2 ปีก่อน ประเทศไทย
“ป้าคะ”แม้จะเป็เสียงพูดอันแ่เบาของยี่โถแต่นั่นก็มากพอที่จะสามารถทำลายบรรยากาศแสนเงียบและน่าอึดอัดบนโต๊ะอาหารเย็นได้
“อะไร?” ป้าแช่มถามออกมาสั้นๆ ก่อนจะตักข้าวสวยเข้าปากต่อด้วยท่าทีเฉยเมย ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผู้เป็หลานสาวเสียด้วยซ้ำยี่โถสูดหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง ก่อนที่จะกลั้นใจพูดประโยคถัดมา
“ป้า...ช่วยไปหางานทำได้ไหม?”สิ้นเสียงของเธอ คราวนี้ไม่เพียงแค่ป้าแช่มคนเดียว คนอื่นๆ อีกสองคนร่วมโต๊ะต่างก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกันพรึ่บจ้องมองไปยังหญิงสาวเป็สายตาเดียวกัน
“แกพูดว่าอะไรนะ!”ป้าแช่มกระแทกเสียงถามพร้อมชักสีหน้าขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากัน
“หนูหาเงินคนเดียวไม่ไหวอยากให้ทุกคนมาช่วยแบ่งเบาภาระกันบ้าง” แม้จะรู้สึกกระอักกระอ่วนที่ต้องพูดแต่ความเหน็ดเหนื่อยทางกายและใจมันเอ่อล้นทะลักจนเธออยากจะร้องไห้ตอนนี้แบกรับมันไม่ไหวแล้ว
“แต่พวกฉันก็ช่วยดูแลบ้านให้แกอยู่นี่ไง”น้ำเสียงของป้าดูเหมือนจะแข็งกระด้างยิ่งกว่าเดิมไปอีกสีหน้าบูดบึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ
“ช่าย~เมียกูถูกเสมอ!” เสียงยานคางจากลุงหมายช่วยเสริมแรงให้ป้าอีกทีก่อนที่จะยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมากระดกต่อ นี่คงจะหมดเป็ขวดที่ 3 ของวันแล้วยี่โถมองหน้าลุงพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ คนที่นั่งถัดมาคือ อรรถพลลูกชายของป้าซึ่งนี่ก็ไม่ได้ผิดคาดอะไรเช่นกัน ไอ้อรรถไม่ได้พูดจาใดๆ ออกมา กลับไปก้มหน้ามือตักอาหารเข้าปากต่อ ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนปกติ
“หนูทำงานหาเช้ากินค่ำลำพังตัวคนเดียวก็ลำบากแล้ว จะให้หามาเลี้ยงอีกสามคน มันเกินจะรับไหวแล้วจริงๆ”ยี่โถนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่กี่เดือน หลังจากเสร็จงานของพ่อกับแม่ครอบครัวของป้าก็ได้มี ‘ความหวังดี’ ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยเป็เพื่อนโดยที่เธอไม่ได้้าแม้แต่น้อยแล้วค่าใช้จ่ายต่างๆ ในแต่ละเดือนก็เริ่มไม่พอใช้ชีวิตพลิกผันจากที่เคยอยู่แบบพอมีพอกินกลับกลายเป็ว่าต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้
ยี่โถไม่เคยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้มาก่อนหลังจากทำงานประจำอย่างการเป็พนักงานในโรงแรมเสร็จใน่เย็นเธอก็ต้องรีบบึ่งไปทำงานเป็พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารอีกที่หนึ่งกว่าจะได้กลับบ้านก็คือเที่ยงคืน ได้นอนเพียงวันละไม่ถึง 5 ชั่วโมงได้หยุดพักหายใจเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น
“ก็เอาเงินประกันของพ่อแม่แกออกมาใช้ซะสิคงแบ่งเบาภาระได้เยอะทีเดียว” คำแนะนำน้ำเสียงเรียบเรื่อยของป้าทำให้คนฟังอย่างยี่โถมีสีหน้าเปลี่ยนไป ดวงตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นมาทันใดมือทั้งสองกำหมัดแน่น จังหวะการหายใจของหญิงสาวเริ่มถี่ขึ้น พูดออกมาได้! ไม่กระดากปากหรือไง!
“แค่เลิกเหล้ากับหยุดเข้าบ่อนภาระก็คงเบาไปเยอะเหมือนกัน!” น้ำเสียงของยี่โถเต็มไปด้วยความเดือดดาลเธอถลึงตามองคนตรงหน้าไม่วางตา
เพล้ง! ป้าแช่มเขวี้ยงช้อนในมือทิ้งก่อนที่จะลุกขึ้นยืนชี้หน้าคนเป็หลานสาว
“นี่แกยอกย้อนพวกฉันเหรอ!”
“ก็นี่มันเงินของหนู!” เธอไม่ยอมเหมือนกันเงินประกันก้อนนี้ตั้งใจว่า จะเอาออกมาใช้ในยามจำเป็จริงๆเธอไม่ใช่คนโง่ที่ชอบเอาเงินมาผลาญเล่นโดยเปล่าประโยชน์หรอกนะ
“เงินของแกที่ไหน! ฉันเป็ญาติที่เหลือคนเดียวของแกฉันก็ต้องมีสิทธิ์ใช้เงินก้อนนั้นเหมือนกัน! อย่ามาเห็นแก่ตัว!” คำพูดของป้าเปรียบดั่งเชื้อเพลิงสุมไฟให้โชติ่มือของยี่โถสั่นจนต้องกุมเข้าหากันไว้ เธอกัดฟันกรอด ริมฝีปากเม้มแน่นใครกันแน่ที่เห็นแก่ตัว!
“เอิ๊ก! พ่อแม่เอ็งก็ตายแล้ว! เงินก็ได้มาเยอะเอ็งจะหวงเงินไปทำไมว้า~” แล้วเชื้อเพลิงก้อนใหญ่จากลุงหมายก็ได้ส่งให้ไฟโทสะนั้นะเิปะทุออกมา
“หุบปาก!”ยี่โถตะคอกออกมาก่อนจะลุกขึ้นคว้าเก้าอี้พลาสติกขว้างตรงไปยังลุงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเรียกได้ว่าสุดแรง
โครม!!
“เฮ้ย!”เป็อรรถพลที่ยังหนุ่มแน่นลุกขึ้นขวับคว้าเก้าอี้นั้นไว้ทันก่อนที่มันจะถึงตัวของพ่อเขา เก้าอี้หยุดค้างอยู่บนโต๊ะแทนส่งผลให้จานชามบางส่วนหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น
ยี่โถวิ่งกลับเข้าไปในห้องของตัวเองพร้อมกับล็อคประตูสองมือคว้าของที่อยู่ใกล้มือทุ่มลงกับพื้น หมอนและตุ๊กตากระจัดกระจายทั่วพื้นห้องน้ำตาแห่งความเคียดแค้นรินไหลออกมาอาบสองแก้ม เมื่อความอึดอัดในอกได้ถูกระบายออกไปสติเริ่มกลับคืนมา หญิงสาวนั่งลงกอดเข่าเหม่อมองแสงจันทร์นอกหน้าต่างที่สาดส่องเข้ามา
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรไม่รู้ความเงียบสงัดในห้องนอนได้ถูกแทนที่ด้วยเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือมือเรียวหยิบมันขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง หน้าจอแสดงเบอร์โทรที่ไม่คุ้นเคย เธอกดรับแม้ในใจจะสงสัยว่า ใครกันที่โทรมาเวลานี้
หลังจากได้สนทนากับคนในสายเสร็จยี่โถได้แต่นิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้รับรู้เมื่อครู่ทำไมเธอต้องมาเจอเื่อะไรแบบนี้ด้วย!
ความอึดอัดก่อตัวยิ่งขึ้นกว่าเดิมเธอจึงเบนความสนใจตัวเองด้วยการปัดหน้าจอเปิดดูอัลบั้มรูปในเครื่องภาพของชายหญิงวัยกลางคนจับมือกันพวกเขากำลังมองมายังกล้องพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนมาให้เธอ
พ่อคะ...แม่คะ...หนูต้องทำอย่างไรต่อดี?
น้ำตาที่เหือดแห้งไปเมื่อครู่กลับมารินไหลอีกคราครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากอารมณ์โกรธแค้น หากทว่านี่คือน้ำตาแห่งความคิดถึง
*****
ั้แ่เหตุการณ์ปะทะมื้อเย็นวันนั้นป้าแช่มยังคงเข้าบ่อนพนันทุกวัน แถมยังเที่ยวขอยืมเงินคนไปทั่วลุงหมายก็เมามายจนแทบจะคลานกลับบ้าน ส่วนไอ้อรรถนั้นก็ยังคงนอนี้เีสันหลังยาวไม่หางานหาการทำ แม้กระทั่งงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ มันก็ไม่เคยคิดจะแยแส ยี่โถนั้นก็ยังคงทำงานสายตัวแทบขาด
แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่อาจจะพาให้สถานการณ์ชีวิตของตัวเองใกล้เข้าสู่จุดที่เลวร้ายในอนาคตยี่โถต้องรับสายจากคนแปลกหน้าเรียกได้ว่าไม่ซ้ำกันเลยทุกวันแต่เนื้อความบทสนทนากลับไปในทิศทางเดียวกันทั้งสิ้น นั่นเป็สิ่งยืนยันว่าป้าแช่มกำลังดึงเธอเข้าสู่สังเวียนแห่งาเย็นเช่นกันแม้ว่าภายนอกหญิงสาวจะวางตัวเงียบทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่คนอย่างเธอไม่มีทางยอมโดนกระทำหรอกนะป้าคิดว่าตัวเองวางแผนเป็คนเดียวหรืออย่างไร?
วันนี้เป็วันหยุดงานของยี่โถหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเดินลงบันไดเพื่อที่จะเข้าครัวเตรียมอาหารเช้าเธอต้องหยุดชะงักไปเมื่อป้าแช่มกับลุงหมายมายืนดักรออยู่หน้าทางเข้าครัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดส่วนไอ้อรรถน่าจะยังไม่ตื่น
ยี่โถจ้องสองคนนั้นนิ่งใบหน้าของหญิงสาวเรียบเฉย ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา แต่ก็พอเดาได้ว่าสองคนนี้กำลังกังวลใจเื่อะไร
“ยี่โถ...ช่วยพวกฉันด้วย”ป้าแช่มขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงของนางดูไร้พลังกว่าปกติ
“ช่วยอะไร?”เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แม้จะรู้คำตอบในใจอยู่แล้ว
“คะ...คือว่า”หญิงวัยกลางคนได้แต่อ้ำอึ้ง ยี่โถถอนหายใจก่อนจะพูดขัดขึ้นมา
“การที่เอาเบอร์หนูไปให้พวกเ้าหนี้คิดว่าจะกลัวเหรอ? เลิกเล่นละครทำเป็หนักใจได้แล้ว!” เป็จริงดังที่ยี่โถพูดสีหน้าอมทุกข์ของป้าแปรเปลี่ยนเป็แสยะยิ้มจ้องสบตาเธอด้วยดวงตาอันวาวโรจน์ราวกับตัวร้าย
“แกก็มีสมองอยู่หนินึกว่าใช้แต่อารมณ์เป็อย่างเดียว” หญิงวัยกลางคนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอสายตาเย้ยหยันเต็มที่
“ใครเป็คนก่อก็หาเงินมาใช้เองสิ!” มือของหญิงสาวสั่นจนต้องกำหมัดแน่นคอยกล่อมตัวเองในใจซ้ำๆ ไม่ได้! เธอจะไม่ขาดสติเหมือนวันนั้นอีกแล้ว!
“อ๋อเหรอ! เกรงว่าจะไม่รอดไปด้วยกันนี่สิถ้าไม่ยอมเอาเงินก้อนนั้นออกมาใช้” น้ำเสียงเยาะเย้ยเต็มที่จากป้าช่วยบ่งบอกได้ดีว่า ไร้วุฒิภาวะ แม้จะเลยวัยที่ควรมีมานานแล้ว
“หลานเอ้ย! ไม่เห็นแก่ชีวิตพวกลุงก็เห็นแก่ชีวิตตัวเองเถอะ” ลุงหมายช่วยเสริมแรงอีกเช่นเดิม
“สร้างหนี้สร้างสินั้แ่อยู่ต่างจังหวัดพอย้ายมาเกาะหนูกินก็ยังไม่พ้นนิสัยเดิมๆ !” ยี่โถตะคอกออกมาอย่างเดือดดาลทั้งโกรธทั้งน้อยใจ ทำไมชีวิตของเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้!
“เออ! จะสวดจะบ่นอะไร กูก็ไม่สน! ถ้าไม่อยากตาย มึงก็ต้องจ่าย!” ป้าแช่มสวนกลับเสียงแข็งไม่แพ้กันพลางหัวเราะเยาะสะใจ
“ยังไงก็ไม่จ่าย! พวกปรสิต!!” ยี่โถะโออกมาสุดเสียงจังหวะการหายใจกระเพื่อมรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด
เพียะ!
“ปากดีนักนะ!”ฝ่ามือหยาบกร้านของป้าฟาดเข้ามาเต็มเหนี่ยวจนเธอล้มลงไปกองกับพื้นความรู้สึกแสบร้อนฉ่าบนแก้มทำให้ยี่โถกัดฟันกรอดหันกลับไปมองเ้าของฝ่ามือด้วยดวงตาแข็งกร้าว
“ช่างเงินประกันแม่มัน! อีแช่ม! ตามกูมา”ดูเหมือนลุงจะนึกอะไรบางอย่างออก เขาถูมือพร้อมกับส่งยิ้มร้าย หันไปคุยกับป้าก่อนจะก้าวขึ้นบันไดเสียงดังตึงตังอย่างรีบร้อน ทิศทางมุ่งตรงไปยังห้องนอนของเธอ!ยี่โถตาเบิกกว้างรีบปรี่ตามสองคนนั้นไป พวกเขาคิดจะทำอะไร?!
“มาอีแช่ม! ช่วยกูหาโฉนดเร็ว!” ลุงหมายถีบประตูเข้าไปรื้อของในห้องจนมันกระจัดกระจายเต็มพื้น
“เออวะ! ลืมเื่นี้ไปได้ไงผัวกูพอไม่เมาก็ฉลาดขึ้นมาเลยนี่!” ป้าแช่มพูดไปหัวเราะไป พลางค้นตามลิ้นชักและตู้ช่วยกันหาอีกแรงโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามของยี่โถ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! หนูบอกให้หยุด!” ยี่โถปรี่เข้าไปขัดขวางคนทั้งสองกลับถูกผลักจนเซชนผนัง แต่หญิงสาวยังคงพยุงตัวลุกขึ้นมาะโห้ามคนพวกนั้นจนเสียงแหบแห้ง
“มันเอาไปจำนองไม่ได้! ถ้าไม่ใช่เ้าของโฉนด!” ยี่โถพยายามพูดประโยคเดิมซ้ำๆหวังดึงสติคนพวกนั้นไว้
“หุบปาก! อย่ามาหลอกกันเสียให้ยาก!” ลุงหมายเถียงกลับเสียงแข็งสองมือก็ค้นหาอย่างหน้ามืดตามัว
“เจอแล้ว!”ป้าแช่มะโออกมาด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับเหยียดยิ้มจนรอยตีนกาปรากฏเด่นชัดในมือถือแผ่นโฉนดบ้านไว้ ลุงหมายเดินไปหาเขากวาดสายตามองเนื้อความข้างในก่อนจะยกยิ้ม
“ไม่เชื่อหนูก็ตามใจ!” ยี่โถกำหมัดแน่น น้ำตาไหลอาบสองแก้มจ้องเขม็งไปยังสองผัวเมียนั่นที่กำลังหัวเราะใส่เธออย่างบ้าคลั่ง
หญิงสาวเร่งเก็บข้าวของจำเป็ใส่กระเป๋าด้วยความอัปยศอดสูแล้วรีบเดินออกจากบ้านไป เธอจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว จะทำอะไรก็ทำไปพอกันทีกับคนเหล่านี้ เธอจะเก็บบ้านที่เคยอบอุ่นหลังนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไปพ่อคะ...แม่คะ...มานับหนึ่งใหม่กับหนูนะ!