รดีซ่านทรวง

    ตอนที่ 16 นอนกับเมีย


    และแล้วก็ถึงเวลาเข้านอน แค่เขาลงกลอนประตูห้อง ดับไฟนีออนเหนือศีรษะ และเปิดชายมุ้งขึ้น ร่างกายของเธอที่นอนตะแคงอยู่สั่นน้อยๆ ประสาททุกเส้นทุกสายดูเหมือนจะตึงเครียดไปหมด เพราะเริ่มนึกถึงเหตุการณ์อันวาบหวามเมื่อคืนที่มีร่วมกัน“ทำไมไม่ใส่ชุดนอนที่ซื้อให้”เสียงของเขาดังอยู่ทางด้านหลัง เป็นเสียงห้าวเข้มดุคุกคามใจและกายของเธอจริงๆ จะให้ตอบยังไง ก็ต้องตอบตามความจริงเท่านั้น“ไม่กล้าใส่ค่ะ”“ใส่ชุดนอนนี่ต้องใช้ความกล้าด้วยหรือ”เธออยากตอบว่าใช่ แต่เสียงไม่หลุดออกไป แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อมือใหญ่หยาบกร้านแตะลงมาที่ต้นแขนเปล่าเปลือยของเธอ แถมร่างสูงกำยำเผยอขึ้นเหนือ ไออุ่นจากตัวเขายิ่งทำให้เธอสั่น การหายใจจึงเริ่มสะดุดติดขัด และดวงตาพยายามเพ่งมองใบหน้าของเขาที่อยู่ไม่ไกล“จะ...จะทำอะไร”เธอถาม และก็ได้คำตอบที่ทำให้ยิ่งสั่นมากกว่าเดิม“ถอดกางเกง”“ถอดทำไม!?”“ถ้าไม่อยากให้ถอด ก็ใส่ชุดนอนสิ”มือบางตะปบมือใหญ่เอาไว้ เสียงที่พูดตอบแฝงไปด้วยความหวาดหวั่น และแก้มร้อนผ่าวจนแดงก่ำขึ้นมาในความมืดสลัว“ทำไมต้องถอดคะ”“แล้วทำไมไม่ถอด”“โธ่...” เธอครางอย่างท้อแท้“อยู่ในห้องนอนกันสองคน จะอายอะไร” เขาพูดต่อเสียงดุ“แล้วทำไมต้องถอด”“อยากให้บอกเหตุผลที่แท้จริงหรือ”เธอไม่โง่ แต่ไม่อยากที่จะยอมรับ เนื่องจากยังกระดากอายอยู่มาก เขาต้องให้เวลาเธอปรับตัวหน่อยสิ นี่เธอก็พยายามปรับตัวเข้าหาเขามากแล้วนะ“ถ้าถอดออก...ข้างล่างก็โล่ง”พอพูดออกไปแล้ว ก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก นี่เธอพูดออกไปได้ยังไง ความรู้สึกขายหน้าเริ่มทำให้ขืนตัว เมื่ออยากจะลุกออกไปจากห้องปัณณวัตรอดใจไม่ไหว เมียของเขาน่ารักจริงๆ และเมื่อคืนเขาก็มีความสุขมาก จนอยากพาเธอท่องสวรรค์ชั้นเจ็ดไปด้วยกันอีกครั้งและอีกครั้ง แค่ปากของเขาสัมผัสแก้มนวล เธอตัวสั่นราวกับลูกนกตกน้ำ คำชมจึงหลุดออกมาจากปากของเขา แต่สุ้มเสียงทำให้คนฟังถึงกับกลั้นลมหายใจ“เมียฉันน่ารักขนาดนี้ เป็นธรรมดาที่อยากจะนอนกับเมีย”นอนอีกแล้วหรือ นอนธรรมดาไม่ได้หรือไง ใจของเธอเต้นเร็วมาก แถมหายใจแรง และท้องไส้ปั่นป่วน“นาง...นาง...”เธอสั่นหนีหรือสั่นสู้ พอมือใหญ่หยาบกร้านเลื่อนจากแขนไปที่บั้นท้าย ปากและจมูกของเขาก็ซุกลงมาที่ซอกคอ ซึ่งทำให้สมองน้อยๆ เริ่มคิดอะไรไม่ออก เขาแตะต้องแค่นี้ แต่ทำให้ใจและกายของเธอกระสับกระส่ายไปหมด แรงปรารถนากำลังคุโชนอยู่ในร่างปัณณวัตรกำลังสอนให้อีกฝ่ายเคยชิน เวลาอยู่กับเขาไม่ต้องอาย เพราะเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายปี“ถ้า...ถ้านางยอมใส่ชุดนอน”เธอต่อรองกับเขา เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์อันแสนวาบหวามใจแบบเมื่อคืน แต่คำตอบคือไม่ เขาไม่ตกลง “พี่เขม...”เสียงของเธอสั่นพร่า แล้วปากก็ถูกปิดสนิท เรียวลิ้นของเขาซุกแทรกเข้ามาหาความหวาน เขาทำให้เธอหัวหมุนติ้ว ตาลาย กระดูกอ่อนปวกเปียก และลมหายใจหอบพร่า ร่างทั้งร่างรวดร้าวด้วยแรงปรารถนา สุดท้ายเสื้อผ้าก็หลุดออกจากร่างสามีของเธอมีเรือนกายที่แข็งแกร่งสมบูรณ์ หลังจากเขาพาฝ่าเกลียวคลื่นอันเชี่ยวกราก โหมกระหน่ำ และรุนแรง เธอไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมา เพื่อหยิบเสื้อผ้าสวม หรือพาตัวเองเข้าห้องน้ำ“นาง...”“คะ?”“เมียจ๋า”เสียงที่พูดระหว่างกันเบาดุจกระซิบ คำเรียกเธอเมื่อกี้ส่งผลให้ใจคนฟังเต้นระรัวและพองโตขึ้นอย่างมึนงง ซึ่งเหมือนจะตลก แต่ไม่ตลก แล้วแขนกำยำข้างหนึ่งก็สอดเข้ามาใต้ศีรษะของเธอ แถมสอดตัวเข้ามาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ทั้งที่เขาก็มีของเขาอยู่ผืนหนึ่งอนงค์นางไม่ได้ขืนตัวออก แต่ห่อตัวหลบ เพราะทรวงอกของเธอกำลังจะแนบกับสีข้างของเขา“เดี๋ยวก็ชิน”เธอไม่รู้จะตอบอะไร นอกจากนอนซบอยู่อย่างนั้น แต่แล้วก็รู้สึกอยากจะลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้า พอจะยันตัวขึ้น เขากลับพลิกตัวขึ้นเหนือ เสียงใสดังขึ้นถามทันทีอย่างตะกุกตะกัก“จะ...จะทำอะไรคะ”“นอนกับเมีย”“อีกแล้วหรือ!”“นอนเฉยๆ”เขาแกล้งเธอ แต่ในน้ำเสียงไม่มีแววหยอกล้อ“นาง...เอ่อ...นางอยากเข้าห้องน้ำ”เสียงแผ่วเบาของเธอดังอย่างตะกุกตะกัก เขายังอยู่นิ่งๆ ไม่ยอมปล่อยให้เธอลุกไปไหน และไม่พูดอะไรออกมา“พี่เขม...”ร่างสูงบึกบึนลุกออกไปจนได้หลังจากฟังเสียงอ้อนวอนของเธอ เธอลุกนั่ง โดยหนีบชายผ้าห่มปิดบังทรวงอก มือควานหาเสื้อผ้าของตัวเองในความมืดสลัว ยังไม่ทันได้ติดตะขอเสื้อชั้นใน สามีของเธอก็ออกไปจากมุ้งอนงค์นางมองตาม เห็นเงารางๆ รูปร่างของสามี เขาไม่ได้สวมอะไรปกปิด เธอกลัวเหลือเกินว่าเขาจะเปิดไฟจนภายในห้องนอนสว่างปัณณวัตรคว้าผ้าถุงมาแล้วส่งให้ เขาไม่ได้เปิดไฟ เพราะรู้ว่าเธออาย“เอานี่”เธอรับผ้าถุงมาสวม พร้อมกันนั้นก็พูดขึ้นขณะที่แก้มแดงปลั่ง“อย่าเปิดไฟนะคะ”ปัณณวัตรไม่ได้เปิดไฟ เขาคว้าผ้าขาวม้ามาผูกเอวเหมือนกัน พอเปิดประตูห้องนอนออก แสงไฟจากด้านนอกก็สาดเข้ามา ดวงตาคู่คมหันไปมองเมียที่กำลังออกมาจากมุ้ง เห็นสภาพแล้วแววตาก็อ่อนโยน เพราะชื่นชมในความน่ารักของหญิงสาวเธอเดินเข้าไปหา สองมือรวบผมให้เข้าทรง แต่ตามองไปทางอื่น เพราะไม่กล้าสบสายตาหรือมองไปที่รูปร่างบึกบึนกำยำปัณณวัตรออกไปจากห้องนอนด้วย ชายหนุ่มยืนรับลมรออยู่ที่ระเบียง สีหน้าอ่อนโยน แววตาราวกับกำลังยิ้ม แล้วก็หันไปทางด้านหลัง เมื่อเธอเดินออกมาอนงค์นางเขินจนอยากจะเอาหน้ามุดดิน อีกนานเท่าไหร่กว่าเธอจะชิน น่าจะมีสักสองสามวัน หรือไม่...ก็นานกว่านั้นอีกสักหน่อยเขาเข้าไปทำธุระส่วนตัวบ้าง แล้วก็เข้ามาในห้องนอน เป็นเพราะอนงค์นางเปิดไฟเอาไว้ ภายในห้องนอนจึงสว่าง เสื้อผ้าที่หญิงสาวสวมคือชุดนอนที่เขาซื้อให้ เธออาย จากที่นั่งอยู่ในมุ้ง จึงซุกตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มปัณณวัตรปิดประตูลงกลอน ดับไฟนีออนเหนือศีรษะอีกครั้ง เขาเข้าไปในมุ้ง หยิบกางเกงนอนมาสวม แต่ไม่ได้สวมเสื้อกล้าม แล้วก็ดึงคนข้างๆ จนพลิกเข้ามาซุกอยู่ข้างตัวอนงค์นางกลั้นหายใจ เธอสั่นมาก ใจยังเต้นเร็วอย่างไม่ยอมสงบ แถมยังลืมตาโพลงอยู่ในความมืด อาการนอนเกร็งของเธอ ทำให้เขาส่งเสียงดุๆ ขึ้นมา“นอนเถอะ”เธอหลับไม่ลงเมื่อนอนอยู่ในท่านี้ ทำตัวเล็กตัวลีบ แถมยังไม่กล้าขยับ“ไม่กวนแล้ว นอนเถอะ”เธอลอบผ่อนลมหายใจ แต่ก็ยังนอนเกร็งอยู่ เพราะไม่เคยนอนซุกใครแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะผู้ชาย แต่แล้วครู่หนึ่งหลังจากนั้น ร่างเอนแนบชิด น้ำหนักตัวส่วนหนึ่งถ่ายเทไปที่เขา และเลื่อนมือหนึ่งขึ้นไปวางอยู่บนแผงอกกำยำตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้