บทที่ 8 1/2
เพื่อเธอ…
ความเดิมตอนที่แล้ว
“ปล่อยเขาไปอยู่กับคนดีๆ น่ะดีแล้วลุง”
ชายชรามองลึกไปยังั์ตาของเขาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นส่องประกายออกมา ก่อนจะยักไหล่ตามใจในสิ่งที่เตชินทร์เลือก จากนั้นก็ลุกออกจากม้านั่ง
“แล้วแต่เอ็งละกัน ข้าไม่อยากพูดมากเพราะเดี๋ยวหอนได้ …บรู๊ววว”
เขานิ่งไปสักพัก
“เพราะยังไงเอ็งก็เหลือเวลาอีกตั้งสองเดือน”
พูดจบ ชายชราก็หายไปพร้อมกับลมหนาวที่อยู่ๆ ก็พัดผ่านเข้ามาอย่างไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า…
---------------------------------------------------------------
ห้างสรรพสินค้าใน่วันหยุดสุดสัปดาห์นี้เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเดินพลุกพล่าน และด้วยความที่วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ซึ่งเป็วันแห่งครอบครัวจึงมีการจัดกิจกรรมให้ได้ชมและร่วมสนุกกันอย่างมากมาย นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการกันค่อนข้างเนืองแน่นเลยทีเดียว
เตชินทร์ยืนรอใครบางคนอยู่ที่หน้าร้านไก่ทอดเ้าดัง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดูข้อความที่เพิ่งส่งมา
‘วันนี้ผมไปไม่ได้แล้วนะพี่ อยู่ดีๆก็ท้องเสียว่ะ ฝากบอกพี่เมย์ด้วยนะ’
กันต์ส่งข้อความพร้อมกับภาพถ่ายใบหน้าอิดโรยของตัวเองขณะที่นั่งอยู่ในห้องน้ำมาให้เขาเพื่อเป็หลักฐานยืนยัน ทำเอาเตชินทร์ถึงกับชะงักหลังจากที่รู้ว่าวันนี้เขากำลังจะมีโอกาสได้อยู่กับเมนิลาสองต่อสอง!
หากเท้าความไปเมื่อวันก่อน เมนิลาที่เพิ่งจะมีเวลาว่างได้เข้าไปตรวจเช็กสต๊อกของที่ใช้สำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกทัวร์ อาทิเช่น น้ำดื่ม ขนมนมเนย ป้ายชื่อ ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นและอีกสารพัดสิ่งมากมาย ก่อนจะพบว่าสิ่งของที่กล่าวไปทั้งหมดเหลืออยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น ซึ่งไม่พอกับจำนวนลูกทัวร์ที่จะต้องนำเที่ยวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ดังนั้นจึงเป็หน้าที่ของสมาชิกในทีมที่จะต้องซื้อเตรียมไว้ใช้ในวันที่มีทัวร์นั่นเอง
แต่ดูเหมือน์จะเล่นตลกกับเตชินทร์อีกหรืออย่างไร ถึงได้แยกกันต์ออกไปจนเหลือแค่เขากับเมนิลาเพียงสองคน ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์ตัดใจจากเธอแล้วแท้ๆ และพยายามไม่เข้าใกล้เธอหากไม่จำเป็เพราะเกรงว่าใจตัวเองจะดื้อแล้วไม่ยอมทำตามคำสั่ง อีกทั้งยังกลัวอาการเจ็บแปล๊บที่หัวใจมันจะกำเริบด้วยนี่สิ
“โทษทีที่มาช้า”
เมื่อเสียงหวานดังขึ้น เตชินทร์ที่กำลังตกอยู่ในภวังค์จึงสะดุ้งแล้วหันไปหาเธอ ก่อนจะเผลออ้าปากค้างเพราะตะลึงกับความงามของหญิงสาวที่อยู่ยืนอยู่ตรงหน้า
เมนิลาอยู่ในชุดเดรสกระโปรงยาวคลุมเข่าสีขาวไข่มุก เธอปล่อยผมลอนสีแอชบราวน์สยายกลางหลัง ที่ใบหน้าของเธอถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยอย่างเป็ธรรมชาติและดูสดใสในคราวเดียวกัน โดยเฉพาะริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปกลอสแวววาวนั่น ทำเอาเตชินทร์เผลอกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว
แม้จะคบกันมาเกือบสิบปี แต่เตชินทร์ก็แทบไม่ได้เห็นลุคนี้อีกเลยหลังจากย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน เพราะสาวเ้าเล่นเปลือยหน้าสด เกล้าผมลวกๆประดุจอีเย็นตอนโดนคุณหลวงเฆี่ยนแทบจะทุกวัน และถึงแม้ว่าเธอจะแต่งหน้าไปทำงานทุกวัน แต่มันก็ต่างจากลุคตอนอยู่ข้างนอกที่เขาเห็นอยู่ขณะนี้กันอย่างลิบลับ!
มิหนำซ้ำ เ้าตัวป่วนที่ชอบมาพันแข้งพันขาเขาอยู่เรื่อยก็ดันไม่ได้โผล่มาในวันนี้เสียด้วย…สรุปแล้วเบื้องบนกำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่
ตึก ตัก ตึก ตัก
“ไปได้ยัง”
เตชินทร์ตื่นจากมนตร์สะกด
“อ..อื้ม”
เมนิลามองเขาแปลกๆ ก่อนจะเดินนำเขาไปอย่างไม่รีรอ ในขณะที่เตชินทร์ก็ได้แต่สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆพลางบอกให้หัวใจที่กำลังเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่งดวงนี้ค่อยๆเต้นช้าลง
ว่าก็ว่าเถอะ ตอนเห็นชรัญกับเมนิลาอยู่ด้วยกันยังทรมานน้อยกว่าตอนนี้เสียอีก เขาหรืออุตส่าห์ตัดใจจากเธอไปแล้ว แต่ไหงกลับต้องมาเดินซื้อของด้วยกันอีกเนี่ย
อย่างนี้มันจะทนไหวไหม!
ตลอดการเดินจับจ่ายซื้อของภายในโซนซูเปอร์มาเก็ตนี้ ไร้ซึ่งบทสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองคน มีเพียงเสียงจ้อกแจ้กจอแจของคนที่กำลังเดินเลือกดูสินค้าและเสียงเพลงจากเครื่องกระจายเสียงของทางห้างที่เปิดคลอเบาๆ
ไม่กี่วันมานี้ เมนิลารู้สึกว่าท่าทีของเตชินทร์เปลี่ยนไป จากที่ชอบป่วนชาวบ้านเขาไปเรื่อยกลับสงบเสงี่ยมเจียมตัวและไม่ปะทะคารมกับเธอเหมือนอย่างเคย แม้เธอจะไม่ทราบที่มาของอาการประหลาดเหล่านี้ ทว่าเธอเองก็จับอาการอึดอัดที่กำลังแผ่ออกมาจากตัวของเตชินทร์ได้เช่นเดียวกัน
“ถ้าไม่อยากมา คราวหลังก็บอกนะ”
เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบในขณะที่กำลังรอใบกำกับภาษีเพื่อที่จะเอาไปเบิกกับทางบริษัท
“หรือถ้าเผลอไปทำอะไรให้ไม่พอใจเข้าก็ขอโทษด้วยล่ะกัน”
เมนิลาหันมาสบตาเขาอย่างจริงใจ ทำเอาเตชินทร์ถึงกับชะงักเพราะแปลกใจที่เธอเอ่ยปากขอโทษเขาในรอบหลายปี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยกมือขึ้นปฏิเสธเป็พัลวัน
“ป เปล่าๆ เธอไม่ได้ผิดอะไรหรอก”
ก็ผิดจริงๆ นั่นแหละ…ผิดที่ทำให้ใจฉันเจ็บไงยัยคนใจร้าย!
แม้ใจอยากจะพูดแบบนั้นออกไป แต่ก็ได้แค่เก็บไว้ในใจตัวเอง
ปกติเมนิลาไม่ใช่คนที่ชอบถามซอกแซกเท่าไรนักเพราะเธอคำนึงถึงความเป็ส่วนตัวเป็หลัก หากแต่อาการของเขามันทำให้เธอคันปากอยากจะถามออกไปจริงๆ แต่สุดท้ายเมนิลาก็เลือกที่จะปิดปากเงียบไม่ได้ซักไซ้อะไร
ใช่ว่าเขาจะอึดอัดเป็อยู่ฝ่ายเดียวเสียที่ไหน เธอเองก็ไม่ต่างจากเขานักหรอก
อยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว
“ฉันฝากของพวกนี้ไว้กับนายหน่อยนะ พอดีวันนี้ฉันไม่ได้เอารถมาน่ะ”
“อ๋อ ได้สิ”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเข็นรถเข็นไปยังที่จอดรถ ทันใดนั้นก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นจากบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า เมื่อเมนิลามองไปยังต้นเสียงก็พบสาวชาวต่างชาติสองคนถูกชายกลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนคนขับรถแท็กซี่ประมาณสามคนยืนล้อมพวกเธอเอาไว้อยู่ ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเลยสักคนและเอาแต่ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นถ่ายคลิปวิดีโอ แม้แต่รปภ.ก็ยังยืนดูเชิงอยู่ห่างๆ
เมนิลาเห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นจึงผละจากเตชินทร์แล้ววิ่งฝ่าฝูงชนเข้าไปทันที คนที่เพิ่งโดนทิ้งถึงกับเหวอก่อนจะทิ้งรถเข็นแล้วตามเธอไปด้วยเช่นเดียวกัน
“เอามือถือมันมากดยกเลิกดิ๊”
หนึ่งในคนขับรถแท็กซี่บอกให้เพื่อนเข้าไปแย่งโทรศัพท์มือถือจากหญิงชาวต่างชาติ
“Don’ t touch me! (อย่ามาจับฉันนะ) ” เธอกรีดร้องขึ้นมาอย่างหวาดกลัว
“เฮ้ย ทำไรผู้หญิงน่ะ!”
เมนิลาตรงเข้าไปผลักชายคนนั้นให้ห่างออกจากตัวของนักท่องเที่ยวสาวทั้งสองคน ก่อนจะเดินไปบังพวกเธอเอาไว้ สักพักเตชินทร์ก็วิ่งเข้ามา เธอจึงได้โอกาสคว้าแขนเขามายืนเป็ไม้กันหมาอีกทีหนึ่ง ทำเอาเขาถึงกับอกสั่นขวัญหายเพราะนึกถึงเหตุการณ์ที่เกือบจะถูกกระทืบตายเมื่อครั้งนั้นขึ้นมาอัตโนมัติ
“มาเสือกไรด้วยวะ”
เธอไม่สนใจความก้าวร้าวที่ได้รับ ก่อนจะหันไปถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากชาวต่างชาติด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว พวกเธอจึงเล่าให้ฟังว่าแท็กซี่พยายามโก่งค่าโดยสารที่กำลังจะเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งไม่เกินสิบกิโลเมตรด้วยเงินจำนวนสองพันบาท
ดังนั้น เพื่อนของเธอจึงเลี่ยงไปใช้บริการเรียกรถของแอปพลิเคชันหนึ่งที่มีราคาถูกกว่าหลายเท่าแทน ทว่า นั่นก็ทำให้พวกเขาต่างไม่พอใจและเข้ามาหาเื่พวกเธออย่างที่ปรากฏตรงหน้า
หลังจากที่เมนิลาได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที เตชินทร์ที่ยืนอยู่ข้างๆรับรู้ได้ถึงความน่ากลัวที่แพร่กระจายออกมารอบๆตัวเธอและคาดว่าร่างจำแลงของเธออีกร่างคงจะโผล่ออกมาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้…
“ก็เพราะพวกนายเป็แบบนี้ไง ถึงได้จอดแหง็กกันอยู่แบบนี้”
เมนิลาในร่างั์ด่ากราดอย่างไม่เกรงกลัว
“ฉันไม่แปลกใจหรอกที่เขาจะไม่มาเที่ยวที่ไทยเพราะมันมีโจรแบบพวกนายที่คอยฟันเอาเงินอยู่เต็มไปหมดไงละ!”
ยิ่งพูดมันก็ยิ่งโมโห เธอเล่นเทศนาคนกลุ่มนั้นยาวโดยไม่เว้นช่องไฟให้พวกเขาได้พูดแทรกขึ้นมา
“อย่ามาทำให้คนอื่นต้องพลอยเดือดร้อนไปกับการกระทำของคนไม่กี่คนเชียวนะ”
เธอพักสูดอากาศเพราะหายใจไม่ทัน
“เตรียมคำแก้ตัวไว้แก้ต่างกับตำรวจไว้ให้ดีละ พวกนายไม่รอดแน่!”
สิ้นสุดประโยคนั้น พวกเขาถึงกับมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่กเพราะกลัวคำขู่ของเธอ เมนิลาจึงหันไปหาชาวต่างชาติแล้วแสดงบัตรไกด์ท่องเที่ยวให้พวกเธอดู ก่อนจะอาสานำเที่ยวให้กับพวกเธอโดยไม่คิดเงินสักสลึงเดียว จากนั้นก็หันไปหาเตชินทร์ที่มัวแต่ยืนอึ้งอยู่กับเหตุการณ์ต่อหน้า
“วันนี้ช่วยเป็โชเฟอร์ให้ฉันทีนะ”
เตชินทร์ถึงกับหันขวับมามองเธอ
“ฮะ?!”
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
อะยังไงเฮีย สรุปจะตัดใจหรือไม่ตัดใจ รีบใคร่ครวญด่วนๆ
เพราะ่นี้อาหารหมามันแพงนะ!
ความในใจเ้าต้นนุ่น :
คอมเมนต์สักนิดเพื่อเป็กำลังใจให้เ้าต้นนุ่นได้มีแรงปั่นเฮียชินหน่อยนะคะพี่ๆ