องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 149 สามสิบปีผันแปร

            "ท่านแม่มีธุระอื่นอีกหรือไม่ขอรับถ้าไม่มี ลูกขอตัวก่อน" จางเจิ้นอันกล่าวพลางทำท่าจะลุกขึ้น

            "เดี๋ยวก่อน!"

            อูซื่อรีบเรียกไว้จางเจิ้นอันจึงหันกลับมา มองมารดาด้วยสีหน้าสงสัย

            "ได้ยินว่าพ่อแม่ของสะใภ้อันซื่อมาแล้วรึ?"อูซื่อเอ่ยถาม

            "ขอรับ"จางเจิ้นอันไม่ได้ปิดบัง เพียงเงยหน้ามองอูซื่อ "หูตาของท่านแม่ช่างรวดเร็วยิ่งนัก"

            "เมื่อครู่ข้าคุยกับอันซื่อนางเป็นคนบอกข้าเอง" อูซื่อโกหกไปคำหนึ่ง แล้วพูดต่อ"ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็ควรให้พวกเขาแวะมาพบปะพูดคุยกันบ้างอย่าให้ใครนินทาได้ว่าตระกูลจางของเราไม่มีมารยาท"

            "ไม่จำเป็นหรอกขอรับเรื่องหยุมหยิมของลูก ไม่ควรรบกวนให้ท่านแม่ต้องใส่ใจ" จางเจิ้นอันพูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปทันที

            อูซื่อผุดลุกขึ้นมองตามแผ่นหลังของบุตรชายไปทางประตู นางยังพูดไม่ทันจบ เขาก็รีบชิ่งหนีไปเสียแล้วตัวนางน่ากลัวถึงเพียงนั้นเชียวรึ?

            จางเจิ้นอันยังเดินไม่ทันถึงเรือนสดับไผ่ก็เห็นร่างบอบบางร่างหนึ่งยืนรออยู่หน้าประตูแต่ไกล แสงโคมสลัวๆ ส่องกระทบร่างนางทอดเงาเดียวดายเหงาหงอยทอดยาวอยู่บนพื้น เขาเห็นแล้วอดทนไม่ได้จึงรีบสาวเท้าเข้าไปหา แล้วเอ่ยขึ้นว่า "ซิ่วเอ๋อร์อากาศหนาวขนาดนี้ ออกมายืนทำอะไรตรงนี้?"

            "รอท่านอยู่เจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น

            จางเจิ้นอันประคองใบหน้านางขึ้นจุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบา แล้วโอบไหล่นางเข้ามาใกล้ ก่อนจะถามว่า"รอข้าทำไม? ต่อไปเจ้าเข้านอนแต่หัวค่ำเถอะข้าเองก็ไม่รู้ว่าแต่ละวันจะกลับมากี่โมงกี่ยาม เจ้าไม่ต้องมาเสียเวลารอหรอก"

            "ข้าไม่ได้โง่นะเจ้าคะพอดีเมื่อครู่ได้ยินว่าท่านแม่เรียกท่านไปพบ ข้าเป็นห่วงเลยออกมารออยู่ตรงนี้"อันซิ่วเอ๋อร์พูดจบก็ถามต่อ "ว่าแต่ท่านแม่เรียกท่านไปมีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?"

            "ก็ไม่มีอะไรมากแค่เรื่องที่น้องชายข้าจะขอแต่งงานกับคุณหนูเย่" จางเจิ้นอันตอบ

            "หา?" ลมเย็นๆ พัดโชยมาวูบหนึ่ง อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกเหมือนตัวเองหูฝาดไปพอหันไปเห็นจางเจิ้นอันพยักหน้ารับ นางก็ยิ่งสับสน "ไม่กี่วันก่อนนางยังยืนกรานจะแต่งกับท่านอยู่เลยไม่ใช่หรือเจ้าคะ? แล้วทำไมจู่ๆถึงกลายเป็นจะไปแต่งกับน้องชายท่านได้ล่ะเจ้าคะ?"

            ในความรู้สึกของนางเรื่องนี้มันช่างพิลึกพิลั่นยิ่งนักถึงแม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองจะยังไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งแต่ถึงอย่างไรก็เคยมีสัญญาหมั้นหมายกันมาก่อน ไม่ได้แต่งกับพี่ชายแต่กลับจะไปแต่งกับน้องชายแทน เรื่องแบบนี้มันดูไม่เหมาะไม่ควรเลยจริงๆ

            แต่พอเข้ามาในห้องอันแสนอบอุ่นความคิดเรื่องศีลธรรมจรรยาบรรณเล็กๆ น้อยๆ นั้นก็พลันจางหายไปสิ้นนางนั่งลงยื่นมือผิงไฟ สีหน้าดูผ่อนคลายลง "นางจะแต่งกับใครก็ช่างเถอะขอแค่ไม่มายุ่งกับท่าน ไม่มาแย่งท่านไปจากข้าก็พอแล้ว"

            "เจ้าคนขี้หึง"จางเจิ้นอันเอื้อมมือไปหยิกปลายจมูกนางเบาๆรู้สึกว่านางในตอนนี้ดูงดงามมีน้ำมีนวลกว่าแต่ก่อนมาก

            ผิวพรรณดูขาวผ่องละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นใบหน้าก็ดูอิ่มเอิบมีน้ำมีนวล แม้แต่ปลายจมูกก็คล้ายจะกลมมนขึ้นเล็กน้อยดูน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนไข่มุกเม็ดงาม

            "ท่านมองอะไรข้าหรือเจ้าคะ?"พอถูกเขามองจ้อง อันซิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา

            "ก็มองว่าเจ้าสวยขึ้น"จางเจิ้นอันตอบโดยไม่ต้องคิด อันซิ่วเอ๋อร์ใช้มือดันอกเขาเบาๆ"ไม่ได้เรื่องเลย ท่านนี่เอาแต่พูดคำหวานหลอกข้าอยู่เรื่อย"

            "ข้าพูดจริงๆ นะ"เขาดึงนางเข้ามากอดไว้แน่น ซุกหน้าไซร้ซอกคอหอมกรุ่นแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านั้น เพราะในท้องนางยังมีเจ้าตัวน้อยอยู่

            "ว่าแต่คุณหนูเย่จะแต่งกับน้องชายท่านจริงๆ ท่านแม่จะยอมหรือเจ้าคะ?" อันซิ่วเอ๋อร์อดถามขึ้นอีกครั้งไม่ได้

            "ตอนนี้ท่านแม่กำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อย่างหนักเลยละวันนี้นางรีบร้อนเรียกข้าไปพบ ก็เพื่อจะคุยเรื่องนี้" จางเจิ้นอันตอบ

            "แล้วท่านตอบไปว่าอย่างไรเจ้าคะ?"อันซิ่วเอ๋อร์รีบถาม

            "ข้าจะพูดอะไรได้พวกเขาอยากจะทำอะไรก็เรื่องของเขา ข้าไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยหรอกขอแค่พวกเขาอย่ามายุ่งเกี่ยวกับเราก็พอ"

            จางเจิ้นอันพูดต่อ"ยิ่งกว่านั้น ถึงข้าจะพูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์อย่าเห็นว่าตอนนี้ท่านแม่คัดค้านหัวชนฝา อีกไม่นานหรอกถ้าน้องชายไปพูดจาออดอ้อนดีๆ สักสองสามคำ ท่านก็ต้องใจอ่อนยอมอยู่ดี"

            ดูท่าว่าจางเจิ้นอันจะรู้จักนิสัยของอูซื่อดีจริงๆหรือไม่ก็ จางเจิ้นผิงคงเคยใช้วิธีนี้มานักต่อนักแล้ว และก็ได้ผลทุกครั้งไป

            "มิน่าล่ะวันนี้ท่านแม่ถึงได้เรียกข้าไปพบ แถมยังทำท่าทีใจดีกับข้าเป็นพิเศษอีก"อันซิ่วเอ๋อร์พึมพำ "ข้ายังนึกอยู่ว่านางต้องการอะไรจากข้าอีกที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง" ในที่สุดอันซิ่วเอ๋อร์ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมอูซื่อถึงเรียกนางไปพบ"แต่พอลองคิดดูอีกที ท่านแม่กลุ้มใจเรื่องนี้แล้วเรียกนางไปพบมันจะมีประโยชน์อะไรกัน?"

            "เฮ้อ ท่านพี่ถ้าการออดอ้อนของน้องชายท่านได้ผลทุกครั้งท่านว่าต่อไปข้าควรจะไปลองทำแบบนั้นกับท่านแม่ดูบ้างไหมเผื่อท่านจะใจดีกับข้ามากขึ้นบ้าง?" อันซิ่วเอ๋อร์ถามต่อการเอาอกเอาใจคนน่ะนางถนัดอยู่แล้วหรือว่าก่อนหน้านี้นางมัวแต่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ น้อยๆ จนลืมเอาใจอูซื่อให้ดีๆถึงทำให้ท่านไม่ชอบหน้านางกันนะ?

            "เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้สิอย่างไรเสีย ท่านแม่ก็ดูจะชอบลูกไม้นี้ของน้องชายคนเดียวคนอื่นใช้วิธีนี้จะได้ผลรึเปล่าข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่างน้อยข้าก็ไม่เคยลอง"

            พออันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็ทำท่าอยากจะลองดูขึ้นมาจริงๆ จางเจิ้นอันจึงรีบปราม"แต่ข้าเตือนไว้นะว่า อย่าไปลองเด็ดขาดตอนนี้เจ้ากำลังท้องกำลังไส้อยู่ขืนนางใช้งานให้เจ้ารินน้ำชาปรนนิบัติทั้งวันทั้งคืน จะเอาแรงที่ไหนไปเอาใจท่านได้?อีกอย่างตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับท่านก็ถือว่าดีประมาณหนึ่งอยู่แล้วไม่เห็นจำเป็นต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไร"

            "ก็ได้เจ้าค่ะท่านพูดถูก เช่นนั้นข้าเชื่อฟังท่านก็ได้" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้าเป็นอันล้มเลิกความคิดนี้ไปก่อน

            ทั้งสองคุยกันต่ออีกครู่ใหญ่ส่วนมากเป็นอันซิ่วเอ๋อร์ที่พูดเจื้อยแจ้ว จางเจิ้นอันเป็นผู้ฟังคอยตอบรับนางเป็นครั้งคราว นางดูเหมือนมีพลังงานเหลือล้น สามารถพูดต่อไปได้เรื่อยๆไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ธรรมดา พอออกมาจากปากนางกลับกลายเป็นเรื่องสนุกสนานน่าฟังขึ้นมาได้การได้ฟังนางเล่าเรื่องอย่างออกรสออกชาติเช่นนี้ ก็เป็นเหมือนแรงใจเล็กๆที่ทำให้เขาอยากกลับบ้านเร็วๆ ทุกวัน

            ...

            เมื่อรับปากว่าจะหางานให้อันเถี่ยสือกับอันเถี่ยมู่ทำแล้วจางเจิ้นอันก็ไม่รอช้า อีกไม่กี่วันต่อมาก็จัดการหางานให้พวกเขาเรียบร้อยพวกเขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของอันซิ่วเอ๋อร์ จางเจิ้นอันย่อมไม่ปล่อยให้รอนานอยู่แล้วค่าจ้างที่ให้ก็สูง ตำแหน่งงานก็ดี เป็นงานที่สามารถเรียนรู้อะไรได้มากทั้งสองพี่น้องต่างกำหมัดรับปากว่าจะตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด

            ถึงขนาดที่ว่าพออันซิ่วเอ๋อร์กลับไปเยี่ยมครอบครัวอีกครั้งต่งซื่อก็ยิ่งแสดงความกระตือรือร้นต่อนางมากขึ้นไปอีกกระตือรือร้นจนอันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง

            ส่วนพ่อเฒ่าอันพอเห็นลูกชายทั้งสองได้ทำงานในเมืองหลวงแล้วก็เลยพักเรื่องที่จะกลับบ้านนอกไว้ก่อนชั่วคราว อันซิ่วเอ๋อร์ดีใจยิ่งนักในเมื่อตอนนี้ทุกคนอยู่ในเมือง การไปมาหาสู่ก็สะดวกสบายนางจะได้แวะมาเยี่ยมเยียนดูแลพวกเขาได้บ่อยๆ

            จางเจิ้นอันยังช่วยหาสำนักศึกษาดีๆในเมืองหลวงให้อันหรงเหอได้แห่งหนึ่งตอนนี้อันหรงเหอจึงได้เข้าเรียนหนังสือในเมืองหลวงแล้วดูเหมือนว่าเขาจะพอใจกับสภาพแวดล้อมใหม่นี้มากทีเดียว

            ส่วนต้ายากับเอ้อร์ยานั้นต่งซื่อคิดอยากจะให้พวกนางได้เรียนรู้งานฝีมือติดตัวไว้บ้างจางเจิ้นอันจึงจัดการส่งพวกนางไปเข้าโรงปักผ้าเพื่อฝึกงานโดยได้ฝากฝังกับช่างปักผ้าฝีมือดีที่สุดคนหนึ่งในเมืองให้ช่วยดูแลสั่งสอน

            เมื่อเรื่องของครอบครัวฝั่งบ้านนางจัดการได้เรียบร้อยลงตัวอันซิ่วเอ๋อร์ก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลอีก แต่ละวันนางจึงค่อนข้างว่างหากวันไหนอากาศไม่ดี ก็จะขลุกตัวอยู่ในเรือนอ่านหนังสือ หากวันไหนอากาศดีก็จะชวนเหลียงซื่อออกไปเดินเล่นเที่ยวชมเมืองหลวงบ้าง เดินเล่นชมตลาดหรือไม่ก็ออกไปชมดอกไม้ใบหญ้าในฤดูใบไม้ผลิ วันเวลาอันเรียบง่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            ส่วนอูซื่อเพราะเรื่องของเย่จิ้งซูนางจึงพลอยแสดงท่าทีอ่อนโยนกับอันซิ่วเอ๋อร์มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่เย่จิ้งซูอยู่ด้วยอูซื่อจะยิ่งแสร้งทำเป็นสนิทสนมเอ็นดูอันซิ่วเอ๋อร์เป็นพิเศษอันซิ่วเอ๋อร์รู้ดีว่านางแค่ต้องการจะทำให้เย่จิ้งซูขายหน้าเหมือนกับที่เมื่อก่อนนางเคยจงใจทำให้นางต้องอับอายเช่นกัน แต่ก็นั่นแหละสามสิบปีชะตาเปลี่ยนฝั่ง วาสนาของคนเรา ใครเลยจะคาดเดาได้

            อันซิ่วเอ๋อร์ไม่อยากเป็นหอกข้างแคร่ให้อูซื่อใช้ทิ่มแทงใครและไม่อยากซ้ำเติมเย่จิ้งซู ถึงแม้หญิงผู้นั้นเคยทำไม่ดีกับนางไว้แต่นางก็ไม่อาจทำเรื่องซ้ำเติมคนที่กำลังตกต่ำได้ลงคอหากนางรักใคร่ชอบพอจางเจิ้นผิงจริงๆ และอยากแต่งงานกับเขา นางก็ยินดีอวยพรให้

            สุดท้ายในสงครามเย็นระหว่างสตรีครั้งนี้ อูซื่อก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปนางทนเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอ้อนวอนออดครวญไม่ไหวจึงต้องยอมตามคำขอของจางเจิ้นผิงตกลงอนุญาตให้เขาแต่งเย่จิ้งซูเข้าบ้านได้ในที่สุด

            อันซิ่วเอ๋อร์เห็นเย่จิ้งซูพยายามต่อสู้อยู่นานในที่สุดก็สมหวัง ก็อดดีใจกับนางไม่ได้ หนึ่งคือนางหวังจากใจจริงว่าเย่จิ้งซูจะได้พบกับจุดหมายปลายทางที่ดี สองคือก็แอบเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง ที่หากนางแต่งงานไปแล้วก็จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับจางเจิ้นอัน และไม่ต้องมาคอยหาเรื่องนางอีก

            แต่ใครเลยจะรู้ว่าการที่เย่จิ้งซูวางแผนอย่างรอบคอบจนบรรลุเป้าหมายในการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลัง ใครเลยจะคาดคิดว่าความแค้นของผู้หญิงคนหนึ่ง จะสามารถเผาผลาญทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้เพียงนี้

            เข้าเดือนสองเย่จิ้งซูก็ได้แต่งเข้าสกุลจางกับจางเจิ้นผิงสมใจแต่ทว่ากลับไม่มีการจัดงานแต่งงานใหญ่โตใดๆ แม้แต่โต๊ะเลี้ยงฉลองสักโต๊ะก็ไม่มีที่แท้ อูซื่อเพียงยอมให้เย่จิ้งซูแต่งเข้ามาในฐานะอนุภรรยาของจางเจิ้นผิงเท่านั้นไม่ใช่ฐานะภรรยาเอก สำหรับจางเจิ้นผิงแล้ว ขอแค่ได้ตัวเย่จิ้งซูมาไม่ว่านางจะอยู่ในฐานะใด ต่อจากนี้นางก็คือผู้หญิงของเขาเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องฐานะของนางเท่าไรนักดูเหมือนเขาจะไม่ได้รักใคร่เย่จิ้งซูมากมายอะไรเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเท่านั้น แต่สำหรับเย่จิ้งซูแล้วนี่คือการดูถูกเหยียดหยามนางอย่างที่สุด

            นางคือคุณหนูใหญ่บุตรีภรรยาเอกแห่งตระกูลเย่ จะยอมลดตัวไปเป็นอนุภรรยาของผู้อื่นได้อย่างไร?ในคืนเข้าหอ นางยอมให้จางเจิ้นผิงเชยชมร่างกาย แต่กระนั้นมือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ก็บ่งบอกถึงความแค้นที่ฝังลึก

            เดือนสองลมใบไม้ผลิพัดเอื่อย ต้นหญ้าเริ่มผลิใบเขียวขจี นกน้อยส่งเสียงร้องขับขานกิ่งหลิวลู่ลมราวเริงระบำ ช่างเป็นฤดูที่น่ารื่นรมย์ สายฝนพรำๆชะล้างให้ต้นหญ้าเขียวสดชื่นเหมาะแก่การออกไปเดินเล่นชมธรรมชาติในฤดูใบไม้ผลิยิ่งนัก

            ช่วงนี้แม้จางเจิ้นอันจะยังคงยุ่งอยู่กับงานแต่กระนั้นอันซิ่วเอ๋อร์ก็สามารถพาครอบครัวของนางออกไปเดินเล่นตามคันนาหรือริมแม่น้ำ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ได้ บางครั้งนางก็แค่อยากไปเงียบๆเพียงพาป่านเซี่ย สาวใช้คนสนิท ไปเดินเล่นรับลม ปล่อยเวลาให้ผ่านไปช้าๆ

            ช่วงเวลานี้ผู้คนออกมาเดินเล่นชมฤดูใบไม้ผลิกันมากทุกวันตามทางเดินริมน้ำมักจะมีเหล่าบัณฑิตหนุ่มหน้าตาดีมายืนคร่ำครวญกลอนรักหวานเลี่ยนกันอยู่บ้างบางครั้งก็มีคนกล้าเข้ามาเกี้ยวพาราสีนางอันซิ่วเอ๋อร์มักจะรอให้พวกเขาพร่ำพรรณนาความงามของนางจนพอใจ แล้วจึงค่อยๆเอามือที่ปิดบังหน้าท้องออก เผยให้เห็นครรภ์ที่นูนเด่นขึ้นมา พอกลับถึงเรือนนางก็จะนำเรื่องพวกนี้มาเล่าให้จางเจิ้นอันฟังเป็นเรื่องตลกขบขันทำให้วันเวลาไม่น่าเบื่อจนเกินไปนัก

            ฤดูใบไม้ผลิหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์ต่างผลิบานสะพรั่ง แข่งกันอวดสีสันงดงามอูซื่อเองบางครั้งก็จัดงานเลี้ยงชมดอกไม้ เชิญเหล่าฮูหยินมาร่วมงานเมื่อก่อนนางไม่เคยคิดจะพาอันซิ่วเอ๋อร์ไปด้วย แต่พักหลังมานี้บางครั้งนางก็เริ่มพาอันซิ่วเอ๋อร์ออกงานด้วย อ้อ แล้วก็ไม่ลืมที่จะพาเย่จิ้งซูไปด้วยโดยให้เย่จิ้งซูคอยทำหน้าที่รินน้ำชาปรนนิบัติอยู่ใกล้ๆ ส่วนอันซิ่วเอ๋อร์นั้นแค่นั่งยิ้มสวยๆ อยู่ข้างกายนางก็พอ

            อันที่จริงอันซิ่วเอ๋อร์ก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักการต้อนรับขับสู้ผู้คนเสียทีเดียวถึงแม้จะมาจากบ้านนอก แต่ช่วงนี้ก็ได้อ่านหนังสือเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไปมากพอสมควรนับว่าพอจะรู้ธรรมเนียมปฏิบัติอยู่บ้าง ประกอบกับนางเป็นคนอัธยาศัยดีพูดจาอ่อนหวานจริงใจ จึงเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าฮูหยินในงานเลี้ยงไม่น้อยต่างก็เอ่ยปากชื่นชมนางกันอยู่เสมอ

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808