หน้าร้านขายของชำในซอยข้างร้านอาหารเฮียเมธมีไทรต้นใหญ่ยืนสูงตระหง่านเห็นเด่นชัดกับผู้ที่ผ่านไปผ่านมาอยู่ฟากตรงข้ามมันจึงถูกใช้เป็ที่นัดพบหรือเรียกรวมตัวของคนแถวนี้อยู่บ่อยๆ
และในกลางดึกคืนนี้เองก็เช่นกัน มันถูกวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งจับจองเป็ที่นั่งพักหลังไปสร้างความวุ่นวายที่ร้านอาหารใกล้ๆ
คนที่ดูโตสุดในกลุ่มยันตัวเองขึ้นนั่งบนขอบปูนที่ก่อล้อมรอบต้นไทรล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกงด้านหลังหยิบธนบัตรสีเขียวออกมาหนึ่งใบแล้วยื่นให้คนที่ดูเด็กที่สุดในกลุ่ม
“ไอ้ตั้ม ไปซื้อบุหรี่ให้กูทีดิ๊”
ตั้มรับเงินมาแล้ววิ่งข้ามถนนสองเลนไปซื้อของให้อย่างว่าง่าย
“มึงว่าวันนี้ไอ้คนที่จับไอ้ตั้มส่งตำรวจมันไม่อยู่ร้านจริงๆรึปล่าววะ” ขาใหญ่ในแก๊งตั้งคำถามกับลูกน้อง
เด็กชายสองคนหันมาส่งสายตาเป็เชิงเกี่ยงให้อีกคนตอบสุดท้ายคนที่กล้ากว่าจึงเอ่ยขึ้น
“มันก็คงไม่อยู่จริงๆมั้งพี่ ไอ้ลุงนั่นมันคงไม่กล้าโกหกหรอก”
“แต่ผมว่า...อย่าไปยุ่งกับพวกมันดีกว่าพี่เอ็ม” ตั้มพูดพลางยื่นบุหรี่แบ่งขายแบบ 3มวนให้ลูกพี่
เอ็มกดไฟแช็กพกพา แล้วเปลวไฟก็เผาไหม้ส่วนปลายของยาเส้นค่อยๆไหม้ลามขึ้นไปตามแรงลมสูบ
“ทำไม! มึงกลัวมันหรอ อย่าไปหยองดิวะไอ้ตั้ม” คำที่เอ็มพูดตรงดิ่งไปจี้ถูกจุดในใจตั้ม
เขาไม่ได้กลัวพวกนั้น กะอีแค่คนในร้านไม่กี่คนที่มีแต่คนแก่กับผู้หญิงไม่ทำให้เขากลัวได้หรอกแต่คำเตือนของผู้กองลอยด์นี่สิที่สยบความอยากอาละวาดของเขาหายไปหมดสิ้น แววตาจริงจังคู่นั้นบวกกับเสียงคำรามในลำคอที่ใครเจอก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่แค่การขู่
จริงอยู่ที่เขาคุ้นเคยกับตำรวจในสถานีนี้แทบทุกนายจากการที่เคยขึ้นไปส่งข้าวส่งน้ำแทนแม่ที่ทำอาหารตามสั่งขายและจากพ่อที่เป็ช่างซ่อมรถคอยตรวจเช็คเล็กๆน้อยๆให้รถตำรวจบ้างบางครั้งแต่หากเขายังสร้างปัญหาอีกมีหวังผู้กองลอยด์ได้ส่งตัวเขาให้ผู้กองแบร์จัดการตามที่เคยพูดไว้แน่ แล้วไม่นานลูกกระจ๊อกในแก๊งอย่างเขาคงได้ไปอยู่ในคุกเด็กไม่วันใดก็วันหนึ่ง
“ผมไม่ได้กลัวพวกมัน แต่....”
“แต่ เต่อ เห้ย์ไรเล่า ไม่กลัวก็ดีละ”เอ็มเริ่มหงุดหงิดกับความหงอของลูกน้อง
“พรุ่งนี้กูจะไปอีกจนกว่าจะได้เสยหน้ามัน เสืxกจับน้องกูส่งตำรวจ” เขาออกแรงสูบนิโคตินเข้าปอดเป็ครั้งสุดท้าย
ที่โคนต้นไทรนั้นเต็มไปด้วยเศษขี้บุหรี่และก้นกรองรวมถึงขวดน้ำและเศษซากขยะอีกจำนวนมากจนทำให้หลายคนที่ผ่านมาลืมสังเกตุไปแล้วว่าตรงนี้มีศาลไม้เล็กๆเก่าๆตั้งอยู่ใต้ต้นไทร
“ซิดนี่ย์.....คืนนี้ช่วยผมหน่อยได้มั๊ยครับ” คำขอร้องของมนุษย์ร่วมห้องต่อิญญาอดีตเ้าของห้องพัก
“น๊า......ซิดนี่ย์คืนนี้ช่วยผมหน่อยน๊า ผมจะไม่ไหวแล้วววว” เขายังคงส่งเสียงเว้าวอนต่อไปเมื่อเห็นว่าิญญานั้นยืนนิ่งอยู่ในกระจกไม่ยอมตกปากรับคำสักที
“น่า..นะๆ แค่ครั้งนี้อีกครั้งเดียวเองเดี๋ยวก็ได้กลับไปทำงานที่ร้านแล้วน๊า”ซันนั่งคุกเข่ายกมือไหว้ซิดนี่ย์อยู่หน้ากระจกตู้เสื้อผ้า
ใช่อีกแค่ไม่กี่วันเขาก็จะได้กลับไปทำงานที่ร้านเฮียเมธแล้วและอีกไม่กี่วันมหาวิทยาลัยเขาก็จะเปิดเรียนแล้วด้วย นั่นแสดงว่าเขาต้องใช้เงินเยอะขึ้นแต่เขาเองดันโดนพักงานกลายเป็คนไม่มีรายได้ นั่นเพราะว่า.......
หลังจากแก๊งวัยรุ่นมาป่วนที่ร้านเถ้าแก่เมธในคืนนั้นพวกมันยังตามมารังควานทุกคืน ซันเองจึงต้องสลับหน้าที่กับพี่สินช่วยได้แค่งานเก็บล้างหลบอยู่แต่หลังร้านเท่านั้น จนวันหนึ่งน้องไนซ์ก็โทรหาเขา....
“ป๊าให้หนูโทรมาบอกว่าให้พี่ซันหยุดงานไปก่อนนะแล้ว่นี้อย่าออกไปเพ่นพ่านข้างนอกบ่อยนักล่ะ พวกมันอยู่ไปทั่วเดี๋ยวพี่ซันจะโดนมันดักทำร้ายเอา” จากวันนั้นที่น้องไนซ์โทรมาบอกก็เกือบ 3สัปดาห์แล้ว
เื่ออกข้างนอกคงไม่เป็ปัญหาสำหรับซันเท่าไหร่เพราะยังพอฝากพี่ๆในหอซื้อข้าวมาให้ได้บ้าง บางวันเฮียเมธก็มีฝากลูกน้องเอาข้าวมาให้บ้างแล้วเขาเองก็ไม่ได้คิดจะไปเที่ยวเตร่ที่ไหน แต่ที่เป็ปัญหาใหญ่ของเขาเลยมันคือเื่.....เงิน
เงินที่ต้องใช้จ่ายค่าเช่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟ และค่าอาหารสำหรับสองคน(?)ในทุกวันมันยิ่งหมดเร็วขึ้น
แม้ว่าซิดนี่ย์จะเคยเสนอกับเขาว่า “นายกินข้าวของชั้นก็ได้นะซันจะได้ไม่ต้องซื้อ 2กล่องทุกมื้อ”
แต่ด้วยความเชื่อจากถิ่นที่ซันเติบโตมาไม่มีใครกล้ากินข้าวนั้นต่อหรอก ส่วนใหญ่จะเอาไปทิ้งหรือไม่ก็เอาไปให้สัตว์แถวนั้นกินอย่างซันเองก็เอามาล้างน้ำแล้วให้หมาแมวแถวๆหอกินบ้าง แต่ไม่เคยเอามากินเองและไม่เคยเอาไปให้คนอื่นกินนั่นเพราะมันคือข้าวไหว้ผีน่ะสิ
พ่อใหญ่แม่ใหญ่คนเฒ่าคนแก่เขาสอนกันมาว่าอาหารที่เอาไปไหว้ผีเหมือนกับเราเอาไปให้เขาแล้ว ถ้าเกิดเราเอากลับมากินต่อ พวกผีหรือิญญานั้นอาจตามกลับมาทวงคืนทำให้เราเกิดโรคภัย ประสบอุบัติเหตุหรือเจอแต่โชคร้ายเื่ร้ายๆได้จึงไม่มีใครนำของพวกนั้นมากิน
ในเมื่อซันยืนกรานว่าจะยังซื้อข้าวเผื่อซิดนี่ย์ทุกมื้อทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าถ้ายังทำแบบนี้ต่อไปเงินของเขาได้เหลือใช้ไม่ถึงเปิดเรียนแน่ๆ
ในคืนหนึ่งเมื่อ 15วันที่แล้ว ซิดนี่ย์จึงเสนออีกทางเลือกให้เขา
“ให้ชั้นไปคุยกับคุณตาเ้าที่มั๊ยล่ะเผื่อได้เลขได้อะไรมาบ้าง” คำเสนอของซิดนี่ย์เป็เหมือนไฟสปอตไลท์สาดแสงเข้ามาในคืนอันมืดมิดดวงตาของซันเป็ประกาย
“ได้หรอซิดนี่ย์”
ศาลพระภูมิหน้าหอพักที่ซันไหว้อยู่ทุกวันเอาจริงๆเขาไม่รู้หรอกว่ามีเทพอารักษ์อยู่จริงมั๊ยแต่ด้วยความเคยชินทำให้เขาต้องยกมือไหว้ทุกครั้งที่ผ่าน
“ชั้นก็ไม่เคยขอนะเคยเห็นแต่คนอื่นเค้าขอกัน ได้บ้างไม่ได้บ้าง” ซิดนี่ย์นั่งบนเก้าอี้หมุนไปซ้ายทีขวาทีเหมือนกำลังใช้ความคิด
“ชั้นเองเคยไปรบกวนท่านแค่ครั้งเดียว ก็ตอนที่นายให้ชั้นไปตามคนมาช่วยนั่นแหละ”
แล้วซันก็ได้รู้ความจริงว่าในวันที่เขาปวดตัวแทบแหลกซิดนี่ย์ไปตามพี่ต้นมาหาเขาได้อย่างไร
‘ถึงชั้นจะเป็ผีที่นี่แต่ใช่ว่าจะไปไหนทำอะไรตามใจได้หรอกนะยิ่งถ้าอยากได้อะไรพิเศษก็ต้องขออนุญาตจากคนที่คอยคุ้มครองที่นี่ก่อนดีนะที่ตอนเป็คนชั้นไหว้ท่านบ่อย พอเป็ผีเลยคุยกันง่ายหน่อย’
และนี่คือคำบอกเล่าพร้อมรอยยิ้มกว้างของผีเ้าของห้องที่ดูสุดแสนจะภูมิใจในความสัมพันธ์อันดีของตัวเองกับท่านเ้าที่
ตกดึกคืนนั้นซิดนี่ย์มาปรากฏในฝันของซันเธอยืนชี้นิ้วไปที่เลขสีแดง 3ตัวลอยอยู่กลางอากาศและแน่นอนว่าหนุ่มนักศึกษาไม่พลาดที่จะลองเสี่ยงดวงในงวดนั้น
เวลา 4โมงครึ่งหลังประกาศรางวัลทุกลำดับเสร็จสิ้น ล็อตเตอรี่ 2ใบในมือของซันได้แปรเปลี่ยนเป็เงินสด นั่นช่วยให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ไปอีกหลายวัน
แต่อาทิตย์หน้าจะถึงวันเปิดเทอมแล้วรายจ่ายในอนาคตทั้งค่าเดินทาง ค่ากิน ไหนจะต้องมีค่าอุปกรณ์ทำรายงานต่างๆอีกแค่คำนวนเล่นๆเ้าตัวเลขสุทธิก็ทำให้ซันถึงกับกุมขมับ ต่อให้ได้กลับไปทำงานที่ร้านก่อนเปิดเรียนแต่คิดดูแล้วค่าแรงที่ได้คงไม่พอกับค่าใช้จ่ายจริงอยู่ดี
“น๊า.....ซิดนี่ย์ไปขอคุณตาอีกครั้งเดียว แล้วผมจะไม่ขอเลขจากคุณตาเ้าที่อีกเลย” ตอนนี้ซันจึงต้องมาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากรูมเมทอีกรอบ
“อืมมมมม.....ก็ได้ แต่แค่ครั้งนี้นะไปรบกวนท่านบ่อยๆ ชั้นก็เกรงใจเป็นะ”และแล้วซิดนี่ย์ก็ใจอ่อน ยอมเป็ธุระจัดหาเลขให้เพื่อน
“ไม่กวนบ่อยหรอก ผมสัญญาเลย.....” ซันหยุดคำพูด ทบทวนความคิดไม่นาน “แต่นานๆทีก็ขอได้ใช่ป่ะ”
จากความเมตตาของท่านเ้าที่ที่ต้องแลกกับเครื่องเซ่นคาวหวาน ไก่ย่างสมุนไพร 1ตัว ขนมบราวนี่ 1กล่องและน้ำโคล่าขวดใหญ่ ชีวิตของซันก็ได้อยู่ต่ออย่างสบายขึ้นจนถึงวันสิ้นเดือน