"วาก้อน~ไหนมีอะไรให้กินบ้าง"
เขาะโลงมาจากทางช่องเข้าออกเดียวของที่นี้
แอ๊ด~ ปัง! ปัง!
ทันทีที่เขาใช้เท้าเขี่ยประตูให้เปิดออก ลูกะุสีเงินวาววับก็พุ่งตรงเข้ามา เขาเอนหลังหลบะุปืนได้อย่างฉิวเฉียด นี่แหละการอยู่กับคนที่ชื่อวาก้อนต้องมีประสาทตื่นตัวตลอดไม่เว้นแต่ตอนนอนหล่ะนะ เกือบทุกครั้งที่ผมออกไปแล้วกลับเข้ามา วาก้อนไม่เคยทำให้ผมได้สบายใจเลย มักตั้งกลไกต่างๆไว้ให้เขาได้ออกกำลังกายเล่นๆ
"คุณคิดว่าผม... เหี้ยไรเนี่ย!"
สิ่งที่เขาอยากจะเห็นต้องไม่ใช่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้สิ ไหนหล่ะไก่ทอดหอมๆของเขา เขาเดินตรงเข้าไปใช้เท้าเขี่ยวาก้อนที่นอนหลับอยู่บนที่นอนเขา จะว่าที่นอนเขาก็ไม่เชิงเพราะเตียงนี่เป็เตียงเดี่ยวเขากับวาก้อนแค่ตกลงกันว่าใครจะนอนฝั่งไหน แต่หมอนี้เล่นนอนขวางเตียงไว้ไม่ให้ใครนอน เขาเห็นดังนั้นเขาจึงจัดการะโเพื่อหวังจะแก้แค้นเื่ที่โดนวาก้อนยึดเตียงเอาไว้คนเดียว
"อ๊าก~วาก้อนนายมันเลว"
นั่นไม่ใช่เสียงว่าก้อนและใช่มันคือเสียงเขาเอง หลังจากที่เขาะโลงไปหวังจะทับหมอนี้ให้เจ็บเล่นๆ แต่ดันเป็เขาซะเองที่เจ็บจนต้องร้องออกมา วาก้อนใช้จังหวะที่เขาะโจับมีดที่ซ่อนอยู่ในหมอนและเลงมันจ้วงท้องเขา อย่างที่ว่าเขามันประสาทััปีศาจเลยหลบได้ทำให้มีดแค่ถากๆตรง่ท้องเท่านั้น อย่าให้ถึงทีเขาเอาคืนบ้างเถอะ จะจัดให้ร้องไม่ออกเลยที่เดียวเชียว เขามองหน้าวาก้อนอย่างหาเื่ ซึ่งหมอนั้นก็เพียงแค่เบะปากแล้วยักไหล่ล้อเลียนท่าที่ผมชอบทำบ่อยๆ
"ถึงถากๆแต่ก็ควรเย็บนะ"
วาก้อนพูดออกมาทำให้เขาหันไปมองที่แผลตัวเอง ลึกใช้ได้... เขาถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเดินจะไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล แต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อคิดอะไรได้
"นี่นายคงไม่ได้เอาพิษไปป้ายเข็มอีกแล้วใช่รึเปล่า"
เขาหันหน้าไปจ้องวาก้อนเขม็ง แต่วาก้อนไม่พูดอะไรทำเพียงแค่ผินหน้ามองไปทั่วห้องเหมือนชมนกชมไม้ทั้งที่ในนี้มีแต่กำแพงสีทึบๆ เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง วาก้อนถือเป็เทพแห่งการปรุงยาพิษเขาเคยเกือบตายหลายครั้งเพราะสิ่งที่วาก้อนทำขึ้น แต่เมื่อใกล้ถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขาวาก้อนก็จัดการกรอกยาแก้พิษให้เขาอยู่ดี ถึงจะได้ยาแก้พิษแล้วกว่าจะหายก็เหมือนอยู่ไม่สู้ตาย นั่นจึงทำให้ตอนนี้ศาสตร์เื่ยาพิษของเขาติดลบเพราะยังรู้สึกเข็ดขยาดกับมัน เอาหน่ารอให้เขาทำใจได้ก่อนเขาจะเป็สุดยอดแห่งการปรุงยาพิษกว่าวาก้อนให้ดู
เขาจัดการทำความสะอาดเข็ม เสร็จแล้วก็จัดการเย็บแผลตัวเองอย่างลวกๆพอเป็พิธี ตอนนี้เขาเริ่มจะชินเื่การทำแผลโดยไม่ฉีดยาชาแล้ว ตอนนี้สิ่งเดียวที่ยังไม่ชินก็คือการผ่าตัดให้ตัวเองเท่านั้นแหละ เพราะเขายังไม่เคยทำ... แต่ที่แน่ๆเขารู้สึกได้ว่าวาก้อนกำลังจะหาเื่ที่ทำให้เขาต้องผ่าตัดตัวเองเร็วๆนี้แน่ๆ เมื่อเขาเย็บแผลเสร้จก็เดินไปนั่งข้างๆวาก้อน
"ไปเที่ยวกันหน่อยมั้ย"
ผมเลิกคิ้วมองวาก้อนอย่างเหลือเชื่อ ห้าปีที่อยู่กินด้วยกันมาไม่เคยออกไปเที่ยวด้วยกันอย่างจริงจังสักที การเป็นักฆ่าต้องหลบซ่อนเพราะการเลือกเดินทางนี้ จะทำให้โดนตามล่าไปทั้งชีวิต ไม่สามารถใช้ชีวิตเป็ดั่งใจตัวเองได้ นั่นคือเหตุผลที่นักฆ่าบางคนพอได้รับผลตอบแทนที่ทำให้สบายไปตลอดชีวิตก็ยังไม่เลิกเป็นักฆ่า ถึงยังไงก็โดนตามล่าจะให้มานั่งมานอนใช้เงินอย่างสุขสบายคงเป็ไปไม่ได้ ระหว่างใช้เงินไปด้วยหนีไปด้วย การที่รับจ้างไปด้วยหนีไปด้วยมันคุ้มกว่ากันเยอะ ข้อยกเว้นที่ทำให้ไม่โดนตามล่าคือมีที่คุ้มกะลาหัวดีๆสักที่อ่ะนะ แต่ยังไม่ค่อยมีใครทำสักทีเพราะนักฆ่าสำหรับวงการใต้ดินแล้วคืออสรพิษดีๆที่พร้อมจะแว้งกัดเ้านายนี่เอง
"คุณเป็เ้ามือ?"
"จิ๊จ๊ะแกนี่มันขี้งกจริงๆไอ่หนู"
"ก็เหมือนคุณไงหล่ะวาก้อน"
"เหมือนยังไงมันเหมือนตรงไหนห๊ะ!"
"แค่หน้าคุณก็เหมือนผมไปครึ่งแล้ว"
"แกนั้นแหละที่เกิดมาหน้าเหมือนฉันไอ่หนู"
"คุณเป็หนึ่งในลูกเมียน้อยของพ่อเฮงซวยผมด้วยรึไง"
"เออเลี้ยงก็เลี้ยง หุบปาก!"
ผมยิ้มกริ่ม ผมกับวาก้อนพึ่งรู้ตัวว่าหน้าเหมือนกันตอนเขาเปิดหน้ากากหนังหน้าคนออกมา ใช่ภายใต้หน้ากากสีดำเรียบสนิทของเขาก็ยังมีหน้ากากหนังหน้าคนอยู่อีกชั้น
"พ่อนายคงมีฉันตอนอายุสามขวบ"
เขาได้ยินวาก้อนบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ เื่เขากับวาก้อนที่หน้าเหมือนกันทำให้เขาหัวเสียไม่น้อย วาก้อนบอกว่าเขายิ่งโตหน้าก็ยิ่งจะกลายเป็พิมพ์เดียวกันจนน่าโมโห วาก้อนชอบพูดบ่อยๆว่าจะทำโปรเจกต์เื่การออสโมซิสของหน้าเขา
"แล้วเราจะไปเที่ยวที่ไหนกัน"
"ฉันจะไปรู้รึไง"
"ก็คุณชวนผม"
"ก็คิดเองสิวะ"
"คนเป็เ้ามือนะ"
"ถ้าแกอยากให้ฉันพาไปเที่ยวสุสานก็โอเค"
"ผมเลือกเองดีกว่าครับเกรงใจ"
ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้เพราะรู้ว่าคนอย่างวาก้อนนั้นพูดจริงทำจริง ขืนเขาต่อล้อต่อเถียงกับเ้าตังอีกคำก็เชิญตีตั๋วไปเที่ยวสุสานได้เลย เขาครุ่นคิดสักพักก็ยิ้มเผล่ เขาไม่เคยไปเที่ยวทะเล แต่ก็หลงรักทุกสิ่งทุกอย่างที่หลอมรวมกันเป็ทะเล
"ผมอยากไปเที่ยวทะเล"
"อยากไปให้ไอ่หลามมันแดกลงท้องรึไง"
วาก้อนมองหน้าเขาทำปากปะแล่มๆ แต่อีกสักพักก็ยิ้มเหมือนคิดอะไรได้
"จริงสิ หลักสูตรใต้น้ำ หลักสูตรทางทะเล แกนี่มันใฝ่เรียนจริงๆไอ่หนู"
"เห้! วาก้อน! ไหนนายว่าเราจะไปเที่ยวกันไง"
"ถ้านายอยากจะเที่ยวก็พยายามอย่าใกล้ตายตอนฝึกไงหล่ะ นั่นจะถือว่านายได้ไปเที่ยวแล้ว"
เขาทำหน้าทะมู่ทู่ใส่วาก้อน ให้เ้าตัวได้รู้ว่าเขาไม่พอใจแค่ไหน จบลงอีหรอบนี้ทุกทีเลยสิหน่าพระเ้า
......
ปู๊นๆ
เขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เขากับวาก้อนเดินทางโดยใช้รถไฟ เราสองคนแอบขึ้นโบกี้เก็บสัมภาระตอนรถใกล้ออก การเป็นักฆ่ายุ่งยากแม้กระทั่งจะไปเที่ยวสิหน่า แต่นักฆ่าคนไหนจะมีอารมณ์สุนทรีย์อยากไปเที่ยวตลอดเวลากัน อ้อ... ยกเว้นเขากับวาก้อนไว้แล้วกันนะ
"อีกห้าชั่วโมงจะถึง เราจะออกไปก่อนยี่สิบนาที หาที่เหมาะๆแล้วโหม่งหัวลงไปสะ"
วาก้อนเดินมานั่งข้างๆเขา ที่เหมาะๆก็ต้องเป็พุ่มไม้หนาหรือแหล่งน้ำแหละนะ ไม่งั้นศพคงไม่สวยสักเท่าไหร่
......
"วาก้อนคุณบอกผมเดี่ยวนี้!ว่าคุณลืมดูภูมิศาสตร์ทางรถไปสายนี้!"
เขาะโแข่งกับลมที่ตีแสกหน้า ตอนนี้เขากับวาก้อนปีนขึ้นมาบนหลังคาของโบกี้ได้ร่วมยี่สิบนาทีแล้ว และอีกสิบนาทีรถไปจะไปถึงที่หมาย แต่เขาไม่เห็นแม้แต่พุ่มไม้สักพุ่มแหล่งน้ำสักแหล่ง รอบข้างเรียงรายไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ วาก้อนไม่พูดอะไรสายตายังคงสำรวจไปรอบๆ รถไฟเคลื่อนไปได้อีกห้านาทีต่อมาสายตาของวาก้อนก็ประทะเข้ากับกิ่งไม้ที่ยื่นออกมาด้านหน้ารถไฟในระยะสองร้อยเมตร ะโสักนิดก็สามารถเกาะได้แล้ว
"เตรียมมือไว้ไอ่หนูเกาะดีๆระวังมือขาดหล่ะ ฉันไม่ต่อให้นะเว้ย"
พูดจบวาก้อนก็วิ่งไปะโจับกิ่งไม้ที่ยื่นออกมาทันที เขาไม่มีทางเลือกะโเกาะกิ่งไม้ตามวาก้อน
"ฟัค! มือผมช้ำแน่ ไหนคุณบอกว่าหาที่เหมาะๆแล้วโหม่งหัวลงไปไง ไอ่ที่เกาะอยู่นี่มันโหม่งได้มั้ยห้ะ ถึงยังไงผมก็ยังอายุสิบสองนะ สิบสอง!"
วาก้อนปีนขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้แล้วยักไหล่ยื่นมือมาให้เขาจับแต่เขามองมือวาก้อนนิ่ง ใช้กำลังแขนที่ปวดจนขาหนึบๆดันตัวเองขึ้นนั่งบนกิ่งไม้
"เราจะไปไหนก่อน"
"ตู้เซฟเคคิง"
วาก้อนว่าเสียงนิ่ง ตู้เซฟ'K.KING'หนึ่งในธุรกิจใต้ดิน เ้าของเป็มาเฟียอันดับหนึ่ง ตระกูล'กิตติพิเชษฐ์เดชพิสิฏฐ์' ตู้เซฟเคคิงเป็ตู้เซฟเก็บของที่ปลอดภัยที่สุดของวงการใต้ดิน แม้แต่กับนักฆ่าเอง ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย สาขามีอยู่ทั่วประเทศ วาก้อนบอกว่านักฆ่าอย่างพวกเขาพกของไปเยอะไม่คล่องตัว เมื่อได้เงินหรือของมีค่าจากจังหวัดไหนเขาก็จะเอาไปฝากไว้ที่ตู้เซฟที่มีทุกจังหวัดแทน แหม่ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ฟารม์ของจากทุกจังหวัดให้เต็มตู้ คงฟินพิลึก
......
"คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆวาก้อน ทะเลสวยกว่าในรูปอีก"
"นายต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าฉันรู้ว่าที่ไหนฉลามดุสุด"
เขาทำหน้าเหยเกใส่วาก้อนที่ขัดอารมณ์ตื่นเต้นเป็เด็กบ้านนอกเข้ากรุงของเขา อย่าบอกนะว่าจะให้เขาไปสู้กับฉลามหน่ะ เขากับวาก้อนเดินทอดน่องมาเรื่อยๆ แหล่งแสงสีเสียงครึกครื้นยิ่งจางลงทุกครั้งที่ย่างก้าว ในที่สุดเราก็มาหยุดอยู่กระหน้าประตูสังกะสีเก่าครึบานหนึ่ง วาก้อนเคาะมันดังหนึ่งทีเบาหนึ่งทีสลับกัน สักพักประตูก็เปิดออก ชายอายุประมาณสามสิบปลายๆโผล่หัวอิกมาจากหลังบานประตูแล้วเอ่ยถาม
"มีอะไรรึเปล่าครับ"
"ฉัน้าใช้ตู้เซฟเคคิง"
"ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเื่อะไร"
"ตู้ที่20วาก้อน"
"วะ... วาก้อน เชิญครับ"
พรึ่บ! ฉึก!
ทันทีที่อีกฝ่ายเปิดประตู วาก้อนจัดการกระชากชายตรงหน้าแล้วหยิบมีดแทงเข้าไปไปที่ขมับข้างซ้ายจนทะลุ อื้มแรงเยอะจริงๆ
"ไอ่นี่เก็บความลับไม่อยู่แน่ น่าจะพึ่งมาทำงานใหม่ เราจะเป็อันตราย"
เขาพยักหน้าหงึกหงักเข้าใจ วาก้อนลากชายไร้ลมหายใจไปหมกไว้กับพุ่มไม้ใกล้ๆ ตัววาก้อนไม่มีแม้แต่เืสักหยด นี่สิอาจารย์ของเขาเก่งจริงๆ
วาก้อนเปิดประตูแล้วดันหลังเขาให้เข้าไป หลังจากนั้นก็ปิดประตูเสร็จสรรพ ด้านในเป็ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ของใช้วางระเกะระกะ มองเผินๆก็บ้านคนธรรมดาๆนี่แหละ วาก้อนเดินนำไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าบานหนึ่ง เขาเห็นดังนั้นก็เสร่อใช้มือเปิดประตูเสื้อผ้าให้อ้ากว้างออกให้วาก้อนเห็นชัดๆ หมอนั้นทำท่าจะยกกำปั้นมาต่อยเขาแต่ เขาจึงถอยหลังออกสามเก้า วาก้อนหันไปสนใจตู้เสื้อผ้าต่อมันเป็ตู้เสื้อผ้าโล่งๆแต่มีขนาดใหญ่ผิดปกตินิดหน่อย วาก้อนย่อตัวลงมือคลำไปทั่วด้านล่างตู้เสื้อผ้า
คลิ๊ก!
เสียงปลดล๊อคดังขึ้นเบาๆ ไม้ที่นอนราบเรียบโผล่ขึ้นมากจากพื้นนิดหน่อย แต่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นแสงสลัวที่ลอดออกมา วาก้อนค่อยๆเปิดมันออกช้าๆจนสุด ปรากฏเป็ทางเดินลงไปสู่ชั้นใต้ดินลึก เขาผายมือเชิญให้วาก้อนลงก่อน หมอนั้นมองเขาอย่างเหม็นเบื่อแล้วเดินนำลงไป ด้านล่างมีกลิ่นอับชื้นนิดหน่อย เดินไปสักพักก็เจอกับทางตัน คราวนี้วาก้อนเดินไปสุดทางตัน กดไปที่อิฐกำแพงสี่ก้อนแล้วส่งสายตามาให้เขาประมาณว่า จำไว้สะ
"ยินดีต้อนรับสู่ตู้เซฟเคคิงไอ่หนู"
"พร้อมเสมอสำหรับทุกเื่ครับ"