สิบปีผ่านไป
ปู้จิงวันนี้ขอขึ้นเขาไปกับปู้ซานด้วยนางอยากหัดล่าสัตว์เหมือนท่านลุงกับท่านพ่อจึงคะยั้นคะยอจนหลิวซื่อต้องอนุญาตให้ตามไปด้วยได้
“ปู้จิงเ้าห้ามเดินไปไหนมาไหนคนเดียวรู้หรือไม่ในป่ามันอันตราย หากเ้าเป็อันใดไปแม่เ้าต้องฆ่าพ่อแน่”ปู้ซานเตือนลูกสาวขณะที่กำลังพานางขึ้นเขา
“ข้ารู้เ้าค่ะท่านพ่อข้าสัญญาว่าจะเชื่อฟัง”ปู้จิงยิ้มหวานส่งให้ท่านพ่อผู้แสนใจดีของนางั้แ่ปู้จิงจำความได้ไม่ว่านางอยากกินอะไรท่านพ่อก็จะหามาให้ไม่เคยขาด
“ดีมากวันนี้พ่อไม่พาเ้าเข้าไปลึกนักหรอกนะเราอยู่แค่ป่ารอบนอกก็พอ”ปู้ซานกลัวว่าหากพาลูกสาวเขาเข้าป่าลึกเกินไปอาจพบสัตว์ดุร้ายได้เขาแค่อยากพานางมาดูการล่ากระต่ายและไก่ป่าของเขาที่มักจะล่าได้เป็ประจำก็เท่านั้น
บนูเาวันนี้ไม่ค่อยมีพรานมาล่าสัตว์มากนักคงเพราะไม่กี่วันที่ผ่านมาพวกเขาต่างขึ้นเขาแล้วได้สัตว์ป่าไปขายจำนวนไม่น้อยแล้ว่นี้คนเ่าั้จึงพากันพักผ่อนอยู่ในหมู่บ้านให้เต็มที่ก่อนจะรวมตัวกันขึ้นเขาในอีกหลายวันให้หลัง
ตระกูลปู้ได้ขึ้นชื่อว่าพรานฝีมือดีของเมืองฝูเป่ยไม่ว่าจะเป็ปู้กังปู้เซียวหรือปู้ซานก็ตามทีทั้งสามคนสามารถขึ้นเขาล่าสัตว์ได้ด้วยตัวคนเดียวนั่นเพราะการสั่งสอนของปู้ถิงกับจางซื่อที่เคี่ยวเข็ญลูกๆ ั้แ่ยังเด็กทำให้ทั้งสามมีฝีมือการล่าดีที่สุดในเมืองมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาปู้ถิงเริ่มมีอาการหลงลืมตามวัยที่ชรามากขึ้นสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้จางซื่อไม่น้อยนางต้องคอยเฝ้าดูสามีไม่ให้เดินเพ่นพ่านไปทั่วจนหาทางกลับบ้านไม่เจอหลายครั้งที่ชาวบ้านต้องช่วยกันออกตามหาปู้ถิงที่มักจะเดินหลงทางออกไปไกลบรรดาลูกชายทั้งสามคนจึงได้แต่ฝากฝังให้แม่ของพวกเขาคอยดูแลท่านพ่อแทนได้เท่านั้นส่วนตัวพวกเขาที่เป็ลูกหลานก็พากันขึ้นเขาหาเหยื่อไปขายในเมืองเพื่อเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัว
ปู้ซานพาปู้จิงขึ้นเขาไปได้ไม่นานก็พบไก่ป่าเข้าพอดีเขารีบส่งสัญญาณให้นางเงียบเสียงลงและย่อกายหลบอยู่ด้านหลังพุ่มไม้ก่อนที่ปู้ซานจะง้างธนูประจำกายขึ้นแล้วเล็งยิงออกไปอย่างแม่นยำเสียงดัง ฟึ่บ!และเสียงสิ้นใจของไก่ดังออกมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้นปู้จิงเห็นว่าไก่ตายแล้วจึงลุกเดินจะไปหยิบไก่มาให้พ่อนางเก็บใส่ตะกร้า
“ปู้จิง!!!ระวังลูก!วิ่งเร็วเข้า!!!”ปู้ซานร้องะโออกมาอย่างใเมื่อเขาเห็นหมูป่าตัวเขื่องวิ่งมาอย่างเร็วจากด้านหลังจุดที่เขาเพิ่งยิงไก่ป่าไปเมื่อครู่นี้
“หืม?อะไรเ้าคะท่านพ่อ”ปู้จิงถามอย่างงงงวยนางรีบหันหลังกลับไปมองตามสายตาของพ่อก่อนที่จะพบว่าหมูป่าตัวใหญ่กำลังวิ่งตรงมาทางนางพอดี
“หลบไปสิปู้จิง!!!”ปู้ซานง้างคันธนูอีกครั้งและะโบอกให้ลูกสาวหลบออกจากทิศทางตรงหน้าที่หมูป่ากำลังวิ่งตรงเข้ามาเขามั่นใจว่าตนเองจะไม่ยิงพลาดแน่
“ท่านพ่อเก็บไก่ก่อน!!!”ปู้จิงรีบโยนไก่กลับไปหาพ่อของนางจากนั้นนางก็หันหน้าไปยังหมูป่าที่กำลังวิ่งมาอย่างสุดกำลังและวิ่งตรงเข้าหาหมูป่าด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ขาสั้นๆ จะทำได้จริงอยู่ว่านางเรียนวิชาตัวเบาจากท่านย่ามาแล้วแต่ด้วยตัวนางยังเด็กจึงแสดงออกมาได้ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนกับพวกพี่ชายทั้งสอง
“ปู้จิง!!!”ปู้ซานะโสุดเสียงเมื่อเห็นลูกสาวพุ่งตรงไปหาหมูป่าต่อหน้าต่อตาเขาไม่สนใจแม้กระทั่งไก่ป่าที่ลูกสาวโยนมาให้และปล่อยมันปลิวไปฝังติดกับต้นไม้ด้านหลังจากแรงอันทรงพลังที่ลูกสาวของเขาโยนมาก่อนหน้านี้
ปู้จิงตอนนี้ไม่สนใจเสียงเรียกของพ่อแล้วนางอยากลองดูว่าตัวเองจะสามารถจัดการเ้าหมูป่าตัวนี้ได้หรือไม่ั้แ่จำความได้นางก็ได้รับการสั่งสอนให้เก็บงำพลังช้างสารของตนเองมาตลอดในเมื่อตอนนี้มีหมูป่ามาให้นางทดลองพลังปู้จิงจึงไม่คิดรีรออีกต่อไป
“ตายซะ!!!”ปู้จิงะโอย่างห้าวหาญนางไม่รู้สึกกลัวหมูตัวใหญ่ตรงหน้าสักนิดเดียวฝ่ามือเล็กของปู้จิงง้างออกแล้วตบลงไปบนหัวหมูป่าเต็มแรงจนร่างมันปลิวละลิ่วออกไปทันที
เพี๊ยะ!พรึ่บ!ปัง!ปัง!ปัง!ตุ้บ!แอ่ก!!!
“ปู้จิง!เ้าเป็อะไรหรือไม่”ปู้ซานรีบวิ่งเขามาหมุนตัวลูกสาวสุดที่รักไปมาทันทีที่ได้สติ
“ข้าสบายดีเ้าค่ะท่านพ่อเห็นไหมว่าหมูป่าทำอันใดกับข้าไม่ได้ฮิ ฮิ” ปู้จิงยืดอกขึ้นอย่างได้ใจนางไม่อยากให้ท่านพ่อเป็ห่วงมากเกินไปทั้งที่นางในตอนนี้มีเรี่ยวแรงมหาศาลที่ขนาดหมูป่าตัวใหญ่กว่าตัวนางยังเทียบไม่ติดเสียด้วยซ้ำ
“เ้าอย่าได้ทำให้พ่อเป็ห่วงแบบนี้อีกหากแม่เ้ารู้เข้า นางต้องฆ่าพ่อแน่”ปู้ซานปาดเหงื่อที่เกิดจากความตื่นใก่อนหน้านี้ออกอย่างลวกๆ
“ท่านไม่ต้องกังวลมากหรอกเ้าค่ะข้าเชื่อว่าหลังจากนี้ท่านแม่ต้องไม่ว่าอะไรหากข้าขึ้นเขามาล่าสัตว์กับท่านพ่อข้าไปดูหมูก่อนนะเ้าคะว่ามันตายสนิทไหม”ปู้จิงอยากรีบนำหมูป่าที่นางล่าได้ด้วยการตบทีเดียวกลับไปอวดท่านปู่ท่านย่าเร็วๆ
“เ้าระวังด้วยเล่ารอพ่อก่อน” ปู้ซานรีบเดินเร็วๆ ตามหลังลูกสาวตัวน้อยไปทันทีเห็นปู้จิงตัวเล็กแบบนี้แต่เวลาเดินนางกลับเดินเร็วไม่ต่างจากผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย
ปู้จิงพลิกร่างหมูป่าดูก็พบว่ามันคอหักตายไปเสียแล้วต้นไม้หลายต้นที่ถูกแรงกระแทกจากหมูป่าจนหักโค่นทำเอาปู้จิงอดเสียดายไม่ได้นางอยากนำไม้เหล่านี้กลับบ้านให้พวกท่านลุงนำไปผ่าเป็ฟืนสักหน่อย
“ท่านพ่อข้าเอาต้นไม้พวกนี้กลับไปด้วยได้ไหมเ้าคะ”ปู้จิงหันไปถามด้วยแววตาออดอ้อนนางรู้ดีว่าหากทำท่าทางเช่นนี้ท่านพ่อสุดที่รักของนางไม่มีทางปฏิเสธคำขอแน่
“อ่า…ลูกรัก..เ้าอยากเอาไปก็ได้ประเดี๋ยวพ่อตัดแล้วมัดให้เองเ้าน่าจะยกไม่ไหวหรอก”ปู้ซานอดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้เมื่อเห็นลูกสาวอ้อนตัวเองเขาหลงใหลใบหน้าน่ารักของลูกสาวตัวน้อยมานานแล้วยิ่งเวลาที่ปู้จิงแสดงท่าทางน่ารักออกมาปู้ซานเป็ต้องหลงจนโงหัวไม่ขึ้น
“เย้!ขอบคุณท่านพ่อเ้าค่ะเช่นนั้นข้ายกหมูป่ากลับบ้านแล้วจะรีบกลับมาหาท่านนะเ้าคะท่านพ่อไม่ต้องรีบร้อน”ปู้จิงพูดจบก็ใช้มือเดียวยกร่างหมูป่าตัวเขื่องขึ้นมาอย่างสบายๆ นางเดินอาด ๆออกไปโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ปู้ซานปากอ้าตาค้างอย่างตกตะลึงไปแล้วเมื่อเห็นลูกสาวที่น่ารักราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบของเขายกหมูป่าขึ้นมาด้วยมือเดียว
ระหว่างทางที่ปู้จิงเดินกลับบ้านบรรดาชาวบ้านที่เดินมาเก็บของป่าต่างมองนางด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อหมูป่าตัวใหญ่ซึ่งน่าจะหนักหลายร้อยชั่งกลับถูกเด็กตัวน้อยหน้าตาน่ารักอย่างปู้จิงยกได้ด้วยมือเดียวเมื่อก่อนพวกเขาเคยได้ยินมาบ้างว่าปู้จิงมีเรี่ยวแรงมหาศาลเพียงแต่ยังไม่มีใครเคยเห็นกับตาพวกเขาจึงคิดว่ามันเป็แค่เื่ล้อเล่นของคนบ้านปู้ก็เท่านั้นแต่ตอนนี้เมื่อได้เห็นพลังช้างสารของปู้จิงต่อหน้าต่อตาพวกเขาจึงทำได้แค่ปากอ้าพะงาบๆ อย่างไร้คำจะพูดเท่านั้น
“ท่านปู่!ท่านย่า!ดูสิว่าข้าเอาอะไรมาฝากพวกท่าน”ปู้จิงร้องะโเรียกเสียงดังเมื่อมาถึงหน้าประตูรั้วบ้านของนางนางเดินถือหมูป่าราวกับว่ามันเป็เพียงปุยนุ่นเท่านั้นทำเอาพี่ชายทั้งสองที่กำลังเรียนหนังสือกับเหวินซื่ออยู่ต่างตะลึงไปตามๆ กัน
“โอ้!หลานรักของย่าเ้าช่างเก่งกาจนัก”จางซื่อใช้วิชาตัวเบาออกมาดูว่าหลานสาวสุดที่รักของนางนำสิ่งใดมาฝากพอเห็นว่าปู้จิงยกหมูป่าด้วยมือเดียวอยู่ก็รีบเอ่ยชมทันทีนางเก่งแค่วิชาตัวเบาแต่ไม่มีเรี่ยวแรงเท่าลูกหลานในบ้านคนอื่นแต่แรก
ตุ้บ!!!ปู้จิงโยนหมูป่าลงกับพื้นจนฝุ่นตลบ
“ฮิฮิ ข้าขึ้นเขาวันแรกก็ได้เหยื่อตัวใหญ่เลยนะเ้าคะอ๊ะ!ท่านย่าข้าต้องรีบกลับไปช่วยท่านพ่อขนไม้ลงจากเขาก่อนเ้าค่ะฝากท่านย่าจัดการหมูตัวนี้ด้วยนะเ้าคะ”ปู้จิงเกือบลืมพ่อของนางที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัดไม้ไปถึงไหนแล้ว
“ได้ ได้รีบไปเถอะ เหวินซื่อมาจัดการหมูป่าให้หลานสาวเ้าเสีย”จางซื่อร้องเรียกลูกสะใภ้ใหญ่ทันทีวันนี้หลานชายนางไม่ได้พากันขึ้นเขาไปล่าสัตว์มีเพียงปู้กังเท่านั้นที่ไป
“เ้าค่ะท่านแม่”เหวินซื่อรีบบอกให้ลูกชายอ่านหนังสือรอไปก่อนนางเข้าครัวไปนำมีดปังตอประจำตัวออกมาจัดการหมูป่าทันทีบ้านนางไม่เคยขาดสัตว์พวกนี้มาก่อนยังดีที่ก่อนหน้านี้พวกชาวบ้านรวมตัวกันไปล่าสัตว์มาแล้วทำให้วันนี้ไม่มีใครมาขอซื้อเนื้อที่บ้านนาง