บทที่0006 อย่าไปนะ กอดฉัน
ถ้วยกาแฟที่อยู่ในมือเธอก็หกกระจายไปที่ขาของไป๋เวยอี
“ลั่วหว่านเหยียน”
เธอได้ยินเสียงตะคอกของหนิงจื้อหย่วนก่อนที่จะหมดสติไป
...
ลั่วหว่านเหยียนปวดศีรษะเป็อย่างมากสติของเธอนั้นเลือนลาง จนเธอแยกไม่ออกว่าตอนนี้ตัวเธอกำลังฝันไปอยู่รึเปล่า
ร่างของเธอถูกอุ้มขึ้นและตัวเธอก็อยู่ในอ้อมกอดที่กว้างและอบอุ่นร่างของเธอที่สั่นไหวกำลังถูกเคลื่อนที่ไปข้างบน
เธอพยายามลืมตาขึ้นก็เห็นคางของหนิงจื้อหย่วนอยู่เลือนราง
นี่เขากำลังอุ้มเธอเหรอ
ไม่ ไม่น่าใช่
เขาไม่เคยแตะต้องตัวเธอก่อนเลยฉะนั้นเธอต้องฝันอยู่แน่ๆ
ลั่วหว่านเหยียนกำลังคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยในเมื่อตอนนี้ตัวเธอกำลังฝันอยู่งั้นเธอก็สามารถทำอะไรบ้าๆ ได้ใช่ไหม
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นลั่วหว่านเหยียนถูกวางลงบนเตียงใหญ่ที่อ่อนนุ่ม
ผู้ชายที่อุ้มเธอคนนั้นเตรียมจะหันหลังเดินไปแต่ลั่วหว่านเหยียนก็รีบคว้าชายเสื้อของเขาเอาไว้
“อย่าไปนะ...” เธอลืมตาที่ชุ่มฉ่ำเพราะไม่สบาย จ้องมองหนิงจื้อหย่วนที่อยู่ในฝัน“อย่าไปนะ...”
หนิงจื้อหย่วนตัวแข็งทื่อไปเขามองลงมาที่ผู้หญิงหน้าแดงซึ่งอยู่บนเตียง
ผมที่ยังเปียกอยู่นั้นก็แนบติดแก้มของเธอทำให้ใบหน้าเรียวเล็กของเธอนั้นดูน่าสงสารมากขึ้นดวงตาเป็ประกายของเธอก็จ้องมองเขามันสะท้อนภาพหนิงจื้อหย่วนที่สูงใหญ่อย่างชัดเจน
คงมีแค่เขา
หัวใจของเธอก็เหมือนมีอะไรมาลูบไล้อ่อนๆจนทำให้เธอรู้สึกระทวยสะเทิ้นไปหมด
เขาจับมือเธอที่จับชายเสื้อเขาอยู่
ลั่วหว่านเหยียนก็รีบจับมือเขากลับทันทีก่อนจะพูดงึมงำออกมา “อย่าไปนะ”
“ฉันไม่ไป” คำพูดเอาใจเบาๆก็ออกมาจากเขาอย่างง่ายดาย
หนิงจื้อหย่วนขมวดคิ้วตัวเขาเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย
“กอดฉัน”
ลั่วหว่านเหยียนได้คืบเอาศอกเธอดึงตัวหนิงจื้อหย่วนเข้ามา
หนิงจื้อหย่วนกลับมานิ่งเหมือนเดิมเขาคิดจะสะบัดมือเธอออก แต่ลั่วหว่านเหยียนกลับบีบมือเขาแน่นพร้อมเบ้ปากอวบอิ่มของเธอ ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
ช่างเหมือนเด็กน้อยซะเหลือเกิน
“คุณรับปากฉันแล้วว่าไม่ไปไหน ห้ามไม่รักษาคำพูดนะ” ลั่วหว่านเหยียนจับมือของเขาแน่น เธอยกตัวเองขึ้นมา โน้มตัวไปที่ตัวเขา “กอดฉันหน่อยได้ไหม”
เธอพูดเสียงอ่อนเป็น้ำเสียงคนที่กำลังออดอ้อนอยู่
เธอเงยหน้าขึ้นมาใบหน้าที่แดงก่ำเพราะป่วย แววตาอ้อนวอนที่ชุ่มฉ่ำกำลังจ้องเขาไม่ขยับ
ขนตาที่เหมือนกับใบพัดนั้นก็กะพริบปริบๆ
“ได้” หนิงจื้อหย่วนลนลานจึงรับปากไปความรู้สึกที่เหมือนมีขนนกมาแหย่หัวใจนั้นกลับมาอีกแล้ว
มือของเขาก็ไปวางตรงเอวของเธออย่างไม่รู้ตัวเขากอดเธอตามความ้าของเธอ
ลั่วหว่านเหยียนยิ้มหวานด้วยความพอใจเธอก็ได้คืบเอาศอกอีกครั้ง ด้วยการโอบหลังคอของเขา จากนั้นก็จูบปากของเขา
นี่เป็จูบแรกของพวกเขาสองคนตลอดการแต่งงานสามปีที่ผ่านมา
หนิงจื้อหย่วนนิ่งไปทันที
รสชาติริมฝีปากของผู้หญิงนั้นหอมหวานกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ
มันเหมือนเป็ลูกอมที่ทำให้คนเสพติดพอได้กินไปครั้งเดียว ก็ไม่สามารถหยุดกินได้อีกแล้ว
ลั่วหว่านเหยียนยังจูบไม่ค่อยเก่งจึงไม่รู้จักหายใจ ไม่นานเท่าไหร่ร่างเธอก็อ่อนระทวยลงเพราะขาดอากาศเธอล้มลงไปนอนบนเตียงโดยที่มีหนิงจื้อหย่วนกอดเอาไว้
ร่างกายของทั้งสองคนแนบชิดติดกัน
มือของหนิงจื้อหย่วนได้ล้วงเข้าไปในเสื้อผ้าของลั่วหว่านเหยียนแล้วจากเอวขอดของเธอ ก็ลูบมาตรงกลางของกางเกง
ทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้แต่จู่ๆ ก็มีเสียงประตูดังขึ้น
สติของหนิงจื้อหย่วนก็ถูกดึงกลับมาทันที
เขาผละตัวเองออกจากผู้หญิงที่หอมหวานเหมือนดอกฝิ่นคนนี้ก่อนจะหันไปมองที่ประตู
คือไป๋เวยอี
เธอเอามือปิดปากจ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าเ็ป
“พี่จื้อหย่วน พี่...”
หนิงจื้อหย่วนขมวดคิ้วเขาลุกขึ้นมาใส่รองเท้าลงจากเตียง
ตาที่หลับอยู่ของลั่วหว่านเหยียนก็ลืมขึ้นมาสักพักเธอขยับตาเล็กน้อยอย่างไม่มีจุดโฟกัสก่อนจะหลับตาลง แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไป
ใบหน้าที่ยั่วยวนของเธอเมื่อสักครู่นี้จู่ๆ ก็หายไปทันที ราวกับว่ามันเป็เพียงแค่ภาพลวงตา
จู่ๆ หนิงจื้อหย่วน ก็รู้สึกโมโหขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุเขาอยากจะปลุกลั่วหว่านเหยียนขึ้นมาให้เธอกลับไปเป็เหมือนเมื่อครู่จากนั้นก็ทำต่อเื่ที่พวกเขาทำค้างกันไว้
ไป๋เวยอีกลับร้องไห้ขึ้นมาเธอผลักรถเข็น พร้อมจงใจร้องส่งเสียงดัง
หนิงจื้อหย่วนหันด้านข้างไปมองเธอสายตาของเขาก็เปลี่ยนไป
จากนั้นเขาก็หลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายตาของเขาก็กลับไปนิ่งเรียบเหมือนเดิม
เขาเลือกที่จะไปตามหาไป๋เวยอี