บทที่ 49 ปูทางไปสู่ขั้นต่อไป
“ลุงครับ อย่าแจ้งตำรวจเลย!”
เมิ่งเจียงอวี่รีบคว้ามือของลุงคนขับแท็กซี่เอาไว้ เรื่องนี้ถ้าหากแจ้งความไปล่ะก็ จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากไม่จบไม่สิ้น แถมเรื่องที่ตัวเองโดนลักพาตัวไปอาจจะถูกตำรวจถามขึ้นมาอีก
ถึงเขาจะจน แต่เขาก็ไม่ได้โง่ เขารู้ว่ากลุ่มคนพวกนั้นไม่ใช่พวกที่น่าไปหาเรื่องด้วย ไม่แน่ว่าเขาเพิ่งพูดเรื่องโดนลักพาตัวไป ไม่นานก็อาจจะโดนพวกนั้นจับตัวไปอีกก็ได้ คราวนี้พวกมันอาจจะไม่ใช่แค่ทำร้ายร่างกาย แต่อาจจะฆ่าเขาให้ตายเลยก็ได้
“ไม่แจ้งตำรวจแล้วใครจะช่วยผมทวงเงินล่ะ? คุณก็ช่วยทวงให้ไม่ได้หรอก!” ลุงคนขับแท็กซี่มองเมิ่งเจียงอวี่อย่างไม่ไว้ใจ เขาจ้องเขม็งด้วยความสงสัย “ว่าแต่… ทำไมคุณถึงไม่ให้ผมแจ้งความล่ะ? หรือว่าคุณจะร่วมมือกับผู้หญิงคนนั้น มาหลอกเอาเงินผม?”
“หลอกเอาเงินงั้นเหรอ?” เมิ่งเจียงอวี่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ก็มีใครบางคนโผล่มา แล้วโผล่ออกมาแค่ผมหยิก ๆ จากด้านข้าง ใบหน้าที่ดูมีอายุเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น “หนุ่ม ๆ ฉันได้ยินมา พวกนายโดนหลอกเอาเงินใช่ไหม?”
“ใช่ครับ!” ลุงคนขับแท็กซี่ยืนยันทันที เขาหันไปมองป้าผมหยิกที่เพิ่งเดินออกมาจากตึก “ป้า ป้าก็อยู่ตึกนี้เหรอ?”
“ใช่แล้วล่ะ ฉันพักอยู่ที่นี่” ป้าผมหยิกคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะลดเสียงลงต่ำ “เมื่อกี้ฉันเห็นหมดแล้วล่ะ พวกนายโดนครอบครัวที่อยู่ชั้นเก้าไล่ออกมาใช่ไหม?”
“ใช่ครับ! ห้อง 901 นั่นแหละ! ยัยเด็กนั่นหลอกให้ผมทำงาน เสร็จแล้วก็ไม่ยอมจ่ายเงิน แล้วยังเอาไม้มาตีผมอีก ดูสิครับ โดนตีจนเป็นแบบนี้เลย” ลุงคนขับแท็กซี่เหมือนเจอคนให้ระบายความอัดอั้นตันใจ รีบบ่นออกมาอย่างน้อยใจ
แต่เมิ่งเจียงอวี่กลับไม่พูดอะไร เขาได้แต่มองป้าผมหยิกตรงหน้าอย่างพิจารณา
“โอ้โห ตีหนักจริง ๆ! ไม่คิดเลยว่าสมัยนี้ยังมีคนที่ทำร้ายร่างกายคนอื่น เพื่อเงินแค่พันกว่าหยวน!” ป้าคนนั้นรีบปลอบใจเขา แล้วก็ขมวดคิ้ว พูดเบา ๆ “แต่ครอบครัวนั้น ก็ไม่ได้ขาดแคลนเรื่องเงินนะ พ่อของเด็กคนนั้นเป็นถึงผู้จัดการเสิ่นกรุ๊ปเชียวนะ”
“เสิ่นกรุ๊ปงั้นเหรอ?” ดวงตาของลุงคนขับแท็กซี่เป็นประกายขึ้นมาทันที
นั่นมันบริษัทใหญ่เลยไม่ใช่เหรอ?! ผู้จัดการบริษัทใหญ่ขนาดนั้น จะต้องมีอำนาจล้นฟ้าแน่ ๆ ถ้าเขาไปทวงเงินถึงที่นั่น คงจะดีกว่ามารอเก้อที่นี่
ว่าแล้วเขาก็ลากเมิ่งเจียงอวี่ออกไป แต่กลับถูกเมิ่งเจียงอวี่ดึงเอาไว้
“ลุงครับ เราไม่จำเป็นต้องไปทวงเงินถึงบริษัทหรอกครับ แบบนั้นมันดูไม่ดี ผมรู้จักกับผู้จัดการเสิ่นคนนั้น เดี๋ยวผมโทรหาเขา ขอให้เขากลับมาจัดการเรื่องนี้เอง”
หลังจากพูดจบ เมิ่งเจียงอวี่ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาค้นหาเบอร์ของเสิ่นจงเฉิน ดวงตาเหลือบมองไปที่ใบหน้าของป้าคนนั้นแวบหนึ่ง
เขารู้สึกว่าป้าคนนี้ดูหน้าคุ้น ๆ
…
ณ คฤหาสน์ตระกูลเสิ่น
เสิ่นเมิ่งนั่งอยู่บนโซฟา มือหนึ่งถือน้ำขิงผสมน้ำตาลทรายแดงอุ่น ๆ พร้อมกับยกชานั้นขึ้นจิบช้า ๆ ส่วนมืออีกข้างกำลังพลิกดูหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
ทันใดนั้น โทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านข้างก็สั่นขึ้น เสิ่นเมิ่งกดรับสายและพูดว่า “ป้าหวัง”
“ฮัลโหล คุณหนู เมิ่งเจียงอวี่โทรหาผู้จัดการเสิ่นแล้วค่ะ!” เสียงป้าหวังดังมาจากปลายสาย ถึงแม้เธอจะพยายามพูดเบา ๆ แต่ก็ปิดบังความดีใจในน้ำเสียงไว้ไม่ได้
“เยี่ยม!” มุมปากของเสิ่นเมิ่งยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้ม “แล้วป้าหวังแอบได้ยินไหมคะว่า ผู้จัดการเสิ่นจะมาเมื่อไหร่?”
“ได้ยินค่ะ ได้ยิน!” ป้าหวังดีใจจนตัวลอย “เป็นอย่างที่คุณหนูคาดการณ์ไว้เลยค่ะ ผู้จัดการเสิ่นบอกว่าจะกลับมาเดี๋ยวนี้แหละ… คุณหนูคะ ต่อไปต้องทำยังไงคะ?”
“ขั้นตอนต่อไปฉันจัดการเอง ตอนนี้ภารกิจของป้าหวังเสร็จสิ้นแล้ว รีบกลับมาเถอะค่ะ” เสิ่นเมิ่งยิ้มอย่างพอใจ และไม่ลืมกำชับให้ป้าหวังระมัดระวังตัว
ใช่แล้วล่ะ! ป้าผมหยิกใจดีคนนั้นก็คือป้าหวังที่ปลอมตัวใส่วิกผมอยู่นั่นเอง
เสิ่นเมิ่งได้สั่งให้เธอไปเฝ้าอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เพื่อให้แผนการนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี