ในขณะที่รอนักแสดงบนเวทีเตรียมตัวทางด้านคณะกรรมการที่นั่งอยู่ ก็ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเื่การตัดสิน
“ เกิดอะไรขึ้นกับทีมของเด็กสาวคนนั้นทำไมเพื่อนร่วมทีมของเธอถึงถอนตัวกันหมด ” นักไวโอลินชาวฝรั่งเศสถามขึ้น
“ นั่นสิ…หรือว่าเตรียมตัวมาไม่ดี ” ดาาายก็ตั้งข้อสงสัย
“ เธอคงจะไปทำให้เพื่อนร่วมทีมไม่พอใจแน่นอนหรือไม่ก็เพราะรู้ตัวว่าจะต้องขายหน้าเลยไม่กล้าขึ้นเวทีฉันว่าเราอย่าไปสนใจเื่ของเด็กคนนั้นเลยมาพูดถึงเื่คนที่จะเป็ตัวแทนของโรงเรียนดีกว่า ฉันขอเสนอชื่อ ไป๋ฮัวหลิง ”อาจารย์สอนดนตรีพูดขึ้น
“ แต่พวกเรายังชมการแสดงยังไม่ครบทุกทีมเลยนะ…คุณจะไม่ด่วนตัดสินใจไปหน่อยเหรอ” นักไวโอลินชาวฝรั่งเศสพูดแย้งขึ้น
“ คุณเฉินอี้…ฉันรู้สึกว่าคุณจะอยากให้ไป๋ฮัวหลิงเป็ผู้ชนะจังเลยนะจากที่ฉันทราบมาแขกรับเชิญของไป๋ฮัวหลิง ก็เป็คนในสังกัดของคุณใช่ไหม ” นักจัดรายการเพลงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
“ ลี่ฉุย! นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ” เฉินอี้พูดขึ้นเสียงดังเขาเป็อาจารย์สอนดนตรีที่มีชื่อเสียงในเมืองนี้ไม่มีทางยอมให้ใครมาทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหาย
“ คุณก็รู้อยู่แก่ใจ…ตัวผมเองก็รู้จักกับเด็กสาวที่กำลังจะแสดงเธอมาทำงานพิเศษที่บริษัทผม ด้วยนิสัยที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นทำให้พนักงานทุกคนต่างก็รักเธอผมยังเคยยืนดูการซ้อมของเธอกับเพื่อนมาหลายครั้งแล้วพวกเธอไม่ใช่คนที่เตรียมตัวมาไม่ดีแน่นอน” ลี่ฉุยพูดขึ้นด้วยความโกรธ
“ ผมสงสัยว่าเหตุผลที่เพื่อนๆของเธอถอนตัวจะเป็ฝีมือของ ไป๋ฮัวหลิง ”ลี่ฉุยพูดสิ่งที่เขาคิดขึ้นเพื่อนๆของจ้าวหยูเหมยเคยเล่าเื่การกระทำของไป๋ฮัวหลิง ให้เขาฟัง
“ นายอยากจะพูดอะไรก็พูดได้…ฉันว่าเป็นายมากกว่า ที่เอาความรู้สึกส่วนตัวมาใช้แล้วฉันอยากจะบอกอะไรไว้อย่าง ต่อให้จ้าวหยูเหมยโดนกลั่นแกล้งจริงๆการที่เธอไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ นั่นก็เพราะเธออ่อนแอเอง ”
“ ความคิดไร้เดียงสาที่คิดว่ามีแต่พร์ที่ดีแล้วจะทำได้ทุกอย่างน่ะมันใช้ไม่ได้กับวงการนี้ พวกคุณทุกคนที่เป็กรรมการก็น่าจะรู้ดี เส้นสายก็เป็1ในความสามารถที่สำคัญเหมือนกัน ”
“ หากเธอได้รับเลือกไป แล้วเจอเหตุการณ์แบบวันนี้อีกคนที่ขายหน้าที่สุดก็คือพวกเราที่เป็กรรมการคัดเลือกเธอ!” เฉินอี้พูดขึ้นอย่างถือดี
กรรมการทุกคนก็ได้แต่นิ่งเงียบไปไม่มีใครพูดขัดขึ้น ทุกคนก็รู้ดีว่าสิ่งที่เฉินอี้พูดมานั้นเป็ความจริงทุกอย่าง
ในวงการเพลงหรือวงการบันเทิงหากคุณไม่มีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง ก็เป็ได้แค่หินให้คนอื่นเหยียบขึ้นไปเท่านั้น
แม้แต่ตัวลี่ฉุยเองก็เข้าใจเื่นี้เพียงแต่เขารู้สึกว่า มันไม่ยุติธรรมต่อความพยายามตลอดมาของจ้าวหยูเหมยเท่านั้นเองเขาได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียใจ
หืม
“ คุณเป็อะไรไป ” ลี่ฉุยหันไปถามดาาายที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความสงสัยตอนนี้ใบหน้าเขาแข็งค้างไปแล้ว
“ พวก…พวกคุณลองฟัง ” ดาาายคนนั้นพูดขึ้นด้วยเสียงติดขัดใบหน้าเขาฉายแววตื่นเต้นสุดกำลัง
!!
“ ไม่…เป็ไปไม่ได้ ” เฉินอี้พึมพำขึ้นด้วยความใ ตัวเขากำลังจะพูดเยาะเย้ยลี่ฉุยอีกซักหลายประโยคแต่เมื่อได้ยินเสียงเพลงบนเวที ก็พูดไม่ออกไปในทันที
“My heart already fly to the other side of the city ”
“ I wanna see you and tell you all the feelings in myheart ”
“ เสียงนี้มัน…เป็ไปไม่ได้ ” นักไวโอลินชาวฝรั่งเศสลุกขึ้นยืนด้วยความใ
“ ไม่มีทาง!…คนระดับนั้นจะมาปรากฏตัวที่นี่ได้ยังไง ”เฉินอี้พูดขึ้นให้กรรมการทุกคนได้ยิน เขารู้ข้อมูลของจ้าวหยูเหมยดี
เด็กสาวยากจนที่ไม่มีตังจ่ายค่าเทอมจะไปรู้จักคนระดับนั้นได้อย่างไร คงเป็คนที่เสียงคล้ายมากกว่า
กรรมการคนอื่นที่ได้ยินก็เริ่มสงบลงพวกเขาเองก็ลืมคิดไป
“ Iwant you by my side. Share everything in life
I want to say every day ”
“ My love only for you… ”
“ คุณหนู…” ลี่ฉุยพึมพำออกมาเสียงเบาไม่ให้ใครได้ยินคนอื่นอาจจะไม่แน่ใจว่าคนที่ร้องเพลงนั้นคือใคร
แต่ตัวเขานั้นรู้ดีเพราะท่านผู้เฒ่าลี่ให้เขาเป็คนไปรับคุณหนูจากสนามบินมาเองซึ่งการกลับมาของคุณหนูนั้นได้ถูกปิดเอาไว้เป็ความลับ
แต่ตอนนี้ตัวเขากลับรู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ไหนคุณบอกว่าอยากอยู่เงียบๆเพื่อพักผ่อน…
ไหนคุณบอกว่าไม่ชอบให้มีคนมาติดตามไม่อยากเป็จุดสนใจ…
แล้วตัวคุณทำไมเล่นใหญ่ขนาดนี้…
เขาเอามือก่ายหน้าผากตัวเองด้วยความเหนื่อยหน่ายเอนหลังพิงไปทางพนักเก้าอี้ด้วยความหนักใจ
“ ไม่เป็ไร…พวกผู้ชมคงยังไม่รู้หรอกอาจจะคิดว่าแค่เสียงคล้ายก็ได้ สมัยนี้พวกcoverเพลงเก่งๆก็มีเยอะที่เสียงร้องเหมือนต้นฉบับ” ลี่ฉุยคิดเข้าข้างตัวเอง
ตอนนี้คุณหนูใส่วิกผมสีดำยาวถึงกลางหลังแล้วสวมหมวกปีกกว้างทับ อีกทั้งยังมีแว่นกันแดด คงดูไม่ออกหรอก
ปกติผมของลี่เหยาเหยามีสีน้ำตาลอ่อนยาวประบ่าทำให้จ้าวเทียนที่มีความทรงจำจากภาพถ่ายจำเธอไม่ได้ในตอนแรก
หลังการแสดงจบลง เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นกว่าครั้งไหนๆ มันดังก้องไปเป็เวลานานจนพิธีกรต้องพูดให้ผู้ชมสงบลง
“ เอาละครับการแสดงรอบสุดท้ายก็ได้จบลงไปแล้วทางคณะกรรมการมีอะไรจะแนะนำผู้แสดงไหมครับ ” พิธีกรชายพูดขึ้นสายตาเขาแอบมองไปที่ลี่เหยาเหยาหลายครั้งตัวเขาเองก็ใกับเสียงร้องที่แสนไพเราะนี้มาก
แต่ก็คิดเช่นเดียวกันกับกรรมการคนอื่นที่คงเป็นักร้องรับเชิญที่เสียงคล้ายมากกว่าอีกทั้งตัวเขาเองก็เป็แฟนคลับของลี่เหยาเหยาเขารู้ดีว่าตอนนี้เธอยังอยู่ที่ฝรั่งเศส
ตอนนี้จ้าวหยูเหมยได้มายืนอยู่กลางเวทีกับลี่เหยาเหยาสายตาเธอจับจ้องไปที่ใบหน้าสวมแว่นกันแดดสีดำ ด้วยสายตาเป็ประกาย
คนอื่นอาจจะไม่แน่ใจแต่ตัวเธอยืนใกล้ชิดกับซุปเปอร์สตาร์ที่ชื่นชอบขนาดนี้ หากยังมองไม่ออกอีกก็คงต้องพิจารณาตัวเองแล้ว
ผู้ที่เป็แรงบันดาลใจให้เธอเอาดีทางด้านดนตรีก็คือพี่สาวคนสวยที่ยืนอยู่ข้างๆเธอนี้เอง
ความใฝ่ฝันของเธอก็คืออยากยืนอยู่บนเวทีเดียวกับซุปเปอร์สตาร์คนโปรด และร่วมแสดงด้วยกันไม่นึกเลยว่ามันจะเป็จริงได้เร็วขนาดนี้
“ พี่เหยาเหยาคะ…หนูจะไม่บอกใครค่ะ” จ้าวหยูเหมยกระซิบออกมาเบาๆ ถึงเธอจะยังเด็กแต่ก็มีความคิดอีกฝ่ายลงทุนปกปิดตัวเองขนาดนี้แสดงว่าไม่อยากให้ใครรู้
เธอเองก็อยู่ในกลุ่มแฟนคลับเช่นกันจึงคิดได้ว่าลี่เหยาเหยาคงจะกลับมาจากฝรั่งเศสแบบเป็ความลับ
“ ขอบใจจ๊ะ…เดี๋ยววันนี้เราไปทานข้าวด้วยกันนะ ”ลี่เหยาตอบด้วยรอยยิ้ม เด็กคนนี้น่ารักจริงๆที่รู้ใจเธอ
หลังจากนั้นคณะกรรมการก็เริ่มให้คำแนะนำ
“ ผมก็คิดว่าเธอพยายามได้ดีนะแม้ว่าเพื่อนร่วมทีมจะเตรียมตัวไม่พอแต่เธอก็ยังขึ้นมาแสดงต่อ โดยเฉพาะแขกรับเซิญของเธอนั้นเสียงเพาะมาก” เฉินอี้รีบพูดขึ้นก่อน เขาพยายามพูดกดจ้าวหยูเหมยลงทั้งยังเป็การสื่อไปว่าที่การแสดงออกมาดีเพราะแขกรับเชิญ
“ แต่ผมว่า…เธอเล่นได้ดีมากการแสดงของเธอสื่อความรู้สึกของเพลงออกมา มันได้จับใจผู้ฟังมากที่สุดในวันนี้” ลี่ฉุยก็รีบพูดขึ้นบ้าง เขาไม่ยอมให้เฉินอี้ทำสำเร็จ
“ ผมก็ว่าเธอเล่นได้โอเคนะครับ ” ดาาายเอ่ยออกมาสั้นๆ ไม่ได้มีคำชื่นชมเหมือนตอนไป๋ฮัวหลิงเพราะที่จริงเขามัวแต่สนใจนักร้องรับเชิญจนไม่ได้สนใจนักแสดงเลย
ซึ่งก็เป็เช่นเดียวกับนักไวโอลินจากฝรั่งเศสตัวเขาเองก็เป็แฟนคลับของลี่เหยาเหยาเหมือนกัน ทำให้สนใจแต่เสียงร้องอย่างเดียว
ลี่เหยาเหยาที่ได้ยินคำพูดของกรรมการนั้นมีแววตาเปลี่ยนไปทันที การแสดงของจ้าวหยูเหมยนั้นดีมาก แม้เธอจะขึ้นมาแสดงคนเดียวแต่กลับดีกว่าทีมก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ แต่พวกกรรมการกลับพูดแบบนี้เห็นได้ชัดว่ามีเื้ั
เมื่อมองไปที่แววตาเศร้าเสียใจของจ้าวหยูเหมยมันก็ได้กระตุ้นอะไรบางอย่างในตัวเธอขึ้น ในอดีตเพราะได้คุณปู่ของเธอคอยช่วยเหลือทำให้มีตัวเธอในทุกวันนี้
และเพราะเหตุการณ์ในอดีตทำให้เธอเป็คนที่ปกป้องพวกพ้องของเธออย่างถึงที่สุด กระบวนการความคิดของเธอนั้น ตอนนี้ได้นับเอาจ้าวหยูเหมยเป็น้องสาวของเธอโดยไม่รู้ตัว
สายตาของเธอมองไปทางจ้าวเทียนครู่หนึ่งแล้วคิดขึ้น
‘ พรุ่งนี้จ้าวเทียนจะต้องไปรักษาคุณปู่ ฉันจะปล่อยให้น้องสาวเขาโดนรังแกต่อหน้าได้ยังไง’
ตอนนี้เข้าสู่ขั้นตอนประกาศผลแล้วซึ่งผู้แสดงทุกทีมขึ้นมาอยู่บนเวทีจนหมด รายชื่อผู้ชนะถูกส่งมาอยู่ในมือของพิธีกรเรียบร้อยแล้วเขาก็ประกาศขึ้นในทันที
“ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็ตัวแทนของเมืองเทียนจินได้แก่ ”
“ ไป๋ฮัวหลิง”
“ ขอให้ทุกคนปรบมือแสดงความยินดีกับผู้ชนะด้วยครับ”
หลังจากพิธีกรพูดจบ เสียงปรบมือก็ดังสนั่นทันที
ทางฝั่งของกรรมการลี่ฉุยได้นั่งมองไปยังจ้าวหยูเหมยด้วยความเสียใจ กรรมการอีกสามคนเห็นด้วยกับเหตุผลของเฉินอี้ ทำให้ผลเป็แบบนี้
“ ฉันบอกแล้ว…เธอมันเทียบฉันไม่ได้หรอก” ไป๋ฮัวหลิงได้หันไปพูดใส่หน้าจ้าวหูยเหมยด้วยความสะใจ
จ้าวเทียนที่แม้จะอยู่ไกลแต่เขาก็ได้ยินคำพูดของเด็กสาวคนนั้นชัดเจน ความโกรธเกรี้ยวของเขาก็ะเิออกมาบรรยากาศกดดันรอบๆตัวจ้าวเทียนกระจายไปทั่ว จนคนที่อยู่ด้านข้างแทบจะหายใจไม่ออก
“ นี่…มันเกิดอะไรขึ้น ” ชายใส่แว่นที่นั่งข้างจ้าวเทียนพูดขึ้นแบบอ่อนแรงอยู่ดีๆเขาก็รู้สึกมือไม้อ่อน หายใจไม่ค่อยออก
จ้าวหยูเหมยที่ได้ยินคำเยาะเย้ยของไป๋ฮัวหลิงนั้นได้แต่กัดฟันแน่น น้ำตาแห่งความเสียใจที่พยายามฝืนกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมา
มือทั้งสองของเธอนั้นกำแน่นเมื่อคิดถึงความทุ่มเทที่พยายามตลอดมา
“ พี่เหยาเหยาคะ…หนู ” เมื่อหันไปสบตากับซุปเปอร์สตาร์ในดวงใจความเข้มแข็งของเธอที่ฝืนไว้ก็พังทลายลง
เธอพุ่งเข้าไปกอดลี่เหยาเหยาไว้แน่นแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
“ เธออย่าพึ่งสิ้นหวัง…เื่นี้มันยังไม่จบหรอก ”ลี่เหยาเหยาพูดขึ้น เธอลูบหัวเด็กสาวในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน
“ รออยู่ตรงนี้นะ ” ลี่เหยาเหยาพูดขึ้นจากนั้นก็เดินออกไปหาพิธีกรชายที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“ ขอโทษนะคะ…ฉันขอยืมไมค์หน่อยได้ไหม”