายังเพิ่มความดุดันหลายส่วน ทำให้คนไม่กล้าสบตาด้วย
มุมปากเขาเหยียดยิ้มช้าๆ “อืมข้าเกือบลืมไปแล้วว่าวันพรุ่งเป็วันงานของขุนนางรักกงซุน”
“ฝ่าามีราชกิจมากมาย ลืมก็ไม่แปลกหรอกเพคะ”เสียงสตรีหวานหยดเอ่ย
ฮ่องเต้ยื่นมือออกมา คว้าแขนสตรีนางนั้น ออกแรงกอดนางเข้าสู่อ้อมอกหญิงสาวร้องใเสียงหนึ่ง สีหน้าแดงเรื่อทว่ายังคงแนบอิงไปในอกกว้างของฮ่องเต้อย่างว่าง่าย วาดขีดวงกลมที่อกเขา
“ขุนนางรักกงซุนเป็อัจฉริยะที่คอยค้ำยันซั่วอวิ๋นของเจิ้นเจิ้นไม่ควรลืม” ฮ่องเต้เอ่ย“บุตรสาวตระกูลกู้เป็ถึงชายาอ๋องที่เจิ้นเลือกให้กงซุนอี้อย่างพิถีพิถัน!”
หญิงสาวหลุบตาลง แต้มรอยยิ้ม นางได้รับความโปรดปรานมากที่สุดเข้าใจความคิดฮ่องเต้ที่สุดอยู่แล้ว
“บุตรสาวสายตรงตระกูลกู้ สติไม่สมประกอบไม่สมฐานะบุตรสาวสายตรง ตกเป็นของเล่นของอี๋เหนียงและบุตรสาวสายรอง รอหญิงตระกูลกู้แต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋อง จะต้องมีเรื่องสนุกให้ดูชมแน่เพคะ”หญิงสาวเม้มปาก หัวเราะคิกคักออกมา “อวิ๋นอ๋องบุรุษองอาจห้าวหาญแต่งหญิงสติไม่ดี แค่คิดก็รู้สึกน่าสนใจนัก” หญิงสาวเอ่ย “หม่อมฉันเดินอยู่ในวังหลวงที่ได้ยินล้วนแต่เป็นเรื่องน่าสนใจนี้อวิ๋นอ๋องกงซุนอี้ตอนนี้กลายเป็นตัวตลกในสายตาชาวบ้าน ทุกคนล้วนต่างจับจ้อง คิดว่าเรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋องคงไม่อาจสงบเปลวเพลิงในเรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋องคงใกล้ลุกโชนแล้วเพคะ”ใบหน้าฮ่องเต้เผยแววยินดีอย่างเห็นได้ชัด
กงซุนอี้ร้ายกาจแล้วอย่างไร ผลงานศึกมากเพียงใดก็เป็ได้แค่ขุนนางใต้เท้าเขายังต้องคอยฟังการจัดแจงจากเขาเขาสามารถกำหนดตำแหน่งฐานะและเื่สำคัญในชีวิตอีกฝ่ายเขาอยากให้กงซุนอี้แต่งหญิงสติไม่ดี กงซุนอี้ก็ต้องแต่ง
การแก่งแย่งในจวนส่วนหลังตระกูลกู้สำหรับกู้เชียนแล้วถือเป็เื่น่าขายหน้าดังนั้นเื่ราวจึงไม่ได้แพร่งพรายออกมา ยิ่งไม่มีทางลือมาถึงวังหลวง
ความเข้าใจที่ฮ่องเต้และสนมมีต่อบุตรสาวตระกูลกู้ยังหยุดค้างอยู่แค่การสืบครั้งก่อนสติไม่ดี โง่เขลา
หากพวกเขารู้ว่าหลายเดือนนี้กู้สุ่ยเย่ว์พลิกฟ้าพลิกดินในจวนตระกูลกู้บางทีอาจจะไม่คิดเช่นนี้แล้วก็เป็ได้