หนูท่อจอมหลอกลวง
นับจากวันแรกที่มีการทักทายกันแล้วหลังจากนั้นหญิงสาวดวงตาม่วงก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกเลย
กัสยังสังเกตเห็นว่าทางเข้าออกของห้องโดยสารท้ายขบวนไม่ได้ถูกเปิดอีกเลยนับจากวันแรกที่ถูกเปิดออกโดยหญิงสาวดวงตาม่วง
นอกจากนั้นแล้วข้ารับใช้ที่ควรจะทำหน้าที่บริการหญิงสาวดวงตาม่วงก็ไม่ได้เคลื่อนไหวไม่มีใครเข้าไปในห้องโดยสารท้ายขบวนเลยสักครั้งราวกับว่าห้องโดยสารที่ท้ายขบวนนั้นเป็เพียงห้องโดยสารเปล่าที่ไม่มีผู้โดยสาร
ในวันแรกๆกัสยังไม่คิดอะไรมากนักเพราะเขารู้ว่าคนที่ฝึกฝนตนเองจนมีระดับความแข็งแกร่งที่สูงมากๆนั้นสามารถฝึกฝนติดต่อกันได้เป็เวลานานโดยไม่ต้องพักหรือดื่มกินอะไร
การที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆใน่ 2 – 3 วันแรกจึงเป็เื่ที่พอจะเข้าใจได้
แต่หลังจากผ่านไปนานถึง6 วันก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้นทำให้กัสเริ่มสงสัยขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
ทว่าเขาก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปรบกวนหญิงสาวดวงตาม่วงเนื่องจากสถานะของเขาและเธอแตกต่างกันมากจนเกินไปและเขาเองก็กลัวว่าจะเข้าไปรบกวนใน่เวลาสำคัญจึงไม่กล้าที่จะเข้าไปทักทาย
ความสงสัยนั้นทำให้จิตใจของกัสไม่สงบเท่าที่ควรการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากบันทึกโลกิญญาก็เลยไม่คืบหน้าเพราะไม่มีสมาธิไปกับมันจนกระทั่งรถไฟมาถึงสถานีที่2 ในวันที่ 7 ของการเดินทาง
ทันทีที่รถไฟหยุดจอดที่สถานีขบวนเสริมก็ถูกถอดออกโดยที่กัสไม่รู้สึกตัวหากไม่ติดว่าประตูเหล็กถูกปิดลงอีกชั้นหนึ่งแล้วละก็ เขาเองก็คงไม่รู้ว่าขบวนเสริมได้ถูกถอดออกไปแล้ว
เมื่อขบวนเสริมถูกถอดออกไปและรถไฟความเร็วสูงเริ่มเคลื่อนขบวนอีกครั้งกัสก็ทำได้เพียงสลัดความสงสัยทั้งหมดทิ้งไปเพราะเขารู้ว่าตัวเขาไม่มีโอกาสได้ถามคำถามที่เขาสงสัยอีกต่อไป
พอสลัดความสงสัยทิ้งไปได้จิตใจของกัสก็สงบลงและมีสมาธิให้กับการศึกษามากยิ่งขึ้นนอกเหนือจากการศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองแล้วกัสก็ยังเรียกเด็กสาวทั้งห้ามาสอนความรู้พื้นฐานที่จำเป็ให้อีกด้วย
ด้วยประสบการณ์จริงจากชีวิตก่อนรวมกับการศึกษาอย่างจริงจังใน่เดือนที่ผ่านมาทำให้กัสมีความชำนาญในด้านนี้มากขึ้นจนสามารถสอนความรู้พื้นฐานให้กับเด็กสาวทั้งห้าเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเริ่มทำงานจริงได้
กัสเองก็ได้ประโยชน์ไปด้วยเช่นเดียวกันการศึกษาด้วยตัวเองนั้นมีขีดจำกัดในตัวของมันอยู่แต่เมื่อเขาได้นำความรู้ที่ได้มาสอนเด็กสาวทั้งห้าต่อกัสก็เหมือนกับได้ทบทวนความรู้ไปในตัวซึ่งมีประโยชน์ต่อเขามากทีเดียว
ยามที่คนเราให้ความสนใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็พิเศษเวลาก็มักจะผ่านไปเร็วกว่าปกติเสมอ
การเดินทางในครั้งนี้ก็เช่นกันด้วยการศึกษาหาความรู้และการสอนให้น้องสาว เวลา 1 เดือนได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วรถไฟฟ้าความเร็วสูงก็เดินทางมาถึงสถานีที่ 6ซึ่งเป็สถานีสุดท้ายก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทางของเขา
เมื่อรู้ว่าใกล้จะถึงที่หมายแล้วเด็กสาวทั้งห้าก็ตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ
กัสเริ่มสั่งให้ทุกคนเก็บข้าวของที่ไม่จำเป็ใส่กระเป๋ามิติเอาไว้เพื่อเตรียมที่จะลงยังสถานีต่อไปพร้อมกันนั้นก็เริ่มทบทวนความทรงจำเก่าๆของตัวเองเพื่อคิดให้ออกว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างในวันแรกที่เขาเดินทางไปถึงที่หมาย
ในที่สุดรถไฟก็มาถึงสถานีที่7 ซึ่งเป็เป้าหมายในการเดินทางของพวกเขาเมืองแห่งดันเจี้ยนประจำดันเจี้ยนสรวง์สีเขียว
เมื่อออกมาจากสถานีรถไฟสิ่งแรกที่กัสและเด็กสาวทั้งห้าััได้คือกลิ่นหอมพืชผลที่หลากหลายกลิ่นที่หอมหวานของผลไม้ กลิ่นที่สดชื่นกลิ่นดินและกลิ่นมูลสัตว์ที่ถูกใช้เป็ปุ๋ยซึ่งลอยมาตามลมจนทำให้กัสและน้องสาวต้องย่นจมูกเล็กน้อย
ในขณะที่เด็กสาวผมทองทั้งสามซึ่งมาจากสายตระกูลผึ้งกลับมีท่าทีที่สดใสร่าเริงเป็พิเศษกับกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์
บรรยากาศภายในเมืองเต็มไปด้วยความสงบและร่มรื่นมีต้นไม้ปลูกไว้ทุกระยะบนถนนหลักและมีกระถางต้นไม้มากมายถูกวางประดับตกแต่งอยู่ในร้านค้าทุกแห่งในเมือง
กัสมองไปรอบๆด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาไม่ได้สุขสงบมากนักเขามีปัญหาที่ทำให้เขาต้องออกมาจากดันเจี้ยนหลายต่อหลายครั้งบ่อยครั้งที่เขาจะออกมาซื้อขายบางสิ่งบางอย่างในเมืองแห่งนี้
ด้วยเหตุผลนี้เองกัสจึงค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับเมืองนี้มากเป็พิเศษและจำสภาพของเมืองได้ดีเป็พิเศษ
ในขณะที่กัสมองไปรอบๆด้วยสายตาที่ทั้งรักทั้งชังอยู่นั้นเด็กสาวทั้งห้าที่เพิ่งจะเคยมาเมืองแห่งนี้เป็ครั้งแรกก็เริ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนานพลางชี้นิ้วไปยังร้านค้าต่างๆตลอดเส้นทางทำให้พวกเขากลายเป็จุดเด่นขึ้นมาในทันที
ด้วยปัจจัยที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็ความเยาว์วัย เสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีใบหน้าที่ดูหมดจดไปจนถึงผิวพรรณที่เรียบเนียนอย่างคนที่ไม่เคยทำงานหนัก
ทั้งหมดนี้เป็ปัจจัยที่ทำให้พวกเขาถูกแขวนป้ายไว้เหนือหัวว่า‘ชนชั้นสูง’ ในสายตาของคนทั่วไปได้ในทันทีที่มองเห็น
ชั่วขณะนั้นกัสก็ััได้ถึงกลิ่นอายที่เหม็นเน่าของหนูสกปรกที่แสนคุ้นเคยดวงตาของเขาก็กลายเป็เย็นเยียบขึ้นมา
‘จริงสินะ..ยังมีเ้าหนูท่อตัวนั้นอยู่ด้วย’
ความทรงจำที่ลืมเลือนไปแล้วย้อนคืนกลับมาในทันทีภาพแห่งความประทับใจที่ได้มายังดันเจี้ยนสรวง์สีเขียวที่ถูกทำลายลงในชีวิตก่อนนั้นย้อนกลับมาในใจของกัส
ความรู้สึกอ่อนแอไร้กำลังทำให้เขาถูกรังแกและทำให้‘เหล็กกล้าลาวา’ ที่พ่อของเขาแลกมาจากตระกูลถูกแย่งชิงไปในวันนั้น
‘มาเถอะ..ขอแค่เ้าเข้ามา ข้าจะสอนให้เ้ารู้ว่าข้าไม่ใช่คนอ่อนแอที่เ้าจะรังแกได้!!’
พริบตานั้นดวงตาของกัสก็ทอประกายอำมหิตออกมาจิตสังหารที่เย็นเยียบและน่าสะพรึงแผ่ขยายออกไปวูบหนึ่งประดุจสายลมหนาวที่พัดผ่านิญญาของผู้คนโดยรอบ
่เวลานั้นไม่มีใครเลยในกลุ่มของเด็กสาวที่รู้สึกถึงจิตสังหารที่น่ากลัวนี้มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่ััได้ถึงจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวของกัส
ความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาหลายคู่ภาพลักษณ์ที่อ้วนเตี้ยของกัสนั้นขัดกับจิตสังหารที่เขาปลดปล่อยออกมามากจนเกินไปทำให้พวกมันไม่อาจทำใจเชื่อได้ว่าจิตสังหารที่น่ากลัวนี้เป็ของกัสจริงๆ
จิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวราวกับนักรบที่ผ่านการฆ่าฟันมามากต่อมาไม่มีทางเป็ไปได้เลยที่จะมาอยู่ในตัวของเด็กหนุ่มที่ทั้งอ้วนและเตี้ยแบบนี้ได้
ไม่แปลกที่บางคนเลือกที่จะไม่เชื่อเพราะมันขัดกับความเป็จริงมากจนเกินไป
ในขณะที่บางคนมีความรู้ที่กว้างขวางและรู้ว่าในโลกใบนี้มีอุปกรณ์เวทมนตร์บางอย่างที่สามารถปลดปล่อยจิตสังหารหรือแรงกดดันออกได้จนชื่อว่ากัสได้อุปกรณ์เวทมนตร์ดังกล่าว
คนที่เดินทางมายังดันเจี้ยนสรวง์สีเขียวนั้นกว่า90 เปอร์เซ็นต์เป็เกษตรกรที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ซึ่งไม่แปลกเพราะสภาพของดันเจี้ยนที่เป็ดินแดนแห่งการเกษตร
ส่วนอีก10เปอร์เซ็นต์ที่เหลือนั้นคือนักรบที่ทำหน้าที่ปกป้องเมืองและเหล่าอันธพาลที่หากินกับผู้อ่อนแอที่ไร้ทางสู้รวมไปถึงคนของขั้วอำนาจต่างๆ ที่ปกครองเมืองอยู่ภายในเงามืด
ความสงบสุขของเมืองแห่งนี้เป็เพียงเปลือกนอกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงดูดให้เกษตรกรเข้ามาเท่านั้นในขณะที่ความเป็จริงมันมีอันตรายซ่อนอยู่ไม่น้อยกว่าเมืองอื่นๆ เลย
ในขณะที่ความเป็จริงเกษตรกรที่มีความสามารถมักจะตกอยู่ในสภาพที่ถูกกดขี่และถูกรีดไถผลผลิตโดยขั้วอำนาจที่ทรงพลัง
บางคนอาจจะโชคดีที่เจอกับขั้วอำนาจที่มีเมตตาที่ไม่ได้รังแกจนไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ได้แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเป็เช่นนั้นเสมอไป
หากโชคดีอาจจะถูกเก็บค่าคุ้มครองจำนวนหนึ่งซึ่งยังทำให้คนกลุ่มนั้นเหลือผลผลิตเพียงพอที่จะค้าขายและสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองและครอบครัวได้
แต่ถ้าโชคร้ายพวกเขาจะถูกรีดเอาทุกอย่างไปเท่าที่จะรีดได้จนไม่เหลือแม้กระทั่งอาหารประทังชีวิต
หลายคนจบชีวิตไปในสภาพที่หิวโหยบ้างก็ซ่อนตัวอยู่แต่ในดันเจี้ยนโดยไม่ยอมออกมาตลอดชีวิตก็มี
สำหรับตัวเขาในอดีตกัสได้เจอกับกลุ่มขั้วอำนาจที่เ้าเล่ห์และอำมหิตเป็ที่สุดพวกมันไม่ได้รีดไถเขาจนหมดเนื้อหมดตัว แต่ค่อยๆ สูบเืสูบเนื้อของเขาออกมาและให้ทางรอดที่เป็ไปได้แก่เขาหลอกล่อเขาจนหลงเชื่อว่ายังมีโอกาสรอดและท้ายที่สุดเขาและน้องสาวก็ตายไปใน่เวลาแห่งหายนะเพราะไม่อาจสะสมความมั่งคั่งใดๆได้
ทว่าครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้พวกมันกดขี่ข่มเหงอีกต่อไป
‘มาเถอะ..มาเถอะ’
กัสท่องคำพูดนี้อยู่ในใจไปตลอดทางสายตาของเขายิ่งมาก็ยิ่งสงบนิ่งเยือกเย็น จิตสังหารไม่ได้คงอยู่อีกต่อไป หากแต่กลายเป็กลิ่นอายกระหายเืที่เบาบาง
กลิ่นอายนี้เป็กลิ่นอายของนักล่าที่หิวกระหายมันทำให้สัตว์น้อยใหญ่ตกอยู่ในความหวาดกลัว เผ่าอสูรที่มีสัญชาตญาณที่แหลมคมนั้นเป็พวกแรกที่ััได้
แต่ถึงจะเป็แบบนั้นก็มีคนไม่มากที่ยอมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองเพราะคิดว่าพวกมันมีประสบการณ์ที่มากพอจนรู้ว่าเด็กหนุ่มอย่างกัสไม่มีทางมีกลิ่นอายแบบนี้ได้
หนึ่งในนั้นคือบุรุษวัยกลางคนร่างเล็กที่มีใบหูขนาดใหญ่อยู่บนหัวลักษณะภายนอกนั้นแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในระดับแสดงลักษณ์ของมันซึ่งเป็ระดับความสำเร็จที่สูงล้ำซึ่งแตกต่างจากกัสและเด็กสาวทั้งห้าเป็อย่างมาก
ระดับแสดงลักษณ์คือระดับที่สูงขึ้นอีกขั้นหนึ่งของระดับปลุกสัญชาตญาณของเผ่าอสูรสิ่งนี้ไม่ได้เป็ตัวชี้วัดระดับความแข็งแกร่งจริงๆแต่เป็ตัวชี้วัดถึงระดับพร์และความเข้มข้นของสายเื
ในระดับสูงสุดคือการจำแลงลักษณ์ของอสูรเป็การปลุกพลังของสายเือสูรในร่างกายออกมาเพื่อเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็อสูรชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ทักษะนี้เป็ทักษะที่มีประโยชน์มากสำหรับเผ่าอสูรและเป็ทักษะที่ยากจะฝึกที่สุดทักษะหนึ่งเพราะนอกจากมันจะต้องพึ่งพาพร์แล้วความบริสุทธิ์ของสายเืเองก็สำคัญมาก
สำหรับกัสที่เป็ลูกผสมที่มีสมดุลในสายเืตัวเขาถูกจัดว่าเป็ผู้ที่มีพร์ในด้านนี้ต่ำที่สุดและยากที่จะฝึกฝนพลังของสายเืมากที่สุดจึงไม่แปลกที่คนทั่วไปจะเชื่อว่ากัสใช้อุปกรณ์เวทมนตร์เพื่อปล่อยกลิ่นอายพวกนี้ออกมา
ในสายตาของมันกลิ่นอายที่กัสปลดปล่อยออกมาเป็เพียงของปลอมที่สร้างขึ้นจากอุปกรณ์เวทมนตร์ไม่ใช่พลังที่แท้จริงของกัส
เหตุผลที่ทำให้มันเชื่อแบบนั้นก็เป็เพราะตัวมันเองก็มีอุปกรณ์ที่คล้ายๆกันอยู่เช่นเดียวกัน มันจึงรูปว่าในโลกนี้มีอุปกรณ์เวทมนตร์แบบนี้อยู่จริง
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้มันคิดแบบนั้นก็เพราะเด็กสาวทั้งห้าที่อยู่ด้านหลังของกัสไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆต่อกลิ่นอายที่น่ากลัวนี้เลยสักนิดเห็นได้ชัดว่ากลิ่นอายนี้ถูกควบคุมเอาไว้อย่างดีซึ่งเป็ทักษะที่เด็กหนุ่มอย่างกัสไม่มีทางทำได้จึงยิ่งทำให้บุรุษวัยกลางคนเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมากขึ้นไปอีก
เช่นเดียวกับคนอื่นๆที่มีความสามารถและประสบการณ์ พวกมันเองก็คิดได้หากแต่ยังระมัดระวังตัวเอาไว้อยู่เพราะพวกมันรู้ว่าคนที่มีอุปกรณ์เวทมนตร์แบบนี้ได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา
บุรุษวัยกลางคนลอบติดตามกัสและเด็กสาวทั้งห้าไปไม่ห่างมันแอบซ่อนอยู่ในเงามืดและติดตามไปด้วยสายตาหิวกระหายเพื่อรอคอยจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เด็กสาวทั้งห้านั้นไม่ได้รู้เลยสักนิดว่าพวกเธอกำลังถูกใครบางคนจับตาดูอยู่มีเพียงกัสเท่านั้นที่เหยียดยิ้มเย็นๆ เมื่อััได้ถึงตัวตนของบุรุษวัยกลางคนที่แอบตามมา
‘มาแล้วสินะ..วันนี้ข้าจะจบชีวิตเ้าเสียเพื่อแก้แค้นให้ตัวข้าในชีวิตก่อน..’
หากเป็คนอื่นกัสอาจจะลังเลที่จะฆ่า แต่กับบุรุษวัยกลางคนผู้ต่ำต้อยที่รู้จักแต่รังแกมือใหม่แล้วเขาไม่กลัวเลยสักนิดว่าเื้ัของบุรุษผู้นี้จะลงมือแก้แค้นเขาเพื่อคนที่ไร้ค่าอย่างมัน
และเพื่อให้แผนการของเขาสำเร็จลงด้วยดีกัสจึงจงใจทำตามรูปแบบเดิมที่เขาเคยทำในชีวิตก่อน
ทั้งหกแวะพักที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งทานอาหารพื้นเมืองที่เต็มไปด้วยผลผลิตทางการเกษตรที่สดใหม่และหลากหลายดื่มด่ำกับน้ำผลไม้และนมที่หอมหวาน
เมื่อเสร็จสิ้นมื้ออาหารกัสก็จงใจจ่ายด้วยเหรียญทองเพื่อแสดงความมั่งคั่งออกมาให้เหมือนกับความผิดพลาดในชีวิตก่อนการกระทำที่ดูเป็มือใหม่และเด็กหนุ่มไร้เดียงสานี้ช่วยกระตุ้นความหิวกระหายของบุรุษวัยกลางคนได้เป็อย่างดี
เพียงแต่ครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อนที่เขาทำพลาดเพราะไม่รู้ในขณะที่ครั้งนี้เกิดขึ้นจากการจงใจเพื่อสร้างเป็กับดักล่อเหยื่อให้เข้ามาติดกับ
กัสยังคงเก็บสีหน้าเอาไว้ได้เป็อย่างดีเขายังไม่ทำอะไรที่ผิดสังเกต แม้จะไม่สามารถแสดงท่าทีไร้เดียงสาออกมาได้อย่างที่เคยทำแต่การเสแสร้งแบบนั้นหลังจากปล่อยกลิ่นอายกระหายเืก็ดูจะเสแสร้งเกินไปจนผิดสังเกตเสียเปล่าๆ
สุดท้ายกัสจึงจงใจทำตัวตามปกติปล่อยตัวตามสบายและเฝ้ารอให้เหยื่อเข้ามาติดกับ จนกระทั่งพวกเขาเดินตรงเข้าไปยังดันเจี้ยน
ใน่เวลานั้นเองบุรุษวัยกลางคนที่สวมผ้าคลุมก็เดินตัดเข้ามาที่เบื้องหน้าของพวกเขา
“เด็กน้อย..พวกเ้าสนใจที่จะซื้อของหรือไม่ข้ามีของบางอย่างแนะนำพวกเ้าที่มาดันเจี้ยนนี้เป็ครั้งแรก”
ในขณะที่พูดบุรุษวัยกลางคนก็หยิบเอาบัวรดน้ำที่เป็ผลึกแก้วสีสันสดใสออกมาและเริ่มหลอกลวงเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาทั้งห้าด้วยคำพูดและข้อมูลที่มีอยู่จริง
ทว่าสิ่งที่ถูกนำมาขายนั้นเป็เพียงของปลอมที่ทำเลียนแบบของจริงเท่านั้นในขณะที่ราคาของมันก็ถูกกว่าของจริงกว่าครึ่ง
นี่เป็สิ่งยั่วยวนมากสำหรับเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาและเป็การริเริ่มที่สมบูรณ์ในสายตาของคนภายนอก
่เวลานั้นกัสยังคงนิ่งเฉยและปล่อยให้น้องสาวของเขาซักถามบุรุษวัยกลางคนต่อไปอย่างเป็ธรรมชาติ
จนกระทั่งวินาทีที่เด็กสาวขอดูบัวรดน้ำบุรุษวัยกลางคนก็ส่งให้พร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง
่เวลานั้นกัสก็เหยียดยิ้มกว้างด้วยความยินดีพร้อมกับเสียงแตกหักของผลึกแก้วที่ดังขึ้น
“อ๊า!! ไม่นะ!!”
วินาทีนั้นกัสมองเห็นได้อย่างเด่นชัดถึงรอยยิ้มเ้าเล่ห์ของบุรุษวัยกลางคนเช่นเดียวกับเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความใของผู้คนโดยรอบ
บัวรดน้ำผลึกแก้วแตกกระจายเป็ชิ้นๆต่อหน้าต่อตาของพวกมันทุกคนสิ่งของที่มีมูลค่ามหาศาลแหลกสลายไปทั้งแบบนี้ทำให้หลายคนนึกเสียดายเป็ที่สุด
ในขณะที่อีกหลายๆคนนึกสมเพชและสงสารเด็กสาวที่โชคร้ายซึ่งตกเป็เหยื่อของหนูท่อจอมหลอกลวง
รอยยิ้มของบุรุษวัยกลางคนหายไปในทันทีและแปรเปลี่ยนเป็ใบหน้าตื่นตระหนกที่เสแสร้งได้สมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ
“จ..เ้าทำอะไรลงไป!! เ้ารู้ไหมว่ามันแพงขนาดไหน!!เด็กบ้า!! ชดใช้บัวรดน้ำของข้ามา!!”
เสียงร้องนี้ดังกว่าปกติมากทำให้สายตาของผู้คนจำนวนมากมองมาทางเด็กสาวในทันที
ใบหน้าของเด็กสาวทั้งห้าซีดขาวลงโดยเฉพาะน้องสาวคนโตของกัสที่มือสั่นไม่หยุดเพราะบัวรดน้ำใบนี้ได้หลุดร่วงจากมือเธอจนแตกกระจายเป็ชิ้นๆต่อหน้าต่อตาของเธอเลย
ทั้งห้าคนมีสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ใบหน้าซีดขาวและตัวสั่นไปหมดมองดูแล้วน่าสงสารและน่าเห็นใจเป็ที่สุด
ทว่าไม่นานนักผู้คนโดยรอบก็มองเห็นความผิดปกติกัสไม่ได้มีท่าทีใดๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความใเลย เขากลับก้มลงเก็บเศษของบัวรดน้ำขึ้นมาก่อนจะใช้นิ้วบี้มันจนแตก
“นี่นะหรือบัวรดน้ำแก้วผลึกที่โด่งดัง..ของปลอมชัดๆ”
น้ำเสียงของกัสไม่ได้ดังมากนักแต่มันก็ทำให้ทุกคนได้ยินมันอย่างชัดเจนและตระหนักถึงความผิดปกติได้ในทันที
ทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ล้วนแต่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนมามากพวกเขารู้จักบัวรดน้ำแก้วผลึกดีในระดับหนึ่ง
บางคนถึงกับมีบัวรดน้ำแก้วผลึกอยู่ในเสียด้วยซ้ำทำให้พวกเขารู้ดีถึงความผิดปกติของมัน
บัวรดน้ำแก้วผลึกเป็อุปกรณ์เวทมนตร์ที่วางขายในดันเจี้ยนแห่งนี้เพียงเท่านั้นคุณสมบัติของมันนั้นสามารถเก็บน้ำเอาไว้ได้ในปริมาณที่มากเกินขนาดของมันแต่จะไม่เพิ่มน้ำหนักไม่ว่าจะเติมน้ำลงไปเท่าไหร่ก็ตามที
นอกเหนือจากนั้นยังสามารถใช้เวทมนตร์สายฝนโปรยปรายได้ด้วยการกระตุ้นด้วยพลังเวทของผู้ใช้เพียงเล็กน้อย
อุปกรณ์ที่มีราคาแพงแบบนี้จะตกแตกง่ายๆราวกับเศษแก้วได้ยังไงกัน
พอคิดได้แบบนั้นทุกคนก็รู้สึกตัวจากภาพมายาที่บุรุษวัยกลางคนสร้างขึ้นเพื่อหลอกเด็กใหม่ที่ขาดประสบการณ์และความรู้
ภาพลักษณ์ของบัวรดน้ำแก้วผลึกนั้นดูบอบบางเป็อย่างมากจึงไม่แปลกหากคนที่ไม่รู้คุณค่าของมันจะคิดว่ามันเป็ของที่ตกแตกได้
ทว่าในความเป็จริงต่อให้เด็กสาวเอาค้อนทุบลงไปเต็มแรงก็ไม่มีแม้กระทั่งรอยขีดข่วนด้วยซ้ำ
เมื่อทุกคนตระหนักได้ถึงความผิดปกตินี้บุรุษวัยกลางคนก็รู้ตัวว่าแผนเด็กเล่นของมันใช้ไม่ได้ผลทว่ามันกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจอะไรเลย
“แล้วไง..ต่อให้เป็ของปลอมแต่มันก็เป็ของปลอมระดับสูง ในเมื่อเ้าทำมันแตก..เ้าก็ต้องชดใช้!!”
พริบตานั้นทุกคนที่อยู่ใกล้ๆ ต่างพากันะโอยู่ในใจว่า ‘หน้าด้าน’ แต่ก็ไม่มีใครที่พูดออกมาตรงๆ เพราะเกือบทั้งหมดเป็เพียงเกษตรกรที่ไร้ความสามารถในการต่อสู้
ในขณะที่บุรุษวัยกลางคนผู้นี้เลือกที่จะถอดผ้าคลุมออกจนเผยให้เห็นใบหูขนาดใหญ่ของหนูที่โดดเด่นยิ่งกว่าอะไร
วินาทีนั้นเด็กสาวทั้งห้าก็ตระหนักว่าพวกเธอกำลังถูกข่มขู่จากบุรุษตรงหน้าด้วยสัญลักษณ์ของเผ่าอสูรที่บรรลุถึงระดับแสดงลักษณ์
“เ้าอยากให้ข้าชดใช้สินะ..ได้..ข้าจะชดใช้ให้..แต่ว่าเ้าเองก็ต้องชดใช้ข้าด้วยชีวิตของเ้าเช่นกัน!!”
ทันใดนั้นสัญชาตญาณของบุรุษวัยกลางคนก็กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อจิตสังหารของกัสะเิออกมาราวกับคลื่นั์และมาพร้อมกับกลิ่นอายหิวกระหายที่น่าสะพรึงกลัว
วินาทีนั้นบุรุษวัยกลางคนก็ตระหนักได้ว่ากลิ่นอายที่น่ากลัวนี้คือของจริงก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาของมันจะมืดลงตลอดกาล