จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่21 ไล่ล่า

    ความเร่งรีบของเด็กหนุ่ม กระทั้งลืมตรวจดูภารกิจที่อยู่บนกระดานอย่างเนืองแน่น ทว่าหมิงหลงตัดสินใจไม่ย้อนกลับไป
    ด้วยความสามารถทางจิตวิญญาณที่เหนือสามัญสำนึกผู้อื่น ย่อมมีวิธีหาแต้มนักล่าในแบบที่ผู้อื่นคาดไม่ถึง โดยทั่วไปนักล่าจะออกไปทำภารกิจเป็นกลุ่มซึ่งเป็นที่แน่นอนต้องหารรางวัลตอบแทนอย่างเท่าเทียมกัน
    “ข้ามีวิธีหาลูกแก้วทักษะอย่างง่ายดาย จากนั้นเปลี่ยนมันเป็นแต้มนักล่า และนำแต้มนักล่าไปแลกกับสมบัติจากโลกใหม่”
    นัยน์ตาเด็กหนุ่มทอประกาย ความมั่งคั่งในอนาคตของเขาย่อมไม่อาจจะหยั่งถึง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ความแข็งแกร่ง อำนาจ บารมี มันอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ เวลาเท่านั้นที่เป็นตัวตัดสิน
    หมิงหลงได้ตระเวนซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับการออกล่าในวันนี้
    ในโลกของนักล่า เป็นการไล่ล่าซึ่งกันและกัน ผู้อ่อนแอเท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อของนักล่า
    เงามืดในยามราตรีรายร้อมไปด้วยอันตราย การออกล่าในครั้งนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงการค้างแรมในป่า การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งที่นักล่าไม่อาจมองข้ามได้
    สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ หมุดพื้นฐานความรู็เกี่ยวกับ สัตว์อสูร ปีศาจและลูกแก้วทักษะ
    หมิงหลงได้ก้าวข้ามขอบเขตรวบรวมปราณ ลูกแก้วทักษะที่สามารถดูดซับได้คือ2ทักษะ การตัดสินใจในครั้งนี้จะเป็นพื้นฐานของพลังในอนาคต และเป็นสายพลังที่ไม่อาจเปลี่ยนใจถอยหลังกลับได้อีก
    วิธีดึงประสิทธิภาพของพลังทักษะให้ออกมาถึงขีดสุด จำเป็นต้องมีทักษะในรูปแบบลูกโซ่ จนสามารถเป็นรูปแบบพลังที่สอดคล้องและผสมผสานกัน
    ผู้ฝึกตนจำนวนมากเลือกที่ปิดจุดอ่อนของพลังตนด้วยทักษะจากลูกแก้ว แต่ทว่าเด็กหนุ่มกลับคิดตรงกับข้ามอย่างสิ้นเชิง
    “รูปแบบพลังมีจำนวนนับไม่ถ้วน และพลังที่ยังไม่ปรากฏอีกมายมาย ถ้ายังไม่เจอพลังที่สอดคล้อง ก็ไม่เสียเวลาเพื่อดูดซับมัน” หมิงหลงตัดสินใจอย่างแน่วแน่
    ออกล่า สิ่งที่อยู่ในใจของเด็กหนุ่มตอนนี้
    แต่ในขณะนั้นเองสัมผัสวิญญาณของเขาได้ปลี่ยนแปลงบางอย่าง ราวกับร้องเตือนถึงจิตสังหารที่มุ่งร้ายมาที่ตน
    ‘พวกกลุ่มหน้าโหดก่อนหน้านี้สินะ กัดไม่ปล่อยจริงๆ’ หมิงหลงยังคงท่าทีสงบเยือกเย็น ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
    ‘กลุ่มหน้าโหดมีทั้งหมดเก้าคน การปะทะซึ่งหน้าต้องลืมไปได้เลย’ หมิงหลงเริ่มวิเคราะห์พลังของอีกฝ่าย
    ลูกสมุนหน้าโหดทั้งแปดคน อยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดปราณขั้นต่ำไม่เกินขั้น3 ส่วนเจ้าหน้าโหดอยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดปราณขั้น 6
    ปัญหาใหญ่ก็คือจำนวนศัตรูที่มีมากจนเกินไป และระดับฝึกตนห่างกันถึงหนึ่งระดับขอบเขต ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันเป็นนักล่า ยศสีเหลือง!
    หากเป็นผู้อื่นที่ อยู่ในขอบเขตกำเนิดปราณ คงร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิตเป็นแน่
    หมิงหลงกลับมีความมั่นใจในความเร็วของตนเองหลายส่วน หากหลบหนีด้วยวิชาท่องนภา ผลลัพธ์จะออกมาให้พวกมันได้เข้าใจ หากสิงโตต้องการจะล่าเสือชีต้าจะเป็นเช่นไร
    หมิงหลงได้พุ่งออกนอกเมืองไปราวกับใบไม้ที่ล่องลอยตามสายลม ทว่าเขาไม่คิดที่จะหลบหนีแม้แต่น้อย เขามีแผนที่จะจัดการพวกมัน
    ‘จิตสังหารที่ถูกปลดปล่อยออกมา เจตนาของมันหวังที่จะฆ่าเรา ในเมื่อพวกมันมีเป้าหมายเช่นนั้น ข้าก็ไม่มีความปราณีต่อพวกมันอีก’ หมิงหลงยิ้มเหี้ยมๆ
    “พี่เหยียนเล่อ ไอ้เด็กหนุ่ม มันออกนอกเมืองไปแล้ว” ลูกสมุนได้ร้องเตือน
    “ข้าไม่ได้ตาบอด รออะไรว่ะ! ตามมันไป! จับมันมาให้ข้า ข้าจะลงมือฆ่ามันเอง ส่วนสายตาเยาะเย้ยที่มันมองมาที่ข้า ข้าจะควักลูกตามันออกมา” เหยียนเล่อได้ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด
    ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!!
    หมิงหลงยังคงความเร็วอยู่ในระดับปานกลาง พอให้กลุ่มหน้าโหดนั้นสามารถตามทันได้
    ‘ตามข้ามาเจ้าพวกโง่’ หมิงหลงมุ่งตรงไปยังป่าภูผาเทียมฟ้า ซึ่งธรรมชาตินั้นจะเป็นตัวช่วยของเขา เมื่อราตรีมาถึง จะเป็นเวลาออกล่า
    “มันกำลังเข้าไปในป่าภูผาเทียวฟ้า ลูกพี่เราไม่ควรเข้าไปในช่วงบริวารปีศาจแห่งความตายออกมาปรากฏตัวน่ะ” ลูกสมุนมีท่าทีลนลาน
    “เจ้าพวกปอดแหก มีนักล่าระดับสูงออกกวาดล้างอยู่ พวกแกมีอันใดต้องหวาดกลัว! ไป! ตามให้ทัน” กลุ่มหน้าโหดปรากฏอาวุธในมือกันทุกคน เป็นสัญญานในการเริ่มไลล่า
    “พวกเจ้าแบ่งกันเป็นสามกลุ่ม กลุ่มละสามคน คอยประกบด้านซ้ายด้านขวา ส่วนข้าจะคอยไล่ล่าจากด้านหลัง ระดับฝึกตนของมันถูกปกปิด แต่ด้วยอายุของมัน ไม่เกินขอบเขตก่อกำเนิดปราณขั้นต่ำแน่นอน”
    “ไปได้!” เหยียนเล่อสั้งเดดขาด
    ทางด้านหลังหมิงหลง 300เมตร ปรากฏพวกมันแบ่งกำลังออกเป็นสามกลุ่ม เริ่มตีวงล้อมรอบเขาอย่างกระชั้นชิด
    ‘ฮ่าฮ่า แบบนี้ไม่ต้องรอจนถึงราตรีแล้วสินะ’ หมิงหลงใช้ท่องนภา เหาะเหยียบย่างบนกิ่งไม้และใบไม้อย่างแผ่วเบา
    “นั้นมันวิชาตัวเบาอันใดกัน ราวกับตัวตนระดับขอบเขตหยิบยืมปราณธรรมชาติ” กลุ่มหน้าโหดเริ่มตนักว่าไม่ใช่งานง่ายเสียแล้ว
    ในชั่วพริบตานั้นเอง
    เด็กหนุ่มเบื้องหน้าดันหายไปราวกับภูติผี
    เมื่อเด็กหนุ่มพุ่งทยานผ่านต้นไม้ใหญ่ ร่างกายจึงถูกบดบังจนมิดชิด สิ่งที่น่าตื่นตนกไม่ใช้ร่างกายที่ถูกบดบัง กลับเป็นสัมผัสของเด็กหนุ่มได้ขาดหายไป
    ฟุ่บ!
    “เห้ย!! หายไปแล้ว!!” แม้แต่เหยียนเล่อยังอุทานด้วยความตกใจ
    การเคลื่อนที่ได้ถูกหยุดชะงักลงอย่างพร้อมเพรียงกัน
    “เจ้า! เหยียนเต๋อ ไปดูหลังต้นไม้” เหยียนเล่อชี้นิ้วสั่งพรรคพวกในทันที
    เหยียนเต๋อทำท่าทีระแวดระวัง ขณะเดินไปที่ต้นไม้ยักษ์ พร้อมยื่นหน้ามองหลังต้นไม้ เหยียนเต๋อรู้สึกโล่งและถอนหายใจเบาๆ
    ‘นี้ข้ากลัวเพราะเหตุใดกัน !’ กำลังสับสนกับอาการหวาดระแวงที่เป็นอยู่
    “พี่เหยียนเล่อ มันไม่อยู่แล้ว แม้แต่รอยเท้า กลิ่นไอปราณ หายไปอย่างไร้ร่องรอย”
    “หรือมันจะมีทักษะจากลูกแก้ว เป็นไปไม่ได้ เดินหน้าต่อไป มันคงหนีไปไหนไม่ไกล” เหยียนเล่อเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อเพียงแค่เด็กหนุ่มคนเดียวอยู่เหนือความคาดหมายไปมาก