[ย้อนกลับไป 10 ชั่วโมงก่อนเหตุการณ์ในบทนำ]
ยามสนธยาคืบคลานเข้าปกคลุมระเบียงหอคอยทมิฬเงามืดทอดตัวยาวเหยียดราวกับอ้อมกอดของมารร้ายที่พร้อมจะกลืนกิน เซเลน่า มาริสให้จมหายไปในความมืดมิดที่นางคุ้นเคย
คืนนี้... ไม่มีหนทางให้ถอยหลัง
หญิงสาวยืนนิ่งหน้ากระจกเงาบานสูงจัดคอเสื้อของชุด “ผู้แสวงบุญ” ให้เข้าที่ชุดกระโปรงยาวกรอมเท้าสีดำขลิบม่วงเข้มแนบสนิทไปกับสรีระคลุมทับด้วยเสื้อคลุมมีฮู้ดสีเดียวกัน
ทุกรายละเอียดถูกตระเตรียมไว้อย่างไร้ที่ติเพื่อภารกิจครั้งสำคัญ—ภารกิจที่อาจต้องแลกด้วยชีวิต
นางยกมือขึ้นดึงฮู้ดสีดำลงมาบดบังใบหน้าดวงตาสีม่วงครามสะท้อนความแข็งกร้าววาวโรจน์อยู่ภายใต้เงานั้น
“เ้าแต่งตัวเสร็จหรือยัง? หรือจะยืนถอนหายใจรอให้พระจันทร์ลับขอบฟ้าไปก่อน”
เสียงบ่นของ เอ็ดการ์ อีกาคู่ใจดังขึ้นจากพนักเก้าอี้ขนสีดำขลับของมันพองฟูอย่างกระฟัดกระเฟียด
“อย่าลืมนะว่า 'กองกำลังชำระล้าง'จะยกพลมาเต็มอัตราศึก ข้าไม่อยากให้เ้าต้องปะทะซึ่งหน้ากับ ธอร์นแบล็ควู้ด แล้วไหนจะพวกทหารัอีก... พวกมันเยอะจนแทบจะไม่มีอากาศให้เ้าหายใจ!”
“หุบปากซะ เอ็ดการ์”เซเลน่าตอบเสียงเย็นเยียบ
นางลดมือลงปลายนิ้วััล็อกเกตเงินที่ห้อยอยู่บนอกภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ภาพร่างที่ไหม้เกรียม...เสียงกรีดร้องโหยหวนของน้องสาว... กลิ่นควันไฟ เถ้าถ่าน และเปลวเพลิงสีดำของ ัเงา
นางกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
“...นี่ไม่ใช่แค่ภารกิจแต่มันคือการล้างแค้น” นางกระซิบกับตัวเอง น้ำเสียงหนักแน่นดั่งคำสัตย์สาบาน“ถ้วยอัคนีคือกุญแจทำลาย เกราะเอจิส ข้าจะไม่ยอมให้เผ่าพันธุ์ที่สังหารครอบครัวข้าเสวยสุขอยู่ได้เด็ดขาด”
เอ็ดการ์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาว “แต่ถ้าเ้าตายขึ้นมา ใครจะเลี้ยงดูข้าล่ะหือ?เ้าจะปล่อยให้อีกาผู้งดงามเช่นข้าต้องอดตายกระนั้นรึ”
“ข้าไม่ตายง่าย ๆ หรอก”เซเลน่าทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย “จดจ่อกับหน้าที่ของเ้าซะข้าจะแทรกซึม ส่วนเ้ามีหน้าที่สร้างความวุ่นวาย ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด”
“ก็ได้” อีกาตอบรับ“ข้าจะทำให้พวกมันตะลึงงันกับเสน่ห์อันเหลือล้นของข้าเอง”
นางดึงฮู้ดขึ้นปิดบังใบหน้าอีกครั้งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิก่อนก้าวเท้าออกไปสู่ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความลับ... และความตายที่รออยู่เบื้องหน้า
───
ราตรีนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวงสีโลหิตแสงแดงฉานสาดส่องลงมากระทบซากวิหารศักดิ์สิทธิ์ดูราวกับสถานที่แห่งนี้กำลังถูกคำสาปกัดกินเซเลน่าไล่ปลายนิ้วไปตามอักขระโบราณอันซับซ้อนที่สลักเสลาอยู่บนเสาหิน
“เมื่อเงามืดและเปลวไฟหลอมรวมกันใต้จันทร์เื…พันธนาการที่ไม่อาจตัดขาดจะถือกำเนิด”
นางก้าวเท้าล่วงล้ำเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์พลังเวทหนาแน่นอัดกระแทกจนิัรู้สึกร้อนวูบ เอ็ดการ์บินโฉบผ่านความมืดเบื้องบนส่งสัญญาณว่าทหารยามัสองนายถูกล่อออกไปแล้วเปิดช่องว่างให้นางแทรกซึมเข้าไปได้สำเร็จ
ณ ใจกลางลานพิธีผู้คนหลายสิบชีวิตยืนเรียงราย อาภรณ์ของแต่ละคนล้วนหรูหราระดับชนชั้นสูงมีทั้งขุนนาง นักบวชมนุษย์ และกลุ่มนักรบจากอาณาจักรั
ทว่าไม่ว่าจะเป็ใครก็ตามทุกคนต่างพร้อมใจกันก้มศีรษะลงต่ำเมื่อ บุรุษผู้หนึ่ง ก้าวออกมา
าาัออบซิเดียน ผู้พิทักษ์สายเืบริสุทธิ์ผู้คุมเพลิงัชั้นสูง และชายที่นางเคยได้ยินเพียงชื่อจากคำบอกเล่าของ แม่มดเฒ่าเอเรเซียอาจารย์ของนาง
ร่างสูงใหญ่ของเขาดูราวกับหลอมรวมระหว่างมนุษย์และปีศาจในตำนานเรือนผมสีดำสนิทแซมเงินที่ขมับดุจราตรีที่มีดวงดาวประดับ ดวงตาสีแดงลุกโชนทรงอำนาจจนเซเลน่าต้องรีบเบนสายตาหนีเพื่อไม่ให้ถูกจับได้
เขายกมือขึ้นเหนือ ถ้วยอัคนี
พรึ่บ!
เปลวเพลิงสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นดั่งธารไฟไหลลงสู่ตัวถ้วยโถงพิธีสว่างวาบจนเงาทุกเงาถูกกลืนหายเหล่าผู้เข้าร่วมพิธีต่างพากันหลับตาเพื่อหลบแสงจ้าที่แยงตา หากแต่เซเลน่า...กลับจ้องมองมันด้วยแววตาแข็งกร้าว
นางยังจดจำคำสอนของอาจารย์เอเรเซียได้แม่นยำ:"เกราะเอจิสคงอยู่ได้ด้วยถ้วยอัคนี หากมันสูญหายเกราะป้องกันทั้งอาณาจักรมนุษย์และัจะพังทลาย"
นั่นหมายความว่า...หากนางขโมยมันไปได้ในคืนนี้ เผ่าพันธุ์ัทั้งหมดจะอ่อนแอลง
เมื่อพิธีกรรมสิ้นสุดลงฝูงชนเริ่มทยอยแยกย้ายออกจากโถงพิธี รอบกายกลับคืนสู่ความเงียบงันนี่แหละ—โอกาสของนาง
นางเคลื่อนกายออกจากเงามืดก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปในบริเวณโถงชั้นในอันเป็ที่ตั้งของถ้วยอัคนีอย่างแ่เบาดุจแมวย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อใกล้เข้าไปทีละน้อย...
เสียงเตือนของอาจารย์เอเรเซียพลันดังก้องขึ้นในหัว
“ถ้วยอัคนีมิใช่สิ่งที่ใครจะได้โดยปราศจากการสูญเสีย…สามร้อยปีก่อน มันจบลงด้วยพันธะแห่งหายนะ”
‘ข้าไม่กลัว’เซเลน่าตวาดก้องในใจ ‘ข้าคือนักล่า’
นางสลัดความลังเลทิ้ง เอื้อมมือออกไปอีกเพียงไม่กี่เมตร... อีกสองก้าว... อีกก้าวเดียว...
แต่ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นเยียบเหมือน“ถูกจ้องมอง” ทำให้หัวใจนางกระตุกวูบ
เซเลน่าหันขวับ—
ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่อีกฟากของวงเวทรูปร่างสูงใหญ่ กำยำสมส่วน ผมสีน้ำตาลเข้ม สวมชุดขุนนางเนื้อดี
ทว่าสิ่งที่สะกดสายตานางมิใช่ความหล่อเหลาของเขา—หากแต่เป็ดวงตาคมกริบดุจคมดาบ ที่กำลังจ้องมองนางอย่างรู้เท่าทัน
ในจังหวะที่สายตาของทั้งคู่ประสานกันเซเลน่าััได้ถึงแรงดึงดูดประหลาด... เหมือนถูกดึงดูดเข้าหาเขาโดยไร้เหตุผลลมหายใจนางสะดุดลงชั่วขณะ
เขาไม่ได้ขยับตามฝูงชน ไม่ได้สนใจพิธีบรรยากาศรอบกายเขาดูอันตราย เกินกว่าจะเป็เพียง “ขุนนางธรรมดา”
และสายตาคู่นั้นมองทะลุผ่านการปลอมตัวของนางราวกับมันโปร่งแสงเซเลน่าตระหนักได้ทันที... ชายผู้นี้ “มองเห็น”ตัวตนที่แท้จริงของนาง
เขายืนกอดอกไม่ขยับเข้าใกล้แม้เพียงก้าวเดียว แต่มุมปากกลับค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้นริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยทีละคำ ช้า... ชัด... และแทงทะลุเข้ามาในหัวใจนางดั่งคมมีด
“ข้า… รู้… ว่า… เ้า…คือ… ใคร”
สมองของนางว่างเปล่าไปชั่วอึดใจ
เซเลน่าััได้ถึง"อันตราย" จากบุรุษผู้นี้ มิใช่อันตรายทางกายภาพหากแต่เป็อันตรายที่ลึกล้ำกว่า...ราวกับว่าชายคนนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตนางไปตลอดกาล
นางสูดลมหายใจตั้งสติตรึงหน้ากากความเ็าไว้ดังเดิม
‘ถ้าเ้ารู้…ก็ลองหยุดข้าดูสิ’
ร่างของนางพุ่งทะยานตรงเข้าหาถ้วยอัคนีทิ้งให้สายตาคมคู่นั้นไล่ตามหลังมาดุจรอยััที่มองไม่เห็น...และทิ้งแรงดึงดูดประหลาดที่ราวกับผูกพันกันมาั้แ่แรกพบไว้เื้ั—