“ช่างวุ่นวายกันเหลือเกิน”
“ต่างก็เป็นลูกหลานทายาทบ้านสกุลตู้เหมือนกันกลับมาก่อเรื่องให้วุ่นวายเสียเช่นนี้”
ผู้ใหญ่บ้านสกุลตู้หลายคนลุกขึ้นพูดประโยคงงๆ ออกมาทิ้งท้ายก่อนออกไปจากห้องโถงใหญ่ ไม่มีใครสนใจพวกตู้เฮ่าอีก
“ไร้สาระ แยกกันไปเถิด”
ตู้เจิ้นอู่ลุกขึ้นแกว่งแขนสะบัดชายชุดยาว จากนั้นก็เดินออกจากตรงนั้นหลังจากพวกผู้ใหญ่ของบ้านสกุลตู้คนอื่นๆ เดินจากไป
ตู้เฮ่าตู้ชง ตู้เหยียนและพวกป้าๆ น้าๆ ฝ่ายสนับสนุนพวกนั้นยังคงอยู่ในห้องโถงใหญ่ต่างตะลึงอ้าปากค้างกัน พวกเขาไม่รู้ว่าควรพูดอะไรโต้กลับไปต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาคิดไว้ ตอนแรกพวกเขาคิดไว้ว่าต่อให้ไม่สามารถลงโทษตู้เซ่าฝู่ได้อย่างน้อยก็น่าจะได้โลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณกลับคืนมาและก็นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขา ไม่มีใครคาดคิดว่านอกจากจะไม่ได้ของคืนกลับมาแล้ว ยังทำให้ตัวเองต้องเสียหน้าอีก
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่ออกมาจากห้องโถงใหญ่ของบ้านสกุลตู้ก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว หลังจากกลับมาที่เรือนนำกระบี่ดับวิญญาณวางไว้ในถุงหยินหยางแล้วตู้เซ่าฝู่ก็ตรงไปที่หอเก็บคัมภีร์วรยุทธ
นอกหอเก็บคัมภีร์วรยุทธบนเก้าอี้ไม้มีพนักพิงตัวหนึ่งมีผู้เฒ่านามว่าฝูอี้ไป๋กำลังนั่งโยกเก้าอี้ไม้อย่างสบายใจมีวัยรุ่นหนุ่มของบ้านสกุลตู้คนหนึ่งกำลังตั้งใจทำความสะอาดให้อย่างขะมักเขม้น
ตู้เซ่าฝู่ทักทายฝูอี้ไป๋แล้วก็เข้าไปข้างในหอเก็บคัมภีร์วรยุทธได้ทันทีทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นรู้สึกอิจฉาเป็นที่สุด
ครั้งนี้ที่มาหอเก็บคัมภีร์วรยุทธตู้เซ่าฝู่ไม่ได้มาหาตำราวิทยายุทธสำหรับฝึกแต่ว่าเพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวกับนักเวทยันต์เพื่อทำความเข้าใจจะได้ป้องกันไม่ให้ต้องถูกเจินชิงฉุนหลอกเอา ยิ่งมีความรู้มาก ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะถูกหลอกน้อยลง
แต่เสียดายที่ในหอเก็บคัมภีร์วรยุทธไม่มีบันทึกใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักเวทยันต์อย่างที่ตู้เซ่าฝู่ต้องการแต่ว่าพอมีพบคำแนะนำคร่าวๆ เกี่ยวกับนักเวทยันต์
ในแผ่นดินใหญ่นักเวทยันต์นับว่าเป็นอาชีพที่สูงกว่าผู้ฝึกฌานในบรรดาคนปกติทั่วไป มีคนที่สามารถเป็นผู้ฝึกฌานได้มีน้อยมากแต่คนที่สามารถเป็นนักเวทยันต์ได้กลับมีน้อยยิ่งขึ้นไปอีกคุณสมบัติสำหรับผู้ที่เป็นนักเวทยันต์ได้ซับซ้อนมากๆมีเพียงไม่กี่คนที่มีคุณสมบัติถึง
ขณะเดียวกันนักเวทยันต์ไม่ใช่อาชีพง่ายๆธรรมดา นักเวทยันต์แบ่งเป็นหลายสายมาก รวมถึงการสกัดยา สร้างอาวุธ วางค่ายกลสิ่งเหล่านี้ต่างเกี่ยวเนื่องกับนักเวทยันต์ว่ากันว่าไม่มีนักเวทยันต์ที่บรรลุและชำนาญทักษะทุกด้านได้
หลังจากคุยกับฝูอี้ไป๋เล็กน้อยตู้เซ่าฝู่ก็ออกไปจากหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ เขาไม่ได้กลับเรือนของตัวเองแต่ตรงไปที่เขาหลัง
“น่าสนใจ น่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ แล้ว”
ฝูอี้ไป๋มองดูหลังของตู้เซ่าฝู่พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า จากนั้นเขาก็หลับตาพูดกับเด็กหนุ่มที่กำลังทำความสะอาดว่า “ตั้งใจทำความสะอาดหน่อยอีกเดี๋ยวกวาดพื้นให้ข้าด้วย”
...
เขาหลังของบ้านสกุลตู้ตู้เซ่าฝู่หยิบถุงหยินหยางออกมาจากนั้นก็ล้วงเอายาวิเศษที่แย่งชิงมาได้จากคนอื่นใส่เข้าปากและกลืนไปหากในขณะนี้มีนักเวทยันต์พบเห็นตู้เซ่าฝู่กินยาวิเศษไปสดๆ ต้องรู้สึกเจ็บปวดใจแน่ๆ
การกินยาวิเศษไปสดๆจะทำให้คุณค่ามากมายที่อยู่ในยาวิเศษไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองออกมาส่วนที่ดีที่สุดของยาวิเศษไม่ได้นำมาใช้อย่างเต็มที่ที่สุดสำหรับในมุมมองของนักเวทยันต์ มันเป็นการสิ้นเปลืองคุณค่าในตัวของยาวิเศษ
ทว่าตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้สำหรับการฝึกฌานด้วยวิธีของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทอง หลังจากกินยาวิเศษลงไปพลังงานจากส่วนประกอบของยาวิเศษจะถูกเก็บไว้ในร่างผ่านวิธีการฝึกร่างด้วยการทรมานร่างกายตัวเองนี่ก็คล้ายกับวิธีสกัดยาของนักเวทยันต์แล้วผลลัพธ์ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าการสกัดของนักเวทยันต์เลย
“ตึงโครม...”
ทันใดนั้นเองในเขาหลังบริเวณบ้านสกุลตู้เกิดเสียงดังโครมๆ ออกมาเสียงนั้นทำให้บรรดาอสูรบินว่อนกระจายและวิ่งตื่นตูมออกมาเป็นระลอกออกไปจากบริเวณนั้น
ตู้เซ่าฝู่สวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวทั้งตัวมีแสงประกายทองอ่อนๆ ห่อหุ้มรอบตัวเขากำลังทรมานตัวเองโดยการเอาร่างของตัวเองพุ่งชนหน้าผาอย่างต่อเนื่อง
ห่างจากบริเวณนั้นไม่ไกลอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่ย่อร่างขนาดเหลือเพียงประมาณแมวป่าจ้องมองตู้เซ่าฝู่ที่รอบตัวมีแสงสีทองส่องอร่ามพร้อมกับอักษรยันต์ไหลว่อนตาไม่กะพริบ ราวกับว่ากำลังพิจารณาบางอย่างอยู่
เป็นเช่นนี้ไปจนถึงยามราตรีเสียงดังโครมๆ จึงค่อยๆ สงบลง
พลังจากยาวิเศษในตัวของตู้เซ่าฝู่ถูกดูดซึมเกือบหมดเกลี้ยงแล้วเขาสวมเสื้อจากนั้นก็เริ่มนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่บนเขาหลังต่อไปเพื่อทำการกลั่นกรองพลังงานจากยาวิเศษที่เหลือเล็กน้อยแน่นอนว่าฤทธิ์ของยาวิเศษพวกนี้ มีผลลัพธ์ที่ดีสู้เห็ดหลินจือโลหิตทารกไม่ได้หรอก
“ฟู่!”
เวลาเช้าตรู่ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่เขาหลังพ่นปราณโสมมที่สะสมในร่างออกมา ดวงตาสองข้างของเขาเปิดออกมีหยาดน้ำค้างสองหยดติดอยู่บนขนตา นัยน์ตามีแสงสีทองอ่อนๆ ส่องออกมาแผลบวมฟกช้ำจากการกระแทกเมื่อวานฟื้นฟูไปเกือบหมดแล้วทำให้ร่างกายแข็งแกร่งมั่นคงยิ่งขึ้น
“วันนี้ควรไปหาซื้อของตามรายการนั่นแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่บ่นพึมพำเบาๆรายการทั้งหมดที่เจินชิงฉุนสั่งเขามา ต้องหามาให้ได้ครบให้เร็วที่สุด
ในเมืองสือเฉิงกำลังคึกคักมีเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว ถนนหนทางมีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาตลอดไม่ขาดสายมีเสียงคุยกันดังโผล่ขึ้นมาเป็นระยะๆ
ตู้เซ่าฝู่เดินเล่นอยู่ในเมืองสือเฉิงเดินชมดูของที่น่าสนใจ เดินทอดน่องอย่างสบายใจทั้งยังได้ซื้อชุดมากมายที่เหมาะสมกับตัวเองติดไม้ติดมือมาด้วยสุดท้ายยังซื้อขวดเหล้าที่ดูไม่เลวขวดหนึ่งกลับไปอีกด้วย
ตลาดฝ่างคือสถานที่ที่คึกคักและเจริญที่สุดในเมืองสือเฉิง บ้านสกุลอั้น บ้านสกุลฉินบ้านสกุลเยี่ย และบ้านสกุลไป๋ต่างมีร้านค้าเปิดอยู่ในตลาดผ้ากันอยู่หลายที่
ในตลาดฝ่างมีร้านค้าหลายประเภทมีสินค้าผลิตภัณฑ์ให้เลือกให้ชมมากมาย ทั้งนี้ยังมีหลายร้านที่ขายสินค้าที่เกี่ยวกับการฝึกวรยุทธและวิทยายุทธมียาวิเศษ วิทยายุทธ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ มากมาย รวมๆ แล้วแทบจะมีเสียหมดทุกอย่างดังนั้นตลาดฝ่างจึงเป็นสถานที่ที่รวมตัวผู้ฝึกวรยุทธและวิทยายุทธมากที่สุดในเมือง
ผู้ฝึกฌานมีตำแหน่งและบทบาทเหนือกว่าคนธรรมดาบนโลกนี้ในยุทธภพ ผู้ที่แข็งแกร่งจะได้รับการเคารพ มีอิทธิพลเหนือประชาชนทั่วไปยอดฝีมือที่มีพละกำลังและความสามารถเหนือกว่าคนทั่วไปจึงได้รับความเกรงใจและยกย่องเป็นเรื่องปกติ
เพียงแต่ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเป็นผู้ฝึกฌานได้ระดับความยากในการฝึกสำเร็จสูงกว่าที่คนธรรมดาคิดเสียอีก การเป็นผู้ฝึกฌานคนหนึ่งไม่ใช่ว่าแค่พยายามก็สามารถทำได้สำเร็จได้
ตู้เซ่าฝู่ตั้งใจจะซื้อของที่เจินชิงฉุนไล่รายการมาของในรายการส่วนใหญ่คือยาวิเศษ แม้ว่าริบยาวิเศษได้มาจากโซ่วหู่จำนวนหนึ่งทว่าก็ยังขาดไปอีกมาก และชนิดที่ต้องใช้ก็ยังไม่ครบถ้วนยิ่งไปกว่านั้นการฝึกร่างตามวิชาอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองก็ต้องใช้ยาวิเศษจำนวนไม่น้อย
ดังนั้นตู้เซ่าฝู่คิดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าของที่เขาต้องการซื้อต้องมีราคาสูงมากแน่ๆหากไม่ได้ขายของดีจากถุงหยินหยางจำนวนหนึ่งเพื่อหาเงินเพิ่ม เขาก็คงซื้อไม่ไหว
บ้านสกุลตู้เองก็มีร้านค้าเป็นร้านที่ขายยาวิเศษ อาวุธ วิทยายุทธ และยาลูกกลอนโดยเฉพาะแต่เป็นวิทยายุทธและยาลูกกลอนที่ระดับขั้นไม่สูงมากเท่าไร
บ้านสกุลอื่นเองก็มีร้านค้าที่ขายสินค้าคล้ายๆกันในตลาดฝ่าง ทว่าก็ไม่ใช่ของดีเลิศอะไรเท่าไรของเหล่านี้สามารถตอบสนองได้เพียงคนทั่วๆ ไปในเมืองสือเฉิงแม้เมืองสือเฉิงจะนับว่าเป็นเมืองเมืองหนึ่งแต่ก็เป็นแค่เมืองที่ตั้งอยู่ที่เขตชายแดน ไม่ได้มีของดีอะไรมากมาย
ตู้เซ่าฝู่เห็นป้ายร้านบ้านสกุลตู้เมื่อเห็นว่าเป็นร้านค้าของบ้านสกุลตู้ เขาก็เดินเข้าไปข้างใน
“คารวะคุณชายน้อยเซ่าฝู่”
ในร้านของบ้านสกุลตู้มีชายสองคนท่าทางกำยำแข็งแรงดูห้าวๆเฝ้าประจำร้านอยู่ เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่ก็ตกใจ ไม่คิดว่าบุคคลคนนี้จะเข้ามาจากนั้นพวกเขาก็รีบคารวะทำความเคารพตู้เซ่าฝู่ทันที
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าเพื่อเป็นการสื่อว่าไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากมายเขาหยิบห่อของห่อใหญ่และรายการที่เตรียมมายื่นให้กับชายร่างใหญ่สองคนนี้ กล่าวว่า “เอาของพวกนี้ไปให้เถ้าแก่ของพวกเจ้าคิดเงินหน่อยว่าขายได้เงินเท่าไรและข้าก็มีของบางอย่างที่ต้องการจะซื้อด้วย”
ชายร่างใหญ่ทั้งสองรับห่อของและรายการมาก็รีบเข้าไปด้านในร้านหาเถ้าแก่ ตู้เซ่าฝู่รออยู่ที่เดิมค่อยๆ เดินสำรวจสถานที่เขาเคยมาที่ร้านนี้เมื่อครั้นยังเล็กเพียงไม่กี่ครั้งพอโตมานี่เป็นครั้งแรกที่ได้มา
ผ่านไปไม่นานเถ้าแก่ก็ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง
“เซ่าฝู่ ทำไมเจ้ามาที่นี่ล่ะ”
เถ้าแก่เป็นชายอายุราวๆสี่สิบปี หุ่นบางผอม ไม่สูงมาก ทว่าดวงตาเป็นประกาย ท่าทางเฉลียวฉลาด
ตู้เซ่าฝู่รู้จักบุรุษวัยกลางคนคนนี้เขามีชื่อว่าตู้ผิง มีสายเลือดหลักของบ้านสกุลตู้ เขามีพรสวรรค์ด้านการฝึกฌานไม่มากเท่าไรดังนั้นจึงมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลร้านของบ้านสกุลตู้ทว่าในโลกนี้มองว่าความแข็งแกร่งทางด้านวรยุทธเป็นสิ่งที่น่าเคารพยกย่องกว่าสิ่งใดในเมื่อไม่มีพรสวรรค์ทางด้านการฝึกฌานเลยต้องมาทำฐานะหน้าที่ดูแลร้านของบ้านสกุลตู้ ฐานะตำแหน่งของเขาในบ้านสกุลตู้ก็ไม่สูงเท่าไรดังนั้นปกติเขาก็ไม่ได้กลับจวนใหญ่บ้านสกุลตู้กลับไปเพียงทุกงานเทศกาลสำคัญอย่างวันตรุษจีน
“ท่านอาผิง ของที่ข้าต้องการที่ร้านมีหรือไม่?”
ตู้เซ่าฝู่แสดงท่าทีเคารพตู้ผิงมากจำได้ว่าเมื่อครั้นยังเล็ก อาผิงท่านนี้ ทุกครั้งที่กลับไปที่จวนใหญ่มักเตรียมขนมและลูกอมมากมายให้กับเด็กๆลูกหลานในตระกูล และเขาเองก็ได้รับด้วย แถมยังได้ปริมาณมากกว่าคนอื่นๆ อีก
“มีน่ะมี ทว่าของที่เจ้าต้องการมามีเยอะมากมีบางรายการที่ไม่ค่อยได้ขายเท่าไร ข้าต้องใช้เวลาเตรียมสักครู่หนึ่งพอข้าเตรียมของให้เจ้าเสร็จแล้ว ค่อยนำไปส่งให้เจ้าดีหรือไม่?”
ตู้ผิงมองตู้เซ่าฝู่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจเรื่องหลายเรื่องในช่วงสองเดือนมานี้ที่เกิดขึ้นในบ้านสกุลตู้เขาเองก็พอได้ยินมาบ้าง และของที่ตู้เซ่าฝู่ต้องการในตอนนี้เขาพอมองออกว่าล้วนเป็นของที่นักเวทยันต์ใช้กันยิ่งไปกว่านั้นของในห่อที่ตู้เซ่าฝู่นำมา ก็ไม่ใช่ของปกติทั่วไปล้วนเป็นสมบัติเลอค่า ดูท่าคำร่ำลือที่ได้ยินมาจากทางตระกูลไม่ผิดจริงๆสิบปีที่ผ่านมานี้เด็กหนุ่มคนนี้แค่แกล้งทำเป็นทึ่มเองจริงๆ
ตู้เซ่าฝู่ลังเลสักครู่จากนั้นก็พยักหน้า กล่าวว่า “ก็ได้ขอรับ”
“ข้าคำนวณดูแล้ว ของที่เจ้านำมาล้วนมีราคาสูงอยู่มูลค่าทั้งหมดสองหมื่นหนึ่งพันเสวียนนี่ถือว่าเป็นราคาที่ให้ได้สูงที่สุดในตลาดแล้วทว่าของที่เจ้าต้องการซื้อข้าคิดในราคาต้นทุนให้เจ้าทั้งหมดหนึ่งหมื่นห้าพันเสวียน เหลืออีกหกพัน ที่เหลืออีกหกพันเสวียนอยู่ตรงนี้ทั้งหมดแล้ว”
ตู้ผิงยื่นตั๋วที่ดูประณีตมากแผ่นหนึ่งให้กับตู้เซ่าฝู่บนนั้นมีอักษรยันต์แกะสลักอยู่ เขาพูดว่า “นี่คือตั๋วเงินสามารถนำไปใช้แลกเงินได้หลายที่เลย”
“ขอบคุณขอรับท่านอา”
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้เกรงใจเขารู้ว่าร้านของบ้านสกุลตู้ไม่มีทางเอาเปรียบเขาแน่ หากไม่ใช่ร้านค้าของตระกูลของที่เขาขายอาจไม่สามารถนำไปชดเชยของที่ต้องการซื้อทั้งหมดได้ปกติแล้วร้านค้าขายพวกยาวิเศษได้กำไรสูงมหาศาล
“พอกลับไปแล้ว ฝากทักทายบิดาของเจ้าให้ด้วย” ตู้ผิงยิ้มขณะที่กล่าว
“แน่นอนขอรับ” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าเก็บตั๋วเงินเสร็จก็เดินออกไปจากร้านค้าของบ้านสกุลตู้