ธนาคารแห่ง์ไม่ใช่ที่สำหรับเทพเ้าหน้าใหม่ เพราะมันจะยิ่งตอกย้ำความรันทดในชีวิตของคุณให้รู้สึกต้อยต่ำหนักกว่าเดิม
“รบกวนช่วยตรวจสอบอีกรอบได้ไหมครับ ผมว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ” ผมพูดกับพนักงานของธนาคารแห่ง์ซึ่งก็คือ เทพแห่งการบัญชี ที่มีนามว่า ลองแกเรียส เขาเป็ชายหนุ่มชุดสูตรเนี๊ยบสวมแว่นสายตารูปทรงโมเดิลและมีดวงตาที่คมกริบ ผมปัดเสยขึ้นดูมั่นใจ เขาเหมือนกับคนหนุ่มจอมจุกจิกที่จะไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดใดเล็ดรอดสายตาไปได้ และเพราะด้วยเหตุผลนี้ล่ะมั้งที่ทำให้เขาได้กลายมาเป็เทพแห่งสายงานที่ต้องใช้ความละเอียดสูงมากสายงานหนึ่ง
หลังจากที่ได้ยินอีกฝ่ายแจ้งว่าผมมีภาระหนี้สินเป็เงินกู้ใช้จ่ายทั้งหมด 512 เครดิต์ ผมก็หน้าซีด “แบบว่า…มีคนลืมใส่จุดทศนิยมไปหรือเปล่า ผมจำไม่ได้เลยว่ากู้เงินไปเยอะขนาดนั้น” คือถ้าจำไม่ผิด ราคาของการจุติไปยังโลกผ่านดักแด้ที่ประตู์เขตเก้ามันไปกลับแค่ 12 เครดิต์เองนะ ผมกำลังสงสัย หรือว่าห้องพักที่ผมอาศัยอยู่ตอนนี้มันมีค่าแรกเข้าด้วย
“ค่าเดินทางไปกลับโลกเบื้องล่างหนึ่งเที่ยวสิบสองเครดิตเครดิตสวรค์” ลองแกเรียสเริ่มแจกแจง “แล้วก็ค่าปรับจากการที่ทำให้ประตู์ซึ่งเป็สถานที่สาธารณะเสียหายอีกห้าร้อยเครดิต์”
ผมอึ้ง ที่โพลิเซียถามชื่อผมไปตอนนั้นนี่คือเพื่อจะปรับเงินจากผมจริงๆเหรอเนี่ย ประเด็นก็คือไอ้เ้ารุ่นพี่โอเทรอสเป็คนสั่งให้ผมขว้างตัวโฟห์โตลงกับพื้นเองต่างหาก ทำไมถึงมีแค่ผมล่ะ
“นี่มันไม่แฟร์เลย”
“ถ้าธนาคารแห่ง์ไม่แฟร์ ก็ไม่มีอะไรแฟร์อีกแล้วครับ” ลองแกเรียสพูดด้วยเสียงนิ่งๆ แต่กดดัน
“วงเงินสูงสุดที่ผมสามารถกู้ได้คือกี่เครดิตเหรอครับ” ผมถามเื่ที่สำคัญที่สุดออกไป เพราะยอดเงินสูงสุดที่สามารถกู้ได้จะมีผลกับการวางแผนการทำงานต่อจากนี้
“คุณเป็เทพแห่งวัชพืชสินะครับ” ลองแกเรียสพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ หากเป็มนุษย์เขาคงจะเป็คุณชายแสนเ็าที่เนื้อหอมมากแน่ๆ ดวงตาคมกริบมีเสน่ห์นั่นแผ่ความกดดันบางอย่างออกมา เขาเคาะๆกดๆไปบนแฟ้นไอช์มิสรูปร่างเหมือนโน๊ตบุ๊ค ประกอบกับพลิกเปิดเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานแบบเร็วๆ “วงเงินกู้สูงสุดของคุณคือหกร้อยเครดิต์ครับ” เขาปิดเอกสารดัง พั่บ
“ห้ะ!” เป็ครั้งที่สองแล้วที่ผมะโด้วยเสียงใกลางธนาคารอันที่สงบเรียบร้อยแห่งนี้ เหล่าเทพคนอื่นๆหันมามองผมเหมือนผมเป็คนบ้าที่หลุดเข้ามาในเมืองกรุง “ทำไมมันถึงได้น้อยจังล่ะครับ ไม่สิ ปกติมันน้อยแบบนี้อยู่แล้วเหรอครับ”
“วงเงินกู้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งเทพของคุณครับ ผมขออนุญาตพูดตามตรงเลยนะครับ ขออภัยหากมันจะทำให้คุณรู้สึกไม่ดี” ลองแกเรียสทำสีหน้าเหมือนกำลังพูดเื่สำคัญบางอย่าง และเขาก็ดูไม่ค่อยสนใจมากขนาดนั้นด้วยหากว่าคำพูดของเขามันจะเผลอไปทำร้ายจิตใจใคร เหมือนแค่พูดขอโทษตามมารยาทพนักงานบริการที่ดีมากกว่า “ด้วยตำแหน่งเทพแห่งวัชพืชของคุณ ทางเราแทบมองโอกาสที่คุณจะหาเงินมาใช้หนี้ในส่วนทื่กู้ยืมไปได้เลย เพราะงั้นเราคงเปิดวงเงินมากกว่านี้ให้คุณไม่ได”
ผมอึ้ง แล้วเสียงของทันส์ต้าก็ลอยเข้ามาในหัว สรุปเป็ความจริงใช่ไหมที่บนพาราห์เดียไม่มีความหวังสำหรับเทพระดับต่ำ รอคอยเพียงวันดับศูนย์อย่างไม่อาจจะขัดขืนได้
ลองแกเรียสทิ้งท้ายเอาไว้สั้นๆว่า “แต่หากว่า์ลิขิตให้คุณสามารถหาเงินมาจ่ายหนี้ค้างชำระได้ ทางเราจะพิจารณาการขยายวงเงินให้นะครับ”
ผมเดินออกมาจากธนาคารด้วยความรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก แผนการฝึกงานสามปีของผมที่คิดเอาไว้ในหัวพังไม่เป็ท่า ผมใช้เงินเกือบทั้งหมดไปในเดือนแรกของการฝึกงานเท่านั้น ผมมานั่งถอนหายใจอยู่ที่ม้านั่งไม้อ่อนใต้ต้นไม้ที่มีใบเป็ผีเสื้อสีฟ้า บรรยากาศบน์เย็นสบายตลอดปี แต่ในใจผมกลับร้อนรุ่ม และมีเหงื่อออกที่มือ ผมถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเจอกับสถานการณ์ที่น่าสิ้นหวังในการทำงานแบบนี้หรอกนะ แต่เพราะว่าที่นี่เป็์ ผมก็เลยคาดหวังว่ามันจะไม่ห่วยแตกเหมือนบนโลกมนุษย์ก็เท่านั้น
บางทีผมอาจจะต้องยอมรับเื่ที่ทันส์ต้า เทพแห่งถุงพลาสติกเคยพูดไว้แล้วก็ได้ ว่าเทพระดับต่ำจะไม่มีทางผ่านสามปีแรกนี่ไปได้ ก็อย่างที่เคยพูดไปนั่นแหละ เทพแห่งวัชพืชอันแสนไร้ค่าอย่างผมมันจะไปมีอนาคตที่สดใสได้ยังไง ผมมันถูกโชคชะตาทอดทิ้งั้แ่แรกแล้ว อา…เหล่าเทพธิดาแห่งโชคชะตาจะต้องไม่ชอบขี้หน้าผมเป็การส่วนตัวแน่ๆเลย
“นี่ ขอนั่งด้วยคนได้ไหม” เสียงหึ่งๆของใครซักคนดังขึ้นข้างๆตัวผม
“ได้ครับ” ผมตอบโดยไม่หันไปมอง ผมกำลังเหม่อลอยเกินกว่าจะสนใจเทพซักองค์ที่หาที่นั่งที่อื่นไม่ได้ แม้จริงๆแล้วผมจะเป็พวกอินโทรเวิร์สที่ไม่ค่อยชอบอยู่ใกล้กับคนแปลกหน้ามากเกินไปก็ตาม
ผมถอนหายใจ
“เ้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ ไปเจอเื่ไม่ดีมางั้นเหรอ”
“ก็นิดหน่อยครับ แต่ว่า…” แล้วในระหว่างที่ผมกำลังนั่งเหม่อๆ หางตาของผมก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่มันดิ้นๆพริ้วๆดูไม่เป็ธรรมชาติ ผมเลยค่อยๆหันไปมอง “เห้ย!”
ผมสะดุ้งพรวด แล้วกระโจนถอยหนีออกจากสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ดูเหมือนปลาหมึกขนาดั์ มีลูกตาดวงโตอยู่ตรงกลาง มันไม่มีลำตัว มีเพียงลูกตา เปลือกหุ้มสีเนื้ออมชมพู และหนวดหลายสิบเส้นที่ยืดหยึกหยึดออกมาจากลำตัวเท่านั้น มันกลองตาสีเหลืองอำพันมามองผมก่อนจะขมวดคิ้วแบบเคืองนิดๆ
“เ้าน่าเกลียดกว่าข้าอีกนะ เผื่อไม่รู้ตัว” อีกฝ่ายเอ่ย ผมช็อก นี่มันเอาปากไหนพูดกันแน่เนี่ย
แต่เมื่อตระหนักได้ว่าที่นี่คือ์ที่รวบรวมเอาเื่เหนือจิตนาการมากมายไว้ ผมก็ทำใจยอมรับการมีอยู่ของมอนสเตอร์ตนนั้นได้อย่างรวดเร็ว พอๆกับที่ผมเพิ่งนึกได้ว่าผมทำตัวเสียมารยาท “ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกคุณเลย” ผมก้มหัวให้
“เ้าคงจะเป็เทพใหม่สินะ” เ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดนั่นพูด “ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจความรู้สึกหรอกนะ เทพจากมิติบ้านนอกก็เป็แบบนี้กันหมดแหละ” สายตาของผมพยายามมองหาอย่างหนักว่าปากของมันซ่อนอยู่ตรงไหนกันแน่ ให้ตายเถอะ! ผมเป็อะไรกับปากนักหนาเนี่ย
ผมค่อยๆลดตัวกลับไปนั่งอย่างช้าๆเพราะเกรงว่าถ้ายืนคุยหรือเดินหนีจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ “ผมชื่อว่าแอคกริโอครับ เป็…เอ่อ…เทพแห่งวัชพืช” ผมเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ยากเท่าเมื่อก่อนแล้วที่จะแนะนำตำแหน่งอันต๊อกต๋อยของผมให้ใครๆได้รู้
ใช่สิ ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่นา
“โอ้ แนะนำตัวสินะ ใช่ๆ” เ้าสิ่งมีชีวิตปลาหมึกลูกต้านั่นเอ่ย “ข้ามีนามว่า คาราม่า เป็เทพแห่งเผ่าพันธ์เดลเลียอันศักดิ์สิทธิ์…ยื่นมือมาสิ”
“ยื่นมือ?” ผมขมวดคิ้ว ถึงอยากจะถามว่าให้ทำไปทำไม แต่ผมก็ยื่นมือออกไปตามคำขออยู่ดี แล้วในจังหวะนั้นเอง เทพคาราม่าก็เอาหนวดของเขาทั้งห้าเส้นมาพันมือของผมเอาไว้ ผมรู้ว่ามันไม่ค่อยดีที่ผมจะรู้สึกขยะแขยง แต่ผมก็ห้ามความรู้สึกนี้ไม่ได้เมื่อหนวดเย็นๆพันเลื้อยไปตามข้อมือ ผมพยายามอย่างหนักที่จะไม่แสดงท่าทีเสียมารยาทออกมา
“น…นี่มัน…อะไรเหรอครับ” ผมเอ่ยถามเสียงสั่นๆ
“ก็จับมือทักทายตามธรรมเนียมชาวมนุษย์ไง” คาราม่าตอบ แววตาของมันดูไม่เข้าใจว่าผมถามทำไม “หรือว่าเ้าจะมาจากเผ่าคนเถื่อนกัน บางทีอาจจะต้องกรีดเืออกมาเพื่อเป็การทักทาย ไม่รู้สิ ค่าคาดเดาความมีอารยธรรมจากลักษณะการแต่งตัวน่ะ”
“จริงๆแล้วมันก็ใช่ครับ ผมแค่…ไม่ได้ตั้งตัว” อีกฝ่ายมองมาที่ตาของผมแบบตรงๆ ต่อหน้าดวงตากลมโตนั่น ผมไม่สามารถสบตากับเทพปลาหมึกปีศาจตนนี้ได้นาน อันที่จริงผมสู้สายตาใครๆไม่เก่งเอาซะเลย ผมจึงหลบตา
“เ้ากำลังสิ้นหวัง” คาราม่าเอ่ย หนวดของมันขยับอยู่ตลอดเวลาราวกับมีชีวิต น่าแปลกที่แถวที่ผมนั่งอยู่ก็เงียบเชียบซะเหลือเกิน หากผมโดนคาราม่าจับกินก็จะไม่มีทางมีใครมาช่วยผมได้เลย
“ก็ใช่ครับ” ผมหลุดปากตอบเออออไปก่อนจะนึกขึ้นได้ “คุณกำลังอ่านใจผมเหรอ”
“ไม่หรอก แบบนั้นน่ะมันผิดกฏหมาย์นะ ข้าน่ะอ่านอารมณ์เอาจากแววตาต่างหาก” คาราม่าอธิบาย “ข้าเจอพวกเทพหน้าใหม่สิ้นหวังมาเยอะ แล้วส่วนใหญ่ก็จะมานั่งอยู่ใต้ต้นโพลเต้แห่งการเหม่อลอยนี่เสมอเลย”
ผมถอนหายใจยาวๆ ด้วยความที่อีกฝ่ายดูไม่เหมือนมนุษย์ หรือไม่ก็ด้วยความอึดอัดคับข้องใจ ผมจึงได้ระบายบางส่วนที่อยู่ในใจออกไป บางคนสบายใจกว่าเมื่อได้พูดเื่หนักใจกับคนแปลกหน้า ผมเองก็เป็หนึ่งในนั้น คงเป็เพราะั้แ่เด็กผมจะไม่สามารถอธิบายหรือเล่าเื่ความรู้สึกให้กับครอบครัวที่กดดันผมอย่างหนักได้
“ผมยอมแพ้แล้วล่ะ” ผมทิ้งท้ายไว้แบบนั้น “เทพแห่งวัชพืชจะไปทำให้ผู้คนเคารพบูชาได้ยังไงกัน”
“ได้สิ” คาราม่าเอ่ยขัดขึ้น ผมชะงัก
“คุณคาราม่ารู้วิธีเหรอครับ”
“ยิ่งกว่ารู้อีก” คาราม่าฉีกยิ้ม “และเผื่อเ้าไม่รู้น่ะ ข้านี่แหละคือคนที่ปั้นเทพระดับต่ำให้อยู่รอดสามปีแรกบน์มาได้หลายคนแล้ว” มันชี้หนวดสองสามเส้นมาทางผม
“และผู้ที่์ลิขิตให้ข้ามอบการช่วยเหลือให้คนต่อไป ก็คือเ้า!...เอ้า! ปรบมือซะสิ!”
โปรดติดตามตอนต่อไป