ตอนที่ 26 ท่านพาข้ามาเพื่อ?
การเดินทางออกจากค่ายครั้งนี้เป็ความลับ เพื่อให้ท่านแม่ทัพไปรักษาร่างกายข้างนอกเพื่อความสะดวกในการพักฟื้นร่างกาย หากในค่ายทหารรู้ว่าท่านแม่ทัพาเ็สาหัส ( จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้) อาจทำให้มีผลกระทบกับขวัญกำลังใจของทหารได้
ดังนั้นนี่เป็ทางเลือกอย่างหนึ่ง และอีกอย่างเอู๋เจี๋ยอยากอยู่กับลู่เหลียนโดยใช้เวลาส่วนตัวร่วมกันบ้าง อยู่ในค่ายเขาไม่มีเวลาส่วนตัวกับนางมากนัก เปิดเผยเื่นางก็ไม่ได้อาจเกิดอันตราย
“ที่เราจะไปอยู่ไกลหรือไม่”
ลู่เหลียนถามอู๋เจี๋ยที่นอนอยู่บนตักของเธอั้แ่ออกจากค่ายทหารมา ก็ไม่ยอมนั่งอีกเลย บ่นเจ็บนั่นเจ็บนี้จนต้องยอมให้นอนตักของนาง หมอนที่นอนเตรียมให้พร้อมก็ไม่นอน ผมของเขาเงางามดำเป็น้ำหมึกเลย
“ไม่ไกล”
อู๋เจี๋ยชอบการนอนบนตักของลู่เหลียน นุ่มดีจริง ๆตักของนางดีกว่าหมอนตั้งมากมาย อยากให้การเดินทางครั้งนี้ยาวนานมากกว่านี้ แต่ไม่เป็ไรอีกเดี๋ยวข้าก็จะได้อยู่กับนางตามลำพัง
“ถ้าเป็เช่นนั้นผักที่ข้าปลูกเล่ารายได้ของข้าหดหายไปด้วย"
หากไม่อยู่ในค่ายจะไปหาเงินจากที่ใดได้อีก ต้องไปอยู่บนยอดเขานะยอดเขาท่านเจี๋ย!!! ลู่เหลียนต้องคิดหาทางทำเงินให้ได้จนตอนนี้ คิ้วของนางชนกันจนคนที่นอนมองนางอยู่สังเกตได้ ว่าต้องคิดเื่เงินรองจากเนื้อที่นางชอบ
“ย่อมมีคนดูแล ส่วนเื่เงินพี่จะจ่ายให้เ้าเป็ค่าดูแลเรือนหลังนี้”
อู๋เจี๋ยคงคิดไม่ผิดเื่เงินสำหรับนางเป็สิ่งสำคัญ หากเขาจ่ายให้นางเพื่อดูแลเรือนนางคงจะไม่ว่าเขา จะยกให้นางดูแลทั้งหมดเลยที่เขามีนางจะได้ไม่หาทางไปทางอื่น
"จะดีหรือเ้าค่ะ"
ลู่เหลียนรู้สึกว่านางคงจะพูดเื่เงินมากไปเขาถึงกับจะจ่ายค่าดูแลเรือนให้นาง แต่ในเมื่อเขาเสนอมาข้าก็ต้องสนองตอบ เื่เงินเป็เื่สำคัญสำหรับข้าตอนนี้
“เรือนหลังนี้พี่จะมอบให้เ้าดูและทำสิ่งใดก็ได้ตามใจเ้า”
“ข้าอยากรู้ว่าเรือนของท่านใหญ่แค่ไหน”
ลู่เหลียนมีความตั้งใจที่จะปลูกผัก ทำสวนครัวเล็ก ๆ และอาจทำสิ่งที่ตั้งใจไปขาย จะเป็อะไรนั้นต้องลองดูก่อนว่าสถานที่แห่งนั้นมีทรัพยากรอะไรที่นางสามารถทำขายได้บ้าง
จุดสูงสุดของยอดเขาสูงตะหง่าน เมื่อเดินทางไปถึงยอดเขาก็พบกับเรือนที่ปลูกสร้างอย่างปราณีต สวยงามเหมาะกับบรรยากาศบนยอดเขาสูง ที่สามารถมองเห็นวิวด้านล่างโดยรอบ
ทั้งสองลงจากรถม้า อู๋เจี๋ยพาลู่เหลียนเดินรอบบริเวณเรือนที่เขาตั้งใจปลูกสร้างเพื่อมาพักผ่อน และเพื่อวางแผนงานอื่น ๆที่ต้องใช้ความสงบเงียบเป็บางครั้งเท่านั้น
ทั้งเรือนทำจากไม้ซุงท่อนใหญ่แปลกแตกต่างจากเรือนที่เคยเห็น สวยเหมือนอยู่ในรีสอร์ท การจัดสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธ์ และซ่อนตัวอยู่ในต้นไม่ใหญ่ที่ล้อมรอบเรือนหลังนี้
“สวยมากจริง ๆเรือนหลังนี้ท่านแอบมาสร้างตอนไหน” ช่างน่าสงสัยเขาต้องพาสตรีมากหน้าหลายตาขึ้นมาบนนี้กี่คนแล้ว สถานที่ลับหูลับตาแบบนี้
“นานแล้วหากพี่้าหลีกหนีเื่ปวดหัวจะแอบมาที่นี่เสมอ”
อู๋เจี๋ยเห็นท่าทางของสาวน้อยที่ทำท่าทางสงสัยเื่เรือนหลังนี้ คิดไปไกลถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ นางช่างคิดมากเหลือเกินหากคิดนอกเื่เมื่อไหร่คิ้วจะชนกันเสมอ
“ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าท่านพูดเื่จริง”
“เ้า้าให้พี่พูดเื่ใดกัน”
“ท่านพาสตรีมาที่นี่กี่คนแล้ว”
“เ้าสงสัยว่าพี่พาสตรีขึ้นมาที่นี่อย่างนั้นหรือ” ว่าแล้วเชียวว่านางต้องคิดนอกเื่ไปไกล ต้องทำให้นางหายสงสัย
“ใช่…ข้าสงสัย” ลู่เหลียนอยากรู้มาก เื่สตรีของเขาแต่เขากับลีลามากไม่ยอมพูดเสียที
“อยากรู้มากแค่ไหน” เขาจับจูงมือสาวน้อยมายังที่ ๆเขาชอบมาก
ทั้งสองคนเดินมายังศาลาแปดเหลี่ยม มีระเบียงที่ยื่นออกไปยังหน้าผาเพื่อชมวิว ความสวยงามของทิวทัศน์ที่นี่ช่างทำให้สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ทิวเขาสวยงามสุดลูกหูลูกตา อยากมีกล้องเก็บภาพความทรงจำดี ๆแบบนี้ไว้
“เอ่อ...เข้าเชื่อท่านก็ได้” ลู่เหลียนชักกลัวใจเขาจะปล้ำนางเสียกลางวันแสก ๆแบบนี้จะทาอย่างไร นางยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเลย
“ทำไมไม่อยากถามพี่แล้วหรือ” อู๋เจี๋ยแค่อยากแกล้งสาวน้อยของเขาที่นับวัน ยิ่งงามเขาไม่อยากให้นางอยู่ในค่ายอีกเพราะแบบนี้ เพราะอีกไม่นานเ้าพวกนั้นย่อมดูออกว่านางเป็สตรี
“ไม่แล้วเ้าค่ะเราไปที่เรือนกันดีกว่าอยากเห็นด้านใน” รู้สึกว่าคำพูดแบบนี้เหมือนเชิญชวนเขาอย่างไรบอกไม่ถูก
“ย่อมได้” อู๋เจี๋ยเห็นท่าทางก็รู้ว่านางกลัวเขาจะรังแกนาง ช่างน่าแกล้งเสียจริงสาวน้อยของพี่
เรือนแห่งนี้มีขนาดกะทัดรัด ลู่เหลียนมองดูห้อนนอนที่มีเตียงนอนหนานุ่มกว่าในค่าย แต่ว่ามีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องครัว และหนึ่งเตียงเท่านั้น
นั่นไงว่าแล้วว่าท่านแม่ทัพของนางต้องวางแผนมาเป็อย่างดี เื่นี้ไม่ต้องพามาถึงยอดเขาแบบนี้ก็ได้ แค่พาข้าไปพักในเมืองเสียเงินเช่าโรงเตี้ยมราคาไม่แพงก็อยู่ได้แล้ว คิดว่าข้าจะยอมท่านง่าย ๆอย่างนั้นหรือ
“พี่เจ็บแผลแล้วเ้าช่วยทำแผลให้พี่ได้หรือไม่”
“เดินมาตั้งนานเพิ่งมาเจ็บตอนนี้หรือเ้าค่ะ”
“เจ็บจริงๆนะเ้าดูซิ”
ลู่เหลียนมองดูที่าแที่เริ่มมีเืซึมเพราะการเดินทางสมัยนี้ยังไม่มีเบาะนิ่ม ๆกันกระแทก คงเป็รถม้าที่ทำให้แผลกระทบกระเทือน เป็ขนาดนี้ยังไม่บอกนางอีก น่าจับตีก้นเหลือเกิน
“ท่านเจี๋ยท่านลืมไปหรือเปล่าว่าท่านเป็ทหาร”
“เอ่อ...ก็แค่อยากอ้อนเ้าได้หรือไม่ เราไม่ได้อยู่ด้วยกันจริงจังสักที”
“ช่างเถอะ...ท่านไปที่เตียงเลย” ลู่เหลียนเตรียมทำแผลให้เขาเืออกก็ไม่บอก เป็หุ่นหรืออย่างไร ตัวเองยังไม่แข็งแรงแต่ออกมาเดินเล่นกับนาง ไม่รู้ตัวเองเลย
“เจ็บมากหรือไม่”
“เจ็บมากตรงนี้”
“รู้ว่าเจ็บทำไม ไม่นอนั้แ่มาถึง”
“พี่แค่อยากพาเ้าชมเรือนของเราไม่ได้หรืออย่างไร”
“เรือนของท่านไม่ใช่ของข้า”
“เรือนของเรา”
“ท่านนอนพักก่อนแล้วมือเอาออกได้แล้ว” นางจะตีเขาก็กลัวเขาเจ็บ มืออย่างกับปลาหมึก จับนั้นจับนนี้จนนางเริ่มสงสัยว่าเขาเจ็บจริงหรือเปล่า
“พี่รู้แล้ว ไม่แกล้งเ้าแล้ว” อู๋เจี๋ยขยับตัวไปใกล้ลู่เหลียน แอบหอมแก้วขาวนวล ชื่นใจเหลือเกิน
“แล้วคืนนี้ข้าต้องนอนที่ไหน”
“ตรงนี้” อู๋เจี๋ยตบลงบนที่นอนใหญ่ข้างเขา เื่อะไรจะนอนแยกกันเล่ามาถึงขั้นนี้แล้ว
“ทำไมต้องนอนกับท่าน”
“แล้วเ้าจะนอนที่ไหน”
นั่นสิอากาศหนาวจะตาย ข้าไปนอนด้านนอกก็ไม่มีเตาผิงนอกจากในห้องนี้ ท่านวางแผนมาหมดแล้วสินะท่านแม่ทัพ สมควรแล้วที่รบชนะช่างเ้าเล่ห๋เหลือเกินนะท่าน รอคืนนี้ก่อนข้าจะทำให้ท่านรู้จักข้ามากขึ้น
คืนนี้ทั้งคู่จะต้องนอนร่วมเตียงกันอย่างนั้นหรือ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับลู่เหลียน
ท่านแม่ทัพจะรวบหัวรวบหางลู่เหลียนหรือไม่นะ