เช้าตรู่วันต่อมาแอเรียสก็ได้มุ่งสู่ตัวเมืองเบอเนียร์อีกครั้ง
“ เ้าได้ยินข่าวลือนั่นบ้างรึเปล่า เ้าแอเรียสมันถูกคุณหนูโซเฟียร์ขอถอนหมั้นไปแล้ว “
“ ข้าเองก็ได้ยินมาเช่นกัน มันก็สมควรแล้วล่ะ เศษขยะจะมาควรคู่กับเทพธิดาได้อย่างไร “
“ ข้าดีใจจริงๆที่เทพธิดาในดวงใจของข้าจะได้ปราศจากมลทินสักที มันทำให้ข้าเริ่มมีความหวังเล็กขึ้นมาแล้วสิ “
“ ข้าว่าเ้าเลิกฝันกลางวันซะเถอะเ้าหมูตอน เทพธิดาเช่นนางไม่มีทางสนใจคนแบบเ้าหรอก ฮ่าๆๆ“
“ ……….. “
เสียงจอแจดังและเสียงโหวกเหวกยังคงดังอยู่ทั่วเขตเมืองเบอเนียร์เช่นเคย แต่หัวข้อส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนจะไม่พ้นเื่การถูกยกเลิกหมั้นหมายของเขาที่ถูกหยิบยกมาพูดกันอย่างสนุกปาก ต้นตอข่าวลือนี้ก็คงไม่พ้นตระกูลฮอบสัน ดูเหมือนตระกูลฮอบสันจะได้ป่าวประกาศเื่ถอนหมั้นออกไปทั่วเมือง การกระทำเช่นนี้นับว่าทำให้ตระกูลสการ์เชียรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย แม้ยามที่ฟังผู้คนกล่าวถึงเขาด้วยถ้อยคำดูถูกมันจะทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นักแต่เขาก็ปล่อยผ่านมันไป เขาคิดซะว่ามันเป็เพียงเสียงนกเสียงกาที่ล่องลอยผ่านหูไป
ในที่สุดแอเรียสก็เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่ง มันเป็อาคารที่ตั้งโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองเบอเนียร์ บริเวณรอบๆอาคารต่างมีผู้คนสัญจรเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย ที่เหนือประตูทางเข้ามีป้ายไม้ขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายอันงมงามเอาไว้ ที่กลางแผ่นไม้ตัวอักษรขนาดใหญ่สลักไว้ว่า“โรงประมูลสายหมอก” นี่คือเป้าหมายของแอเรียสในวันนี้
โรงประมูลแห่งนี้เป็หนึ่งในกิจการของตระกูลฮาร์เกน โรงประมูลจะทำหน้าที่เสมือนพ่อค้าคนกลางระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ หากผู้ใด้าจะนำสินค้าของตนมาประมูลก็ให้ติดต่อที่โรงประมูล เมื่อโรงประมูลนำสินค้าชิ้นนั้นออกประมูลแล้วได้จำนวนเงินเท่าใดก็จะนำเงินเ่าั้มอบให้กับผู้ขาย แต่ว่าทางโรงประมูลก็จะหักออกบางส่วนเป็ค่านายหน้า
“ วันนี้มีการมูลสมบัติล้ำค่าหลายอย่าง หากเ้าจะเข้าไปต้องจ่ายสองร้อยเหรียญคริสตัล !“
แอเรียสที่กำลังจะก้าวเข้าไปยังโรงประมูลต้องหยุดชะงักลงผู้ที่มาขวางกั้นเขาเอาไว้ แอเรียสจ้องมองไปยังสองบุรุษในชุดเกราะสีเงินที่ขวางกั้นเขาเอาไว้ด้วยความมึนงง นี่คือทหารยามที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงประมูลสายหมอก ‘ ค่าเข้าสองร้อยเหรียญคริสตัล !? แล้วข้าจะหาเงินพวกนั้นมาจากที่ใด‘ ความจริงแล้วสองร้อยเหรียญคริสตัลหาใช่จำนวนเงินที่มากมายนัก แต่แอเรียสในยามนี้ไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่เหรียญคริสตัลเดียว
“ ข้ามาในฐานะของผู้ขายหาได้้าจะดูสมบัติเ่าั้ไม่ และอีกอย่างในตัวข้าก็ไม่มีเหรียญคริสตัลมีเพียงสินค้าที่จะนำมาประมูลเท่านั้น“
แอเรียสเอ่ยอธิบายอย่างตรงไปตรงมา เขาเองมีจุดประสงค์ในการขายเม็ดยาอาบจันทราเท่านั้น หาได้มีความ้าที่จะดูเหล่าสมบัติที่พวกมันกล่าวถึงไม่
“ ฮ่าๆๆ แค่นักเวทระดับััแต่กลับปิดหน้าปิดตาทำตัวลึกลับ เพื่อที่จะอ้างว่าจะนำสินค้ามาขายที่โรงประมูลสายหมอก เ้าคิดว่าข้ามองแผนการของเ้าไม่ออกอย่างนั้นรึเ้าหนู เ้ารู้รึไม่ว่าสินค้าที่จะนำมาประมูลได้อย่างน้อยก็ต้องมีราคาสูงกว่าสามพันเหรียญคริสตัล ! เ้าที่ไม่มีเงินแม้แต่หนึ่งเหรียญคริสตัลแต่กล่าวว่าจะนำสินค้ามาประมูลช่างเป็เื่ที่ตลกยิ่งนัก รีบๆไปให้พ้นหน้าข้าซะก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน !!“
ทหารยามในสุดเกาะสีเงินหัวเราะออกมาด้วยความดูถูก ภายในวันนี้วันเดียวเขาเจอคนประเภทนี้มานับสิบคน พวกที่อ้างว่าจะนำสินค้ามาประมูลขายที่โรงประมูลเพื่อที่จะหาข้ออ้างเข้าไปดูเหล่าสมบัติในวันนี้ สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องถูกโยนออกไปให้พ้นโรงประมูล
“ ข้าได้รับคำสั่งมาจากอาจารย์ของข้าซึ่งเป็นักปรุงยา ให้นำยาเหล่านี้มาประมูล ไม่ทราบว่ามันจะพอมีค่าพอที่จะนำประมูลที่โรงประมูลสายหมอกได้หรือไม่ หากโรงประมูลแห่งนี้ไม่้าข้าก็จะไปที่อื่น“
แอเรียสเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบราวกับไม่ได้สนใจคำพูดของทหารยามมากนัก เขานำเม็ดยาอาบจันทราออกมาจากแหวนมิติหนึ่งเม็ดด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ ราวกับว่ามันเป็ของธรรมดาที่เขาเห็นชินตา
“ นี่มัน !! เม็ดยาระดับสูง“
ทหารยามทั้งสองคนมองไปยังเม็ดยาด้วยความตกตะลึง เพียงกลิ่นของหอมของสมุนไพรที่โชยออกมาจากเม็ดยาทำให้รู้สึกสดชื่นราวกับร่างกายได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้า มันจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่สวมเสื้อฮู้ดสีเทาอีกครั้งด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป นักปรุงยาถือว่าเป็ตัวตนอันทรงเกียรติแม้จะเป็เพียงศิษย์แต่การที่ได้รับมอบหมายในการถือเม็ดยาระดับสูงไว้เช่นนี้ย่อมเป็ศิษย์คนสำคัญเป็แน่ มันไม่รู้ว่าอาจารย์ของชายหนุ่มเบื้องหน้ามันเป็ใครแต่ที่แน่ๆต้องเป็นักปรุงยาระดับสูงหรืออาจจะเป็ถึงระดับปรมาจารย์ แผ่นหลังของมันทั้งสองเริ่มหลั่งเหงื่อเย็นออกมา หากทางตระกูลรู้ว่ามันทั้งคู่ขับไล่ศิษย์ของนักปรุงยาที่นำเม็ดยาระดับสูงมาขายซ้ำยังอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับนักปรุงยาระดับสูง มันคงจะต้องถูกลงโทษจากทางตระกูลเป็แน่
“ น้องชายข้าต้องขอโทษด้วยที่เข้าใจเ้าผิดไป แต่พูดคุยกันตรงนี้ข้าว่าคงไม่สะดวกนัก เดี๋ยวข้าจะเป็คนนำทางไปยังด้านในเอง “
ท่าทีของทหารยามเปลี่ยนกลายเป็สุภาพขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แอเรียสไม่ได้กล่าวสิ่งใดตอบเขายังคงทำตัวราวกับศิษย์ของนักปรุงยาผู้ลึกลับต่อไป เขาเดินตามหลังทหารยามผู้นั้นเข้าไปยังอีกด้านของโรงประมูล จนมาถึงห้องแห่งหนึ่งภายในห้องมีเพียงชายชราผู้หนึ่งกับวิหคสีเขียวเข้มที่เกาะอยู่บนบ่าของชายชราเท่านั้น ชายชราผู้นี้แต่งกายด้วยชุดสีแดงเข้มคลุมทับด้วยผ้าคลุมเวทสีน้ำตาลอีกหนึ่งผืน ที่ผ้าคลุมของชายชรามีตราสัญลักษณ์ของตระกูลฮาร์เกนประทับอยู่ มือขวาถือไม้เท้าสีดำสนิทที่หุ้มด้วยเกล็ดของสัตว์อสูรประเภทอสรพิษชนิดหนึ่ง ดูแล้วน่าจะเป็อาวุธเวทระดับกลาง ‘ นี่คงจะเป็คนสำคัญของโรงประมูลแห่งนี้ ‘แอเรียสคิดในใจ
“ นั่นเ้าพาผู้ใดมากัน ? “
ชายชราเอ่ยถามทหารยามด้วยความสงสัย
“ คาราวะท่านมอร์เล่ นี่เป็ศิษย์ของนักปรุงยา เขานำยาระดับสูงมาประมูลขายที่โรงประมูลของเรา “
“ หือ เม็ดยาระดับสูง ? เ้าไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่“
มอร์เล่หลี่ตามองพร้อมตรวจสอบไปยังบุรุษหนุ่มที่สวมชุดคลุมปิดบังใบหน้าด้วยความสงสัย ในสายตาเขาเด็กหนุ่มผู้นี้ดูจะอ่อนด้อยจนเกินไปด้วยซ้ำ อายุน่าจะประมาณสิบห้าถึงสิบหกปีแต่ยังเป็เพียงนักเวทระดับััเวทขั้นที่ห้า คนเช่นนี้จะเป็ศิษย์ของนักปรุงยาและเม็ดยาระดับสูงได้เช่นไร
แอเรียสเห็นท่าทางที่ดูสงสัยของมอร์เล่เขาก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดตอบ เขาเพียงล้วงจับไปยังแหวนมิติก่อนจะนำเม็ดยาอาบจันทราออกมาแสดง การเอ่ยวาจาไปย่อมไร้ประโยชน์การแสดงให้ประจักษ์ด้วยสายตาย่อมทำให้ชายชราเชื่อถือได้ง่ายดายกว่า
ชายชราจ้องมองไปยังเม็ดยาในมือของแอเรียสด้วยความไม่เชื่อสายตาเล็กน้อย
“ นี่คือเม็ดยาอาบจันทราเป็เม็ดยาระดับสูงที่อาจารย์ข้าปรุงขึ้น มันช่วยให้การฟื้นฟูพลังเวทรวมถึงรักษาอาการาเ็ต่างๆ ”
เมื่อเห็นท่าทางของมอร์เล่ที่จ้องมองเม็ดยาด้วยความสงสัยแอเรียสจึงเอ่ยปากอธิบาย
“ เม็ดยาระดับสูงซ้ำยังมีคุณสมบัติฟื้นฟูพลังเวทและรักษาอาการาเ็อาจารย์ของเ้ามิได้กล่าวเกินเลยไปใช่หรือไม่“
เมื่อฟังคำพูดของแอเรียสที่กล่าวบรรยายคุณสมบัติของยามอร์เล่ก็รู้สึกไม่ค่อยเชื่อถือนัก โดยปกติแล้วใช่ว่าจะไม่มีเม็ดยาที่ช่วยฟื้นฟูเวทหรือเม็ดยาที่รักษาอาการาเ็ แต่เม็ดยาเ่าั้เป็เพียงแค่เม็ดยาระดับต่ำหรือระดับกลาง และไม่มีเม็ดยาที่มีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งสองอย่างเช่นนี้ คำกล่าวของแอเรียสสำหรับมอร์เล่เลยดูเกินเลยไปบ้าง
“ งั้นท่านก็ตรวจมันเองก็แล้วกัน “
แอเรียสนำเม็ดยาอาบจันทราส่งให้กับมอร์เล่ ตอนนี้เขาเองเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายไม่น้อย
หลังจากมารับเม็ดยาจากแอเรียส มอร์เล่ก็ใช้พลังเวทตรวจสอบเม็ดยาทันที หลังจากผ่านไปชั่วครู่มอร์เล่ก็มองไปยังเม็ดยาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตานัก ทั้งระดับและคุณสมบัติของเม็ดยาเป็ตามที่แอเรียสกล่าวไว้ทุกอย่าง ในเมืองเบอเนียร์แห่งนี้เม็ดยาระดับสูงไม่ค่อยถูกนำมาขายมานัก นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่เชื่อถือแอเรียสในครั้งแรก เขาเริ่มมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าเปลี่ยนไป
“เม็ดยาระดับสูงซ้ำยังมีคุณบัติชั้นยอด เ้าจะเปิดประมูลด้วยราคาเท่าใดกัน “
“ เื่นั้นแล้วแต่ทางโรงประมูลสายหมอกจะเป็สมควร“
“ ถ้าเช่นนั้นข้าจะเปิดประมูลด้วยราคาหนึ่งหมื่นคริสตัล เ้าหนูหากเป็ไปตามที่ข้าคาดเดาข้าว่าเม็ดยาอาบจันทราที่อาจารย์ของเ้าฝากให้นำมาประมูลเ้าคงไม่ได้มีเพียงเม็ดเดียวใช่หรือไม่“
มอร์เล่ยกยิ้มขึ้นละจ้องมองไปยังแอเรียสอย่างมีเลศนัย ราวกับว่าเขามองเห็นของที่อยู่ภายในแหวนมิติของแอเรียส เขารู้ว่าลแอเรียสจะต้องไม่นำเม็ดยามาขายเพียงเม็ดเดียวเป็แน่
“ ท่านนี่ช่างเป็ผู้รอบรู้เสียจริง ข้ามีเม็ดยาอาบจันทราอยู่ทั้งหมดยี่สิบเอ็ดเม็ด“
แอเรียสยกยิ้มขึ้นเอ่ยตอบ ความจริงแล้วเม็ดยาอาบจันทราที่เขามีอยู่คือยี่สิบสามเม็ดแต่เขาไม่้าจะขายมันออกไปทั้งหมด เขา้าจะเก็บมันไว้บางส่วนเผื่อเวลาจำเป็
เมื่อได้ฟังคำตอบของแอเรียสภายในใจของมอร์เล่ก็รู้สึกใอยู่ไม่น้อย การจะปรุงเม็ดยารับดับสูงขึ้นมาได้จะต้องใช้สมุนไพรล้ำค่าเป็จำนวนมาก ยังไม่นับรวมสมุนไพรที่ต้องใช้ในการลองผิดลองถูกระหว่างทดลองปรุงเม็ดยา นักปรุงยาในเมืองเบอเนียร์ที่ปรุงเม็ดยาระดับสูงขึ้นได้นั้นมีอยู่เพียงไม่ถึงห้าคนเท่านั้น และยังไม่เคยมีผู้ใดปรุงเม็ดยาเช่นนี้ได้มาก่อน ‘ บางทีคงเป็นักปรุงยาสักคนที่คิดค้นยาชนิดใหม่ขึ้นมาได้’ แม้จะรู้สึกแปลกใจแต่มอร์เล่ก็ยังรักษาท่าทางอันสงบไว้ได้
มอร์เล่บอกกับแอเรียสว่าเม็ดยาอาบจันทราจะถูกแบ่งขายเป็เจ็ดชุดจำนวนชุดละสามเม็ด โดยจะตั้งราคาเริ่มต้นประมูลอยู่ที่สามหมื่นเหรียญคริสตัล และมอร์เล่ก็ได้จัดให้แอเรียสนั่งชมการประมูลอยู่ในโซนของแขกพิเศษเนื่องจากอาจารย์ของเขาสั่งไว้ว่าบอกว่าอย่าเปิดเผยตัวตนมากนัก เมื่อได้ฟังว่าเป็คำสั่งจากอาจารย์ปรุงยาผู้ลึกลับนั่นมอร์เล่ก็จัดหาที่พิเศษให้ทันที
ดูเหมือนว่าอาจารย์ปรุงยาที่แอเรียสอุปโลกน์ขึ้นมาจะทำให้สถานะของเขายิ่งใหญ่ขึ้นไม่น้อย เขาถูกจัดให้นั่งในโซนพิเศษที่มีเพียงเขาอยู่เท่านั้น มันเป็คล้ายกับห้องกระจกขนาดเล็กรอบๆมีการลงวงจรเวทป้องกันเอาไว้ทำให้ผู้อื่นไม่สามารถมองเห็นตัวตนของผู้ที่อยู่ข้างในได้ ที่โรงประมูลสายหมอกมีห้องพิเศษเช่นนี้อยู่ยี่สิบห้องโดยปกติจะถูกใช้เฉพาะพวกเหล่าตระกูลใหญ่หรือนักเวทที่ยิ่งใหญ่บางคนเท่านั้น
แอเรียสมองสำรวจไปรอบๆโรงประมูลมันคล้ายกับห้องโถงขนาดใหญ่ โดยจะมีเก้าอี้นับพันที่เรียงรายอยู่ในลักษณะครึ่งวงกลมไล่ตามระดับต่ำไปสูง เก้าอี้ทุกตัวจะมีหมายเลขสำหรับผู้ประมูลติดไว้ และตรงกลางห้องประมูลมีเวทีหรูหราขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ทันใดนั้นแอเรียสก็ขมวดคิ้วคล้ายกำลังขบคิดเื่ราวสำคัญบางอย่าง รอยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปาก
“ ทำไมข้าถึงลืมเื่เช่นนี้ไปได้กันนะ…ข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้กับอาจารย์ของข้าเลย!! “