“อะไรกันครับเนี่ย...”
เรวินชูไพ่ ‘คิงโพธิ์ดำ’ซึ่งมีลายเซ็นของชายคนนั้นอยู่หราให้ทุกคนเห็น
“ผมบอกคุณอาแล้วไงครับว่าให้เก็บมันไว้ให้ดี ปล่อยให้ผมขโมยมันมาได้ไงครับเนี่ย เฮ้อ...” เรวินทำหน้าเหนื่อยหน่ายใจ
ชายวัยกลางคนรีบตะปบเข้าที่กระเป๋าเสื้อตัวเองอย่างเหลือเชื่อหนุ่มใหญ่รีบล้วงไพ่ออกมาดูแล้วเขาก็ต้องส่งเสียงร้องในลำคอเมื่อไพ่ในกระเป๋าเสื้อของเขาบัดนี้มันได้กลายเป็ไพ่ของเรวินทั้งสามใบเสียแล้ว
เสียงปรบมือจากบรรดาแขกผู้มีเกียรติดังขึ้นอย่างทึ่งและประทับใจเรวินโค้งให้กับเสียงปรบมืออย่างนอบน้อมอีกครั้งเขายังคงเดินตามโต๊ะและแสดงกลไพ่ต่ออีกสองสามชุดเรียกเสียงฮือฮาและความประทับใจจากคนดูได้อย่างต่อเนื่องก่อนที่จะเดินขึ้นเวทีเพื่อแสดงฉากปิดท้าย
นักมายากลหนุ่มชูมือขึ้นไปในอากาศอย่างสง่างามพลันฝูงนกหงส์หยกสีขาวที่บินไปในอากาศเมื่อการแสดงชุดแรกก็บินกลับเข้ามาสู่มือของเขาและกลายเป็ไพ่เหมือนเดิมจนครบทั้งสำรับเขาสับไพ่ในมืออยู่สองสามครั้งก่อนเขวี้ยงมันออกไปในอากาศพร้อมกับที่ไพ่นั้นตกลงมากลายเป็ดอกกุหลาบและลูกกวาดหลากสีสันใส่คนดูที่อยู่เบื้องล่างเวทีสาวๆที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างรีบยื้อแย่งกันเพื่อที่จะหยิบเอากุหลาบและลูกกวาดของเรวินมาเป็ที่ระลึกให้ได้เรวินยิ้มให้กับภาพนั้นก่อนมาหยุดยืนอยู่กลางเวที ไฟสปอตไลต์ส่องลงมาที่เขา
“ยินดีต้อนรับสู่ ‘เดอะเปียนิสต์คอนเทสต์’ ” เรวินโค้งคำนับให้กับแขกผู้มีเกียรติพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบสำรับไพ่ออกมาแล้วโยนไพ่ขึ้นไปเหนือหัวของตัวเองไพ่กระจัดกระจายอยู่ในอากาศก่อนร่วงลงมาซ้อนทับกันอย่างเป็ระเบียบกลายเป็ไพ่หนึ่งสำรับวางอยู่บนพื้นเวที
“เขาหายไปแล้ว!”แขกผู้มีเกียรติต่างจ้องมองสำรับไพ่บนเวทีอย่างตกตะลึง
ผู้ช่วยสาวแสนสวยคนเดิมเดินถือถาดออกมากลางเวทีแล้วหยิบสำรับไพ่ขึ้นมาวางบนถาดก่อนเดินกลับเข้าไปหลังเวทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันชายหนุ่มในชุดทักซิโดสีขาวยืนมองการแสดงของเรวินด้วยสีหน้าเรียบเฉยในมือของเขากำลังเปิดปิดนาฬิกาพกสีเงินแบบโบราณอย่างครุ่นคิด
พิธีกรหนุ่มรีบเดินออกมาจากด้านหลังเวทีอย่างตื่นเต้น
“ขอเสียงปรบมือให้กับเรวิน เดอะวิซาร์ด!!!”
พิธีกรประกาศเสียงปรบมือดังกึกก้องและยาวนาน จนพิธีกรที่รอพูดต่อต้องยกมือขออนุญาตจากบรรดาแขก
“เอาละครับ...และต่อจากนี้เราก็ขอเข้าสู่ขั้นตอนพิธีการในงานวันนี้นะครับขอเรียนเชิญคุณอนันต์ ประธานจัดการแข่งขันเปียโนระดับชาติขึ้นมากล่าวเปิดงานในวันนี้”
สิ้นเสียงประกาศของพิธีกรเสียงเพลงเร้าใจก็ดังกระหึ่มขึ้นทั่วทั้งห้องบอลรูมฉากบนเวทีก็ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว พื้นหลังมืดดำสนิทดุจท้องฟ้ายามค่ำคืนรูปปั้นจำลองเทพีอะธีนาเคลื่อนออกมาอยู่ด้านข้างเวทีพร้อมกับเสากรีกโบราณที่สูงต่ำลดหลั่นกัน
“สเตจพร้อม...โพเดียมพร้อม...ส่งขึ้นเวที”
ธีธัช ชายหนุ่มร่างผอมสวมหมวกแก๊ปซึ่งเป็หัวหน้าฝ่ายการจัดการแข่งขันและเทคนิคเช็กงานผ่านวอล์กกี้ทอล์กกี้อยู่ด้านหลังเวที
ทันทีที่โพเดียมสำหรับประธานในพิธีพร้อมเสียงปรบมือต้อนรับอนันต์ดังขึ้นเพื่อให้เกียรติกับประธานจัดงาน
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายที่มาร่วมงานในวันนี้...”อนันต์ยืนกล่าวทักทายอย่างสง่างามสมกับที่เป็ประธานกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ “ยินดีต้อนรับสู่การแข่งขันเปียโนระดับชาติรุ่นอายุไม่เกินสิบแปดปีเพื่อชิงเงินรางวัลเป็ทุนการศึกษาต่อต่างประเทศในด้านดนตรีไม่ว่าจะประเทศอะไรหรือศึกษาดนตรีสาขาไหน ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันในครั้งนี้มีสิทธิ์ที่จะเลือกได้ตามใจชอบโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น”
เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่ออนันต์พูดถึงรางวัลอนันต์ยืนแสยะยิ้มด้วยความภูมิใจในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้สายตาของเขาจ้องมองลงไปในกลุ่มแขกที่ยืนอยู่เบื้องล่างอย่างมาดมั่น ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องกล่าวถึงความดีความชอบของตัวเองที่เป็ประธานจัดงานในครั้งนี้
“และผมยินดีที่จะกล่าวว่าทุนการจัดงานในครั้งนี้ทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากเงินของกลุ่มอนันต์ เอนเตอร์ไพรส์ที่เราสำรองไว้สำหรับมูลนิธิเพื่อการนี้โดยเฉพาะซึ่งทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากความคิดของผมแต่เพียงผู้เดียว”
เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งซึ่งอาจจะรู้สึกชื่นชมจากใจจริงหรือจะโดยมารยาทก็แล้วแต่แต่นั่นก็ทำให้อนันต์ยิ่งมั่นใจมากขึ้นหากจะต้องลงสมัครเล่นการเมืองในสมัยหน้าการสร้างภาพว่าเป็คนใจบุญเอื้อเฟื้อต่อคนยากไร้ย่อมเป็ภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคมอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ‘พิตต้า’สาวสวยในชุดราตรีสีดำกำลังยืนฟังผู้เป็พ่อสาธยายความดีของตัวเองอยู่บนเวทีอย่างเสียอารมณ์เธอเองก็เป็หนึ่งในผู้เข้ารอบทั้งหมดห้าคนในการแข่งขันครั้งนี้และหากพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอนันต์ผู้เป็พ่อแท้ๆ แล้ว ใครๆ ในวงสังคมย่อมรู้กันดีว่าทั้งคู่นั้นไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่
เหตุด้วยในตอนที่พิตต้าเกิดแม่ของเธอได้เสียชีวิตลงขณะคลอดอนันต์จึงมีความรู้สึกว่าพิตต้านั้นเองที่เป็สาเหตุแห่งความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของเขาการเลี้ยงดูพิตต้าจึงเป็แบบโยนเงินให้เธอไปจัดการเองมาตลอดพิตต้าจึงเป็เด็กที่เ้าอารมณ์เอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรก็ต้องได้มาจนทุกวันนี้
พิตต้าหันหน้าหนีจากเวทีอย่างเสียอารมณ์ก่อนที่จะได้ยินพ่อของเธอพูดถึงเธอที่มีความสามารถอันเหลือล้นทางด้านดนตรีจนผ่านเข้ารอบการแข่งขันในครั้งนี้
เชิดชูกันเข้าไปความสามารถของฉันก็มี ไม่จำเป็ต้องไปพึ่งกรรมการเฮงซวยพวกนั้นหรอกฉันถึงจะเข้ารอบมาได้
เธอคิดอยู่ในใจ
พิตต้าหันไปทางต้นเสียงที่กำลังกระซิบกระซาบถึงเธออยู่พอจับใจความได้ว่าการที่เธอผ่านเข้ารอบมาได้เพราะพ่อที่เป็ประธานการจัดการแข่งขันในครั้งนี้พิตต้าฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจจนตอนนี้เธอแทบอยากจะะเิมันออกมาอยู่รอมร่อ
หากฉันแพ้ก็คือแพ้และหากฉันชนะนั่นก็คือความสามารถของฉันไม่ใช่ความสามารถของผู้มีอิทธิพลหน้าไหนจะมาบันดาลให้!
พิตต้าหันหลังเดินออกจากงานในทันทีด้วยความสะอิดสะเอียนพ่อของตัวเอง