เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 4 พละกำลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล

    ตอนที่ 4 พละกำลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลผู้ที่เป็นผู้นำ กลับมีใบหน้าสีทองอมเหลือง สาดทอความคมคายบนใบหน้า บนหน้าผากมีเขางอกเงย มีฟันขาวได้รูป มีรูปลักษณ์ที่เหมือนกับมนุษย์ธรรมดาแทบจะไม่มีข้อแตกต่างและได้เห็นเขากำลังควบสัตว์น้ำเป็นพาหนะอยู่ตนหนึ่ง บนกายสวมไว้ด้วยเกราะมังกรทอง ส่วนเศียรสวมไว้ด้วยหมวกทองคำทรงปีกนก มือไว้ด้วย ง้าวฟางเทียนฮว่าอยู่ด้ามหนึ่ง ดูแล้วให้ความองอาจไม่ธรรมดาที่ข้างกายเขา ยังได้มีชายฉกรรจ์ยักษ์ร่างกำยำที่มีความสูงกว่าสามหมี่อีกตน ใบหน้าสีฟ้าคราม เส้นผมแดงชาด กับเขี้ยวในปาก ถือไว้ด้วยขวานยักษ์ ซึ่งก็คือสวีไห่เย่ชาแห่งเป่ยไห่ทางด้านหลังยังได้มีพลทหารกุ้งนายทัพปูติดตามมาอีกมากมาย ถือดาบหอกสาดเป็นประกายส่องสว่างไสว ดูไปแล้วทรงอำนาจมากเลยทีเดียว“ท่านองค์ชายสาม บัดนี้ภายใต้รับสั่งที่องค์ราชินีปรารถนา จึงต้องเดินทางไกลนับหมื่นลี้แรมวัน ใช้เวลาเพียงสามวัน ก็จะสามารถเดินทางไปถึงสันเขาซุ่ยเหยี๋ยนได้แล้ว องค์ชาย เชิญ!”ที่ยืนอยู่เหนือคลื่นวารี ทันใดนั้นสวีไห่เย่ชาก็ได้ปล่อยสมบัติมนตราในรูปแบบเรือที่เปล่งประกายแสงสีทองที่ยาวเหยียดหลายสิบจั้งออกมาลำหนึ่ง แล้วกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม“หึ องค์ชายอย่างข้าจะทำเรื่องใด ยังต้องให้เจ้าคอยจัดการให้ตั้งแต่เมื่อใด! จงตบปากตัวเองซะ!”อ่าวเหมิงเพียงแสยะยิ้มอย่างเย็นชา สาดแววตาเย็นยะเยือกสวีไห่เย่ชาถึงกับใบหน้าขาวซีด แตกตื่นจนตบเข้าไปที่แก้มตัวเองไปหลายฉาด จนกระทั่งอ่าวเหมิงมีสีหน้าผ่อนคลายลง จึงค่อยได้หยุดมือ“องค์ชายอย่างข้าหาได้เคยเข้าสู่โลกมนุษย์มาก่อน การออกจากวังในครั้งนี้นับเป็นโอกาสที่หาได้ยาก ย่อมต้องหาความสุขสำราญกันสักหน่อย ยังไงเสียนางพญางูผู้นั้นก็หนีไม่รอดอยู่แล้ว รอจนองค์ชายอย่างข้าเวลาใดจิตใจเบิกบานแล้ว ค่อยไปจัดการเก็บกวาดนางอีกครา”“องค์ชายทรงตรัสได้มีเหตุผลนัก”สวีไห่เย่ชาเองก็ไม่กล้าที่จะโต้แย้ง ทำได้แต่เพียงตอบไปตามน้ำพลทหารกุ้งนายทัพปูที่เหลือยิ่งไม่กล้าแม้แต่จะปริปากกันอีกแล้ว คณะเดินทางจึงได้เดินทางตามอำเภอใจจากอ่าวเหมิง ถึงกับเปลี่ยนเส้นทางจากที่ไปยังสันเขาซุ่ยเหยี๋ยนไปสู่เมืองซิงเฉิงไปแทนเจวี๋ยหวู่หมิงที่อยู่ห่างไกลออกไปหลายหมื่นลี้ จู่ ๆ ก็ไม่ทราบอาจทราบได้ถึงวิกฤติอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ก็ถึงกับโชคดีจนรอดพ้นไปได้อย่างหวุดหวิดเช่นนี้แล้วเขาแทบจะไม่อาจล่วงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดกันได้เลย เพียงแต่ยังคงจดจ่ออยู่กับภวังค์ของการวิวัฒนาการอยู่เพียงสิ่งเดียวเวลานี้ เขาที่กลืนกินหมูป่าภูเขาเข้าไปจนหมดแล้วทั้งตัวพลังชีวิตปราณบริสุทธิ์ขุมใหญ่ แทรกซึมผ่านเข้าทั่วร่าง เหมือนดั่งเกิดรุกรานภายในกาย จนเกิดเป็นการฉีกขาดที่เจ็บปวดผ่านเลือดเนื้อชัดเจนจนถึงก้นบึ้งของจิตใจเขาเองก็คิดไม่ถึงว่าการวิวัฒนาการจะถึงกับทำให้เกิดความเจ็บปวดทรมานได้ขนาดนี้ จนทำให้เขาคาดคิดไม่ถึงอยู่เหมือนกันเพื่อเป็นการป้องกันจากอาการเจ็บปวดและสลบไปในป่า หากจะเอ่ยถึงสัตว์ป่าที่เป็นอาหารชนิดอื่น ขอเพียงแค่เขาไปหลบซ่อนอยู่ภายในถ้ำภูเขาลึกลับสักแห่ง แล้วคอยภาวนาให้การวิวัฒนาการเข้าสู่กระบวนการที่สิ้นสุดลงโดยเร็ว“แควก!”แผ่นเกล็ดกับหนังงูที่อยู่บนหลัง พริบตานั้นถึงกับเริ่มปริแตก ร่างกายของเจวี๋ยหวู่หมิงได้ขยับขยายใหญ่โตขึ้นอีกครั้งภายในถ้ำภูเขาอันมืดมิด เงียบสงัดไร้สุ้มเสียง โดยที่มีงูยาวสีชาดอยู่ตัวหนึ่ง กำลังขดตัวอยู่บนหินก้อนใหญ่ประมาณครึ่งช่วงตัวมนุษย์ ร่างงูที่ขดตัวบิดไปบิดมาด้วยความเจ็บปวด จนก้อนกรวดกระจายไปมาจากแรงบิดร่างกายของเจวี๋ยหวู่หมิงได้ค่อยๆ เติบโตขยายใหญ่ขึ้น เลือดเนื้อใหม่ได้ค่อย ๆ ลอกผิวหนังชุดเก่าออกไปอย่างช้าๆแผ่นเกล็ดสีสันที่กำเนิดมาใหม่กลับยิ่งมีแต่จะสดใสมากยิ่งขึ้น เลือดสีแดงซ่านดุจเลือด ยิ่งมีแต่จะขับเน้นความเป็นอสูรชัดเจนมากยิ่งขึ้นภายใต้แสงจันทร์ส่องร่างกายที่ยาวกว่าสองหมี่ ก็ได้ยาวขึ้นไปกว่าสามหมี่ไปแล้วอย่างรวดเร็ว เส้นรอบวงของร่างกายที่เดิมทีที่มีความหนาเพียงหนึ่งข้อมือ ก็ได้ขยายตัวจนมีขนาดเท่าปากถ้วยใบหนึ่งเจวี๋ยหวู่หมิงได้แปรสภาพจากงูสำเร็จเป็นงูเหลือมแล้วรูม่านตาของเขา เดิมทีที่ดวงตาขาวซีด ทันใดนั้นก็ได้กลายเป็นสีแดงชาดดุจอัคคี ราวกับคบเพลิงที่อยู่ในโคมไฟ ทอแสงออกมาจนเกิดเป็นแสงสว่างส่องใจเดิมทีขีดจำกัดในการมองเห็นของเขาคล้ายกับมีก็เหมือนไม่มี ตอนนี้น่าจะสามารถใช้สายตาได้ไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์ได้แล้ว【ติ้ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้อุปถัมภ์ด้วย ที่ได้วิวัฒนาการสำเร็จ ระดับขั้นก่อนหน้า:สัตว์ร้าย(2%)】การแจ้งเตือนจากระบบก็ได้ดังขึ้นในสมองอย่างเหมาะเจาะวินาทีนั้น ความเจ็บปวดได้ลดน้อยถอยลงเหมือนอย่างระดับน้ำที่ลดลง เจวี๋ยหวู่หมิงนอนอย่างเกียจคร้านโดยที่อุดอู้อยู่บนพื้น กลับมีแต่ความปลอดโปร่งสบาย สบายคล้ายดั่งได้กินผลโสมไปก็มิปานเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในการวิวัฒนาการนี้ จะเพิ่มพูนพละกำลังได้มากแค่ไหนกันแน่ แต่หากเป็นตามหลักความเข้าใจตามตัวอักษร สัตว์ร้ายเมื่อเทียบกับสัตว์ป่าสามัญจะถือว่าแข็งแกร่งมากไม่กี่เท่าสัตว์ป่าสามัญ หากเป็นจำพวกที่มีพละกำลังอ่อนแอก็จะมีวัวแพะไก่กระต่าย หากเป็นจำพวกที่มีพละกำลังแข็งแกร่งก็จะเป็นหมาป่าไม่ก็งู แต่ก็ยังถือว่ายังห่างไกลจากคำว่าสัตว์ร้ายมีแต่เพียงราชสีห์พยัคฆ์เสือดาว จึงมีคุณสมบัติพอที่จะเรียกได้ว่าเป็น “สัตว์ร้าย” ได้เขาที่ได้เปลี่ยนจากงูกลายเป็นงูเหลือม พละกำลังถึงกับไม่ได้เพิ่มมาแค่สิบเท่าแล้วเท่านั้น ก็เพียงพอที่จัดอยู่ในประเภทสัตว์ร้ายกับราชสีห์พยัคฆ์เสือดาวได้แล้วและภายในพงไพรแห่งนี้ที่หาได้มีปีศาจใด อย่างเขาก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ปกครองกันได้แล้วในขณะที่กำลังครุ่นคิดใคร่ครวญ ทันใดนั้นเขาก็เกิดอาการปวดหัวขึ้น คล้ายกับมีเข็มทิ่มแทงเข้ามาก็มิปานกร๊อบ!กร๊อบ!คล้ายกับว่าภายในหัวได้มีสิ่งใดถูกทุบจนแตก เกิดเป็นข้อมูลที่ไม่คุ้นเคยผุดขึ้นมาจากภายในสมองในทันทีทันใด โดยที่มีเจตนารมณ์ที่พลุ่งพล่านถาโถมเข้าไปในจิตใจอย่างบ้าคลั่งภายในสมองที่ได้มีความเจ็บปวดแล่นผ่านเข้ามาถึงกับดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องไม่น้อยไปกว่าครึ่งเคอจง(7-8นาที) จึงค่อยได้หายไปในเวลาเดียวกับที่เมื่อได้สลายหายไป ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏข้อความประหลาดขึ้น และได้ผนวกรวมเข้ากับความทรงจำของตัวเองอย่างรวดเร็วเดิมทีที่มีแววตาเลอะเลือน ก็ถึงกับแข็งทื่อขึ้นโดยพลัน พร้อมทั้งเกิดเป็นความหวั่นไหวขึ้นน้อยๆ :“เดิมทีนี่ก็เป็นความทรงจำที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากนางพญางูจิตบริสุทธิ์ที่ผนึกมาสู่ตัวเอง ก่อนหน้านี้ยังไม่ทันจะได้ปรากฏออกมา พละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นในตอนนี้ จึงค่อยถือถูกกระตุ้นขึ้นมาได้อย่างแท้จริงแล้ว”นางพญางูจิตบริสุทธิ์มารดาผู้ให้กำเนิดที่ได้สละสังขารเพื่อเขา เรียกได้ว่าทำเพื่อความรักที่มีต่อตัวเขา เขาที่ไม่ได้มีแต่เพียงความทรงจำที่มาจากอีกชาติภพ แต่ยังได้หลงเหลือความเป็นตัวเองเอาไว้ ทำให้เขาสามารถมีคุณสมบัติที่จะยืนหยัดมีชีวิตรอดอย่างปลอดภัยได้ จนไม่ต้องถูกใครใดข่มเหงอีกต่อไปก่อนหน้านี้ เจวี๋ยหวู่หมิงยังมีพละกำลังที่ไม่มากพอ เมื่อตราผนึกสลักความทรงจำบางส่วนถูกกระตุ้นออกมา ก็จะได้รับข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวเขาเมื่อชาติก่อนมาด้วยและตอนนี้ เขาที่ได้สูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป ไม่แต่เพียงจะได้รับบ่มเพาะมนตราคาถาของนางพญางูจิตบริสุทธิ์แล้วเท่านั้น ยังได้รับขุมสมบัติที่นางได้หลงเหลือเอาไว้อีกด้วยขุมสมบัตินี้ก็คือวัตถุสวรรค์สมบัติปฐพีที่นางพญางูจิตบริสุทธิ์พันปีช่วงชิงมาได้ ในมุมมองของเจวี๋ยหวู่หมิง ย่อมไม่ต่างอะไรไปจากขุมทรัพย์สมบัติแห่งแรกอย่างแน่นอนและตำแหน่งของขุมสมบัติ ก็อยู่ในสถานที่เร้นลับอย่างถึงที่สุดภายในสันเขาซุ่ยเหยี๋ยนถ้ำซุ่ยเหยี๋ยน อีกทั้งยังจำเป็นต้องใช้วิชาพิเศษเฉพาะเพื่อเปิดผนึก จึงทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถพบเจอได้อย่างแน่นอนดังนั้น ถึงแม้ตัวถ้ำจะถูกผู้อื่นยึดครองไป เจวี๋ยหวู่หมิงก็ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเลยแม้แต่น้อย ว่าขุมสมบัติจะตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคนอื่น“ดูเหมือนว่า คงจะต้องกลับไปเยือนบ้านเก่ากันสักรอบแล้ว เพื่อล้างแค้นให้กับนางพญางูจิตบริสุทธิ์ ยังไงซะก็ต้องชิงขุมสมบัตินี้มาให้ได้”เจวี๋ยหวู่หมิงใคร่ครวญอยู่สักพัก คงจะได้เวลาที่จะวางแผนการเดินทางกันแล้วแต่ทว่าตอนนี้ที่ทำให้เขามีความสุขได้ยิ่งกว่าก็คงจะเป็นมนตราคาถาที่นางพญางูจิตบริสุทธิ์ได้ทิ้งไว้ให้มนตราคาถาที่มีนามว่า《เคล็ดเทวะเพลิงอัคคี》แขนงนี้ กลับเป็นสิ่งที่นางพญางูจิตบริสุทธิ์ครอบครองมาได้โดยบังเอิญ ภายหลังที่ได้เคยบ่มเพาะมานับพันปี นางจึงค่อยสามารถไปบ่มเพาะถึงขั้นมหามรรคผลของมนตราคาถานี้ได้ แต่เนื่องจากเป็นเพราะยังขาดแคลนพลังมนตราคาถา จึงได้ทำให้ไม่มีความคืบหน้าอีก มิเช่นนั้นก็คงจะไม่พ่ายให้กับศัตรูคู่แค้นอย่างอสูรจิ้งจอกกันแล้วการที่จะเข้าถึงวิชา《เคล็ดเทวะเพลิงอัคคี》ถือว่ายากลำบากเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังจำเป็นที่จะต้องทานศิลาธาตุอัคคีและวัตถุคุณสมบัติพิษเพื่อมาช่วยสนับสนุนสู่การบ่มเพาะในปริมาณที่มหาศาลเลยทีเดียวแต่ทว่า ในส่วนเจวี๋ยหวู่หมิงที่ถือครองความโกงสิ่งที่เรียกว่าระบบ ทุกอย่างนี้แทบจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายเสียไม่มีอะไรเกินแล้วตัวระบบยังสามารถเลื่อนขั้นขอบเขตขั้นมนตราคาถาของเจวี๋ยหวู่หมิงได้ จนกระทั่งไม่แน่ว่าอาจจะสามารถสำเร็จจนถึงขั้นมหามรรคผลในทันทีเลยก็ได้แต่ทว่าที่แตกต่างไปก็คงจะเป็นเพราะมันไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนระดับความคุ้นเคยจากการใช้พลังได้ แล้วยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพลังจากกลิ่นอายเลือดได้และยังไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนพลังอะไรได้ ทั้งความเร็ว พลังมนตรา แล้วคุณสมบัติจิปะถะที่มีอีกมากมายจนดูวุ่นวายพวกนี้ได้ทุกอย่างล้วนแต่จำเป็นต้องอาศัยมนตราคาถาเป็นสื่อ มิเช่นนั้นก็ไม่สร้างอะไรไปจากการสร้างวิมานในอากาศ จนไม่มีทางปรับเปลี่ยนเรื่องพวกนี้ได้ถึงแม้เขาในตอนนี้จะอยากบ่มเพาะเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าการใช้การปรับเปลี่ยนจากระบบ กลับจำเป็นที่จะต้องใช้แต้มสะสม เขาเองก็ไม่ได้มีแต้มสะสมอีกทั้งยังไม่ได้อยากเหมือนกับแค่เพียงกดปุ่มก็บ่มเพาะได้ในทันที แล้วก็ปล่อยทุกอย่างว่างเปล่าไปแต้มสะสมจะสามารถได้รับมาผ่านการเก็บสะสมวัตถุสวรรค์สมบัติปฐพีแล้วใส่เข้าไปในสถานีย้อนคืน ดังนั้นขุมสมบัติขุมนั้นเรียกได้ว่าเป็นที่หมายปองสำหรับเขาเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังตกลงปลงใจว่าจะครอบครองมาให้ได้ตั้งแต่แรกแล้วเขาได้เปิดหน้าต่างสถานะของตัวเอง ทันทีที่ตรวจสอบดูอยู่ครู่หนึ่ง ในใจก็ได้เกิดเป็นความสุขสม: “เอ๊ะ?ถึงกับมีทักษะอีกอย่างเพิ่มขึ้นด้วย”ผู้อุปถัมภ์:เจวี๋ยหวู่หมิงพิภพในปัจจุบัน:พิภพไซอิ๋วเผ่าพันธุ์:งูเหลือมปล้องฉนวนระดับขั้น:สัตว์ร้าย(2%)มนตราคาถา:《เคล็ดเทวะเพลิงอัคคี》(ยังไม่บรรลุ)ทักษะ:กลืนกิน มิติช่องว่างกระเพาะ(ติดมาจากระบบ) เขี้ยวพิษกัดกระชาก บีบรัดคร่าชีวิต เนตรเทวะเพลิงอัคคีสถานีย้อนคืน:0 แต้มสะสมเจวี๋ยหวู่หมิงที่เกิดความคิดขึ้นวูบ : ข้อมูลทักษะของ “เนตรเทวะเพลิงอัคคี” ก็ได้หลั่งไหลเข้ามาจนท่องได้ขึ้นใจ“เนตรเทวะเพลิงอัคคี:ทักษะที่นางพญางูจิตบริสุทธิ์ได้ถ่ายทอดมาให้ โดยที่มุ่งเน้นสมาธิไว้ที่ดวงเนตร ทุกจุดในระยะสายตามองออกไป จะเกิดเป็นพลังทำลายของเพลิงผลาญ สร้างเป็นเปลวเพลิงอัคคีที่ร้อนระอุขึ้นได้อย่างรุนแรง เผาผลาญผู้เป็นศัตรู”【หมายเหตุ:การใช้ทักษะยังจำเป็นต้องใช้พลังมนตราอย่างมหาศาล ในเวลาที่พลังมนตราไม่เพียงพอ จะไม่สามารถใช้ออกมาได้】"เจวี๋ยหวู่หมิงได้เกิดอาการทอดถอนใจ จนเกิดเป็นความเสียใจเล็กน้อยผุดออกมา ทักษะที่แข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ คิดไม่ถึงว่าจะยังไม่อาจนำมาใช้ได้ คงจะต้องใช้เวลา ยังไงเขาก็ต้องรีบทำให้《เคล็ดเทวะเพลิงอัคคี》สามารถใช้ได้ให้เร็วเท่าที่จะเป็นไปได้...