“เมื่อไหร่ความทรงจำของมึงจะกลับมาสักทีว่ะกูคงไม่ต้องบอกชื่อคนทั้งแก๊งให้มึงรู้หรอกใช่มั้ย”ท้ายประโยคเหมือนมันบ่นกับตัวเองคนเดียวจนผมนึกขำในท่าทีของมัน
“เยอะหรอ”ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมกับมองมันยิ้มๆ
“ตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบพันคนได้แล้วมั้งแต่ที่สำคัญๆ เดี๋ยวจะทวนความจำให้อีกที” จบประโยครถก็แล่นมาจอดหน้าตัวคฤหาสน์พอดีแวมพ์เปิดประตูลงจากรถก่อนจะโยนกุญแจให้ชายชุดดำที่เดินเข้ามารับ่ต่ออย่างรู้หน้าที่
“มาสิ จะพาไปดูอะไร” มันเอ่ยกระซิบกับผมเพราะแถวนั้นยังมีชายชุดดำยืนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง และไม่น่าเชื่อว่าคนพวกนั้นโค้งตัวลงเหมือนทำความเคารพตอนที่แวมพ์เดินผ่านด้วย
แม่เ้า...
“อ้าวแวมพ์ไม่เข้าประชุมหรอ”เสียงหวานของใครบางคนดังขึ้นทันทีที่เราสองคนเดินเข้าไปเธอคนนั้นสบตาแวมพ์ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้ ผมไม่รู้เธอเป็ใคร... แต่เธอสวยมากสวยโครตๆ
“พอดีออกไปทำธุระมาน่ะครับ แล้วนายหญิง...”
“แหนะ บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกโยเกิร์ตเราเป็เพื่อนกันนะ”เธอเอ่ยขัดขึ้นโดยที่ไม่ยอมให้แวมพ์พูดจบประโยคดีเสียก่อนร่างสูงจึงอมยิ้มเหมือนขบขัน แวมพ์พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยต่อเหมือนไม่อยากขัดใจสาวเ้า
“โอเคครับ... โยเกิร์ต”
“ดีมาก” ได้ดั่งใจปุ๊บร่างบางก็ยิ้มแฉ่งออกมาอย่างหน้าเอ็นดูผู้หญิงคนนี้น่าจะคือนายหญิงอย่างที่แวมพ์เคยบอก เพราะดูมันจะรักและตามใจเธอมาก
เดี๋ยวนะ... ถ้านายหญิงยังดูอายุน้อยแบบนี้แล้วบอสจะอายุเท่าไหร่วะ คงไม่ใช่ตาแก่ลงพุงที่ชอบมีเมียเด็กหรอกใช่มั้ยไม่งั้นเธอคนนี้คงน่าเสียดายแย่
“เพิ่งกลับจากทำงานหรอ”เสียงทุ้มของแวมพ์เอ่ยถามคนตรงหน้าเหมือนกับถามสารทุกข์สุกดิบผมจึงเลิกสนใจสองคนนั้นแล้วกวาดมองไปรอบๆ บริเวณแทน
หือ... กว้างเป็บ้านี่ขนาดแค่ห้องโถงตรงทางเข้านะยังหรูหราขนาดนี้
“ใช่แล้วล่ะวันนี้ถ่ายแบบทั้งวันจนปวดขาไปหมดแล้ว นึกว่าแต่งงานแล้วงานถ่ายแบบจะน้อยลงซะอีกนะกลายเป็ว่าคิวแน่นไปหมด อะไรก็ไม่รู้”เสียงหวานโอดครวญก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงของแวมพ์หัวเราะหึหึดูจากสภาพการณ์แล้วสองคนนี้คงสนิทกันพอสมควรเลยแล้วนี่ทำไมผมต้องมายืนเป็ผีเร่ร่อนอยู่ตรงนี้ด้วยก็ไม่รู้... น่าเบื่อเป็บ้า
“แล้วนี่นายจะขึ้นห้องหรอเมื่อไหร่จะย้ายมาอยู่นี่อ่ะ”คราวนี้คนทั้งคู่เริ่มออกเดินไปตามโถงทางเดินผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสองคนนั่นกำลังจะไปไหน แต่ก็ต้องตามไปอย่างเสียไม่ได้ไม่งั้นมีหวังคงได้หลงอยู่ในนี้แน่ๆ
“ยังไม่รู้เลยครับแต่วันนี้ว่าจะเข้าไปดูอะไรนิดหน่อย”แวมพ์เอ่ยพร้อมกับกดปุ่มลิฟต์ตรงหน้าเออเฮ้ย... รวยจริงจังนะคนที่นี่
“แล้วพี่เป็กซ์ล่ะ... นายได้ข่าวอะไรบ้างมั้ยเห็นโคลด์ให้คนไปตามหาแต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยฉันเป็ห่วงเขาจัง”ประโยคนี้ของร่างบางมันถึงกับทำให้ผมหันขวับกลับไปมองเธอโยเกิร์ตพูดถึงผมด้วย... แถมยังมีสีหน้าเป็ห่วงจริงจังจนผมรู้สึกแปลกๆ
“ยังไงเราก็ต้องเจอครับ เชื่อผมสิ...มันไม่มีทางทิ้งมิลินให้อยู่คนเดียวหรอก”แวมพ์ตอบออกไปพร้อมกับตวัดสายตามามองผมชั่วเสี้ยววินาทีผมก็เพิ่งรู้... ว่าการที่ผมหายไปแบบนี้มันส่งผลกระทบกับใครมากมายเหลือเกิน ผมไม่เคยรู้...ไม่เคยรู้ในข้อนี้เลย
ความรู้สึกผิดมันแล่นพล่านไปหมด
“ฉันก็อยากให้เป็แบบนั้นขนาดฉันเองยังรู้สึกแย่ขนาดนี้เลยไม่รู้ป่านนี้มิลินจะเป็ยังไงบ้าง”เอ่ยจบโยเกิร์ตก็ถอนหายใจออกมาผมไม่รู้ว่าทำไมโยเกิร์ตถึงได้รู้จักมิลินและดูเป็ห่วงเป็ใยมากมายขนาดนั้นมิลินก็แค่คนรักของผม... เท่านั้นไม่ใช่หรอ
“ผมเพิ่งไปส่งเธอที่บ้านมาอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดูซึมๆ เศร้าๆ ชอบเอาแต่นั่งเหม่อ คงต้องให้พวกบัลลังก์กับเพื่อนๆของมันคอยสอดส่องหน่อย” แวมพ์ว่าก่อนที่เราทั้งหมดจะเดินเข้าไปในลิฟต์และพื้นที่ข้างในมันค่อนข้างกว้างมากกว่าลิฟต์ขนาดทั่วไปที่ผมเคยเห็นไม่รู้ทำไว้ใหญ่ขนาดนี้เพื่ออะไรทั้งๆที่คฤหาสน์หลังนี้ก็มีเพียงแค่สามชั้นถ้าดูจากปุ่มกด
“นั่นสินะ ่นี้ฉันเองก็ไม่ค่อยว่างด้วยกลัวว่ามิลินจะคิดอะไรที่มันน่ากลัวขึ้นมาน่ะ”โยเกิร์ตเอ่ยพร้อมกับทำสีหน้าหนักใจลิฟต์เคลื่อนที่พาพวกเราขึ้นไปชั้นบนอย่างเงียบๆพอถึงชั้นสองประตูเหล็กหนาก็ถูกเปิดออกอย่างอัตโนมัติ
“แล้วผมจะช่วยดูแลเธอให้อีกแรงยังไงซะมิลินก็เหมือนน้องสาวของผมคนหนึ่งอยู่แล้ว”แวมพ์เอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ทั้งผมและมันเดินออกมาแล้ว
“ขอบใจนะแวมพ์ อ้อ...รีบเข้ามาอยู่ที่นี่ได้แล้วอยู่กันเยอะๆ จะได้อบอุ่น”นั่นเป็ประโยคทิ้งท้ายของโยเกิร์ตก่อนที่ประตูลิฟต์จะถูกปิดลงอีก
“มาสิ”แวมพ์เอ่ยกับผมก่อนจะเดินนำไปยังโถงทางเดินที่อยู่ทางซ้ายมือบรรยากาศตอนนี้มันเหมือนกับว่าผมอยู่ในโรงแรมหรู สองฝั่งทางเดินน่าจะเป็ห้องของใครสักคนและแต่ละห้องนั้นก็กินพื้นที่ค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว
“นี่ห้องนายส่วนฝั่งตรงข้ามนี่เป็ห้องของฉัน”คนตรงหน้าหยุดเดินเมื่อมาถึงประตูบานหนึ่งที่น่าจะเป็ห้องริมสุด
“ห้องฉันหรอ”ผมเอ่ยอย่างแปลกใจพร้อมกับมองไปที่ประตูบานนั้นอันที่จริงผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองเคยอยู่ที่นี่ คือมันไม่คุ้นน่ะ
“เออแต่ข้าวของของมึงส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้ขนมาหรอกพอดีเกิดเื่ขึ้นซะก่อน”แวมพ์พยักหน้าพร้อมกับอธิบายต่อเรื่อยๆราวกับเป็ไกด์นำเที่ยว
“หมายถึงก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่งั้นหรอ”ผมถามออกไปด้วยความสงสัยก็เห็นมันบอกว่านี่ห้องผม... ผมก็คิดว่าตัวเองเคยอยู่ที่นี่อ่ะดิ
“ใช่ กูก็ด้วยบอสเพิ่งปรับปรุงฐานทัพใหม่ก่อนที่จะแต่งงานเมื่อไม่นานนี้เอง”แวมพ์เอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นกอดอกผมจึงได้แต่ประมวลผลอยู่ในสมองของตัวเองช้าๆเพราะเริ่มงุนงงกับข้อมูลมากมายที่ได้รับจนเริ่มสับสน
“อ่อ แล้ว...”
“ย้ายออกมาจากห้องของผู้หญิงที่ชื่อชีฟองซะ”มันเอ่ยขัดขึ้นโดยที่ไม่ยอมให้ผมพูดจบประโยคดูเหมือนแวมพ์จะรู้ว่าผมคิดจะถามอะไร
“ที่จริงมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรนะ”ผมเอ่ยพร้อมกับเลิ่กคิ้วขึ้นน้อยๆเหมือนไม่เห็นเป็เื่สำคัญอะไรนัก อยู่กับชีฟองก็โอเคอยู่นะ เธอชอบชวนคุยไม่เหงาดี
“กูไม่ได้ห่วงเื่นั้น มึงคิดดูนะเป็กซ์...ถ้าวันหนึ่งมึงกลับมาเป็แบบเดิมได้แล้วมิลินรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามึงอยู่กับผู้หญิงคนอื่นสองต่อสองในห้องแคบๆเธอจะรู้สึกยังไงวะ”แวมพ์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น เมื่อผมดูเหมือนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่มันกำลังจะบอกนัก
อันที่จริง... ก็ถูกอย่างที่มันว่า
“นั่นมัน...แต่กูต้องรอให้ไอ้คนที่ชื่อครูซโผล่หัวกลับมาก่อนอยู่ดีไม่งั้นมันก็มีค่าเท่ากัน”ผมพูดออกไปตามที่คิดและดูเหมือนแวมพ์จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดของผมนัก ถึงได้ขมวดคิ้วมุ่นแบบนั้น
“ก็ค่อยแวะไปดูตอนกลางวันก็ได้อีกอย่างบอสให้คนไปจับตาดูที่ห้องของผู้หญิงที่ชื่อชีฟองนั่นตลอดเวลาอยู่แล้วถ้ามีใครมายังไงกูก็ต้องรู้” คำพูดของแวมพ์มันถึงกับทำให้เบิกตากว้างส่งคนไปจับตามองหรอวะ... ั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมผมถึงไม่รู้ตัวเลยสักนิด
แล้วไอ้คนที่ชื่อครูซนั่นเป็คนหรือผี...จะมีใครมองเห็นมันรึเปล่า
“โอเค...แต่วันนี้ยังไงกูคงต้องกลับไปบอกเธอก่อนยังไงเธอก็เคยช่วยกูไว้”ผมเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าอย่างจริงจัง ใช่...จะให้อยู่ดีๆ หนีมาปุบปับก็ดูจะใจร้ายกับชีฟองเกินไปหน่อยแม้่นี้เราจะระหองระแหงกันเื่ของมิลินก็เหอะ
“อืม จำไว้นะเว่ย... อย่าลีลา ห้ามใจอ่อนเด็ดขาดนิสัยมึงเป็ยังไงกูรู้ดี”ไอ้แวมพ์ย้ำราวกับว่ามันดูออกว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่
“เออน่า” ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงระอาพร้อมกับพยายามยกมือขึ้นตบไหล่มัน... แม้จะวืดก็เหอะ
พูดถึงขนาดนี้... รู้ดีอย่างกับเป็เมีย
[End of Pex’s part]
[Cold’s part]
สงสัยจะงานเข้า...
ผมนึกก่อนจะมองไปยังแท่นพิธีในโบสถ์คริสต์หลังใหญ่ที่ตอนนี้มีเพียงเ้าสาวในเดรสสีขาวบริสุทธิ์ยืนมองหน้ากันไปมากับบาทหลวงเพียงเท่านั้น
เ้าบ่าวไปไหน... นั่นคงเป็คำถามที่อยู่ในใจของแขกในงานส่วนใหญ่รวมไปถึงตัวผมเองด้วยเพราะนี่มันก็เลยเวลาตามกำหนดการณ์มาค่อนข้างมากแล้วโยเกิร์ตที่นั่งอยู่ข้างผมเองยังหันมาสบตากับผมเหมือนเธอก็อยากที่จะรู้เช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น
แต่แล้ววินาทีถัดมา... ร่างสูงในชุดสูทสีขาวบริสูทธิ์ก็เดินขึ้นมายังแท่นพิธีท่ามกลางเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของคนมากมาย
แต่ไม่ใช่... นี่มันไม่ใช่เ้าบ่าวเว่ย
ผมกับโยเกิร์ตหันมาสบตากันอีกครั้งทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของใครคนนั้นอย่างชัดเจนถึงแม้กระนั้นแขกในงานที่ไม่รู้เื่รู้ราวเพราะไม่เคยเห็นหน้าเ้าบ่าวตัวจริงมาก่อนก็ยังร่วมปรบมืออวยพรกันอย่างยินดี
“บัลลังก์มันไปไหน”ผมหันไปเอ่ยถามมิลินที่นั่งอยู่ถัดจากโยเกิร์ตอย่างงุนงง อันที่จริงเธอเองก็ไม่ได้ดูแตกต่างจากผมเท่าไหร่นัก
“ลินไม่ทราบเหมือนกันค่ะแต่เมื่อเช้านี้พี่บัลลังก์บอกว่ามีธุระต้องทำเดี๋ยวจะรีบกลับ”คนตัวเล็กเอ่ยตอบพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะปรายตาไปยังแท่นพิธีที่เริ่มแลกแหวนกันแล้ว
“คงไม่ทันแล้วล่ะมั้ง” ผมเอ่ยกับตัวเองเบาๆก่อนจะเอนตัวพิงเบาะเก้าอี้อย่างไม่รู้จะทำยังไง เ้าสาวเองก็หน้าเจื่อนไปเลยเมื่อไปๆ มาๆ เธอดันต้องมาแต่งงานกับเพื่อนสนิทของแฟนตัวเองซะงั้น
แต่ถ้า ’ซัน’ ไม่เข้าพิธีแทนบัลลังก์เธอคงจะน่าสงสารยิ่งกว่านี้แขกในงานคงจะครหากันยกใหญ่ว่าเ้าบ่าวหนีงานแต่งหรืออะไรแบบนั้น
หลังจากนี้ไปสามคนนั้นคงได้มีเื่ปวดหัวกันอีกแน่ๆ
ทว่าทันใดนั้น...สายตาของผมก็ไปปะทะกับร่างสูงของใครบางคน...ใครบางคนที่ทำให้ผมถึงกับลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว คงจะจริงอย่างที่แวมพ์มันว่า...
“มีอะไรหรอคะโคลด์คุณเห็นอะไร”โยเกิร์ตกระตุกมือผมยิกๆ เมื่อแขกในงานที่นั่งอยู่บริเวณใกล้ๆเริ่มหันมาให้ความสนใจผมเป็ตาเดียว
“เดี๋ยวผมมานะโยเกิร์ตคุณอยู่นี่ก่อน”ผมเอ่ยพร้อมกับบีบมือเล็กเบาๆในขณะที่สายตายังจดจ้องไปยังใครคนนั้นอย่างไม่วางตา
ใช่... ต้องใช่แน่ๆ
ผมรีบผละออกจากตรงนั้นแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่้าทันทีแต่พอคลาดสายตาแค่แปบเดียว... ใครคนนั้นก็หายไปแล้วผมกวาดตามองหาไปรอบๆอย่างนึกหงุดหงิด
“บอส”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังและผมก็หันขวับกลับไปทันทีถึงได้รู้ว่าแวมพ์ลุกออกมาตามผม
“กูเห็นเป็กซ์”ผมเอ่ยกับมันทันทีพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นท่าทางของคนตรงหน้าไม่ได้ดูใอะไรมากนัก ก่อนหน้านี้แวมพ์เองก็เคยบอกผมเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นกับเป็กซ์ให้ฟังแล้วแต่พอผมได้เห็นคนที่ผมรักและเปรียบเสมือนพี่ชายแท้ๆ ด้วยตาตัวเองอีกครั้งมันก็แทบควบคุมตัวเองไม่ได้เลย
ั้แ่เป็กซ์หายไปผมก็คิดมาตลอดว่ามันตายแล้ว...ใช่ผมคิดเช่นนั้น แม้ปากจะบอกกับใครต่อใครว่าคนอย่างมันไม่มีทางเป็อะไรไปง่ายๆ ก็ตาม
ที่ผมพูดออกไปแบบนั้น...ที่ผมยังสั่งให้ลูกน้องออกค้นหามันตลอดเวลาทั้งๆที่ไม่คิดว่าจะเจอเพราะอะไรรู้มั้ย... เพราะผมทนรับความจริงในเื่นี้ไม่ได้ไง
ผมทำใจไม่ได้ที่จะคิดว่ามันตายไปแล้วจริงๆผมทำใจไม่ได้ที่จะหาใครมารับตำแหน่งคาโปต่อจากมัน ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมแต่ผมไม่ชอบไอ้ความรู้สึกนี้เลย... มันจะทำให้ผมกลายเป็คนอ่อนแอ
“ใจเย็นก่อน... เมื่อวานผมคุยกับมันแล้วเดี๋ยวได้เจอกันแน่”แวมพ์เอ่ยพร้อมกับตบบ่าผมเหมือนให้กำลังใจรู้อยู่ว่ามันสองคนเคยเจอกันหลายครั้งแล้วหลังจากเหตุการณ์นั้นแต่ผมก็แทบจะทำใจให้เชื่อไม่ได้เลยความรู้สึกมันเหมือนเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาแล้วฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น
“กลับไปหานายหญิงเถอะลุกขึ้นมาแบบนี้เธอใแย่”แวมพ์เอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อผมยังเอาแต่ว้าวุ่นและสอดส่ายสายตามองหาไอ้เป็กซ์ไม่หยุดผมถอนหายใจก่อนจะยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองซักพักอย่าง้าปรับอารมณ์
“โอเค ฉันซีเรียสมากไปหน่อย”เอ่ยจบผมก็เดินกลับไปยังที่นั่งของตัวเองอีกครั้งโยเกิร์ตใช้ดวงตาคู่สวยมองมาด้วยความเป็ห่วงเธอไม่ได้ถามอะไรออกมาแต่เลือกที่จะเอื้อมมากุมมือผมอย่างให้กำลังใจ
เพราะอย่างนี้ไงผมถึงได้รักได้หลงเธอนัก...โยเกิร์ตมักจะเข้าใจผมอยู่เสมอ ถ้าผมไม่พูดเธอก็จะไม่เซ้าซี้เธอรอให้ผมเลือกที่จะเปิดปากบอกเธอเองเมื่อผมพร้อม
[End of Cold’s part]
[Pex’s part]
...ที่จริงผมมีนัดกับแวมพ์ตอนบ่าย
แต่เมื่อเช้านี้ตอนที่ผมมาหามิลินที่บ้านก็เห็นว่าเธอและพวกพี่ชายกำลังวุ่นวายเหมือนจะแต่งตัวออกไปงานสำคัญอะไรบางอย่างดังนั้นผมจึงแอบตามเธอไป... อันที่จริงก็ไม่ได้แอบแต่ว่าไม่มีใครมองเห็นผมเท่านั้นเอง
พอมาถึงผมก็ใแทบบ้าเพราะมันเป็งานแต่งแถมมิลินดันใส่เดรสสีขาวจนผมเริ่มใจไม่ดี ที่ไหนได้มันเป็งานแต่งงานของพี่ชายเธอต่างหาก
‘Alice &Banlang’
ป้ายในงานมันบอกแบบนั้น...แต่ทำไมตอนนี้คนที่อยู่ในพิธีแถมยังใส่ชุดเ้าบ่าวดันเป็ผู้ชายที่ชื่อซันก็ไม่รู้เื่นี้ผมจะไม่ยุ่งแล้วกัน ปล่อยให้พวกนั้นไปเคลียร์กันเองเหอะ
ฟึ่บ! จ้อก!
“เห้ย! หกได้ไงวะ” เสียงของเทนเอะอะขึ้นทันทีที่แก้วค็อกเทลล้มคว่ำจนน้ำสีสดใสนั่นเปรอะเปื้อนลงมาบนเสื้อสีขาวของตน
“ตายแล้ว เปียกหมดเลย” มิลินที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นด้วยความใ ก่อนจะกระวีกระวาดหาอะไรมาช่วยเช็ดเสื้อให้มัน
หึ... สมน้ำหน้า อยากแต๊ะอั๊งน้องลินดีนัก
ผมคิดก่อนจะลอบหัวเราะอย่างสะใจคราวที่แล้วก็ช้อกโกแลต คราวนี้ก็ค็อกเทล ซุ่มซ่ามชิบเป๋ง
“ที่นัดกันไว้เมื่อวานจำได้มั้ย...” จู่ๆแวมพ์ที่ไม่รู้เดินมาตอนไหนเอ่ยกระซิบกับผมเบาๆ จนผมสะดุ้งหยงผมหันไปมองมันอย่างงงๆ เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอมันที่นี่
“อืม... ทำไม”ผมถามออกไปอย่างสงสัย ก่อนที่คนตรงหน้าจะเอ่ยขึ้นอีก