ในขณะที่ความคิดสุดท้ายของเหลียงซูถิงวนเวียนอยู่กับเื่ที่ว่าเธอควรอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน เผื่อว่าท่านจอหงวนจะโผล่มาแบบไม่บอกไม่กล่าวนั้น เสียงะโอย่างตื่นเต้นของปิ่งจีก็ดังขึ้นพร้อมกับเ้าตัวที่วิ่งหน้าตั้งมา
“อี๋เหนียงเ้าคะ! นายท่านมาเ้าค่ะ!”
หะ… นายท่านมา? จวนนี้ก็มีนายท่านอยู่คนเดียว แสดงว่าคนที่มาก็คือ… โธ่ว… เพิ่งจะคิดอยู่แหม็บ ๆ ว่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตายยากจริง ๆ !!
เหลียงซูถิงที่นั่งวาดรูปอยู่บริเวณพื้นที่ว่าง ๆ ข้างเรือนกระวีกระวาดเก็บขาตั้งวาดภาพกับอุปกรณ์ทั้งหมดเข้ามิติทันที ปิ่งจีที่แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเ้านายได้พรวิเศษมาหลังจากที่เกือบจะก้าวขาเข้าสู่ปรโลกในคราวนั้น แต่ก็ยังอดใในความอัศจรรย์ของมันไม่ได้ทุกที
เธอตัดสินใจบอกสาวใช้เื่มิติและพรวิเศษ เพราะต่อไปก็ต้องให้นางช่วยงานอีกมาก ยังไงก็ไม่มีทางซ่อนความลับนี้ไว้ได้ตลอดไป เมื่อเห็นว่าสาวใช้คนนี้ไว้ใจได้ นอกจากความซื่อสัตย์ คล่องแคล่ว ขยันขันแข็งแล้ว ยังถึกทน เอ่อ… หมายถึง แข็งแรง และรูปร่างสูงใหญ่กว่าเด็กสาวทั่วไป ให้ความรู้สึกว่าพึ่งพาได้ จึงยอมเปิดเผยความลับ และเพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้นนั่นแหละ
“ข้าดูเป็ไงบ้าง” หลังจากที่วิ่งเข้าเรือนแล้วจัดการเอามือสางผมจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แบบลวก ๆ เธอก็หันไปถามปิ่งจี
ก็แหม… ถึงจะไม่ได้อะไรกับท่านจอหงวนนั่น แต่เธอก็ไม่อยากดูขี้เหร่จนเกินไปต่อหน้าคนแปลกหน้าอยู่ดีนั่นแหละ
ยังไม่ทันที่ปิ่งจีจะได้ตอบ ประตูเรือนก็เปิดออก ตามด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดแบบบัณฑิตสีเขียวอ่อนที่ก้าวเข้ามา ทั้งนายทั้งบ่าวจึงหันขวับไปมองพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
เหลียงซูถิงเห็นเงาร่างสมบูรณ์แบบของเขาซึ่งมีแสงแดดสีส้มยามเย็นส่องเข้ามาจากด้านหลัง มันจึงกลายเป็ภาพย้อนแสงที่ดูสวยงามให้ความรู้สึกพิเศษ น่าเอาไปวาดทำเงินสักรูปอยู่เหมือนกัน
จวบจนกระทั่ง ‘นายท่าน’ ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้วนั่นแหละ เธอถึงกับอ้าปากค้าง
โอ้วววว จางซูถิง จะว่าไปแล้วเธอก็ไม่ได้ตาถั่วซะทีเดียวนะ
เหลียงซูถิงแทบไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายยุคโบราณจะหล่อได้ขนาดนี้ ปกติผู้ชายหลายคนสามารถดูดีมากกว่าความเป็จริงได้ด้วยการแต่งหน้าหรือใช้ทรงผมช่วยปกปิดจุดด้อยบางส่วน แต่ผู้ชายตรงหน้ามาด้วยหน้าเปลือย ๆ ไร้การตกแต่ง ขนาดเกล้าผมรวบตึงเปิดเผยใบหน้าชัดเจนทุกอณูยังดูหล่อลากชนิดที่ดาราหรือไอดอลตัวท็อปบางคนในยุคที่เธอจากมายังเทียบไม่ติดเลย!
ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมจางซูถิงถึงกล้าปีนเตียงเขา ก็หน้าแบบนี้ หุ่นแบบนี้ อย่าว่าแต่จางซูถิงเลย…
เอื๊อก… คือเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ของอี๋เหนียงคนงาม ที่คงได้ยินกันทุกคน รวมทั้ง ‘นายท่าน’ ด้วย
“เ้าหายดีแล้วหรือ” ประมุขของจวนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้มีวี่แววของความห่วงใยแต่อย่างใด แต่คนฟังอย่างเหลียงซูถิงรู้สึกใจสั่น
นอกจากหน้าหล่อ หุ่นดี แล้วยังต้องเสียงหล่อขนาดนี้ด้วยเหรอ? เทพหรือ์หรืออะไรสักอย่างส่งตาคนนี้มาล่อลวงฉันใช่มั้ย?!!
ถ้าใช่ ก็บอกเลยว่ามันได้ผลค่ะ!
เซี่ยงมู่หยางเห็นอนุภรรยาของตนยืนบื้อเป็หุ่นไม้ก็ขมวดคิ้ว
“ตกบันไดคราวนั้นทำให้ความสามารถในการพูดของเ้าหายไปด้วยหรือ”
หะ… อ้อ… ต้องตอบสินะ
“ข้าสบายดีแล้วเ้าค่ะ”
เซี่ยงมู่หยางมองสำรวจร่างกายของหญิงสาวที่ดูเหมือนจะไม่เหลือร่องรอยาเ็อีกแล้วจริง ๆ ซึ่งนับว่าเป็เื่แปลก เล่าฉี คนสนิทของเขารายงานว่านางาเ็สาหัส เสียเืมาก กระดูกหักแทบทั้งตัว หมอกล่าวว่าอาจไม่มีชีวิตรอดพ้นคืนนั้นไปได้ น่าเสียดายที่งานของเขาในเวลานั้นกำลังวุ่นวายติดพัน จึงไม่สามารถมาดูให้เห็นด้วยตาของตนเอง แต่ไม่ว่าอย่างไร คนที่าเ็หนักก็ไม่ควรจะหายได้อย่างรวดเร็วปานนี้มิใช่หรือ
แต่ในเมื่อนางหายดีก็ดีแล้ว
“แล้วเ้ารับสำรับเย็นหรือยัง”
“ยังเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ให้คนตั้งโต๊ะเถิด”
คราวนี้ปิ่งจีเป็คนที่อ้าปากหวอแทน เพราะั้แ่อี๋เหนียงของนางเข้าจวนตระกูลเซี่ยงมา นายท่านไม่เคยอยู่กินข้าวที่เรือนนี้เลยสักครั้ง แต่เมื่อตั้งสติได้แล้ว นางก็รีบพยักหน้าแล้ววิ่งออกไปเตรียมสำรับให้เ้านายทั้งสองอย่างรวดเร็ว
“ท่านจอหงวนนั่งลงก่อนสิเ้าคะ” เหลียงซูถิงที่หายจากอาการมึนเมาในความหล่อเหลาของเขาแล้ว ก็รีบเทน้ำชาเอาใจเขาทันที แต่คำเรียกขานของเธอกลับทำให้ประมุขของจวนขมวดคิ้วอีกครั้ง
อนุภรรยาจวนใดเรียกสามีตนเองเช่นนั้นกัน ก่อนหน้านี้นางก็ไม่เคยเรียกเขาว่าท่านจอหงวนมาก่อน ไม่ใช่ว่าเป็ผลข้างเคียงของการตกบันไดหรอกนะ
เธอไม่รู้จะชวนเขาคุยเื่อะไร จึงทำเพียงส่งยิ้มหวานให้เท่านั้น ก่อนที่เธอจะมาเข้าร่างนี้ เวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันก็แทบจะไม่คุยอะไรกันเลย ความกล้าหาญของจางซูถิงปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียวนั่นก็คือตอนที่นางวางแผนปีนเตียงของเขาเท่านั้น หลังจากนั้นก็มีแต่การก้มหน้างุด ทำท่าเอียงอาย ไม่กล้ามองหน้าสบตาเขาตรง ๆ อยู่เรื่อยไป
แต่ถึงอย่างนั้น ท่านจอหงวนก็ยังอุตส่าห์แวะมาปลดปล่อยอารมณ์เปลี่ยวกับอนุภรรยาอยู่บ่อย ๆ
แสดงว่าติดใจอยู่บ้างล่ะสิ หึหึ
