บ่ายคล้อยในเดือนเมษายน ฤดูร้อนปกคลุมไปทั่วชายหาดร้อนระอุด้วยแสงแดดที่แผดเผา คลื่นทะเลเบาๆ คลืบคลานเข้าหาฝั่งนกนางนวลโฉบลงมาตามสายลม ส่งเสียงร้องราวกับหยอกล้อกันผู้คนมากมายต่างเดินทางมายังชายหาด เพื่อคลายร้อนด้วยน้ำทะเลใสระยิบระยับ บางคนเล่นน้ำบ้างก่อเจดีย์ทราย บ้างเดินเล่นพูดคุยกิจกรรมที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะทำให้ชายหาดมีชีวิตชีวา
ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องดังสนั่นผู้คนพากันแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เห็นกลุ่มเมฆดำทมึนก่อตัวอย่างรวดเร็วปกคลุมดวงอาทิตย์จนมืดสนิท ลมแรงพัดผ่าน ราวกับพายุจะถล่มลงมาทุกคนหยุดกิจกรรมทั้งหมด และในชั่วพริบตา สายฟ้าผ่าลงมาอย่างรุนแรงกระทบเข้ากับรูปปั้นั์หญิงที่ตั้งอยู่ริมทะเล เสียงดังะเืเลื่อนลั่นผู้คนต่างพากันล้มลงและปิดหูเพื่อกันเสียงที่ดังสนั่น
เมื่อควันและเศษหินกระจัดกระจายหายไปทุกคนต่างมองดูซากหินที่เคยเป็รูปปั้นั์ใหญ่บัดนี้กลายเป็เพียงกองหินสูงที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมขณะที่เมฆดำเหนือศีรษะเริ่มจางหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เหตุการณ์นี้ถูกบอกเล่าปากต่อปากบ้างถ่ายคลิปวินาทีฟ้าผ่าลงมาจนกลายเป็กระแสในโซเชียล ผู้คนจำนวนมากยังคงแห่กันมาชายหาดแห่งนี้ในวันถัดมาบางคนยังคุยกันถึงเหตุการณ์ประหลาดนั้นด้วยความตื่นเต้นเ้าหน้าที่ที่ดูแลชายหาดกำลังประชุมเื่การจัดการกับซากหินและแผนการสร้างรูปปั้นั์ขึ้นมาใหม่
ในค่ำคืนที่เงียบสงบ วันถัดมาใต้กองหินสูงตระหง่าน ณ ทะเลลึก หญิงสาววัยรุ่นรูปร่างงามล้ำ ผิวพรรณขาวผ่อง ตาคมผมยาวสยายคล้ายไหลไปตามกระแสน้ำ ปรากฏตัวขึ้นจากกองหินหญิงสาวสวมชุดแบบเดียวกับที่รูปปั้นเคยสวมใส่เธอเดินแหวกตัวผ่านก้อนหินแล้วพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำราวกับหลุดพ้นจากการจองจำอันยาวนาน
เธอสูดหายใจเข้าลึก แล้วมองไปรอบๆ พลางพูดขึ้นด้วยเสียงสดใส
"ให้ตายสิ...เราหลับนานไปหน่อย ว่าแต่... เราชื่ออะไรนะ?"