เย็นวันนั้นเมื่อกลับมาถึงบ้านตัวเองหลินเส้าเฟย้าอาบน้ำชำระล้างร่างกาย บนชั้นสองมีห้องเล็กๆ เปิดได้จากห้องนอนใช้เป็ห้องสุขาและห้องอาบน้ำส่วนตัว ท่านพ่อให้ช่างต่อเติมใหม่เมื่อนางอายุสิบห้าปีแยกต่างหากจากห้องอาบน้ำรวมชั้นล่าง ด้วยเหตุผลบางอย่างซึ่งตัวนางเองไม่ชอบใจเท่าไร
ในห้องนี้มีอ่างไม้ขนาดใหญ่พอสมควรอยู่หลังฉากกั้นบุด้วยผ้าดิบสำหรับบังตา เง็กลู่กังผสมน้ำเย็นสองส่วนน้ำร้อนหนึ่งส่วนแค่สองในสามของอ่างน้ำเวลาแช่ตัวจะได้ไม่ล้น หลินเส้าเฟยเดินเข้ามาถอดเสื้อผ้าวางพาดบนฉากเผยเรือนร่างขาวเนียนหัวจรดเท้าสาวงามเต็มวัย ด้านในฉากกั้นติดกระจกเงาขนาดพอดีตัวเ้าของห้องเดินมาหยุดจ้องมองเรือนร่างท่อนบน บ่นเบาๆ ทำไมไม่เกิดปีน้ำหลากเหมือนน้องสาวก่อนก้าวเท้าลงไปในอ่างโผล่ขึ้นมาระดับเนินอก
“คุณหนู…ให้ข้าช่วยขัดตัวหรือไม่”สาวใช้ส่วนตัวสอบถามจากหน้าห้อง
“เ้าเข้ามาเลย” หลินเส้าเฟยตอบกลับทันที
ระหว่างขัดผิวกายมีเสียงเปิดประตูห้องน้ำต่อมาครู่เดียวปรากฏเรือนร่างเปลือยเปล่าเง็กลู่กัง เดินถืออุปกรณ์เข้ามาด้านหลังเพื่อทำหน้าที่การขัดแผ่นหลังจำเป็ต้องทำนอกอ่างไม้ คุณหนูกับสาวใช้นั่งบนม้าไม้ขนาดกะทัดรัดทั้งสองสาวความสูงไล่เลี่ยกันรูปร่างใกล้เคียงกันเพียงแต่คนหนึ่งหน้าตายิ้มแย้มคนหนึ่งหน้าไม่รับแขก
“เป็อะไรหน้าหงิก” ผู้เป็นายสาวเอ่ยถามขณะหลับตาพริ้ม
“ข้าเขิน” สาวใช้วัยรุ่นน้ำเสียงอึดอัดใจ
“เ้าต้องอาบน้ำพร้อมข้าทำมาหลายปียังไม่คุ้นเคยอีกหรือ”
“ข้าไม่ชอบนี่นาข้าไม่อยากให้ใครเห็นข้าเปลือย”
“ข้าเห็นเ้าเปลือยแล้วจะทำไม” หลินเส้าเฟยตอบแบบเคืองๆ “ถ้ายังพูดมากข้าจะขัดแผ่นหลังเ้า”
โดนผู้เป็นายพูดจาข่มขู่เพียงคำเดียวสาวใช้วัยรุ่นเลิกงอแงขยันทำงานทันที ระหว่างนั่งยองๆ ให้เง็กลู่กังทำความสะอาด หลินเส้าเฟยแอบหัวเราะหึๆพร้อมคิดในใจ นางคนนี้อายุสิบแปดปีกำลังเข้าสู่วัยเบ่งบาน แต่หน้าอกหน้าใจแซงหน้าตัวนางเล็กน้อยอีกปีสองปีจะเปล่งประกายเป็สาวเนื้อหอม ป้าฉีกับลุงตี้คงได้ปวดหัวเื่คัดเลือกลูกเขย
เห็นสาวใช้เดินมาตักน้ำอุ่นราดแผ่นหลังเ้าของผิวเนียนแอบถอนหายใจแ่เบา นางต้องช่วยอบรมบ่มนิสัยขัดเกลาจิตใจให้เง็กลู่กังเป็สุภาพสตรีสวยน่ารักอ่อนหวาน ไม่ใช่แข็งกระด้างท้าตีท้าต่อยผู้ชายอย่างทุกวันนี้เมื่อหันมาบอกให้ตักน้ำราดหลังอีกขัน เห็นเง็กลู่กังรีบใช้มือปิดบังสองเต้าจึงพลอยหมั่นไส้เดี๋ยวจะแกล้งให้เข็ดหลาบ
สาวๆอาบน้ำร่วมกันถือเป็เื่ปรกติ แคว้นเสียมอากาศหนาวแปดเดือนอบอุ่นสี่เดือนโดยปรกติมักอาบน้ำอาทิตย์ละสามวัน ผู้หญิงจำเป็ต้องช่วยกันทำความสะอาดโดยเฉพาะผู้หญิงเพิ่งแต่งงานนี่คือหน้าที่สำคัญหลินเส้าเฟยกำพร้าท่านแม่ั้แ่วัยเยาว์ แม่นมชื่อป้าฉีช่วยดูแลเื่นี้ด้วยตัวเองครั้นโตเป็สาวจึงเปลี่ยนมาเป็ลูกสาวป้าฉี บังเอิญเง็กลู่กังมีนิสัยค่อนข้างขี้อายรวมทั้งอึดอัดใจที่ต้องอาบน้ำกับผู้เป็นาย นางจึงไม่ยอมให้คุณหนูช่วยขัดแผ่นหลัง
ในห้องน้ำมีอ่างไม้ขนาดเล็กอีกหนึ่งใบสำหรับสาวใช้ชำระล้างเรือนร่างตัวเอง เสร็จสิ้นภารกิจคนขี้อายตั้งท่าเผ่นหนีโชคร้ายเ้านายตัวเองคว้าตัวได้ทัน หลินเส้าเฟยลากเง็กลู่กังมาทาแป้งบำรุงผิวพรรณเสร็จเรียบร้อยให้สวมเสื้อผ้าเพื่อตกแต่งทรงผม เห็นปิ่นเสียบผมทำจากหยกเทียมเริ่มซีดจางคิดในใจอีกวันสองวันนางต้องเข้าเมือง เพื่อซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์ของใช้และเครื่องประดับนำมาแจกจ่ายให้กับสาวใช้ทั้งน้อยและใหญ่ สาวๆ ในบ้านสกุลเส้าเฟยต้องไม่โดนคำครหา
หลินเส้าเฟยใช้เวลาแต่งตัวนานเป็พิเศษเมื่อเดินลงมาชั้นล่างอาหารเย็นทำเสร็จพอดี เง็กลู่กังหน้าตาขาวผ่องสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ตรงเข้ามารายงานมีสาวใช้สกุลมู่ซาน นำอาหารคุณหนูผิงมาให้วางไว้ในครัว คุณหนูของนางได้ยินเข้ารีบเดินมาดูเปิดหม้อเคลือบออกเห็นซุปชนิดหนึ่งปริมาณน้อย พร้อมกับเทซุปหอมกรุ่นจากหม้อใบใหญ่ลงไปผสม
“เ้านำสิ่งนี้ไปให้ฮูหยินนางกองเพ้งบอกว่าข้าทำซุปด้วยตัวเอง”
“แต่…” เง็กลู่กังมีสีหน้าแปลกใจ “แต่ท่านแม่ข้าเป็ผู้ทำ”
“ถ้าเ้าไม่พูดถ้าข้าไม่พูดฮูหยินนายกองจะรู้หรือไม่”
ในดวงตาสีน้ำตาลปะปนความเ้าเล่ห์เ้าของดวงตาคล้ายมีรอยยิ้มแอบซ่อน เง็กลู่กังเคยเห็นคุณหนูทำแบบนี้หลายครั้ง และทุกครั้งมักมีเื่วุ่นวายตามมาเสมอแต่นางเป็บ่าวเ้านายสั่งจำเป็ต้องทำตาม รวมทั้งนางจะได้แวะเที่ยวตลาดในขากลับเห็นเขาว่ามีพ่อค้าวาณิชจากแคว้นเป้ยอี้ นำลูกไฟปีศาจมาแสดงอยากเห็นกับตาสักครั้ง
“ข้าจะรีบไปรีบกลับ” สาวอายุเต็มสิบแปดคว้าหม้อเคลือบมา
“พาน้องชายเ้าไปด้วย”
“ข้าไปเองได้”
“ข้าสั่งให้เ้าพาน้องชายไปด้วย”
“แต่ข้า…ก็ได้”
“หางเสียงเ้าอยู่ไหน” เ้าของบ้านทำเสียงดุตาดุ
“เ้าค่ะคุณหนู”
สาวใช้วัยรุ่นสะบัดหน้าตัวเองคอแทบหักก่อนเดินหน้าหงิกไปยังหลังบ้านตามหาน้องชาย ต่อมาไม่นานได้ยินเสียงม้าสองตัววิ่งเหยาะๆจากไป หลินเส้าเฟยจึงก้าวเท้าออกมาจากห้องครัว พร้อมกับส่ายหัวเมื่อได้เจอฤทธิ์เดชนางตัวแสบ
ที่นางสั่งให้เง็กลู่กังพาน้องชายไปด้วยหาใช่ดูิ่ดูแคลนฝีมือเก่งกล้าลูกสาวป้าฉี แต่บ้านนายกองเพ้งอยู่ไม่ไกลจากซอยโลกีย์รวมทั้งตอนนี้เวลาโพล้เพล้พระจันทร์ใกล้โผล่ ผู้หญิงอายุเพียงสิบแปดไม่ควรไปไหนตามลำพังเดี๋ยวไปมีเื่กับชายโฉดเหมือนกับคราวก่อนคนเมืองเจียงหาวทำร้ายคนของนางไม่ได้ก็จริง แต่ควรปลอดภัยไว้ก่อนท่านพ่อเคยสอนไว้
เมื่ออาหารทุกจานถูกนำมาวางบนโต๊ะแม่ทัพหนุ่มทหารหวางซื่อตามมาสมทบ หลินเส้าเฟยส่งยิ้มตามปรกติให้สามี รู้สึกไม่ดีเล็กน้อยที่ท่านพี่อาบน้ำชั้นล่างั้แ่อยู่ที่นี่เขาไม่เคยใช้ห้องน้ำเธอสักครั้ง บอกว่าเกรงใจกลัวเง็กลู่กังเปิดเข้ามาเจออันที่จริงสิ่งนี้ถือเป็เื่ปรกติธรรมดา สาวใช้วังหลวงอาบน้ำให้เ้านายผู้ชายด้วยซ้ำคิดไปคิดมาท่านพี่อาบน้ำชั้นล่างดีแล้ว เดี๋ยวนางตัวแสบจะใจแตกก่อนวัยเสียก่อนรวมทั้งตัวนางเองอยากเก็บท่านพี่ไว้ดูคนเดียว
“ซุปตูเย่อร่อยมากท่านพี่ลองชิม” ผู้เป็ภรรยาเอาอกเอาใจสามีตามคำสั่งท่านอา
“ที่ว่าอาหารจากแดน์ใช่หรือไม่” ฝ่ายสามีสนทนาโต้ตอบสำนวนคนแคว้นเสียม
“จากแดน์…เื่นี้อาจเป็ไปได้”
“ที่ว่ากินแล้วใบหน้างดงามปานเทพมู่เฉินใช่หรือไม่”
“ปานเทพมู่เฉิน…เื่นี้ก็อาจเป็ไปได้”
ได้ยินคำพูดแปลกๆเ้าของไร่ชาทำคิ้วหัก ขุนนางชั้นสูงในเมืองหลวงกินซุปตูเย่ทุกวันมีแต่พวกหน้าเนื้อใจเสือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่เคยเจอใครใบหน้างดงามเทียบเท่าขี้ตาท่านเทพแต่นางไม่อยากค้านอยากให้ท่านพี่เจริญอาหาร จึงเลยตามเลยหวังว่าเ้าตัวจะพึงพอใจครั้นเห็นท่านพี่กินซุปหมดชามพาลปลื้มใจยื่นชามปลาซิวทอดให้เขาเคี้ยวแกล้มหมั่นโถว
“รสชาติอร่อยมากทำไมข้าไม่เคยกินมาก่อน”
“เมืองเจียงหาวเลี้ยงแพะได้ก็จริงแต่เนื้อตูเย่มักถูกส่งเข้าเมืองหลวง เหลือจำนวนไม่มากเป็อาหารหายาก”
“ตูเย่คือเนื้อส่วนไหนบอกข้าที”
คราวนี้มนัสแอบทำคิ้วหักบ้างรู้ดีว่าคนแคว้นเสียมชอบกินเนื้อแพะ เพียงแต่ข้องใจเื่ตัวเองกำลังกินอะไรกระเพาะแพะเขาเคยกินแล้ว เนื้อซี่โครงเขาเคยกินแล้ว เนื้อน่องหรือเนื้อสะโพกก็เคยกินแล้วแล้วยังจะเหลือเนื้อส่วนไหนมาทำตูเย่
“ตูเย่คือตัวเดียวอันเดียว”
“ตัวเดียวอันเดียว!”
แม่ทัพหนุ่มเกิดอาการตูเย่ติดคอเมื่อรู้ว่าเนื้อเปื่อยๆ ที่ตนเองสวาปามหมดชาม คืออวัยวะสำคัญมากที่สุดของท่านชายไม่มีสิ่งนี้เท่ากับความเป็ชายเลือนหาย แต่ตัวเองดันหม่ำอวัยวะสำคัญน้องแพะ นี่คือบาปติดตัวไม่อาจลบล้างตลอดกาลกระเพาะอาหารเริ่มบีบตัวเป็การประท้วง อยากขย้อนตูเย่ออกมาก็ทำไม่ได้ภรรยาตัวเองนั่งมองอยู่แล้วใครจะกล้า
การกินอาหารร่วมกันใช้เวลายี่สิบนาทีหลินเส้าเฟยมีความสุขแสดงออกผ่านแววตา กระทั่งป้าฉีผู้เป็แม่ครัวยังแอบยิ้มแฉ่งปรกตินางต้องกินอาหารเย็นตามลำพัง ท่านพี่ใหญ่อยู่ในเมืองหลวงท่านพ่ออยู่ในงานเลี้ยงต่อมานางมีครอบครัวยังต้องทำเหมือนเดิม ท่านพี่หนีไปนอนที่ค่ายทหารหน้าตาเฉยแต่วันนี้เขากลับมาแล้วตามแผนท่านอา ยังบอกด้วยว่าอยากรบกวนนางหนึ่งชั่วยามหมายความว่าเขาอยากสิจิบิเรกับนาง ด้วยเหตุนี้ท่านอาจึงส่งซุปไหอันมาให้
‘ซุปสูตรใหม่ได้มาจากวังหลวงออกฤทธิ์เพียงสองชั่วยามเท่านั้น’
นี่คือคำพูดผิงมู่ซานผู้เป็น้องสาวระหว่างเดินทางกลับจากค่ายทหารหวางซื่อ ซุปที่ว่านี้ผลิตขึ้นมาเพื่อขุนนางสูงวัยให้พวกเขากลับมาคึกคักเหมือนวัยหนุ่ม แต่ไม่ยาวนานสามวันสามคืนเท่าสูตรเดิม หาไม่แล้วผู้ดื่มอาจสิ้นใจคาอกอนุภรรยาเมื่อท่านพี่ดื่มซุปเขาจะเป็เหมือนดั่งวันนั้น ด้วยเหตุนี้นางตัดสินใจมอบซุปให้นายกองเพ้ง
ตัวนางเองอยากมีบุตรไว้สืบสานวงศ์ตระกูลอยากมีความสุขกับสามีเหมือนหญิงสาวทั่วไป แต่นางไม่อยากโกงไม่อยากบังคับจิตใจใครท่านพี่ไม่อยากหลับนอนกับนางนางเข้าใจ เป็ความผิดของนางที่ไร้เสน่ห์จนชายหมางเมิน
ขณะที่ตัวเองจิตตกเพราะคิดถึงเื่เศร้าผู้เป็สามีได้เชิญชวนมานั่งห้องรับแขก เมื่อถึงที่หมายเขาจัดแจงหาที่นั่งให้ภรรยาพร้อมกับขยับตัวเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวติดกัน ผิดแปลกจากทุกวันเขามักจะนั่งฝั่งตรงข้ามหลินเส้าเฟยชายตามองด้วยความแปลกใจ ท่านพี่ของนางกินของแสลงเข้าไปหรือไม่ สาวยิ้มสวยแปลกใจกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดถัดมา
“อาทิตย์หน้าข้าจะเปิดรับสมัครทหารใหม่เ้าคิดว่าเหมาะสมหรือไม่”
“ทหารเหลือน้อยท่านพี่จำเป็ต้องทำ”
“แต่ข้ายังติดขัดปัญหาต้องเร่งแก้ไขให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้”
“ท่านพี่ติดปัญหาสิ่งใด”
“เื่อาหารการกินของทหารกินแต่ผักหญ้าจะเอาเรี่ยวแรงจากที่ไหน ร่างกายไม่แข็งแกร่งออกรบย่อมแพ้พ่าย…”
เห็นท่านพี่พูดปาวๆน้ำไหลไฟดับ หลินเส้าเฟยทั้งประหลาดใจและดีใจมากที่เขาเอาเื่งานสำคัญมาปรึกษานาง ในอดีตท่านพ่อไม่เคยทำแบบนี้กับท่านแม่พวกเขาทั้งสองทำหน้าที่แยกกันโดยสมบูรณ์งานนอกบ้านเป็ของสามีงานในบ้านเป็ของภรรยาต่างคนต่างทำจนท่านแม่เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุปรกติสามีจะหาภรรยาใหม่หรืออนุภรรยามาดูแล แต่ท่านพ่อกลับมอบหมายให้ป้าฉีกับลุงตี้ช่วยจัดการเขาไม่ยอมมีภรรยาคนที่สองแม้ตามกฎหมายทำได้
ลูกสาวนางนี้ดีใจที่ท่านพ่อรักท่านแม่มากนางขอแค่เพียงสามีตัวเองรักนางคนเดียว และขอมีบุตรกับเขาสักสองคนกำลังดี ขอเพียงเท่านี้ไม่ต้องสนใจใส่ใจนางก็ได้บังเอิญท่านพี่กลับทำแตกต่างออกไป เขานำเื่งานสำคัญมาปรึกษาในบ้าน
“ด้วยเหตุนี้ข้าจะให้ทหารเลี้ยงไก่เราจะกินเนื้อไก่เป็อาหารร่วมกับเนื้อแพะ”มนัสกล่าวสรุปปิดประเด็น
“ไก่!” ผู้เป็ภรรยาใทันที นางรีบค้านตามนิสัยคนแคว้นเสียม “ไก่เป็อาหารคนตาย”
“อีกคนแล้ว” แม่ทัพหนุ่มใช้มือตบหน้าผากเบาๆ นี่คืออุปสรรคสำคัญอันดับหนึ่ง “ข้ารู้ไก่เป็อาหารคนตาย แต่คนเป็ก็กินไก่ได้เช่นกัน ตอนข้าเกือบตายเคยกินทั้งตัวมาแล้วอร่อยมากวันหลังข้าทำให้เ้ากินเอง”
“แต่ไก่เป็อาหารต้องห้ามคนไหนกินไก่จะโดนคำสาป”
“ตอนนี้ข้ากำลังโดนคำสาปให้มีภรรยาสวยน่ารักแต่หัวโบราณ”
“อุ่ย!”
โดนสามีย้อนศรด้วยคำพูดประหลาดหลินเส้าเฟยทำตาโตในใจครุ่นคิด เขาชมว่านางสวยน่ารักใช่จริงหรือ ผู้ชายคนนี้ช่างปากหวานไม่ใช่เล่นแล้วยังปากเสียชอบเหน็บแนมแบบไม่ไว้หน้า นางสมควรดีใจหรือเสียใจนึกไม่ออกจริงๆ
“เื่นี้ข้าไม่คัดค้านแต่ท่านพี่จะทำเช่นไรข้าอยากรู้”
“ข้าจะจับไก่มาเลี้ยงในค่าย” ผู้ชายปากหวานเริ่มขยายความ “ไก่เนื้อสักสามเล้าไก่ไข่อีกสองเล้าทุกวันพุธกับวันศุกร์จะทำเมนูไก่ให้ทหาร มีไข่ต้มไข่ดาวไข่เจียวสอดแทรกมื้ออื่น่แรกคงทำแค่นี้เ้าคิดว่าอย่างไร”
“ไข่ต้ม-ไข่ดาว-ไข่เจียว อาหารชาววังทำไมท่านพี่รู้จัก” ฝ่ายภรรยางงเสียจนไม่รู้จะงงอย่างไร
“ไข่เป็อาหารชาววัง?” ฝ่ายสามีเองก็งงมากเช่นกัน “ชาวบ้านทั่วไปกินไม่ได้หรือ”
“เื่นี้ข้าไม่แน่ใจแต่ไข่ทุกใบบนถนนต้องส่งเข้าวังหลวง”
คำตอบจากภรรยาตัวเองช่วยคลี่คลายปริศนาก่อนกลับบ้านมนัสปรึกษาเื่นี้กับนายกองเพ้งปรากฏว่าโดนล้งเล้งเสียงดังแสบแก้วหู แล้วยังบอกว่าหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมกินไก่ จะไม่ยอมทำลายขนบธรรมเนียมประเพณีเล่นเอาวุ่นวายไปหมดทั้งตัวเองทั้งจ่าสะอาด จนต้องพบกันครึ่งทางคือจับไก่มาเลี้ยงก่อนส่วนนายกองยังไม่ต้องกินจนกว่าแกจะมั่นใจ
ไข่ไก่เป็อาหารชาววังส่งเข้าวังทุกใบส่วนเนื้อไก่เป็อาหารสำหรับคนตาย มนัสคิดถึงฝูงไก่กำลังเฉิดฉายบนท้องถนนเพราะคนไม่กล้ากินมันถึงเดินลอยหน้าลอยตา ถ้าเป็เมืองไทยรับรองได้ตายแบบล้างบางแต่ถ้าเขาทำแบบนั้นอาจโดนล้างบางเสียเอง เข้าเมืองตาเหล่ควรเหล่ตาตามเพื่อความปลอดภัยฉะนั้นตัวเองไม่สมควรแตะต้องไก่บนท้องถนน
“ไก่ป่าล่ะ…ถ้าข้าจับไก่ป่ามาเลี้ยงเ้าจะว่าอย่างไร”มนัสหันมาสบตาศรีภรรยา
“ไก่ป่า” หญิงสาวหรี่ตาครุ่นคิดอย่างหนัก “ไก่ป่าไม่ใช่สัตว์สงวนข้าคิดว่าท่านพี่ทำได้ แต่ท่านพี่อาจจับมันไม่ได้”
ในความคิดหลินเส้าเฟยไก่ป่าไม่ใช่ไก่บ้านมันเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ไม่อยู่รวมกันเป็ฝูงใหญ่ ไม่เข้าใกล้มนุษย์ทุกคนมีสัญชาตญาณสัตว์ป่าเต็มตัว รวมทั้งเคยจู่โจมผู้บุกรุกมาแล้วบังเอิญมนัสมีความคิดเห็นตรงข้าม จะอยู่ในป่าหรือเมืองไก่ก็คือไก่วันยังค่ำเขาเคยล่าไก่ป่ามาทำต้มยำนักต่อนัก รสชาติอร่อยมากมีประโยชน์ต่อร่างกายรวมทั้งตัวเองมีโคตรเซียนไก่ชื่อจ่าสะอาดทั้งคน การล่าไก่ป่าเพื่อนำมาเลี้ยงจึงไม่ใช่เื่ยากแต่ตัวเองควรมีไก่บ้านจำนวนหนึ่งไว้ผสมพันธุ์
แม่ทัพหนุ่มอธิบายความเห็นฉอดๆสีหน้าสบายใจเมื่อได้พูดคุยแบบเปิดอก การสนทนาดำเนินต่อไปใกล้หนึ่งชั่วยาม่หลังๆ หลินเส้าเฟยนั่งฟังอย่างเดียวนางแค่สั่งให้ป้าฉีนำชาร้อนเหยือกใหม่มาเพิ่ม ในใจหญิงสาวหยุดขำตัวเองไม่ได้เสียทีที่เขาบอกว่าคืนนี้มีเื่อยากรบกวน หมายถึงเื่ไก่กับไข่ไม่ใช่เื่สองเราแผนการของท่านอาพังทลายไม่เหลือชิ้นนี้
อุตส่าห์อาบน้ำประแป้งจนตัวหอมฉุยสวมเสื้อผ้าเนื้อบางมองเห็นเนินอกทั้งก้อน แต่สามีของนางกลับไม่คิดสนใจไยดี เอาแต่คุยโม้เื่คุณค่าสารอาหารจากสัตว์ปีกโดยไม่คิดถึงคุณค่าสารอาหารจากนมสด ที่เคยดื่มด่ำชื่นชมในคืนส่งตัวกับเช้าวันถัดมาแต่ช่างปะไรท่านพี่ไม่สนใจคงไม่สำคัญ วันนี้ยังไม่ได้ผลไว้วันหน้าค่อยลองอีกที
เมื่อการสนทนาครบหนึ่งชั่วยามพอดีหลินเส้าเฟยตากแดดทั้งวันเริ่มอ่อนเพลีย นางพยายามปิดปากหาวเพื่อรักษามารยาท อยู่ดีๆกลับต้องใดวงตาถลนจากเบ้า เมื่อได้ยินคำพูดประโยคท้ายๆ ของสามีตัวดี
“ไข่เป็อาหารชาววังชนชั้นสูงคนเมืองหลวงอาจไม่พอใจที่ข้าเลี้ยงไก่ อาจมีปัญหาลุกลามมาถึงเ้ากับคนในบ้านถ้ามีใครถามเื่นี้เ้าควรตอบว่า เ้าพยายามห้ามแล้วแต่ข้าไม่เชื่อเ้าจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนไปพร้อมข้า”
ได้ยินชัดเจนหญิงสาวโกรธจนตาเขียวอยากโวยวายเสียงดังทำแบบนี้เท่ากับหยามเกียรติ แต่นางยังคงนิ่งเฉยแสร้งทำเป็หาวฟอดๆบ่นว่าข้าง่วงนอนท่านพี่ช่วยพาเข้าห้องที ทั้งที่ในใจกำลังเดือดปุดๆ ด้วยฤทธิ์แรงแค้น
ท่านพี่…ท่านยังรู้จักข้าไม่ดีพอ ข้าจะทำให้ท่านพี่เข้าใจด้วยตัวเอง
-------------------------------
ปล.ป่านนี้นายกองเพ้งจะเป็อย่างไรบ้างหนอ