ณ ตำหนักซีฉี สถานที่ประชุมของเหล่าเทพเซียนบัดนี้บรรดาเหล่าเทพเซียนต่างมารวมตัวกันตามคำสั่งของเทพประมุข ชั่วครู่บนบัลลังก์ที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ด้านหน้าค่อยๆปรากฏร่างเทพประมุข หญิงสาวในชุดอาภรณ์สีเงินสวมใส่เครื่องประดับสีทองดูแตกต่างจากปกติยิ่งนัก ดูองอาจแต่สง่างามนั่งอยู่ที่บัลลังก์้าสุดถัดลงคือมหาเทพทั้ง 5 พระองค์ท่าทางสง่างามไม่แพ้กันแต่ละองค์มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปนั่งเรียงถัดกันตามลำดับเทพด้านซ้ายคือมหาเทพตงหยางมหาเทพชั้นสูงที่เกิดจากฟ้าดินพลังบำเพ็ญสูงส่งกำเนิดไล่เลี่ยกันกับเทพประมุขเย่วฉือเป็บุรุษร่างสูงใหญ่กำยำประจำเขตแดนบูรพา ส่วนด้านขวามหาเทพซีอวิ๋นมหาเทพชั้นสูงกำเนิดจากฟ้าดินเช่นกันบุรุษรูปงามร่างสูงโปร่งท่าทางสุขุมสง่างามเพิ่งถือกำเนิดได้ไม่นานบำเพ็ญตบะได้หมื่นปีประจำเขตแดนทักษิณถัดลงมาด้านซ้ายมหาเทพหลี่จวินมหาเทพาบูรพาต้นกำเนิดจากเผ่าัฟ้าคนรักของเทพประมุข ด้านขวามหาเทพวั่งซูต้นกำเนิดจากเผ่าัทองประจำเขตแดนอุดรถัดลงมาคือมหาเทพโม่โฉวต้นกำเนิดจากเผ่ามัจฉาประจำเขตแดนประจิม เมื่อเทพประมุขและมหาเทพทั้ง 5ปรากฏตัวทำให้เทพเซียนทุกคนเงียบลงและกล่าวทำความเคารพพร้อมกัน
“คารวะเทพประมุขคารวะองค์มหาเทพทั้ง 5”
เทพประมุขยืนขึ้นพลางกล่าวขึ้นด้วยเสียงเรียบๆแต่ทรงพลัง ใบหน้านางตอนนี้ไม่สามารถซ่อนความกังวลต่อไปได้
“ในตอนนี้พิภพเทพเกิดเหตุผิดปกติไอวิเศษจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เบาบางลง พวกท่านรับรู้กันมาบ้างหรือไม่”
“กระหม่อมก็รู้สึกเช่นนั้นอาจเป็เพราะไอวิเศษเหล่านี้กระจายไปสู่ 6 ดินแดน 8 ทะเลยิ่งนานวันเข้าอาจเหือดแห้งไป”เซียนเฒ่ากล่าวขึ้น
“หลี่หมินเสินจวินท่านมีความคิดเห็นเป็เช่นไร”เทพประมุขกล่าวถามขึ้น
“รายงานเทพประมุขกระหม่อมในฐานะที่รับผิดชอบเป็ผู้ดูแลต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตลอดหลายหมื่นปีมานี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาก่อนควรตรวจสอบให้กระจ่างและแก้ไขโดยเร็ว หากปล่อยนานวันเข้าอาจส่งผลกระทบต่อสรรพชีวิตทั่ว6 แดน 8 ทะเล ก็เป็ได้พ่ะย่ะค่ะ” หลี่มินกล่าวร่ายยาวอย่างจริงจัง
“หลี่หมินเสินจวินท่านกังวลเกินไปหรือไม่บางทีอาจไม่ได้ร้ายแรงถึงเพียงนั้น” เทพทิวากล่าวแย้งขึ้น
“เช่นนั้นเทพทิวาคิดว่าต้องรอให้เกิดเหตุร้ายขึ้นก่อนหรือไม่ถึงจะเรียกว่าร้ายแรงดังท่านว่า” หลี่หมินเสินจวินตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์เทพทิวาทำท่าจะโต้กลับแต่ถูกมหาเทพหลี่จวินห้ามเอาไว้
“พวกเ้าเถียงกันไปเถียงกันมาจะได้อะไรอย่างไรเสียเื่นี้ก็ต้องสืบสาเหตุให้กระจ่างนี่เกี่ยวพันกับสรรพชีวิตในใต้หล้าจะปล่อยผ่านไม่ได้”
“ข้าเห็นด้วยกับหลี่จวินเื่นี้หากมองผิวเผินอาจดูเป็เื่เล็กหากใช้ตบะของเหล่าซ่างเสินก็พอจะช่วยทดแทนได้แต่ถ้ามองในมุมที่แย่ที่สุดนี่อาจไม่ใช่เื่เพียงเล็กน้อย”
มหาเทพตงหยางกล่าวขึ้นเสียงดังได้ยินชัดไปทั่วทั้งตำหนักเทพเซียนทุกองค์ต่างพยักหน้าพลางครุ่นคิดทบทวนเริ่มเห็นด้วยตามที่มหาเทพกล่าวขณะที่ทุกคนต่างกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นทหารเซียนสองนายรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาใบหน้าซีดเซียวคล้ายใกล้จะหมดแรงอยู่รอมร่อ
“เรียนเทพประมุขเวลานี้ด้านนอกมีไอชั่วร้ายแทรกซึมในอากาศเหล่าทหารเทพเซียนต่างได้รับาเ็จำนวนมากพ่ะย่ะค่ะ”ทหารเซียนกล่าวจบก็ล้มลงกองกับพื้นทันทีสร้างความแตกตื่นแด่เหล่าเทพเซียนที่อยู่ตรงนั้น
มหาเทพหลี่จวินและมหาเทพตงหยางจึงเร่งรีบออกไปด้านนอกทันทีเมื่อมาถึงก็พบว่ามีไอชั่วร้ายลอยปะปนอยู่ทั่วแดนเทพและเหล่าเทพเซียนต่างาเ็จากการซึมซับไอชั่วร้ายไปเป็จำนวนมากบางส่วนล้มกองอยู่กับพื้นไม่ต่างกับทหารเซียนทั้งสองนายนั้นบางส่วนก็ร้องโอดโอยด้วยความเ็ป
“เหตุใดไอปีศาจมากมายเช่นนี้จึงปรากฏที่พิภพเทพได้”มหาเทพหลี่จวินกล่าวขึ้นมองไปรอบๆด้วยสีหน้าประหลาดใจและตื่นตระหนกเล็กน้อย“ต้องรีบกำจัดไอปีศาจเหล่านี้กันก่อน”
มหาเทพตงหยางหันไปบอกกับมหาเทพหลี่จวินทั้งสองพยักหน้าพร้อมกันจากนั้นทั้งสองจึงร่ายอาคมเซียนโดยใช้พลังตบะของตนเกิดรัศมีแสงเจิดจ้ากำจัดไอชั่วร้ายที่กระจายอยู่รอบๆได้สำเร็จแต่ก็ทำได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น
“เ้ากลับไปแจ้งสถานการณ์ตอนนี้ให้เทพประมุขทราบ ข้าจะอยู่รับมือต่อที่นี่เอง”
“เช่นนั้นท่านก็ระวังตัวด้วย”
มหาเทพตงหยางหันไปพูดกับมหาเทพหลี่จวิน เขาพยักหน้าเอ่ยรับคำจากนั้นจึงกลับมาที่ตำหนักซีฉีเพื่อรายงานทันที
ณ ตำหนักซีฉี
ในขณะนี้เทพเซียนที่มาประชุมต่างพากันคาดเดาไปต่างๆนาๆถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสียงดังเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งตำหนัก
“ต้องเป็ฝีมือแดนปีศาจกับแดนมารเป็แน่”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
“เป็ไปไม่ได้เขตแดนพิภพเทพแข็งแกร่งเพียงใดท่านก็น่าจะรู้ดีไม่มีทางที่พวกนั้นจะเข้ามาได้”
“ใช่แต่ถึงจะทำลายเขตแดนเข้ามาได้มีหรือที่พวกเราจะไม่มีใครรู้ตัว”
“หรืออาจมีไส้ศึกในหมู่เทพเซียน??”
“เช่นนั้นนี่ก็อาจเป็หายนะครั้งใหญ่เลยนะท่าน”
เหล่าเทพเซียนต่างถกเถียงเื่นี้เป็การใหญ่เพียงชั่วครู่ มหาเทพหลี่จวินก็ปรากฏตัวขึ้น
“เป็เช่นไรบ้างหลี่จวิน”มหาเทพโม่วโฉวกล่าวถาม
“ด้านนอกมีแต่ไอชั่วร้ายทำให้มีเทพเซียนที่ซึมซับไปได้รับาเ็เป็จำนวนมากแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลเท่าใดกับเทพที่มีลำดับขั้นสูงกว่าซ่างจวินข้ากับมหาเทพตงหยางกำจัดไอชั่วร้ายไปแล้วแต่ดูเหมือนจะถูกกำจัดไปเพียงชั่วคราวเท่านั้นตอนนี้มหาเทพตงหยางคอยเฝ้ารับมืออยู่ด้านนอก”มหาเทพหลี่จวินกล่าวขึ้นคิ้วขมวดเข้าหากันเป็ปมแสดงให้เห็นความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
“เหตุใดจึงมีไอชั่วร้ายได้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์น่าจะชำระล้างจนหมดนี่นา”มหาเทพโม่โฉวกล่าวขึ้นแล้วเงียบไปพลางทำสีหน้าครุ่นคิด อยู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังนี้มาอย่างเรียบๆ
“ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์....ไอวิเศษบางเบา...ไอชั่วร้าย...เทพเซียนาเ็”มหาเทพซีอวิ๋นมหาเทพหนุ่มที่นั่งฟังอย่างเงียบๆ มาั้แ่ต้นเอ่ยขึ้นมาสร้างความสนใจให้กับมหาเทพหลี่จวิน
“มหาเทพซีอวิ๋นท่านคิดเห็นเช่นไร”
“ข้าว่าเหมือนเราจะข้ามอะไรบางอย่างไป”มหาเทพหนุ่มกล่าวอย่างใจเย็น
“ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์”หลี่หมินเสินจวินกล่าวขึ้นพลางทำตาโต
“หลี่จวินท่านช่วยจัดการเื่นี้ร่วมกับหลี่หมินเสินจวินสืบหาความผิดปกติต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แล้วรีบรายงานข้า ซีอวิ๋นเ้าคอยดูแลตรวจสอบความผิดปกติเขตแดนพิภพเทพ โม่วโฉววั่งซูเ้าสองคนไปตรวจสอบแดนล่างว่ามีความผิดปกติเช่นเดียวกันหรือไม่ ส่วนบรรดาเหล่าเทพเซียนที่เหลือคอยช่วยเหลือดูแลเทพเซียนที่ได้รับาเ็ด้านนอกและดูแลตนเองให้ดี ระหว่างนี้ข้าจะจัดการกับไอชั่วร้ายในพิภพเทพเอง”
เทพประมุขที่นั่งฟังอยู่ลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวมอบหมายงานอย่างคล่องแคล่วสีหน้าั์ตาเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยวจริงจังหนักแน่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนางจะต้องปกป้องสรรพชีวิตในใต้หล้าให้จงได้
“น้อมรับบัญชา”มหาเทพและเหล่าเทพเซียนกล่าวรับคำพร้อมกันและแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง
ทางด้านมหาเทพหลี่จวินและหลี่หมินเสินจวินเมื่อรับบัญชามอบหมายงานจากเทพประมุขก็ตรงมายังต้นไม่ศักดิ์สิทธิ์ทันทีขณะนี้ไอวิเศษกับไอชั่วร้ายปะปนกันไปหมดโชคดีทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกันและสูงกว่าซ่างจวินจึงไม่ได้รับผลกระทบเท่าใด
“เราจะตรวจสอบเช่นไรเสด็จพี่”หลี่หมินเสินจวินกล่าวถามผู้เป็พี่ที่กำลังยืนดูต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้านข้างของตน
“ข้าจะใช้ตบะมหาเทพตรวจสอบเจ้าคอยดูความผิดปกติที่เกิดขึ้น”มหาเทพหลี่จวินกล่าวกับผู้เป็นน้องทั้งสองพยักหน้าให้กัน จากนั้นมหาเทพหลี่จวินจึงเริ่มใช้พลังมหาเทพของตนตรวจสอบ ปรากฏแสงสว่างเจิดจ้าพุ่งจากร่างมหาเทพไปยังต้นไม้ใหญ่ชั่วครู่แสงสว่างค่อยๆดับลงไปไม่พบความผิดปกติใดๆ“ไม่มีสิ่งผิดใดปกติเช่นนั้นสาเหตุอาจจะไม่อยู่ที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่” หลี่หมินเสินจวินกล่าวถามต่อไป
“หากมหาเทพซีอวิ๋น้าให้ตรวจสอบก็ต้องย่อมมีความผิดปกติเป็แน่ ข้าจะลองใช้พลังรากจิตของข้าตรวจดูอีกที”
มหาเทพหลี่จวินกล่าวอย่างครุ่นคิดพลางนึกถึงตอนที่มหาเทพซีอวิ๋นกล่าวเมื่อครู่ หลี่หมินเสินจวินรีบเอ่ยทักท้วงผู้เป็นพี่อย่างร้อนใจ“ไม่ได้นะเสด็จพี่ อันตรายเกินไปหากใช้พลังรากจิตในยามนี้เกรงว่าจะทำให้ท่านได้รับาเ็”
“ไม่เป็ไรยามนี้ต้องรีบหาต้นตอให้เร็วที่สุด เ้าคอยดูให้ดีจะต้องหาพบแน่”
พูดจบมหาเทพหลี่จวินก็ลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าเพื่อเริ่มตรวจสอบอีกแต่ครั้งนี้ต้องเค้นพลังรากจิตออกมาทำให้รัศมีพลังเทพแผ่ออกมามหาศาลต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เริ่มตอบสนองเผยถาพที่แท้จริงออกมาสภาพแห้งเหี่ยวเฉาลงไปเรื่อยๆ เหมือนถูกความร้อนแผดเผาสร้างความใให้ทั้งคู่และบรรดาเล่าเซียนรับใช้ที่อยู่บริเวณนั้นเป็อย่างมาก ด้านมหาเทพหลี่จวินเมื่อใช้พลังรากจิตไปทำให้พลังสะท้อนกลับได้รับาเ็กระอักเืร่างกระเด็นออกมากระแทกกับพื้นอย่างแรง หลี่หมินเสินจวินเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้ามาประคองเอาไว้และเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“เสด็จพี่ท่านเป็เช่นไรบ้าง”
“ไม่เป็ไรเห็นทีครั้งนี้พิภพเทพคงเผชิญหายนะครั้งใหญ่แล้ว”มหาเทพหลี่จวินกล่าวออกมาด้วยความกังวลใจ หมดแรงใบหน้าซีดเซียวหายใจเหนื่อยหอบมองดูต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง
ตำหนักหยุนซิง
ด้านเทพประมุขที่ตอนนี้นางได้ใช้ตบะของตนชะล้างไอปีศาจในพิภพเทพที่ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นจนตนเองสูญเสียตบะไปมากร่างกายอ่อนแรงใบหน้าซีดเซียวเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าแต่ก็ยังไม่หยุดพักในระหว่างที่เทพประมุขทำการชะล้างไอปีศาจอยู่นั้นภายในห้องก็ปรากฏเซียนชั้นสูงนางหนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ใบหน้างดงามเดินเข้ามาอยู่ด้านหน้าพลางกล่าวขึ้นอย่างใ
“เย่วฉือนี่เ้ากำลังทำอะไรของเ้า หักโหมถึงเพียงนี้ทำไมกันขืนเ้าทำเช่นนี้ต่อไปยังไม่ทันชะล้างไอปีศาจจนหมดมีหวังเ้าคงแตกดับเสียก่อนเย่วฉือหยุดเดี๋ยวนี้เ้ามาคุยกับข้าก่อน เย่วฉือ! เย่วฉือ!”
แม้เซียนนางนี้จะกล่าวคาดคั้นอย่างไรเทพประมุขเย่วฉือก็ยังคงนิ่งสงบเช่นเดิม
“ได้หากเ้ายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ข้าจะไปตามหลี่จวิน” พูดจบนางทำท่าจะเดินจากไปแต่มีเสียงหนึ่งเอ่ยห้ามปรามเอาไว้
“หนิงเหอเ้าช่างเอะอะซะจริง” เทพประมุขกล่าวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาและหยุดการชำระล้างไอปีศาจชั่วคราว
“เย่วฉือเ้านี่ทำอะไรเกินตัวไปแล้วนะ ใช้พลังบำเพ็ญไปมากถึงเพียงนี้หากยังคงทำเช่นนี้ต่อไปตบะของเ้าคงไม่เหลืออย่าว่าแต่ตบะเลยแม้แต่ชีวิตของเ้าก็คง....”
หนิงเหอซ่างจวินธิดาบุปผากล่าวขึ้นอย่างเป็ห่วงพลางถอนหายใจออกมาสภาพของผู้เป็สหายในตอนนี้ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสเต็มไปด้วยความอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงสร้างความกังวลใจให้นางเป็อย่างมาก
“ข้าจำเป็ต้องทำเพื่อยื้อเวลาให้เหล่าเทพเซียนได้ตั้งหลักหาทางรับมือกับเื่นี้”
“หาทางรับมืออะไรกันหาทางตายชัดๆ”หนิงเหอซ่างจวินยังคงกล่าวต่อว่าสหายรักของตนอย่างไม่ลดความพยายาม แม้คำพูดจะฟังดูแรงไปหน่อยแต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น“คารวะเทพประมุข หนิงเหอซ่างจวินเรียนเทพประมุขมหาเทพทั้งสามมารออยู่ที่ด้านหน้าตำหนักแล้วเพคะ”
เซียนรับใช้นางหนึ่งเดินเข้ามาทำความเคารพพลางกล่าวขึ้นอย่างนอบน้อม
“เชิญเข้ามา” เทพประมุขกล่าวขึ้นช้าๆ
“เพคะ”
เซียนรับใช้เอ่ยรับคำกล่าวจบแล้วเดินออกไปเพียงชั่วครู่ก็เดินนำมหาเทพทั้งสามพระองค์เข้ามาในตำหนัก
“คารวะเทพประมุข”
“เทพประมุขนี่ท่านเสียตบะไปมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ” มหาเทพโม่โฉวกล่าวขึ้นอย่างเป็นห่วงทันทีที่เข้ามาเห็นสภาพของนาง“ข้ายังไหว เพียงฝืนใช้พลังมากไปหน่อยพักผ่อนชั่วครู่ก็ดีขึ้น”เทพประมุขเย่วฉือกล่าวเนิบๆ แม้ใบหน้าของนางดูอ่อนล้าแต่ก็ยังแสร้งยิ้มออกมาให้ทุกคนสบายใจ
“แล้วเื่ที่ข้าให้จัดการเป็เช่นไรบ้าง”เทพประมุขกล่าวถามต่อไป
“เรียนเทพประมุขกระหม่อมได้ไปตรวจสอบตามที่ได้รับพระบัญชาเขตแดนพิภพเทพมีรอยร้าวอยู่จริงกระหม่อมได้ร่ายอาคมซ่อมแซมเรียบร้อย ทว่าหากเผ่ามารปีศาจบุกพิภพเทพในเวลานี้เหล่าทหารและเทพเซียนคงไม่มีกำลังป้องกันพิภพเทพได้แน่”
มหาเทพซีอวิ๋นกล่าวอย่างสุขุมใจเย็นแม้ในตอนนี้พิภพเทพเกิดความวุ่นวายแต่ก็ยังคงไม่ทำให้เขาคลายความสุขุมแต่อย่างใดเพียงแต่ยังคงอดห่วงเทพประมุขไม่ได้
“ส่วนพวกกระหม่อมได้ลงไปตรวจสอบพิภพล่างบัดนี้ไอปีศาจกระจายอยู่ทั่วทั้ง 6 ดินแดน 8 ทะเลสรรพชีวิตแดนล่างาเ็ล้มตายจำนวนมากไม่ใช่แค่เฉพาะเทพเซียนเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”มหาเทพวั่งซูกล่าวรายงานอย่างร้อนใจทำให้สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดมากกว่าเดิม
อยู่ๆในขณะที่ทั้งห้าอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดนั้นหลี่หมินเสินจวินและมหาเทพหลี่จวินก็ได้ปรากฏกายขึ้น สภาพของมหาเทพที่ได้รับาเ็สร้างความใให้กับทุกคนโดยเฉพาะเทพประมุขเย่วฉือนางรีบลุกขึ้นพาร่างกายอันเหนื่อยล้ามาดูอาการของผู้เป็สวามีอย่างร้อนใจ
“หลี่จวินท่านเป็อะไรเกิดอะไรขึ้น ท่านตื่นขึ้นมาคุยกับข้าก่อนสิ หลี่จวิน! หลี่จวิน !”
เทพประมุขกล่าวร้องเรียกสติมหาเทพหลี่จวินที่ตอนนี้สลบแน่นิ่งไปใบหน้าซีดเซียว เนื้อตัวเต็มไปด้วยโลหิตร่างกายเย็นเฉียบราวน้ำแข็งเวลานี้แม้ตำแหน่งเทพประมุขจะสูงส่งเพียงใดแต่นางก็ไม่อาจหักใจกลั้นน้ำตาของนางเอาไว้ได้ได้แต่ปล่อยให้ไหลพรั่งพรูออกมา
“เทพประมุข มหาเทพใช้พลังรากจิตตรวจสอบความผิดปกติของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถูกพลังสะท้อนกลับจนได้รับาเ็สาหัส ส่วนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในยามนี้ถูกทำลายลงย่อยยับแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่หมินเสินจวินกล่าวพร้อมกับร้องไห้ออกมาใบหน้าสิ้นหวังเต็มไปด้วยคราบน้ำตาไม่ต่างจากเทพประมุขเย่วฉือ
“อะไรนะ!ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายนี่เป็หายนะชัดๆ เห็นทีพิภพเทพรวมไปถึงสรรพชีวิตในใต้หล้าคงถึงกาลล่มสลายเป็แน่”
หนิงเหอซ่างจวินใกล่าวออกมาอย่างร้อนรน
“ฝีมือของผู้ใดกันหรือว่าจะเป็... ” มหาเทพวั่งซูกล่าวขึ้นอย่างสงสัยแต่ยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
“เฟินสวี!”
มหาเทพซีอวิ๋นกล่าวขึ้นดวงตาที่ปกติไม่สามารถเดาออกว่าเขาคิดอะไรอยู่แต่ตอนนี้กลับเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวเผยให้รู้ว่าชายผู้นี้เริ่มมีโทสะขึ้นมาแล้ว
“ซีอวิ๋น โม่โฉว วั่งซู เ้าทั้งสามร่วมด้วยตงหยางไปเตรียมตัวรับมือเผ่ามารส่วนเฟินสวีปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเอง”เทพประมุขเย่วฉือกล่าวขึ้นน้ำเสียงดุดันทรงพลังพลางปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มออก อารมณ์คุกรุ่นของนางแสดงออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนเห็นทีครานี้จะปล่อยให้เฟินสวีมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้!
“น้อมรับบัญชา”
ทั้งสามกล่าวรับคำทำความเคารพแล้วพลิ้วกายหายไปหลังจากมหาเทพทั้งสามออกไปเทพประมุขได้แต่นั่งมองชายผู้เป็ที่รักที่ยังคงนอนแน่นิ่งหมดสติอยู่ในอ้อมกอดของนางแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน
“ช่างเป็วาสนาของข้าที่ได้มาพบกับท่านและได้อยู่ด้วยกันจนมี
ซินเอ๋อร์ชั่วชีวิตข้าแค่หวังว่าจะได้อยู่ร่วมเคียงกันกับท่านและซินเอ๋อร์ตราบชั่วนิรันด์ ”
“ตอนนี้ข้าได้รักษารากจิตให้หลี่จวินแล้วกว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้เป็ปกติคงอีกนานระหว่างนี้รบกวนเ้าช่วยดูแลให้ที”
“เทพประมุขโปรดวางใจ ให้เป็หน้าที่กระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่หมินเสินจวินกล่าวรับคำอย่างแข็งขันพร้อมกับปาดน้ำตาบนใบหน้าออก
“หนิงเหอเ้าช่วยดูซินเอ๋อร์แทนข้าข้าต้องออกไปสู้จะได้วางใจลงได้บ้าง”
เทพประมุขหันไปกล่าวกับหนิงเหอผู้เป็สหายรักด้วยแววตาใสซื่อเจือด้วยรอยยิ้ม
“เ้าวางใจเถอะ ข้าจะดูแลนางด้วยชีวิตของข้าข้าให้สัญญา”
หนิงเหอซ่างจวินจับมือเทพประมุขแน่นพลางด้วยสายตาแน่วแน่ทำให้เทพประมุขวางใจยิ้มออกมาอย่างสบายใจ