ณ ประตูเมืองทางทิศเหนือที่เคยเงียบสงบ ไม่ค่อยมีคนสัญจรผ่านไปมาเท่าไหร่ บัดนี้กลายเป็สนามประลองแห่งความตายระหว่างจอมเวทเจ็ดดาราต่างรุ่น
มหาวงเวทสีม่วงและสีดำยิงลำแสงปะทะกันอย่างรุนแรง เศษคลื่นพลังที่แตกกระจายจากการปะทะสร้างความเสียหายให้กับรอบบริเวณ เรนเดลและอันเดดซาร่าต่างหาจังหวะพิฆาตอีกฝ่ายกันอยู่ตลอดเวลา ทั้งคู่สู้กันไป ดูเชิงกันไป ต่างฝ่ายต่างพยายามไม่เพลี่ยงพล้ำในศึกครั้งนี้ พราะการพลาดเพียงครั้งเดียว นั่นหมายถึงความพ่ายแพ้ และความตาย
วงเวทธาตุแสงระดับสี่ วิชาคลื่นลำแสงของเรนเดลต่างไล่ยิงอันเดดซาร่าจากทุกทิศทุกทาง เธอสามารถสร้างโล่วงเวทสีม่วงขึ้นมาตั้งรับเอาไว้ได้อย่างสบายๆ พร้อมกับเคลื่อนตัวสลับฟันปลา และสลับขึ้นไปบินบนอากาศ ราวกับว่าเธอกำลังพยายามหลบอะไรอยู่ หากคนภายนอกมองคงเข้าใจว่าเธอเคลื่อนไหวโดยสูญเปล่า
แต่ที่เธอต้องทำแบบนั้น เพราะเธอมองเห็นวงเวทล่องหนของเรนเดล ที่ลอบร่ายไว้บนพื้นดิน และบางจุดบนอากาศ มันเป็เวทผนึกการเคลื่อนไหวธาตุสายฟ้า เวทพันธนาการสมบูรณ์ และเวทหินหนามธาตุดินคละปะปนกันไป ซึ่งถ้าหากเป็จอมเวททั่วไป คงได้มีเพลี่ยงพล้ำเหยียบกับดักเวทเข้าให้บ้าง ไม่มากก็น้อย
แต่ทว่ากับดักเวทของเรนเดลไม่ได้ผลกับจอมเวทเจ็ดดาราอย่างเธอ บางอันซาร่าก้าวเท้าหลบเลี่ยง บางอันเธอจงใจเหยียบและโคจรกระแสเวทจากร่างของเธอต้านเพื่อทำลายมันโดยตรง
เช่นเดียวกับเรนเดล ที่เขาต้องโคจรพลังธาตุแสงทั่วร่างตลอดเวลา เพราะอันเดดซาร่าปล่อยเวทสะกดใจแผ่ออกมาทั่วบริเวณ มันเป็ละอองเวทสีม่วงที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่เรนเดลรับรู้ และต้านทานเวทสะกดใจนี้ได้
เรนเดลร่ายมหาเวทสะบั้นมิติจากฝ่ามือยิงใส่ซาร่าทันที ในจังหวะที่เธอเพ่งสมาธิไปที่วงเวทกับดัก แต่ทว่าเธอร่างวงเวทสีม่วงขึ้นมาตั้งรับเอาไว้ได้ และหักเหลำแสงของเรนเดลไปทางอื่น
เรนเดลยิ้มที่ริมฝีปาก จังหวะที่ซาร่าป้องกันมหาเวทสะบั้นมิติของเรนเดล เธอพึ่งสังเกตุว่าเรนเดลยิงลำแสงมหาเวทระดับหนึ่งใส่เธอเท่านั้น นั่นหมายความว่าเรนเดลซ่อนวงมหาเวทอีกสองวงไว้ในจุดที่อับสายตาของเธอ…
ซาร่าใช้วิชาเคลื่อนตัวเหนือแสงบินขึ้นฟ้า ในจังหวะที่มหาเวทระดับสองของเรนเดลซึ่งปรากฏที่ด้านหลังของเธอกำลังยิงใส่ เรนเดลโจมตีอีกฝ่ายพลาดถึงสองครั้ง
“ใช้ได้นี่ไอ้หนู” ซาร่ากล่าวก่อนจะเรียกมหาวงเวทสีม่วงระดับเจ็ดจากบนท้องฟ้า เธอขยายมหาวงเวททั้งเจ็ดวงจนกว้างกว่าสามเมตร ก่อนที่จะโจมตีโต้กลับใส่เรนเดล
“ตัวข้าซาร่า มาร์ดุค จอมเวทผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอบัญชามหาเวทแห่งปรมาตมัน จงสำแดงพลังอำนาจทั้งสาม อันประกอบด้วยนาฑี อิฑา และปิงคลา รวมกันเป็อาวุธของมหาเทพแห่งการทำลายล้าง มหาเวทปรมาตมัน กระบวนท่าสุดท้าย ตรีศูล!!”
ตรีศูลสีม่วงขนาดใหญ่กว่าสามเมตร ออกมาจากมหาวงเวททั้งเจ็ด รวมกันเป็เจ็ดอัน ตรีศูลทั้งเจ็ดเตรียมพุ่งลงมาทำลายล้างเป้าหมายเบื้องล่าง แต่ทว่ามันก็ได้แค่เตรียม... ไม่อาจลงมาทำลายล้างได้
วงเวทสีรุ้งของเรนเดล ร่ายซ้อนทับกับวงเวทสีม่วงของซาร่า และเขาจงใจแผ่การโคจรเวทไปรบกวนการทำงานเวทอีกฝ่าย จนวงจรเวทเกิดขัดแย้งกัน มันหมุนติดขัดก่อนจะหยุดทำงาน และแตกสลายไป
“แทรกแทรงคาถา นี่มันทักษะของท่านอาจารย์” ซาร่าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะลึง เธอพึ่งรู้ตัวว่ากำลังเจอกับจอมเวทเด็กที่ไม่ธรรมดาๆเอาเสียแล้ว
เนื่องจากวงเวทของเรนเดลที่ร่ายออกไปนั้น เป็มหาเวทวิหารแห่งความศรัทธาห้าระดับ จึงเหลือวงเวทสีม่วงของซาร่าอีกสอง ตรีศูลทั้งสองที่เหลือ จึงถูกปล่อยลงมาได้สำเร็จ แต่ทว่ามันก็ถูกมหาเวทสะบั้นมิติของเรนเดล ยิงสกัดจนะเิกลางอากาศเสียก่อน
“นี่มันอะไรกัน..” อันเดดซาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะลึงยิ่งกว่าเดิม “ทั้งแทรกแทรงคาถา ทั้งมีมหาเวทสองสาย และยังไม่ต้องเอ่ยคำร่ายในการใช้มหาเวท...ไอ้หนู แกเป็ใครกันแน่!!”
เรนเดลไม่ได้ตอบคำถามอีกฝ่าย มหาเวทสะบั้นมิติที่เหลืออีกหนึ่งวงของเขา ถูกยิงจากใต้เท้าของซาร่า และด้วยความที่เธอมัวแต่ตะลึง รอบนี้เรนเดลจึงโจมตีเธอได้สำเร็จ
ซาร่าเคลื่อนตัวหลบไม่ทัน ลำแสงมหาเวทของเรนเดลเฉี่ยวร่างของซาร่าอย่างแรง จนข้อเท้าทั้งสองของเธอขาดออกจากกัน และสลายไปกับลำแสงทันที ด้วยความที่เธอไม่ใช่มนุษย์ จึงไม่รู้สึกเ็ปอะไร แต่นั้นก็ทำให้เธอไม่สามารถลงมายืนสู้บนพื้นดินได้อีกแล้ว
เอ๋งง!!
เรนเดลได้ยินเสียงเ้าจิ้งจอกร้องจากด้านหลัง เขารู้ว่ามันกำลังเสียเปรียบหมาป่าดำ แต่เรนเดลไม่สามารถหันไปมองได้ เขาต้องทำอะไรสักอย่างเสียก่อน
เรนเดลใส่พลังลงในคฑาจนมันเรืองแสงสว่างสีรุ้ง ก่อนเขาจะใช้วิชาคลื่นลำแสงระดับสี่รวมพลังยิงใส่ซาร่า เธอร่ายวงเวทป้องกันเรนเดลทันที เรนเดลจึงอาศัยจังหวะนี้หันไปมองการต่อสู้ด้านหลัง
หมาป่าดำใช้เวทผนึกกับเ้าจิ้งจอกสองตัว ก่อนจะลงมือกัดขย้ำอย่างโหดร้าย ขนสีขาวของจิ้งจอกเต็มไปด้วยเื ส่วนเซร่านั้นเธอนอนสลบอยู่กับพื้น แขนทั้งสองของเธอมีรอยขย้ำจนเหวอะหวะ ดูเหมือนเธอจะยกแขนป้องกันต้นคอของเธอเอาไว้ตอนถูกหมาป่าดำโจมตี สภาพเธอจึงเป็เช่นนั้น
หัวใจของเรนเดลหล่นวูบทันทีที่ได้เห็นภาพนั้น เขาร่ายวงเวทผนึกสมบูรณ์ใส่ร่างของหมาป่าดำทันที แน่นอนว่าวงเวทของเรนเดลผนึกมันได้ไม่กี่วินาที แต่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เรนเดลหยุดการเคลื่อนไหวของหมาป่าดำได้
มหาวงเวทระดับสามปรากฏทับบนร่างของหมาป่าดำ ก่อนมันจะถูกลำแสงยิงจ่อลำตัวระยะเผาขน จนร่างของมันกระเด็นกลิ้งไปไกลกว่าสิบเมตร มันนอนแน่นิ่งสิ้นฤทธิทันที
ตามต่อด้วยมหาวงเวทวิหารแห่งความศรัทธาถูกร่ายมาติดๆ เพื่อใช้รักษาเซร่า และจิ้งจอกทั้งสองไปพร้อมๆกัน แน่นอนว่าเรนเดลใช้เวลาร่ายเวททั้งหมดนี้แค่ห้าวินาที ร่างกายของทั้งสามหายเป็ปลิดทิ้ง ก่อนทั้งสามจะค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ
แต่การเสียเวลาแค่ห้าวินาที ก็ถือเป็จุดอ่อนอันใหญ่หลวงแล้ว สำหรับการต่อสู้กับจอมเวทเจ็ดดาราด้วยกัน...
ซาร่าใช้ก้าวพริบตาเข้าประชิดกับเรนเดล ก่อนจะร่ายมหาวงเวทระดับเจ็ดใส่ฝ่ามือของเธอ และซัดเข้าท้ายทอยของเรนเดลอย่างจัง สติของเรนเดลเกือบจะดับวูบในทันที พร้อมกับเืออกจากปากและจมูกของเขา แต่เรนเดลไม่ยอมล้มลง เขาเร่งพลังธาตุแสงในร่างเพื่อฟื้นฟูตัวเอง ก่อนจะใช้มือขวาที่แฝงไปด้วยพลังเวทดูดดาราระดับเจ็ด บีบเข้าที่คอของอีกฝ่าย
พลังเวทดูดดาราของเรนเดล ดูดตัวซาร่าให้ติดหนึบกับเขา มานาในร่างของเธอถูกเรนเดลสูบราวกับเครื่องสูบน้ำ และเธอไม่สามารถหนีจากเรนเดลได้ เพราะเรนเดลอาศัยจังหวะนี้ ร่ายเวทพันธนาการของธาตุสายฟ้าระดับห้าใส่เธอทันที ส่งผลให้ร่างของเธอถูกไฟช็อตจนเหน็บชา ขยับไปไหนไม่ได้
เรนเดลอาศัยจังหวะนี้หันไปหาเซร่า เพื่อสั่งการเธอทันที
“เซร่า จังหวะนี้แหละ ใช้ท่าที่แรงที่สุดของเธอจัดการมันซะ”
“ท่าที่แรงที่สุด...สินะคะ” เซร่ากล่าวด้วยความลังเล ก่อนที่เธอจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ
“ไม่ต้องห่วง เธอจะจัดการมันได้แน่ๆ” เรนเดลกล่าวให้กำลังใจหญิงสาวที่ดูตื่นกลัว นี่เป็ครั้งแรกที่เธอต้องต่อสู้จริงๆ แถมเป็การต่อสู้ที่ถึงชีวิต
เซร่าเริ่มร่ายวงเวทสีฟ้าธาตุน้ำระดับห้าขึ้นมาตรงหน้า ซึ่งเป็ระดับสูงสุดของเธอแล้ว เธอไม่แน่ใจว่าเวทระดับเพียงเท่านี้ จะสังหารปีศาจตรงหน้าได้มั้ย แต่เธอเชื่อในคำพูดของเรนเดล
“ตัวข้าเซร่า ไพรมารี่ จอมเวทผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอบัญชาเวทธาตุน้ำสายผู้พิทักษ์ นามที่ข้าบูชาคือเทพผู้รักษา ผู้ก่อกำเนิดทะเลน้ำนมบนผืนฟ้า และทะเลของพระองค์ ก็คือพลังแห่งข้า...เวทโกรธาวารีกระบวนท่าที่สอง เกลียวคลื่นทะเลคลั่ง!!”
วงเวทสีฟ้าทั้งห้าของเซร่าเรืองแสงสว่างจ้า เธอทุ่มมานาในร่างแทบทั้งหมดใส่ลงไปในการโจมตีครั้งนี้ และเธอร่ายบทเวทเต็มๆโดยไม่ย่อเลยสักบรรทัด เพื่อให้มันสัมฤทธิผลมากที่สุด
เืออกจากจมูกและปากของเธอ เซร่านั้นรู้สึกหน้ามืดไปหมด แต่เธอพยายามฝืนใช้เวทต่อทั้งที่ร่างกายสั่นไม่หยุด
พลังของเธอรวมตัวเป็เกลียวคลื่นขนาดใหญ่ และเกลียวคลื่นนั้นม้วนตัวรวมกันราวกับงูทะเลที่มีชีวิต และในทะเลนั้นเต็มไปด้วยอักขระเวทสีขาวอันทรงพลัง อันเดดซาร่าถึงกับตาค้างทันที เมื่อเธอได้เห็นพลังตรงหน้า
“พลังเวทของเทพผู้รักษา...ยัยนี่เป็ผู้ใช้เวทสายพิทักษ์” ซาร่ากล่าวในขณะที่พยายามดิ้นออกจากการกอดรัดของเรนเดลเต็มที่ แต่เรนเดลก็ล็อคคอเธอเอาไว้แน่น ก่อนจะร่ายเวทคลื่นลำแสงยิงอัดใส่แผ่นหลังของซาร่า จนเธอกระเด็นเข้าหาพลังของเซร่าโดยไม่อาจป้องกัน
เกลียวคลื่นทะเลคลั่งของเซร่าพุ่งเข้ารัดและบิดกระชากร่างของอันเดดทันที ซาร่ากรีดร้องด้วยความเ็ป อักขระสีขาวในวงเวทของเซร่านั้นคือพลังสายผู้พิทักษ์ ซึ่งเป็พลังชนิดเดียวกับที่ใช้รักษากำแพงเมืองและประตูเมืองเอาไว้ อันเดด ปีศาจ และตัวตนแห่งภัยพิบัติไม่สามารถต่อกลอนหรือขัดขืนกับเวทสายนี้ได้
“อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด” เรนเดลกล่าวพลางวิเคราะห์ไปด้วย “อันเดดตัวนี้กลัวเวทที่ฝังลงในกำแพงเมืองและประตู ซึ่งเป็เวทสายเดียวกับที่เซร่าถือครองอยู่ นั่นหมายความว่าเซร่าสามารถกำจัดมันได้ง่ายดายกว่าฉันยังไงล่ะ”
ตัวตนแห่งภัยพิบัติซาร่า ที่เรนเดลเสียเวลาปราบอยู่นาน บัดนี้กำลังจะสิ้นท่าเพราะการโจมตีของเซร่า กระแสน้ำนั้นโอบล้อมอันเดดสาวเอาไว้ และเริ่มปั่นวนอย่างแรงจนอีกฝ่ายกรีดร้อง และดิ้นทุรนทุราย อักขระสีขาวจากเวทของเซร่า ค่อยๆซึมซับเข้าไปในร่างของเธอเรื่อยๆ จนในที่สุดอันเดดสาวก็หยุดกรีดร้อง และแน่นิ่งลงไปในที่สุด
เซร่าค่อยๆล้มลง พร้อมกับหายใจถี่ด้วยความเหนื่อยหอบ พลังเวทของเธอสลายลงทันที พร้อมกับทิ้งร่างของอันเดดสาวที่สิ้นสติเอาไว้ เ้าจิ้งจอกสองตัวรีบวิ่งมาหาเซร่า และเริ่มโคจรพลังเวทของมันเติมเข้าไปในร่างของเธออย่างเร่งด่วน
เป็จังหวะที่เหล่าอาจารย์ ทหารเวท และนักเรียนในโรงเรียนคนอื่นๆเริ่มทยอยเดินทางมายังจุดที่เรนเดลอยู่ พวกเขารีบร่ายเวทผนึกอันเดดสาวทันที ก่อนที่อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์จะพลิกหน้าของอันเดสาว เพื่อมองให้ชัดๆ
“พระเ้าช่วย นี่ซาร่า มาร์ดุค อดีตจอมเวทเจ็ดดาราธาตุดิน ที่ถูกตัวตนแห่งภัยพิบัติสังหารไปนี่...กลายเป็พวกมันจริงๆด้วยสินะ”
สิ้นเสียงของอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ท่านอื่นๆก็เข้ามาดูทันที พวกเขาเริ่มกระซิบกระซาบกัน บางคนมีสีหน้าตกตะลึง พลางมองไปที่เรนเดลและเซร่า ด้วยความไม่เชื่อว่าพวกเธอจะสามารถเอาชนะตัวตนแห่งภัยพิบัติตัวนี้ได้
ในมุมมืดที่ไม่มีใครมองเห็น หมาป่าดำดาร์คเนสฟื้นขึ้นได้สติ มันค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะเห็นเรนเดลถูกรายล้อมไปด้วยผู้คน
“อาร์กัส...” มันกล่าวด้วยเสียงแ่เบา ก่อนจะพบว่าสองจิ้งจอกตรงมาหามัน และใช้เวทประคองมันหลบมุมไปทางอื่น เพราะถ้าหากมันถูกพบในเวลานี้ มันอาจถูกสังหารได้
“และเราจะเอายังไงกับเธอดี...เหมือนว่าเธอจะยังไม่ตาย” อาจารย์ฟิลิปปาเอ่ยถามพลางจับร่างของเธอ และเธอััได้ว่าร่างของอันเดดสาวยังมีกระแสมานาไหลอ่อนๆในร่าง
“ร่ายเวทประสานสวดส่งหล่อนกัน” อาจารย์เฮคเตอร์กล่าว “ถึงยังไงหล่อนก็เคยเป็จอมเวทเจ็ดดารา ควรจะให้เกียรติเธอหน่อย”
“แต่ฉันไม่เห็นด้วย” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ผู้หญิงคนนี้เรนเดลพึ่งเคยเห็นหน้าเป็ครั้งแรก
เธอเป็หญิงสาวที่ดูสวยงาม อายุยี่สิบปลายๆ อยู่ในชุดคลุมจอมเวทสีดำ ดวงตาสีอำพันบนใบหน้าเรียวเล็กของเธอนั้นฉายแววเกรี้ยวกราด ผมสีขาวของเธอถูกตัดจนสั้นเหมือนทรงดอกผักกาด หากสังเกตุให้ดีๆ จะพบว่าหน้าตาเธอละม้ายคล้ายกับอันเดดซาร่า
“ปีศาจตนนี้ ต้องเผาผลาญไม่ให้เหลือซากด้วยเวทของผู้พิทักษ์ ให้มันทรมานก่อนตาย” อาจารย์สาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้น เธอใส่เวทธาตุมืดที่ปลายเท้า ก่อนจะเตะเข้าเต็มหลังอันเดดสาวอย่างแรง
“เรอา” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวเสียงดุ “ถึงยังไงเขาก็เป็แม่ของเธอนะ จะให้สังหารอย่างเหี้ยมโหดเลยหรือยังไง”
“ใช่แล้วล่ะ มันเคยเป็แม่ของฉัน” อาจารย์เรอากล่าว “แต่ก็เพราะมันนั่นแหละ ที่หลอกล่อพ่อของฉันให้ตายใจ และลงมือฆ่าพ่อและน้องชายของฉันอย่างโเี้...ตอนนี้มันเป็ก็แค่ปีศาจที่หน้าเหมือนคุณแม่เท่านั้น”
ร่างของอันเดดสาวสั่นน้อยๆ เมื่อได้ยินเสียงและชื่อของเรอา อันเดดซาร่าค่อยๆพลิกตัวหันมาส่งยิ้มให้กับลูกของเธอ ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมานั่งกับพื้น
“เรอาลูกรัก...หนูโตขึ้นมากเลยนะจ๊ะ” อันเดดสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะยกมือสองข้างขึ้นมาเชิญชวนให้เรอาโผเข้ามากอด แต่เรอาเบือนหน้าหนี
“ตัวตนแห่งภัยพิบัติ...กรุณาอย่ามาสวมบทบาทเป็แม่ของฉัน ขอร้องล่ะ” เรอากล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา อาจารย์ในโรงเรียนทั้งหมดมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าเชิงให้สัญญาณ
“แม่น่ะ...รักหนูด้วยใจจริงนะ น่าเสียดายที่เวลาของพวกเรามันสั้นนัก” อันเดดซาร่ากล่าว ก่อนเธอจะโคจรเวทไปทั่วร่าง เพื่อเรียกเท้าทั้งสองที่ขาดหายกลับคืนมา ทำให้เธอลุกกลับขึ้นมายืนได้อีกครั้ง
“ลงมือสิ” อาจารย์แม็คเบธกระซิบกับอาจารย์ท่านอื่นๆ แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดความคิดนั้น ก่อนที่ดวงตาของอาจารย์แม็คเบธจะค่อยๆเรืองแสงสีชมพู เขากำลังโดนเวทสะกดใจเล่นงานอยู่ เช่นเดียวกับอาจารย์คนอื่นๆ แต่แม็คเบธส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะโคจรเวทธาตุแสงไปทั่วร่าง เพื่อต้านทานคำสาบนี้
“แย่ล่ะสิ ยัยนั่นใช้เวทสะกดใจแล้ว” เรนเดลกล่าวก่อนจะเตรียมร่ายเวทธาตุมืดที่ฝ่ามือ แต่แล้วอาจารย์เฮคเตอร์กลับมาขวางเขาเอาไว้ พร้อมส่ายหน้า
“ให้แม่ลูกเขาคุยกันสักพักเถอะ” อาจารย์กล่าวก่อนจะวางมือบนบ่าเรนเดลเบาๆ “เพราะนี่จะเป็ครั้งสุดท้าย”
“เวลาของแม่เหลือไม่มากแล้ว” อันเดดซาร่ากล่าว “ในภารกิจกวาดล้างตัวตนแห่งภัยพิบัติที่สถานีใต้ดิน แม่และเหล่าลูกศิษย์เสียรู้พวกมัน พวกมันขังเราไว้ในที่ซึ่งตัดขาดจากกระแสมานา นั่นคือจุดจบของจอมเวทเจ็ดดาราอย่างแม่...หลังจากนั้นแม่ก็พบว่าตัวเองชื่นชอบการเข่นฆ่ามนุษย์เสียแล้ว แม่กลายเป็พวกมันโดยสมบูรณ์ แม่ไม่อาจห้ามตัวเองได้ ทั้งที่ความทรงจำตอนเป็มนุษย์ยังอยู่ครบถ้วน แต่แม่ก็เลือกจะเป็พวกมัน”
“ตัวตนแห่งภัยพิบัติทุกตน ล้วนเคยเป็มนุษย์ค่ะ” เรอากล่าวเสียงเศร้า “และแม่ก็เป็หนึ่งในนั้น หนูขอถามหน่อยว่าครั้งนี้แม่มาทำอะไร”
“แม่ตั้งใจจะรวมเมืองนี้กับเมืองเมฆาให้เป็หนึ่ง เพื่อทำลายฐานที่มั่นสุดท้ายของมนุษยชาติ” อันเดดซาร่ากล่าวเสียงเศร้า “แต่อาคมที่ลูกร่ายไว้ มันทรงพลังเกินไป จนแม่ต้องหาตัวช่วยอย่างอื่น ในการนำพาแม่เข้ามาในนี้ ก็นะ...อาคมเขตแดนที่ลูกสร้าง แม่ก็เป็คนสอนเองเลยนี่หน่า”
“เสียใจด้วยนะคะ ที่คุณแม่ทำไม่สำเร็จ” เรอากล่าวพลางเริ่มร่ำไห้หนักกว่าเดิม “มันไม่เหมือนกับตอนที่แม่หลอกพ่อและน้องว่ารอดชีวิตหรอกนะคะ”
“แม่รักหนูนะจ๊ะ เรอา” อันเดดสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา “เวลาของแม่หมดลงแล้วสิ แม่หิวเหลือเกินตอนนี้ หิวจนอยากจะกลืนกินหนูที่อยู่ตรงหน้าเลยล่ะ”
“หนูเองก็รักแม่ค่ะ” เรอากล่าวก่อนจะสวมกอดแม่ของเธอแน่นกว่าเดิม และร้องไห้ฟูมฟายโดยไม่อายใคร อันเดดซาร่าตบหลังลูกสาวตัวเองแ่เบาเพื่อปลอบโยน ก่อนที่แววตาของความเป็แม่จะค่อยๆแปรเปลี่ยน
แววตาที่เคยมีชีวิตชีวา กลายเป็แววตาของคนตาย ออร่าสีม่วงค่อยๆแผ่ออกมาทั่วร่างของเธอ ดูเหมือนความเป็มนุษย์ของซาร่า ที่ถูกเวทผู้พิทักษ์ของเซร่าชะล้างจะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
“ลาก่อนค่ะ...คุณแม่” เรอากล่าวก่อนจะฟาดวงเวทสีเหลี่ยมสีรุ้งกระแทกเข้ากลางหลังของอันเดดซาร่า อาจารย์ทั้งหมดรอบบริเวณเองก็ร่ายวงเวทสะกดอันเดดเอาไว้ ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มร่ายเวทประสานอย่างพร้อมเพรียง
“นามที่ข้าบูชาคือเทพผู้สร้างสรรค์ ผู้สร้างโลกและจักรวาลขึ้นมาจากไข่ทองคำ ผู้ให้กำเนิดคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ ข้าขอพลังอำนาจต้นกำเนิด ในการรักษาิญญาอันบริสุทธิ โปรดช่วยเหลือมลทิณที่แปดเปื้อนตรงหน้านี้...เวทนักบุญอันศักดิ์สิทธิ พลังแห่งการชะล้าง!!”
“ขอบคุณทุกๆคน” ซาร่าหันมองอาจารย์ทุกคนที่กำลังร่ายเวทส่งิญญาของเธอ ก่อนที่เธอจะมองไปที่เรนเดล และโบกมือเรียกเขา เรนเดลพยักหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปหา
“เธอน่ะ ชื่ออะไรหรือ” อันเดดซาร่าถามด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง ตัวของเธอตอนนี้กำลังสลายไปอย่างช้าๆ
“ผมมีนามว่าเรนเดล เป็ศิษย์ทางจิติญญาของอาร์กัส เวอร์มิเลี่ยน จอมเวทเจ็ดดาราในอดีตกาล”
“ข้ารู้จักชื่อนั้น” ซาร่ากล่าว “อาร์กัสผู้ล้มเหลว...จอมเวทเจ็ดดารารุ่นหลังทุกคนล้วนเรียกเขาแบบนั้น เพราะถ้าหากเขาทำสำเร็จ มนุษยชาติจะไม่ต้องทุกข์ทรมานจนถึงตอนนี้”
“อย่าโทษเขาเลย” เรนเดลกล่าวเสียงเบื่อๆ “เขาเองก็พยายามเต็มที่แล้ว ในขณะที่จอมเวทเจ็ดดาราคนอื่นยังทำไม่ได้แบบเขา และยิ่งพวกรุ่นหลังยิ่งฝีมือติดลบเข้าไปทุกที จนผมคิดว่าถ้าอาร์กัสมาเห็น เขาคงส่ายหน้าด้วยความระอา”
“เข้าเื่กันเถอะ ข้าต้องไปแล้ว” ซาร่ากล่าวก่อนจะมองมาทางเรอาและเรนเดล “ข้า ซาร่า มาร์ดุค ขอสละตำแหน่งจอมเวทเจ็ดดารา ให้ลูกสาวของข้า เรอา มาร์ดุคสืบต่อ และขอแต่งตั้งเรนเดล ให้เป็ศิษย์สายตรงของเรอา เพื่อสืบทอดตำแหน่งจอมเวทเจ็ดดาราจากเธอในกาลต่อไป”
สิ้นเสียงของซาร่า ร่างของเธอก็สลายกลายเป็แสง เรอาที่พึ่งสูญเสียแม่ไปอีกครั้งไม่มีกะจิตกะใจยินดีในตำแหน่ง เธอแค่ลูบหัวเรนเดลเบาๆ แล้วกล่าวว่ายอมรับสั้นๆ ก่อนจะเดินจากไป
“เด็กๆจ๋า พวกเธอรีบไปพักผ่อนกันเถอะ” อาจารย์ฟิลิปปารีบเดินมาหาเรนเดล และเซร่าทันที “พรุ่งนี้ครูคงต้องคุยกับพวกหนูยาวเลยล่ะนะจ๊ะ”
เรนเดลพยักหน้า ก่อนจะมองไปด้านหลัง ซึ่งบัดนี้มีเซร่า และจิ้งจอกสามตัวรอเขาอยู่ เรนเดลสะดุดกับจิ้งจอกตัวล่าสุดที่ดูไม่คุ้นเอาเสียเลย เพราะมันเป็จิ้งจอกตัวสีดำ และมีดวงตาสีแดง
“ดาร์คเนส ท่าทางจะเป็แกสินะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา ก่อนจะเดินกลับหอกับเซร่า และเหล่าพลพรรคจิ้งจอก