เมื่อเห็นสีหน้าเบิกบานใจของหลินเฉิงเหยาแล้วหลินเสวี่ยจู๋ก็หยิบตะกร้าของตนเองออกมา เมื่อแหวกกิ่งไม้ที่ปกคลุมอยู่ด้านบนออกก็เผยให้เห็นรังผึ้งขนาดใหญ่อยู่ด้านใน
“หากทำน้ำผึ้งลอยดอกมะลิท่านอาว่ามันจะเข้ากันหรือไม่เจ้าคะ?”
เมื่อเห็นรังผึ้ง ทุกคนล้วนก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัวหลังจากพบว่าไม่มีอันตรายใดๆ พวกเขาก็มองไปทางหลินเสวี่ยจู๋อย่างเหลือเชื่อ
โดยเฉพาะหลินเฉิงเหยาที่มีท่าทางซับซ้อนอย่างยิ่งวันนี้เขาได้ของดีกลับมาไม่น้อย ยังคิดว่าน้ำลอยดอกมะลิจะน่าพึงพอใจเสียอีกเดิมทีคิดว่าสุดท้ายตนเองจะได้ดูดีต่อหน้าทุกคน ไม่คาดคิดว่าหลานสาวจะนำรังผึ้งกลับมาเสียนี่
แล้วน้ำลอยดอกมะลิของเขาจะเทียบได้อย่างไร? แล้วเหตุใดหลานสาวถึงต้องลำบากลำบนถึงเพียงนี้ด้วย!
หลินเสวี่ยจู๋ไม่รู้ว่าหลินเฉิงเหยามีความคิดเช่นนี้
นางยืมกริชจากหม่าซิงแล้วนำมาผ่ารังผึ้งอย่างระมัดระวังนางตัดมันออกเป็นชิ้นๆ แล้วใช้ใบไม้ห่ออย่างแน่นหนา ก่อนจะซ่อนไว้ในช่องลับบนรถม้า
จากนั้นนางนำรวงผึ้งชิ้นเล็กๆมาชิ้นหนึ่ง แล้วใส่ลงไปในถุงใส่น้ำ จากนั้นใส่ดอกมะลิลงไปอีกเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่ากลุ่มเสียบเครื่องในกำลังจะทำงานเสร็จหลินเสวี่ยจู๋ก็นำลำไส้ใหญ่เสียบไม้มาย่างบนกองไฟหลายไม้
ไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำมันปะทุกลิ่นที่ทั้งหอมทั้งเหม็นโชยเข้าจมูกของทุกคน
หลินเสวี่ยจู๋หยิบเกลือมาโรยลงบนลำไส้ใหญ่อย่างระมัดระวังแล้วถูลำไส้ใหญ่เข้าด้วยกันเพื่อให้เกลือกระจายออกไป
“สิ่งนี้กินได้จริงๆ หรือ?” หลินเฉิงจางพึมพำเสียงเบาความสงสัยและความรังเกียจทอประกายอยู่บนใบหน้าเขา แม้ว่าจะพยายามปกปิดแล้วแต่ก็ถูกเหวินซิ่วชิงมองออกอยู่ดี
อันที่จริงนางกับสามีมีความคิดคล้ายกันแต่จะทำอย่างไรได้เล่า?นั่นคือสิ่งที่บุตรสาวอยากกิน
“ท่านพูดให้น้อยลงหน่อยให้ท่านกินก็กินเสีย อย่าทำให้ลูกสาวเสียใจ” เหวินซิ่วชิงเอ่ยเตือน
ทันทีที่นางเอ่ยจบก็เห็นหลินเสวี่ยจู๋ยื่นลำไส้ใหญ่ย่างสองไม้ให้นางและหลินเฉิงจางด้วยท่าทีกระตือรือร้น“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านลองชิมสิเจ้าคะ”
“ตกลง...” เหวินซิ่วชิงรับปากสีหน้าของนางดูราวกับมองเห็นความตายรออยู่ข้างหน้า มือที่ยื่นออกไปรับลำไส้ใหญ่ย่างสั่นเทา
หลินเฉิงจางเองก็ฝืนคงรอยยิ้มบางๆที่ดูสง่างามและสงบนิ่งไว้บนใบหน้า
จากนั้นหลินเสวี่ยจู๋ก็มอบลำไส้ใหญ่ย่างให้หลินเฉิงเหยาเจี่ยงฉีซวง ลู่ซื่อ และหลินเจียย่วน ลำไส้ใหญ่ย่างชุดแรกมีไม่มากนัก นางจึงให้ผู้อาวุโสกินก่อน
เมื่อเห็นหลายคนถือลำไส้ใหญ่ย่างด้วยท่าทางหิวโหยแต่กลับไม่รู้จะกินอย่างไรดี หลินเสวี่ยจู๋จึงยื่นใบงาให้พวกเขาคนละใบ “นำใบงานี่ไปห่อจะทำให้รสชาติอร่อยขึ้นเจ้าค่ะ”
หลินเฉิงจางกลืนน้ำลายในใจครุ่นคิดถึงคำพูดของภรรยาเมื่อครู่
‘ให้ท่านกินก็กินเสียอย่าทำให้ลูกสาวเสียใจ’
เขาตัดสินใจกัดลำไส้ใหญ่ย่างคำเล็กๆ
คราแรกที่กัดเขาได้กลิ่นเหม็นเมื่อนึกถึงหน้าที่ของลำไส้ใหญ่ยามที่หมูป่ายังมีชีวิตอยู่หลินเฉิงจางก็ท้องไส้ปั่นป่วนเล็กน้อย เขาฝืนระงับอาการคลื่นไส้แล้วตัดสินใจเคี้ยว
เนื้อสัมผัสของลำไส้ใหญ่ค่อนข้างหนึบเมื่อเคี้ยวๆ ไปก็พบว่าไขมันของมันระเบิดในปาก จนทำให้กลิ่นถ่านฟุ้งอยู่เต็มปาก เขาเคี้ยวต่อไปเรื่อยๆอย่างกล้าหาญ
อืม หอมจริงๆ!
เมื่อเห็นท่าทางของหลินเฉิงจางที่ค่อยๆเปลี่ยนจากกล้ำกลืนฝืนทนเป็นเอร็ดอร่อย ห้าคนที่เหลือก็จ้องมองลำไส้ใหญ่ย่างในมืออย่างอยากรู้อยากเห็น
หลังจากได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบเดียวกับหลินเฉิงจางพวกเขาก็เคี้ยวแรงขึ้นเรื่อยๆ
อร่อย ลำไส้ใหญ่ย่างทั้งมันทั้งหอมเมื่อกินคู่กับใบงาก็ให้รสชาติที่ต่างออกไป
สรุปแล้วกินอย่างไรก็อร่อย!
เมื่อคนที่เหลือกินหมดแล้วหลินเฉิงจางก็เตรียมที่จะลงมือย่างลำไส้ใหญ่ด้วยตัวเอง
เมื่อหลินเสวี่ยจู๋ทำเสร็จอีกหนึ่งชุดก็แจกให้หยวนซิวลู่โม่ หม่าซิง หลินเสวี่ยอี และหลินอวี่เซวียน
จากนั้นนางก็กินไปหนึ่งไม้
หยวนซิวมองแท่งไม้ไผ่ที่ถูกย่างจนดำก็ขบฟันแน่นอาวุธลับของเขาใช้งานไม่ได้เสียแล้ว
“สามีเหตุใดท่านถึงไม่กินเล่าเจ้าคะ?” หลินเสวี่ยจู๋เห็นหยวนซิวมีสีหน้าแค้นเคืองก็รีบกล่าวด้วยท่าทีออดอ้อน
“ข้าไม่อยากอาหาร”หยวนซิวเอ่ยอย่างเย็นชา
หลินเสวี่ยจู๋คล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจนางถามอย่างไร้เดียงสา “หากสามีไม่อยากกินลำไส้ใหญ่ย่าง เช่นนั้นอยากกินไตย่างหรือไม่เจ้าคะ?”
หลินเฉิงเหยาได้ยินก็เอ่ย“แพทย์แผนจีนค้นคว้าการใช้รูปร่างเสริมรูปร่าง[1] หลานเขยอายุยังน้อยก็รู้จักกินไตย่างดูแลสุขภาพแล้วหลานสาวน่าจะปลื้มใจนะ”
หลินเสวี่ยจู๋คิด ‘ท่านอาเมาไม่ขับนะเจ้าคะ ท่านเมาไขมันในลำไส้ใหญ่หรือ?’
หยวนซิวคิด‘ใช้รูปร่างเสริมรูปร่างหรือ? เช่นนั้นพวกเจ้าสองอาหลานก็กินสมองหมูให้มากสักหน่อยเถิด!’
ถึงแม้จะแอบบ่นในใจแต่หยวนซิวก็กลัวว่าหลินเสวี่ยจู๋จะให้ไตย่างเขาจริงๆ จึงรีบกินลำไส้ใหญ่ย่างทันทีเมื่อก่อนเขาทำศึกอยู่ข้างนอกตลอดปี จึงไม่มีนิสัยจู้จี้จุกจิกกับของกินย่อมยอมรับรสชาติของลำไส้ใหญ่ย่างได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากกินไปหนึ่งไม้เขาก็เงียบไปนาน
ต้องยอมรับว่าหลินเสวี่ยจู๋มีความรู้ด้านอาหารอย่างลึกซึ้ง
ใบงาไม่เพียงช่วยลดทอนความเลี่ยนของลำไส้ใหญ่เท่านั้นยังเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติอีกด้วย
“มาๆๆ ย่างเองได้เลยเจ้าค่ะ” หลินเสวี่ยจู๋บอกทั้งครอบครัวตนเองและสามพี่น้องสกุลหู
ทุกคนถือลำไส้ใหญ่ไว้ในมือหลายไม้ก่อนจะรุดเข้าไปใกล้กองไฟ แล้วย่างไปด้วยกินไปด้วย
กลิ่นหอมของอาหารย่างปกคลุมไปทั่วบริเวณใกล้เคียงอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนที่กำลังหิวโหยเดินมาดู
หลินเสวี่ยจู๋หยิบถุงใส่น้ำขึ้นมาจากในลำธารจากนั้นเทน้ำผึ้งลอยดอกมะลิลงในถ้วยไม้ไผ่ของทุกคน รสชาติอันหอมหวานและสดชื่นของน้ำผึ้งลอยดอกมะลิทั้งดับกระหายทั้งตัดเลี่ยน
นักโทษคนอื่นได้แต่ครุ่นคิด‘ดูสกุลหลินสายรองสิ ถูกเนรเทศที่ไหนกัน? กำลังเดินทางท่องเที่ยวชัดๆ’
ไม่มีผู้ใดใช้ชีวิตนักโทษที่ถูกเนรเทศได้อย่างมีชีวิตชีวาถึงเพียงนี้แม้แต่เหล่าผู้คุมที่นั่งกินข้าวอยู่บนรถม้าต่างก็มองมาทางนี้ด้วยสายตาอิจฉาริษยา
หลินเสวี่ยจู๋มีสายตาเฉียบแหลม นางรีบย่างเครื่องในหลายชนิดแล้วให้หม่าซิงนำไปส่งให้เหล่าผู้คุม
ครอบครัวของหลินเสวี่ยหลานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
ฮูหยินผู้เฒ่าเหลือบมองโจวเซินอี้ก่อนจะเอ่ย “ครอบครัวพวกเขาใช้เงินที่ขโมยจากครอบครัวพวกเราจนสามารถมีชีวิตดีๆได้ ช่างสุขสบายเสียจริง”
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือขอรับ?”โจวเซินอี้กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
ฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มสาธยายถึงความชั่วร้ายของหลินเสวี่ยจู๋
เมื่อฟังจบ โจวเซินอี้ก็รู้สึกขุ่นเคืองยิ่งนักเขาทนไม่ไหวที่สตรีขี้ขลาดพวกนั้นกล้ารังแกแม่นางหลินที่อ่อนโยนและจิตใจดีเขาจะต้องช่วยแม่นางหลินระบายโทสะให้ได้
เมื่อนึกถึงตรงนี้โจวเซินอี้ก็ส่งสายตาให้บ่าวรับใช้ที่รับตำแหน่งคนขับรถม้าด้วย
บ่าวรับใช้เข้าใจความหมายทันทีเขานำเงินจำนวนหนึ่งไปให้หลิวขุย เพียงครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมตะกร้าขนมปังสีดำใบใหญ่เขาวางตะกร้าลงบนพื้นแล้วตะโกน “แม่นางหลินเสวี่ยหลานเชิญทุกท่านมากินขนมปัง รีบเข้าแถวแล้วรับไปคนละหนึ่งอัน”
เมื่อเทียบกับกลิ่นเครื่องในย่างที่หอมอบอวลขนมปังสีดำนับว่าไม่น่าดึงดูดใจเลยจริงๆ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วการได้กินขนมปังสีดำฟรีๆ หนึ่งชิ้นถือเป็นโชคดีที่หาได้ยาก
เมื่อเห็นฝูงชนมารวมตัวกันบ่าวรับใช้ก็จงใจเอ่ยเสียงดัง “มีบางคนชอบกินปลาและเนื้อชิ้นใหญ่เพียงลำพังไม่สนใจความเป็นความตายของผู้อื่น คนพรรค์นี้ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้มองไม่เห็น แต่ทุกคนจะไม่เห็นเชียวหรือ? วันหน้าหากคนพรรค์นี้เกิดเรื่องอันใดขึ้นทุกคนก็อย่าได้สนใจเลย”
คำพูดนี้พุ่งเป้ามาที่คนในครอบครัวของหลินเสวี่ยจู๋
ทั้งครอบครัวที่กำลังกินอย่างเพลิดเพลินพลันหมดความอยากอาหารทันที
.............................
[1] ใช้รูปร่างเสริมรูปร่างหมายถึง การกินชิ้นส่วนของพืชหรือสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายกับอวัยวะของมนุษย์จะสามารถบำรุงอวัยวะนั้นๆได้