เมื่อหลี่หว่านชิงเดินออกจากบ้านพร้อมเงินสองหยวนในมือ ดวงตาของเธอเรียบนิ่งแต่ในใจเต็มไปด้วยแผนการ
เงินสองหยวนนี่น้อยเกินไป ถ้าเธอจะอยู่รอดในยุคนี้ เธอต้องมีเงินทุนมากกว่านี้
หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้า สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านผู้ใหญ่เจิ้ง ผู้เป็หัวหน้าหมู่บ้านและเป็คนที่ทุกคนให้ความเคารพ
บ้านของผู้ใหญ่เจิ้งตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน เป็บ้านไม้ขนาดใหญ่ที่ดูมั่นคงกว่าบ้านอื่น ๆ รอบข้าง วันนี้มีชาวบ้านหลายคนมารวมตัวกันอยู่หน้าบ้าน ดูเหมือนจะมาพูดคุยเื่ทั่วไปกัน
ดีเลย… คนเยอะแบบนี้เหมาะจะเล่นละครที่สุด
เธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะ แกล้งโซเซแล้วทรุดลงกับพื้นทันที
"โอ๊ย…"
เสียงร่างหลี่หว่านชิงล้มลงดังขึ้นดึงดูดสายตาของชาวบ้านทันที
"ตายแล้ว นั่นนังหนูหว่านชิงไม่ใช่เหรอ?"
"ทำไมถึงล้มลงแบบนั้น?"
"ดูซีดมากเลย หรือจะป่วย?"
ชาวบ้านเริ่มมุงเข้ามาดูด้วยความใ บางคนรีบเข้าไปพยุงเธอให้ขึ้นมานั่ง ในขณะที่ผู้ใหญ่เจิ้งที่กำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่ในบ้านก็รีบเดินออกมาดู
"นังหนูหว่านชิง เป็อะไรไป?" ผู้ใหญ่เจิ้งถามเสียงเครียด
หลี่หว่านชิงหอบหายใจแรง ๆ มือกุมท้อง ทำท่าทางเหมือนคนหมดแรง "หนู… หนูเวียนหัวมากเลยค่ะ… หนูไม่ได้กินอะไรดี ๆ มาหลายวันแล้ว…"
"หา? ไม่ได้กินอะไรดี ๆ " หญิงชราคนหนึ่งอุทาน "เป็สะใภ้บ้านนายทหารแท้ ๆ ทำไมถึงเป็แบบนี้?"
หลี่หว่านชิงกัดริมฝีปากแน่น แสร้งทำสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะพูดเสียงอ่อนแรง
"ทุกคนอาจจะยังไม่รู้… เงินที่เหยียนเฉิงส่งมาให้หนูทุกเดือน แม่สามีเป็คนเก็บหมด หนูแทบไม่มีเงินติดตัวเลยค่ะ"
"ว่าไงนะ?"
"แม่สามียึดเงินไปหมดเลยเหรอ?"
"แล้วนี่หล่อนอยู่บ้านนั้นยังไงกัน?"
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทันที ผู้ใหญ่เจิ้งขมวดคิ้ว สีหน้าไม่พอใจ "บ้านแม่สามีเธอทำกับเธอแบบนี้เหรอ?"
หลี่หว่านชิงพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำคล้ายจะร้องไห้ "หนูไม่อยากพูดให้บ้านซ่งเสียหายหรอกค่ะ แต่ทุกคนลองคิดดูนะคะ… หนูแต่งเข้าบ้านนั้นมาเป็สะใภ้ หนูใช้เงินสินเดิมของหนูยัดเส้นสายเพื่อฝากให้เหยียนเฉิงได้ยศนายพัน ทำให้ตอนนี้หนูไม่มีเงินติดตัวสักหยวน ซุปไก่สักถ้วยก็ยังต้องขอร้อง… แบบนี้มันถูกต้องแล้วเหรอคะ?"
พวกชาวบ้านที่มุงอยู่เริ่มส่งเสียงกันจ้าละหวั่น
"แบบนี้มันเกินไปแล้ว ถึงจะเป็แม่สามีแต่ก็ไม่ควรเอาเปรียบสะใภ้รองแบบนี้สิ"
"น่าสงสารจริง ๆ เงินที่สามีส่งมาให้ก็ยังไม่ได้ใช้เอง"
"ตระกูลซ่งนี่ก็เหลือเกินเสียจริง ไม่ให้เงินลูกสะใภ้ใช้แล้วจะให้นังหนูหว่านชิงมีชีวิตอยู่ยังไง?"
เสียงนินทาดังขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ข่าวลือนี่… พลังทำลายล้างไม่แพ้ขีปนาวุธเลยนะ
หลี่หว่านชิงแสยะยิ้มในใจ แต่ยังคงแสร้งทำหน้าซีดเซียวต่อไป
ผู้ใหญ่เจิ้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันไปสั่งลูกสาวของเขา "ไปเอาซุปไก่กับขนมปังมาให้นังหนูหว่านชิงกินหน่อย"
"ค่ะพ่อ"
ไม่นานนัก ซุปไก่ร้อน ๆ กับขนมปังก็ถูกนำมาให้ หลี่หว่านชิงรับมาด้วยสีหน้าซาบซึ้ง "ขอบคุณมากค่ะ… หนูซาบซึ้งจริง ๆ"
ชาวบ้านบางคนเริ่มกระซิบกัน
"ดูสิ แค่ซุปไก่ถ้วยเดียวก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แบบนี้แสดงว่าไม่ได้กินของดีมานานแน่ ๆ"
"แม่สามีบ้านนั้นใจร้ายเกินไปแล้ว"
"ถ้าเหยียนเฉิงกลับมา ต้องให้เขารู้เื่นี้"
หลี่หว่านชิงนั่งกินซุปไก่ไปเงียบ ๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
แม่สามีของเธอจะได้รู้เองว่ารสชาติการถูกนินทามันเป็ยังไง…
หลังจากนี้เธอไม่ต้องออกแรงมาก ข่าวลือจะทำงานแทนเธอเอง
หลังจากหลี่หว่านชิงดื่มซุปจนหมด เธอก็กล่าวขอบคุณผู้ใหญ่เจิ้งและพวกชาวบ้าน ก่อนจะเดินกลับบ้านด้วยท่าทีอิดโรย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
หลังจากนี้ข่าวลือจะกระจายไปทั่ว ไม่ว่าเจียงซื่อจะพูดยังไง คนทั้งหมู่บ้านก็คงจะมองหญิงชราในแง่ลบ ต่อให้แม่สามีพยายามปฏิเสธ แต่เมื่อเสียงชาวบ้านตัดสินแล้ว ต่อให้เป็เื่โกหก คนก็จะเชื่อว่าเป็เื่จริง
เธอเดินกลับบ้านอย่างช้า ๆ แสร้งทำตัวอ่อนแรง พอผลักประตูเข้าไปก็เห็นเจียงซื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะกลางบ้าน สีหน้าของหล่อนดูอารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด
"แกหายหัวไปไหนมาทั้งวัน ฉันให้แกไปซื้อซุปไก่กิน แล้วนี่แกหายไปไหนนานขนาดนี้" เจียงซื่อกระแทกเสียงใส่ทันที
"ฉันให้เงินแกไปซื้อซุปไก่ ไม่ได้ให้ไปนั่งเม้าท์กับชาวบ้านทั้งวัน"
"พอดีหนูเป็ลมที่บ้านผู้ใหญ่เจิ้ง…นะคะ" หลี่หว่านชิงตอบเสียงเบา แกล้งทำเป็ไม่รู้เื่
"แกเป็ลมอย่างนั้นหรือ?" เจียงซื่อขบฟันแน่น "หรือแกแสร้งเป็ลมแล้วคิดจะทำให้ฉันเสียชื่อเสียงอย่างนั้นใช่ไหม? ฉันว่าแล้ว ทำไมอยู่ ๆ ชาวบ้านถึงมองฉันแปลกไปหมด"
"หนูไม่รู้เื่เลยนะคะ" หลี่หว่านชิงแกล้งตีหน้าซื่อ "หนูก็แค่เป็ลมล้มไป แล้วทุกคนก็ถามหนูว่าทำไมดูซีดเซียวแบบนี้ หนูก็แค่พูดความจริงไป… ว่าหนูไม่ได้กินอะไรดี ๆ มานานแล้ว"
"แก" เจียงซื่อกำมือแน่น หน้าขึ้นสีด้วยความโกรธแต่กลับเถียงอะไรไม่ได้
หลี่หว่านชิงแอบยิ้มในใจ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเองอย่างไม่สนใจแม่สามี
เธอคิดว่าเื่วุ่นวายของวันนี้น่าจะจบแล้ว แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าบ้าน
"ขอโทษนะครับ นี่บ้านของซ่งเหยียนเฉิงใช่ไหม?"
เสียงนั้นทำให้ทุกคนในบ้านหยุดชะงัก
หลี่หว่านชิงเดินออกมาจากห้อง เห็นชายหนุ่มในชุดทหารยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางเขาดูสุขุม ใบหน้าขึงขัง และที่สำคัญ…
ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลอยู่
เธอรู้ทันทีว่า นั่นคือเงินเดือนของซ่งเหยียนเฉิง
"ใช่ค่ะ นี่บ้านของซ่งเหยียนเฉิง" เธอรีบเดินไปยืนตรงหน้าทหารหนุ่มทันที
"อ้อ ดีเลย" นายทหารยื่นซองเอกสารให้ "นี่คือเงินเดือนของผู้พันซ่งครับ เขาสั่งให้ผมนำมาส่งให้ที่บ้าน"
หลี่หว่านชิงเอื้อมมือไปรับ แต่ก่อนที่เธอจะคว้าได้ เจียงซื่อก็ปรี่เข้ามาฉกไปก่อน
"เงินเดือนของเหยียนเฉิงต้องเป็ฉันที่เก็บ" เจียงซื่อพูดเสียงแข็ง "ฉันเป็แม่ของเขา"
นายทหารเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหลี่หว่านชิงอย่างลังเล
"ขอโทษนะครับ แต่หมวดซ่งบอกให้ส่งให้…ภรรยาของเขา"
เจียงซื่อชะงัก สีหน้าบิดเบี้ยวไปทันที "กะ…ก็ฉันเป็แม่ของเขา ฉันจัดการเื่เงินทองให้ลูกสะใภ้เองได้"
หลี่หว่านชิงกดริมฝีปากแน่น แสร้งทำหน้าสับสนและลำบากใจ ก่อนจะหันไปหานายทหาร "เอ่อ…คุณทหารคะ ตามหลักแล้วเงินเดือนสามีควรเป็ภรรยาที่รับถูกต้องไหมคะ?"
นายทหารพยักหน้า "ใช่ครับ ปกติแล้วเงินเดือนของทหารที่แต่งงานแล้ว ทางกองทัพจะส่งให้ภรรยาโดยตรง"
"เห็นไหมล่ะคะ?" หลี่หว่านชิงหันไปยิ้มให้เจียงซื่อ "หนูเป็ภรรยาเหยียนเฉิง เพราะฉะนั้น หนูก็ควรเป็คนเก็บเงินเดือนของเขา"
"ไม่ได้" เจียงซื่อกอดซองเงินไว้แน่น "แม่สามีต้องเป็คนดูแลเื่เงินของบ้าน ถ้าให้สะใภ้รองเก็บ เดี๋ยวก็เอาไปใช้สุรุ่ยสุร่ายหมด"
"หนูไม่คิดจะใช้สุรุ่ยสุร่ายนะคะ" หลี่หว่านชิงพูดเสียงเรียบ "แต่หนูต้องใช้เงินกินข้าว ใช้จ่ายของใช้ส่วนตัว แล้วก็ต้องซื้อของบำรุงร่างกายเพื่อเตรียมมีลูกให้เหยียนเฉิงด้วย…"
คำพูดสุดท้ายของเธอทำให้ทุกคนชะงัก รวมถึงนายทหารที่มาส่งเงินด้วย
เจียงซื่อเองก็ตัวแข็งไปชั่วขณะ ก่อนจะกัดฟันแน่น
"แต่ว่า…"
"แม่คะ" หลี่หว่านชิงพูดเสียงเรียบ "หนูแต่งเข้ามาเป็ภรรยา ไม่ใช่คนใช้ เงินของสามีหนูควรเป็คนดูแล"
พอเธอพูดจบ ก็เอื้อมมือไปดึงซองเอกสารออกจากมือเจียงซื่ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะยัดใส่อกตัวเองอย่างแเี
เจียงซื่อใจนพูดอะไรไม่ออก "ขอบคุณที่เอาเงินเดือนมาส่งนะคะ" หลี่หว่านชิงหันไปยิ้มให้ทหารหนุ่ม "ฉันจะดูแลมันอย่างดี"
นายทหารพยักหน้า "ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับเงินเดือน ก็บอกกองทัพได้นะครับ"
"แน่นอนค่ะ"
หลังจากนายทหารเดินจากไป บ้านทั้งหลังเงียบกริบ เจียงซื่อจ้องเธอด้วยสายตาโกรธแค้นสุดขีด
"แก…"
"หนูขอตัวก่อนนะคะแม่สามี" หลี่หว่านชิงยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้อง ปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ประตูปิดลง “แกร๊ก” หว่านชิงแนบแผ่นหลังกับบานประตู หัวใจเต้นแรงเหมือนจะะเิในที่สุด… เงินเดือนของสามีก็ตกมาอยู่ในมือ
เธอค่อย ๆ เปิดมันออก ธนบัตรสีซีดเรียงตัวกันอย่างเป็ระเบียบภายใน
ทั้งหมด 50 หยวน แม้จำนวนจะไม่มากนัก แต่สำหรับผู้หญิงที่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ มันคือ “เมล็ดพันธุ์แห่งจักรวาล”
หลี่หว่านชิงยิ้ม...ยิ้มจริงจังอย่างที่ไม่ได้ยิ้มมานาน
"เงินนี่แหละ…จะเป็ก้าวแรกของฉัน ในการสร้างชีวิตใหม่"

ฝากเอาใจช่วยหว่านชิงด้วยนะคะ ถึงแม้น้องอาจจะไม่ได้พกระบบติดมาด้วย
แต่น้องพก "สมองนักธุรกิจ" ที่พร้อมปั่นทั้งหมู่บ้านได้ด้วยแค่ซุปไก่ถ้วยเดียว
ยายน้องถือคติข่าวลือก็เหมือนหุ้น... แค่โยนประโยคเดียวลงไป
ทำให้ตระกูลซ่งตกต่ำลงได้555