ตอนที่ 17
ผู้พิทักษ์แห่งแสง เป็สมญานามที่มอบให้แก่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของกองกำลังแห่งแสงโดยทำหน้าที่ปราบมอนสเตอร์และเผ่าุ์อีกด้วยกองกำลังที่เป็ศัตรูคู่แค้นคือกองกำลังรัตติการทมิฬ ซึ่งเป็กองกำลังแห่งความมืดกองกำลังแห่งแสงเน้นใช้เวทย์แสงเป็หลัก
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
“ม้าไม้นายเลิกคิดอะไรไร้สาระแล้วมาทางนี้หน่อย”
ซากุระหันไปเรียกม้าไม้ก่อนจะเดินไปยังจุดกึ่งกลางสนามรบ
“อ่า”
ม้าพยักหน้าเป็การตอบรับก่อนจะเดินตามไป
เหตุผลจะมีหรือไม่มีก็ช่างมันเถอะ
เพราะถึงยังไงก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะอยู่ร่วมกันได้
ไม่พวกมันตายก็เป็พวกเขาที่ตาย
นี่คือา
าแห่งการคงอยู่
.
.
“เอาล่ะไม่ทราบว่าตาแก่อย่างคุณมีอะไรจะพูดก่อนตายหรอค่ะ?”
ซากุระฉีกยิ้มพลางมองอย่างยียวนกวนประสาท
“ไอ้ปีศาจหัดรู้จักมารยาทและสถานะของตนซะ”
อัศวินที่สวมใส่ชุดเกราะเต็มยศคนนึงเดินมาพร้อมกับชี้หน้าไปที่ซากุระ
“ปีศาจ?ดูไม่ออกรึว่าฉันไม่ใช่เผ่าพันธุ์นั้น??โง่แบบนี้ขึ้นมาเป็อัศวินระดับสูงได้ไงกัน”
“อีกอย่างรู้สถานะ??ใครที่ต้องรู้สถานะกันแน่นี่ก็ถือว่าเมตตามากแล้วกับการให้พวกแกได้มีลมหายใจต่ออีกสัก5นาที”
ซากุระแผ่จิตสังหารไปยังอัศวินระดับสูงคนนั้น
“กะ แก”
อัศวินคนนั้นโกรธจนถึงขีดสุด
“พอแล้ว!!”
มหาจอมเวทย์ ลูเซียโน่ยกมือขึ้นมาเป็สัญญาณให้ทุกคนเงียบ
“ั้แ่หายนะเมื่อ100กว่าปีก่อนข้าก็สงสัยมาตลอดว่าทำไมพวกท่านถึงต้องสังหารเผ่าพันธ์ต่างๆบนโลกนี้ด้วย?ถ้าเป็เพื่อยึดครองข้าก็พอเข้าใจแต่พวกท่านกับมีเป้าหมายเพียงแค่การทำลายล้างเท่านั้นข้าเลยอยากถามได้ไหมว่าทำไม??”
ลูเซียโน่มองไปยังหายนะทั้งสามด้วยสีหน้าจริงจัง
หายนะเมื่อ100กว่าปีก่อน มุ่งแต่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทำให้พวกเขาต้องเข้าสู่การปะทะกันโดยไม่มีการพูดคุยแม้จะหยุดยั้งได้โดยแลกกับชีวิตนับไม่ถ้วนและเหล่าวีรบุรุษของทวีปก็ตามที
แต่ตอนนี้เขามีโอกาสได้คุย จึงทำให้เขาอยากถามเหตุผล
หายนะทั้ง3ได้ยินคำถามก็เงียบไปชั่วครู่
เพราะความจริงแล้วพวกเขาก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน
พวกเขารู้เพียงแค่ว่าเทพธิดาส่งพวกเขามาเพื่อล้างเผ่าพันพันธ์ต่างจนเหลือ 1 %
ส่วนเหตุผลที่แท้จริงพวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้...
ถ้าพวกเขาไม่ฆ่าคนพวกนี้ คนพวกนี้ก็จะมาฆ่าพวกเขาอยู่ดี
เพราะสำหรับคนพวกนี้แล้วเราก็คือะเิเดินได้นั่นเอง
“เหตุผล??เพราะพวกคุณต้องตายยังไงล่ะครับ”
วายุตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“นี่ พวกแกเห็นชีวิตเป็ผักปลารึไง?”
“ไม่หรอกครับ พวกนั้นสำหรับผมมันเป็ของกินมากกว่าโอ๊ะแต่ในปัจุจุบันด้วยสกิลของผมพวกคุณก็เป็เหมือนของกินอยู่เหมือนกัน”
วายุหันไปมองนักเวทย์ที่ใส่ชุดคลุมไฟพลางเลียริมฝีปาก
สงสัยวันนี้เราจะได้สกิลครบทุกธาตุก็วันนี้แหละ แต่นอกจาก5ธาตุหลักพวกนี้รู้สึกว่ายังอีก2ธาตุพิเศษด้วยนี่หน่าแต่น่าเสียดายที่พวกนั้นอยู่ที่ทางตะวันออก
ช่างเถอะๆพวกนี้เป็นักเวทย์ระดับสูงสุดของทวีปแค่สกิลที่ได้จากพวกนี้ก็เพียงพอแล้ว
ลูเซียโน่มองไปที่พวกเขาทั้ง3เงียบๆไม่พูดอะไรไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
ในฐานะนักเวทย์ขั้นที่10ทำให้เขาไม่ได้รับผลจากออร่าความโกลาหลที่หายนะทั้ง3ปล่อยออกมาทำให้เขาไม่มีเจตนาสังหารพวกเขาแต่กลับคนอื่นหาได้เป็อย่างนั้นไม่ พวกเขาได้รับผลกระทบจากออร่าความโกลาหลทำให้้าสังหารและฉีกหายนะทั้ง3เป็ชิ้นเดี๋ยวนี้
ที่พวกเขายังไม่ลงมือก็เป็เพราะคำสั่งของมหาจอมเวทย์นั่นเอง
“เฮ้อ คงไม่อาจหลีกเหลี่ยงโชคชะตาระหว่างพวกเ้ากับข้าได้จริงๆ”
ลูเซียโน่ถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินย้อนกลับไป
“พร้อมรึยังครับ??”
วายุพูดออกมาเบาๆ
ซากุระ “แน่นอน ฉันล็อกเป้าพวกระดับสูงไว้เกือบหมดแล้ว”
ที่พวกเขาทั้งสามมาเจรจราส่วนนึงก็เพื่อหาตัวพวกระดับสูงทุกคนที่อาจซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง
เพื่อที่พวกเขาจะได้เก็บพวกระดับสูงในทีเดียว
“เมื่อเริ่มา แมลงะุจะทำการยิงใส่พวกเป้าหมายทันที”
ซากุระฉีกยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
พวกเธอไม่ได้คิดว่าการโจมตีนี้จะสังหารพวกเขาได้ทุกคนหรอกแต่อย่างน้อยก็60%ได้