บทที่ 1 การเกิดใหม่
เสี่ยวเหมียวรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกราวกับโลกหมุนกลับ เธอรู้สึกถูกเหวียงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ในใจอดเต้นตึกตักไม่ได้ หรือว่านี่มันจะคือฉากลืมตาในร่างใครสักคนที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุ?? โอ้ว...ไม่นะ เราจะได้เกิดเป็เสิ่นิฮวาจริงๆหรือนี่ กรี๊ด!!ปลื้มมากค่าาา
หากแต่เมื่อแรงเหวี่ยงสงบลง โลกของเธอก็ยังคงมืดมิด เสี่ยวเหมียวจึงลองขยับแขนขาไปมา ก็ให้คล้ายว่าตัวเธอกำลังถูกขังอยู่ในที่แคบๆ ด้วยความใเธอจึงดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ตรงนี้อย่างรุนแรง ด้านนอกได้ยินเพียงเสียงโหวกเหวกโวยวายดังแว่วเข้ามา
เพียงไม่กี่อึดใจ เธอก็รู้สึกว่าตัวกำลังลอย และถูกเคลื่อนย้าย พอทุกอย่างสงบ ไม่นานจากนั้น เธอกลับรู้สึกถึงแรงดัน บางสิ่งบางอย่างกำลังพยายามขับไล่เธอออกจากความมืดมิดแห่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเสี่ยวเหมียวเองก็ไม่รอช้า รีบช่วยส่งเสริมแรงดันนั้น พยายามถีบตัวเอง ออกจากที่บ้าๆนี่เสียทีทันที
ไม่ถึง 30 นาที หลังจากการดิ้นรนจนแทบหมดแรง แสงแรกก็ปรากฏขึ้นมา แสงนั้นมันช่างสว่างจ้า และแสบตาเหลือเกิน จนเสี่ยวเหมียวอดไม่ได้ที่จะร้องไห้จ้าออกมาเสียงดังลั่น
แต่ร้องไห้เพียงไม่ถึง 1 นาที หูเธอก็เริ่มทำงานได้อีกครั้ง สายตาก็เริ่มชินกับแสงสว่างจนเริ่มมองเห็นใบหน้าผู้คน เสี่ยวเหมียวหัวใจเต้นระรัว ใช่เลย มันต้องเป็ฉากเตียงโบราณ ที่ดูเหมือนอาศัยอยู่ในยุคจีนโบราณแน่นอน อ่อและอาจมีบ่าววิ่งเข้ามาด้วยความดีใจว่าคุณหนูฟื้นแล้วอะไรประมาณนี้แน่ๆ
หากแต่เมื่อภาพชัดเจน คนแรกที่เธอเห็น กลับเป็หญิงสาวชาวต่างชาติ ผู้มีผิวขาวอมชมพู ผมสีทอง ตาสีฟ้า รูปร่างสูงใหญ่เสียนี่ แถมบรรยากาศแม้จะดูโบราณก็จริง แต่มันไม่ได้ออกไปทางเอเชียเสียด้วยซ้ำ ดูอย่างไรก็ยุโรปในยุคกลางชัดๆ เสี่ยวเหมียวใจนแทบสิ้นสติ สมองน้อยๆ พยายามคิดทบทวนถึงนิยายที่เคยอ่าน ที่มีตรีมอยู่ใน่ยุโรปยุคกลาง
มือน้อยๆค่อยๆยกขึ้นมาคล้ายจะเอาขึ้นมากุมขมับ อย่างที่ชอบทำประจำเวลาต้องแก้บั๊ค ก่อนที่เสี่ยวเหมียวจะทำตาโตแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นมือที่มีเนื้อเหี่ยวย่น ที่เล็กแสนเล็กของตนเอง นี่...ฉันมาเกิดเป็ทารกหรือเนี่ย… เดี๋ยวนะ เราอาจจะมาเกิดต่างโลกก็ได้ โลกที่ไม่ใช่นิยายไงล่ะ เื่แบบนี้ก็มีเยอะแยะนะ
ใน่ที่กำลังคิดจบสับสนวุ่นวายนั้น ร่างน้อยๆก็ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะถูกห่อด้วยผ้าหยาบๆ ก่อนที่จะถูกเคลื่อนไปวางไว้ข้างๆหญิงสาวคนหนึ่ง
เพียงแวบแรกเสี่ยวเหมียวก็รู้ได้ในทันที่ว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นคือแม่ของเธอนั่นเอง เสี่ยวเหมียวจ้องพิจารณาหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า หน้าตาของเธอนั้นดูเหมือนชาวเอเชีย ผิวขาวเหลืองซีดเซียว น่าจะเพราะเพิ่งคลอดลูก ผมยาวสลวยสีดำเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ ดวงตากลมโตได้รูปสวยงามหยาดคลอไปด้วยหยดน้ำตา
มือบางสั่นเล็กน้อยคล้ายคนหมดแรง ค่อยๆเอื่อมมาัักับหน้าทารกน้อยในห่อผ้า “ลูก...ลูกสาวแม่ เ้าช่างงดงามเหลือเกิน” เสียงของเธอหวานละมุน ราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า หากแต่ก็ช่างระโหยโรยแรง คล้ายดอกไม้ที่ใกล้โรยลา
อีกด้านของเธอ มีเด็กชายที่น่าจะอายุประมาณ 6 ขวบ วิ่งถลาเข้ามา เขามีรูปร่างค่อนข้างใหญ่กว่าเด็กวัยเดียวกัน หากแต่มีหน้าตาที่ดูดีราวกับเทพปั้นแต่ง เป็การผสมผสานระหว่างเอเชีย และยุโรปกันได้อย่างลงตัว เสี่ยวเหมียวอดคิดไม่ได้ว่าหากเด็กผู้นี้นั้นโตขึ้นจะต้องทำให้หญิงสาวอกหักไปหลายคนแน่ๆไม่ได้
ผมสีน้ำตาลเข้ม มีเหลือบทองของเด็กน้อยถูกมัดรวบไว้อย่างเร่งรีบ ดวงตาสีน้ำตาลทองแลดูแปลกตา แต่ก็คมสวยได้รูป ปากบางอมชมพู กำลังสั่นระเรือ ก่อนที่หยาดน้ำตาจะล่วงหล่นลงมา เสี่ยวเหมียวจ้องมองแล้วก็อดปวดใจไม่ได้ เมื่อเห็นหยาดน้ำตาเม็ดน้อยๆเ่าั้
“ท่านแม่ ฮือ…. ท่านแม่” เด็กน้อยสะอื้นไห้
หญิงสาวบนเตียงยื่นมืออันสั่นเทาไปจับมือลูกชาย ก่อนที่จะนำมาวางบนห่อผ้าของทารกน้อย “จิ้นเหอ ตอนนี้ลูกเป็พี่ชายคนโตแล้ว จะต้องช่วยดูแลน้องรู้หรือไม่ แม่คงไม่ได้อยู่ดูแลพวกเ้าทั้งสองแล้ว ดังนั้นจงดูแลกันให้ดี” หญิงสาวกล่าวเสียงระโหยโรยแรง
เสี่ยวเหมียวหันหัวน้อยๆไปมองหน้าผู้เป็มารดาด้วยดวงตาเบิกโพลง ห๊ะ! อะไรนะ ไม่อยู่ดูแล อย่ามาตลกนะ เมื่อชาติที่แล้วก็กำพร้า ชาตินี้ไม่เอาแบบนั้นนะ
หญิงสาวมองจ้องไปยังเด็กน้อยในห่อผ้า ก่อนที่จะสะอื้นออกมาเบาๆ เธอนั้นรู้ตัวดีว่าเวลาชีวิตของเธอนั้นใกล้หมดลมลงทุกทีแล้ว “จิวฮวา จงเติมโตอย่างสง่างาม และมีความสุขนะ แม่รักลูกนะ” นั่นคือคำพูดสุดท้ายของเธอ ซึ่งกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนที่แสงสุดท้ายในดวงตาของเธอจะดับไป
ดวงตาสีดำค่อยๆหลับลงช้าๆ ก่อนที่จะเหลือเพียงหยาดน้ำตาประดับแพขนตาดำหนาที่งดงาม เสี่ยวเหมียวรู้ได้ในทันทีว่านี่เป็อีกครั้งที่เธอนั้นกลายเป็เด็กกำพร้า เด็กน้อยร้องไห้จ้าออกมาเสียงดังลั่น
จิ้นเหอเองก็สะอื้นไห้ไม่ต่างกัน แต่เมื่อเห็นน้องสาวร้องไห้จ้าออกมา เขาก็อุ้มน้องสาวตัวน้อยในห่อผ้าที่เพิ่งจำลืมตาขึ้นมากอดแนบอก “ไม่ร้องนะจิวฮวา พี่ยังอยู่นะ พี่จะดูแลเ้าเอง อย่าร้อง ฮือ….” สองพี่น้องกอดกันร้องไห้ดังลั่นห้อง
เพียงไม่นานหลังจากนั้น ร่างของมารดายังไม่ทันเย็นลง ชายร่างผอมสูงผู้มีผมสีทองเป็ประกาย ก็วิ่งถลาเข้ามาในห้องด้วยแววตาตื่นตะหนก
จิ้นเหอหันไปมองชายสูงวัยด้วยสภาพน้ำตานองหน้า “ท่านพ่อ ท่านแม่ ฮือ… ท่านแม่”
เฟอร์กัส เอมอนด์เป็ชายวัย 45 ปี เขามีรูปร่างสูงใหญ่ แม้ว่าด้วยอายุที่มากขึ้นจะทำให้เขาท้วมขึ้น หากแต่ก็ยังไม่สามารถปกติความหล่อเหล่าของเอาไว้ได้ เสียวเหมียวที่ตอนนี้นั้นได้กลายเป็จิวฮวาไปแล้ว ถึงแม้จะยังสะอื้นไห้อยู่ แต่ก็อดเหลือบมองคนที่ถูกเรียกว่าท่านพ่อไม่ได้
เขาเป็ชายมีอายุก็จริง ผมสีทองเริ่มแสมสีดอกเลา หากแต่กลับไม่ได้ทำให้เขาดูแก่ขึ้นแต่อย่างใด มันกลับส่งให้เขาดูภูมิฐานมากขึ้นต่างหาก
เมื่อดวงตาสีฟ้าสบเข้ากับดวงตาของเด็กน้อย จากสีหน้าเ็ป ตกตะลึงก็แปรเปลี่ยนกลายเป็สีหน้าเครียดแค้นขึ้นมาทันที “สารเลว นังตัวกาลกิณี” เขากล่าวเสียงเครียด ก่อนที่จะเดินก้าวย่างมายังจิวฮวา
จิ้นเหอ เองก็เห็นท่าทีของผู้เป็พ่อ เด็กน้อยกอดน้อยสาวเอาไว้แนบอก ก่อนที่จะเดินถอยหลังหนี “ท่านพ่อ ไม่ใช่ความผิดของน้องนะ เป็เพราะท่านพี่ลอเลนซ์ต่างหาก ท่านพี่เป็คนผลักท่านแม่ตกบันได จนต้องคลอดน้องก่อนกำหนด”
เฟอร์กัสเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักค้างไป แต่เมื่อนึกถึงหน้าลูกสาวที่เลี้ยงมาจนเติบใหญ่ จนบัดนี้อายุได้ 12 ปีแล้ว กับเด็กสาวที่เพิ่งจะได้เห็นหน้า เขาก็เลือกที่จะเคืองแค้นเด็กทารกในห่อผ้านั่นจะดีกว่า “แล้วอย่างไร หากแม่เ้าไม่ตั้งท้องนางเด็กนี่ ถ้าตกบันไดก็คงไม่ต้องตกเืตาย แค่กินยาแก้ฟกช้ำก็คงหาย มันเป็เพราะนังเด็กนั่น นังตัวกาลกิณี”
จิวฮวาถึงกับเบิกตากว้าง ไอ้ที่กำลังเสียใจเพราะแม่เสียก็กลายเป็ชะงักงันไป แม้แต่จิ้นเหอที่เป็เด็กอายุเพียง 6 ปีก็อดตกตะลึงไม่ได้ WTF… นี่มันตรรกะแบบไหนกันเนี่ย นี่ลุง ลูกลุงผลักแม่ข้าล่วงจากบันได ก็ไปทำโทษลูกคนที่ผลักสิ ไม่ใช่มาโทษลูกที่เพิ่งเกิด!! จินฮวาที่จากมาจากโลกยุค พ่อแม่ก็ไม่ได้จะดีทุกคน กตัญญูก็ทำอย่างมีสติ ตัดสินใจตัดพ่อตัดลูกกับชายตรงหน้าในทันที
แต่ตัวเธอที่ยังไม่มีกำลังอะไร เพิ่งลืมตามาดูโลกไม่ถึงชั่วโมง ก็ถูกเฟอร์กัสคว้าห่อผ้าขึ้นมา ก่อนที่จะถูกเหวี่ยงออกไปจากหน้าต่างอย่างแรง ระหว่างที่ลอยคว้างอยู่บนอากาศ จินฮวาก็อดที่จะดีใจขึ้นมาไม่ได้ อ่อ..พระเ้าส่งมาผิดที่สินะคะ ตอนนี้คงจะเป็ขั้นตอนการรีเซ็ตไปเกิดใหม่ให้ถูกที่แน่ๆ ชื่อนี้ก็ลงท้ายว่าฮวาเหมือนกัน ไม่เป็ไรค่ะ มันผิดพลาดกันได้ บ๊าย บาย นะคะพี่ชายไม่ถึงวันของน้อง
จิ้นเหอ เบิกตามองกว้าง ก่อนที่จะวิ่งถลาออกจากหน้าต่าง คว้าห่อผ้าของน้องสาวเอามากอดไว้แนบกับอก จิวฮวาเองก็ใไม่แพ้กัน เพราะไม่คิดว่าเด็ก 6 ขวบแบบพี่ชายของเธอจะกล้าะโออกมาข้างนอก เพื่อคว้าเธอเอาไว้อย่างนี้
สองร่างน้อยล่วงลงไปบนพุ่มต้นไม้เตี้ยๆ เพราะว่ามีพี่ชายรองรับ กับชั้นที่ตกลงมาก็แค่ ชั้น 2 ทำให้เหตุการณ์นี้ไม่มีคนตาย
หากแต่กิ่งไม้ที่แทงทะลุแขนเด็กชาย ก็จะยังคงหลงเหลือรอยแผลเป็ไว้ตลอดไป แม้เมื่อเขาโตขึ้นมารอยแผลนี้จะจางลง และเล็กมาก หากแต่รอยนี้เ้าตัวก็ยังคงถือว่าเป็เกรียติยศ เมื่อลูกของเขาถามขึ้นมาในอนาคต เขาก็ยังคงตอบอย่างมั่นใจว่า หากย้อนเวลาไปตอนนั้น เขาก็ยังจะะโคว้าน้องสาวของเขาเอาไว้อยู่ดี