ยอดหมอหญิงเทพโอสถ

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 72 ความเกลียดชังที่ยากจะเปรียบเทียบได้

            จวินเย่าเฉิงมีพระชนมายุเกือบจะสามสิบพรรษา ร่างกายกำยำ ทันทีที่เขาเสด็จเข้ามา ข้าราชการทุกคนก็ยืนขึ้นโน้มกายแสดงความเคารพ แม้แต่จวินจิ่วเฉินก็ยืนขึ้นด้วยเช่นกัน

            เมื่อเห็นเช่นนี้ กูเฟยเยี่ยนจึงทนต่อความเจ็บปวดที่เท้า พลางลุกขึ้นมาโน้มตัวคารวะ

            แม้ว่าจวินจิ่วเฉินจะลุกขึ้น ทว่าก็ไม่ได้ให้ความเกรงใจมากนัก เขาเพียงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “พี่ชายใหญ่” ก่อนจะสั่งให้คนนำเก้าอี้มาให้ จวินเย่าเฉิงกลับมีความเกรงอกเกรงใจมากกว่า เขาแสดงเจตจำนงให้จวินจิ่วเฉินนั่งลงก่อน พร้อมกับสั่งให้ทุกคนที่ลุกขึ้นนั่งลงได้แทนจวินจิ่วเฉิน

            กูเฟยเยี่ยนแทบอยากจะรีบนั่งลง นางลอบถอนหายใจด้วยความปลง จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยเป็นผู้ที่สูงศักดิ์ที่สุดจริงเสียด้วย องค์ชายใหญ่แม้ว่าจะมีศักดิ์เป็นพี่ชายแต่ก็ยังต้องถอยให้เขาเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด

            กูเฟยเยี่ยนเข้าใจเรื่องราวขององค์ชายหลายพระองค์ แน่นอนว่ารวมไปถึงองค์ชายใหญ่ด้วย

            ในฐานะโอรสองค์โตของราชวงศ์ เดิมทีจวินเย่าเฉิงควรที่จะได้เป็นบุคคลที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นรัชทายาทมากที่สุด ทว่าน่าเสียดายที่เขาไม่ได้เกิดจากภรรยาเอก มารดาของเขาและองค์หญิงหวายหนิงคืออวิ้นกุ้ยเฟยที่มีนามว่าจี้อวิ้นจือ ซึ่งมีฐานะต่ำต้อย

            ก่อนที่จะก่อตั้งอาณาจักรเทียนเหยียน จวินสิงคุนฮ่องเต้แห่งอาณาจักรเทียนเหยียนยังไม่ได้ถูกขนานนามให้เป็นกษัตริย์ อวิ้นกุ้ยเฟยเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้ส่วนตัวของเขาเท่านั้น หลังจากที่ให้กำเนิดจวินเย่าเฉิงจึงถูกรับเข้ามาเป็นอนุภรรยาและในภายหลังก็ได้ให้กำเนิดองค์หญิงหวายหนิง

            เมื่อสิบปีที่ผ่านมาตระกูลจวินได้รวบรวมดินแดนเสวียนคงทางเหนือ จากนั้นจึงก่อตั้งระบอบกษัตริย์ขึ้น จี้อวิ้นจือจึงถูกแต่งตั้งให้เป็นกุ้ยเฟย จวินเย่าเฉิงกลายมาเป็นองค์ชายใหญ่องค์หญิงหวายหนิงถูกพระราชทานยศให้เป็นองค์หญิง

            ในขณะที่จวินสิงคุนอยู่ในช่วงวัยหนุ่มเขามีรูปร่างลักษณะหล่อเหลาและสง่างาม เขามีอนุภรรยาไม่น้อย ให้กำเนิดบุตรชายและธิดามากมาย หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์แล้วก็ยิ่งมีสาวงามมากมายภายในพระราชวังหลัง แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่เขารักและทะนุถนอมมากที่สุดก็ยังเป็นอวิ้นกุ้ยเฟย ทว่าผู้ที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดกลับเป็นบุตรชายสองคนที่เกิดจากภรรยาเอก จวินจิ่วเฉินและรัชทายาท

            ไม่ใช่อะไรแต่เป็นเพราะสายเลือด

            ภรรยาคนแรกของจวินสิงคุนคือเมิ่งซื่อ นางคือมารดาของจวินจิ่วเฉินและรัชทายาท ภูมิหลังมีความลึกลับซับซ้อน สายเลือดสูงศักดิ์เป็นอย่างมาก นางเสียชีวิตลงเมื่อสิบปีก่อนด้วยโรคระบาด หลังจากนั้นได้รับการขนานนามให้เป็นหวงโฮ่ว [1] จวินจิ่วเฉินไม่ได้มาเข้าร่วมพิธีฌาปนกิจของนาง และตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวลือว่าจวินจิ่วเฉินหายตัวไป แต่เมื่อสามปีที่แล้วจวินจิ่วเฉินกลับมาที่เมืองจิ้นหยาง เรื่องนี้จึงค่อยๆ ถูกผู้คนลืมเลือนไป

            เมื่อได้พบกับจวินเย่าเฉิง กูเฟยเยี่ยนจึงนึกได้ถึงเรื่องของการสืบข่าว สำหรับจวินจิ่วเฉินแล้วนางมีข้อสงสัยมากมาย แต่ก่อนที่จะมีฉากเด็ดนางไม่มีเวลามาคิดเรื่องอื่น

            จวินเย่าเฉิงคงจะเป็นผู้ที่องค์หญิงหวายหนิงเรียกมาช่วยเหลือสินะ เพื่อที่จะได้รับการสนับสนุนจากตระกูลฉี จวินเย่าเฉิงสนับสนุนเรื่องของการแต่งงานระหว่างองค์หญิงหวายหนิงกับฉีอวี้มาโดยตลอด ทว่าจากคำพูดของเขาตรงหน้าประตูเมื่อสักครู่นี้แล้วเห็นได้ชัดว่าจะยอมแพ้เพื่อปกป้องตนเอง

            เมื่อจวินเย่าเฉิงนั่งลงเรียบร้อยก็ประณามองค์หญิงหวายหนิงเสียงดังทันที “หวายหนิง ฉีฟู่ฟางใส่ร้ายเจ้าเช่นนี้ เจ้าจะไม่พูดจาสักคำหน่อยหรือ? ” เดิมทีองค์หญิงหวายหนิงถูกฉีอวี้ทำให้ตกใจจนแทบจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ แต่เมื่อถูกจวินเย่าเฉิงประณามเสียงดังขึ้นมานางก็ได้สติกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ โทษใหญ่ขนาดนี้ อย่าว่าแต่นางเลย ต่อให้เป็นพี่ชายใหญ่และหมู่เฟยก็แบกรับไม่ไหว!

            นางไม่ยินยอม ทว่าจำใจต้องหลบหลีกสายตาของฉีอวี้พลางเดินไปนั่งที่ด้านข้างของจวินเย่าเฉิง

            จวินเย่าเฉิงยังคงไม่พอใจจึงตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “พูดสิ! ”

            องค์หญิงหวายหนิงเกือบจะร้องไห้ออกมา เมื่อดีขึ้นแล้วจึงเอ่ยออกมา “คุณหนูใหญ่ฉีใส่ร้ายข้า ข้าไม่เคยสั่งการนางมาก่อน! ”

            ฉีอวี้คุกเข่า ร่างกายไร้เรี่ยวแรง เขารู้จักจวินเย่าเฉิงเป็นอย่างดี เขารู้แล้วว่าไม่มีหวังแล้ว

            ฉีฟู่ฟางตื่นตกใจจนสติวิปลาสไปแล้วเล็กน้อย จู่ๆ นางก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง “อาจารย์แพทย์เจี่ยน! ใช่ ยังมีอาจารย์แพทย์เจี่ยน! จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย อาจารย์แพทย์เจี่ยนสามารถเป็นพยานได้! อาจารย์แพทย์เจี่ยนเป็นผู้มอบลิ่วตันซางลู่ให้แก่องค์หญิงหวายหนิง! อาจารย์แพทย์เจี่ยนสามารถเป็นพยานให้ข้าได้! ”

            ในตอนนี้เองที่ฉีอวี้นึกขึ้นได้ว่าองค์หญิงหวายหนิงเคยพูดถึงอาจารย์แพทย์เจี่ยนท่านนี้ เขาหันไปมององค์หญิงหวายหนิงด้วยความเกลียดชังพลางเอ่ยออกมาเสียงดัง “จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยโปรดเรียกตัวอาจารย์แพทย์เจี่ยน ล้างมลทินตระกูลฉีคืนให้ข้า! ”

            ในที่สุดองค์หญิงหวายหนิงก็หันไปมองฉีอวี้ หัวใจของนางเต้นถี่รัวและจมลึกอยู่ในความตึงเครียดที่ยากจะพรรณนาได้

            ในขณะเดียวกันจวินเย่าเฉิงก็เอ่ยออกมาเสียงดัง “จิ้งหวาง ในเมื่อเขาเอ่ยถึงพยานบุคคล ลองเรียกมาไต่สวนต่อหน้าทุกคนดูก็ได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากของคนอื่น! ” ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาบอก จวินจิ่วเฉินก็จะเรียกตัวอาจารย์แพทย์เจี่ยนมาอยู่แล้ว

            แต่ใครจะไปทราบว่าหลังจากที่หยาเว่ยกลับมาแล้ว เขาไม่ได้นำตัวอาจารย์แพทย์เจี่ยนมาแต่นำกระดาษขาวหนึ่งแผ่นกลับมา เมื่อไม่นานมานี้อาจารย์แพทย์เจี่ยนหวาดกลัวที่จะต้องโทษจึงได้แขวนคอฆ่าตัวตายไปแล้ว นางเขียนเอาไว้บนกระดาษอย่างชัดเจนว่าตนเองได้รับความไว้วางใจจากฉีฟู่ฟางให้ไปประมูลลิ่วตันซางลู่มา ตนเองเสียใจในภายหลังจึงได้ขอตายเพื่อรับผิดและขอประทานโทษ

            องค์หญิงหวายหนิงไม่ทราบว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ แต่ว่าความเกร็งของนางได้ผ่อนคลายลงแล้ว นางอดไม่ได้ที่จะทอดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทางด้านของฉีอวี้ เขาไม่แม้แต่จะมีเรี่ยวแรงในการมองไปที่องค์หญิงหวายหนิง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการชี้แจงข้อเท็จจริงเลย ฉีอวี้ราวกับคนโง่เขลาที่พึมพำกับตนเองไม่หยุด “ปรักปรำ ปรักปรำ…”

            ภายในสถานที่แห่งนี้ล้วนจมลึกอยู่ในความเงียบ เสียงพึมพำจากความคับแค้นใจของฉีฟู่ฟางดังขึ้นเป็นพิเศษ

            จวินจิ่วเฉินก้มหน้ามองสิ่งที่เขียนอยู่บนกระดาษราวกับว่ากำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ ขนตางอนยาวของเขาทำให้เกิดเงาขึ้นภายในดวงตา ท่าทางที่เงียบสงบทำให้เขาดูโดดเดี่ยวและเย็นชามากขึ้นไปอีกจนทำให้ไม่มีผู้ใดกล้ารบกวน

            เดิมทีจวินเย่าเฉิงต้องการจะกล่าวอะไรออกมา แต่เมื่อเห็นท่าทีของจวินจิ่วเฉิน คำที่จะกล่าวออกมาก็จุกอยู่ที่ปากได้แต่กลืนมันกลับไป ในใจเขามีพิรุษ กลัวว่าหากยิ่งพูดอะไรออกมามากก็ยิ่งจะผิดมาก

            บัดนี้กูเฟยเยี่ยนจมลึกอยู่ในความคิดของตัวเองเช่นกัน

            นางสงสัยมาโดยตลอดว่าลิ่วตันซางลู่มาอยู่ในมือขององค์หญิงหวายหนิงได้อย่างไร ในตอนนี้ทราบแล้วว่ามีตัวละครอย่างอาจารย์แพทย์เจี่ยนด้วย อาจารย์แพทย์เจี่ยนก็เป็นคนของจิ้งจอกเฒ่าด้วยเช่นกัน เพียงแต่นางไม่เข้าใจว่าการตายของอาจารย์แพทย์เจี่ยนเกิดจากจิ้งจอกเฒ่าหรือเกิดจากจวินเย่าเฉิง?

            นางครุ่นคิดถึงช่องโหว่ในการเดินเกมของจิ้งจอกเฒ่ามาโดยตลอด ดูเหมือนว่าตอนนี้การตายของอาจารย์แพทย์เจี่ยนจะมีความเป็นไปได้ว่าสามารถทำลายช่องโหว่นี้ได้!

            ท่ามกลางความเงียบ จวินจิ่วเฉินหันหน้าไปกระซิบข้างใบหูของหยาเว่ย “ไปชันสูตรศพและไม่อนุญาตให้คนอื่นแตะต้องร่างศพ”

            หยาเว่ยรีบเร่งออกไป ผู้คนในที่นี้ล้วนอยากรู้อยากเห็นว่าเขาสั่งการอะไรลงไปทว่าไม่มีใครกล้าถาม

            “ทหาร คุมตัวฉีฟู่ฟางกับคนพวกนี้ไปยังคุกที่ขังนักโทษประหารชีวิตเพื่อรอคอยบทลงโทษจากฝ่าบาท! อีกทั้งคุมตัวฉีอวี้กลับไปที่จวนตระกูลฉี หากไม่มีคำอนุญาตจากเปิ่นหวาง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามล้วนไม่อนุญาตให้เข้าไปในตระกูลฉีแม้แต่ครึ่งก้าว! ”

            การลงโทษของจวินจิ่วเฉินร้ายแรงกว่าเมื่อสักครู่นี้อย่างเห็นได้ชัด

            ฉีอวี้ไม่มีอะไรจะพูดออกมาได้ เขาปล่อยให้หยาเว่ยคุมตัวออกไปท่ามกลางการยิ้มเยาะ ทางด้านของฉีฟู่ฟางเมื่อถูกหยาเว่ยควบคุมตัวก็ดิ้นรนอย่างรุนแรง นางตะโกนร้องราวกับคนบ้า “ข้าไม่ผิด! ข้าไม่ผิด! ช่วยด้วย! องค์หญิงหวายหนิง ช่วยด้วย! ข้าไม่ผิด ข้าไม่เคยทำอะไรทั้งนั้น…องค์หญิงหวายหนิงช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย…”

            นางตะโกนโวยวายพลางเตรียมจะหันไปกระโจนเข้าหาองค์หญิงหวายหนิง องค์หญิงหวายหนิงตกใจจนไม่กล้าพูดอะไรออกมาทั้งนั้น นางพยายามหลบอยู่ด้านหลังของจวินเย่าเฉิง หยาเว่ยสองคนเข้ามาช่วยเหลือจึงสามารถหยุดยั้งฉีฟู่ฟางและนำตัวนางออกไปได้

            ฉีอวี้มองดูพี่สาววิปลาสของตนเองที่ถูกคุมตัวไป เขาไร้ความสามารถและพละกำลัง จู่ๆ ก็หยุดเดินพลางหันกลับไปมององค์หญิงหวายหนิง ความจงเกลียดจงชังภายในดวงตาราวกับว่าไม่อาจจางหายไปได้ตลอดกาล

            ในที่สุดองค์หญิงหวายหนิงก็ทนไม่ไหวฟุบใบหน้าลงไปร้องไห้ในอ้อมอกของจวินเย่าเฉิง ที่นางทำเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเพราะฉีอวี้หรอกหรือ เหตุใดฉีอวี้จึงไม่คิดเพื่อนางบ้าง? นางก็ไม่ได้อยากให้เรื่องราวกลายเป็นเช่นนี้! นางก็ไม่อาจทำตามใจตนเองและไม่สามารถพูดความจริงออกมาได้!

            ดวงตาของกูเฟยเยี่ยนมองดูทุกอย่างเอาไว้ นางไม่มีความเห็นใจเลยสักนิด นางไม่ทราบด้วยว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะทรงสงสัยในการตายของอาจารย์แพทย์เจี่ยนหรือไม่ว่ามันมีลับลมคมใน หญิงสาวลอบครุ่นคิดว่าตนเองว่าต้องรีบเตือนจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยถึงการมีอยู่ของจิ้งจอกเฒ่าแล้ว มิฉะนั้นหากเวลายืดเยื้อออกไป ด้วยฝีมือของจิ้งจอกเฒ่าแล้วคดีนี้เกรงว่าคงจะไม่มีจุดเปลี่ยน

            ถึงแม้ว่าตระกูลฉีจะน่าเคียดแค้นก็ตาม แต่องค์หญิงหวายหนิงก็ไม่สามารถลอยนวลเช่นนี้ได้ สิ่งที่สำคัญคือต้องไม่ให้แผนชั่วร้ายของจิ้งจอกเฒ่าประสบผลสำเร็จ!

            เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้จู่ๆ กูเฟยเยี่ยนก็นึกถึงนายก้อนน้ำแข็งเหม็นขึ้นมา ชายผู้นั้นก็คงจะสนใจในเรื่องนี่ด้วยใช่หรือไม่? เขาจะเข้ามาแทรกแซงหรือไม่นะ?

            กูเฟยเยี่ยนจมลึกอยู่ในความคิดของตนเองจึงไม่ได้สังเกตว่าจวินจิ่วเฉินลุกขึ้นเดินมาทางนางแล้ว…

            ————————-

            เชิงอรรถ

            [1] หวงโฮ่ว หมายถึง ฮองเฮาหรือพระอัครมเหสีเอก


    คล้ายกับเรื่องยอดหมอหญิงเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367