บทที่ 14 : อย่ากินมันเลยนะคะ
หลังจากมีคนงาน ชีวิตของซูฉีมีเวลาว่างเยอะมากในแต่ละวัน เธอจะเป็คนใส่ส่วนผสมลงไปต้มซุปไก่ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นจะปล่อยให้ป้าสะใภ้ใหญ่เป็คนจัดการต่อ ฝีมือสะใภ้ใหญ่เซี่ยนั้นไม่ต้องพูดถึง เป็คนที่มีความละเอียดและคุมงานลูกหลานเก่งมาก เธอเป็หนึ่งในผู้หญิงในหมู่บ้านที่ได้ออกทะเลไปหาปลากับสามี เื่งานนั้นคล่องตัว สอนเพียงครั้งเดียวก็ทำได้อย่างดี
หลังจากโรงงานเปิดมาได้หนึ่งเดือน เป้ยหลางทำได้เพียงมาก่อกวนเล็กๆ น้อยๆ เพราะเขาเองก็เกรงเซี่ยหย่งซึ่งมีลูกหลานและพวกพ้องในหมู่บ้านหลายคน
วันนี้ซูฉีสะพายตะกร้าขึ้นหลัง เดินมุ่งหน้าเข้าป่าตั้งใจไปหาของป่ามาทำอาหาร ท้องโตๆ ของเธอตอนนี้เจ็ดเดือนกว่าแล้ว หมอตำแยในหมู่บ้านบอกให้เธอเดินออกกำลังกายบ่อยๆ เพราะดูเหมือนเด็กจะตัวใหญ่มาก ซูฉีไม่แปลกใจเลย โจวเว่ยสูง 180 กว่า ส่วนเธอตัวเล็กกว่าเขาเกือบครึ่ง ขนาดตัวของลูกน่าจะเป็ปัญหาตอนคลอดพอสมควร ดังนั้นวันนี้เธอจึงตั้งใจขึ้นเขาไปหาหน่อไม้และเห็ดป่ามาทำอาหาร
ซูฉีจำทางในป่าเขาไม่ได้แล้ว ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมไม่ตกมาถึงเธอเลย โชคดีที่คุณยายเป็คนรอบคอบ บอกกับชาวบ้านว่าเธอเกือบแท้งลูกตอนที่ถูกบีบบังคับเอาสูตรซุปไก่ จนต้องใช้ยาบำรุงมากมายเพื่อรักษาเด็กในท้อง ใช้ยาเยอะจนความทรงจำของซูฉีขาดๆ หายๆ นั่นเป็ข้ออ้างเวลาหล่อนจำใครไม่ได้
เธอเดินหาของป่าบริเวณริมเขาเท่านั้น ไม่กล้าเข้าไปลึกเพราะกลัวจะหลงทาง ซูฉีพบเห็ดป่ามากมาย บางชนิดกินได้ บางชนิดมีพิษ เธอล้วนแยกได้หมด เพราะการจะเป็ต้นเครื่องหลวงได้ สิ่งแรกที่ต้องทำเป็ไม่ใช่การทำอาหาร แต่เป็การแยกของกินได้กับของมีฤทธิ์เป็พิษ
ซูฉีเก็บเห็ดสีขาวดอกใหญ่ เก็บเห็ดสีแดงสด เก็บเห็ดสีเหลือง รวมๆ แล้วก็ได้เกือบเต็มตะกร้า ในตอนที่เธอกำลังจะหันหลังกลับนั้น เธอได้ยินเสียงเรียก
“ซูฉี! รอเดี๋ยว” โจวเว่ยวิ่งเข้ามาหาจากทางขึ้นเขา ที่คนในหมู่บ้านชอบใช้เป็ทางเดินเข้าป่าลึก ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและของหายาก ทว่าก็เสี่ยงจะเจอหมีและหมาป่าเช่นกัน
ซูฉีหันกลับไปมองตามเสียงเรียก เธอเห็นอดีตสามีวิ่งมาพร้อมกระต่ายตัวอ้วนในมือ ซูฉียิ้มให้เขาพร้อมทักทายตามมารยาท “ไปหาของป่ามาเหรอคะคุณโจว?”
โจวเว่ยหยุดชะงักแทบหัวทิ่ม น้ำเสียงหวานๆ พร้อมทั้งคำพูดแสนมีมารยาทนี้เขาไม่คุ้นเคยเลยจริงๆ “ใช่ ผมได้กระต่ายมา คุณเอาไปตุ๋นกินนะ” ชายหนุ่มพูดพลางส่งกระต่ายที่ดูจะอ้วนผิดปกติให้ซูฉี เขาจับที่หูของมัน ตอนนี้มันดิ้นรนเพื่ออยากมีชีวิตรอด แต่โจวเว่ยจับหูสองข้างของมันแน่น
ซูฉีจ้องตากลมๆ ของมันแล้วรู้สึกสงสารขึ้นมา “คุณโจวเก็บไว้กินเถอะค่ะ บ้านฉันไม่ขาดแคลนเนื้อ อีกอย่างตอนนี้ลุงหมอบอกว่าฉันต้องงดของบำรุง ไม่งั้นลูกจะคลอดยากค่ะ” นอกจากสงสารกระต่ายแล้ว ซูฉีไม่อยากสุงสิงกับคนมีคู่หมั้นแบบโจวเว่ย แม้เขาจะบอกว่าหมั้นกันั้แ่เด็ก ทว่าเื่พวกนี้ไม่มีใครรู้เื่
แม้ใจอคติ แต่เมื่อเห็นสภาพร่างกายซูบผอมของเขาแล้วก็รู้สึกสงสาร ต่อให้ถูกเขาขอหย่าแล้วไปหมั้นกับผู้หญิงคนใหม่ในเวลาอันรวดเร็วก็ตาม พอได้กลับมาคิดดีๆ เขาไม่รักเธอก็ไม่ใช่ความผิดของเขา ตอนนั้นหากเ้าของร่างเดิมปล่อยวางก็คงไม่ตายแบบนั้น
โจวเว่ยมองท้องกลมป่องของเธอ แล้วมองกระต่ายในมือ “มันยังไม่ตาย เก็บไว้กินวันอื่นก็ได้ พี่ยังมีหมั่นโถวอีกหลายลูก” ความจริงมันคือหมั่นโถวเก่าที่ยุวปัญญาชนไปขอซื้อมาจากของที่ร้านค้าขายเหลือ มันเก่าจนมีกลิ่น บางชิ้นขึ้นรา แต่ความอดอยากทำให้พวกเขาไม่รังเกียจ กินพวกมันด้วยความเต็มใจ
“คุณโจวเก็บไว้กินเถอะค่ะ ฉันมีเนื้อกินทุกวันอยู่แล้ว” ซูฉียังคงส่ายหน้า พร้อมตั้งท่าจะเดินกลับบ้าน
โจวเว่ยประหลาดใจกับความรู้สึกตัวเอง พอเธอไม่สนใจ เขากลับร้อนรน “ซูฉี! ผมรู้ว่าคุณโกรธที่ผมขอหย่า โกรธที่ผมมีคู่หมั้น แต่ตอนนั้นเราเหมือนน้ำมันกับไฟ อยู่ด้วยกันไม่มีวันไหนที่ไม่มีเื่ให้ทะเลาะมีปากมีเสียงกัน คุณหึงหวงผมกับทุกคน ชวนทะเลาะได้แม้กระทั่งเื่ตะเกียบไม่เท่ากัน เื่ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันคุณถามผม พอผมตอบไม่ได้คุณก็โกรธจนกัดหูผมเืออก คุณน้อยใจผมเื่ไปเรียนต่อถึงขนาดคิดฆ่าตัวตาย ที่ผมไม่อยากให้คุณไปปักกิ่งเพราะที่นั่นไม่ได้สุขสบาย ไม่มีคุณตาคุณยายให้คุณพึ่งพา ส่วนผมต้องเรียนด้วยทำงานไปด้วย เวลาอยู่กับคุณคงแทบไม่มี คุณไม่ฟังเหตุผลผม พอผมไม่ตามใจคุณก็ขู่ฆ่าตัวตายตลอด ผมคิดว่าหากยังอยู่ด้วยกัน ไม่ผมก็คุณต้องตาย เราเข้ากันไม่ได้ เพราะการแต่งงานไม่ได้เกิดจากความรัก สู้แยกย้ายกันไป ต่างคนต่างทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดีจะดีกว่า ส่วนเื่คู่หมั้น… ผมกับชุยเมี่ยนถูกผู้ใหญ่หมั้นหมายกันั้แ่เด็กแล้วล่ะ ขอโทษที่ไม่เคยบอกคุณกับครอบครัว ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ผมเพิ่งได้รับจดหมายจากเธอเมื่อไม่นานมานี้”
“ค่ะ ฉันเข้าใจ” ซูฉีไม่สนใจคำพูดยาวๆ ของเขา เขาจะหมั้นกับใครั้แ่ตอนอยู่ในท้องแม่ก็เื่ของเขา แล้วไก่กับไข่สรุปอะไรเกิดก่อนกัน? ซูฉีพอรู้ว่าร่างเดิมเอาแต่ใจ ทว่าไม่คิดว่าจะกัดหูสามีถึงขั้นเืออก เื่ทั้งหมดล้วนเกิดจากการแต่งงานโดยไม่เต็มใจทั้งสองฝ่าย
โจวเว่ยไม่คุ้นชินกับสาวหัวอ่อนนัก เขาพูดยาวเหยียด แต่เธอตอบกลับมาสั้นๆ ชายหนุ่มอุ้มกระต่ายไว้ในมือ ก่อนจะรู้สึกเปียกแฉะ เมื่อก้มลงมองจึงเห็นมีน้ำใสๆ ไหลออกมา “แกอย่ามาฉี่ใส่ฉันซิ!”
ซูฉีกำลังเดินอยู่หันกลับมามอง เมื่อเห็นกระต่ายฉี่ใส่เขา เธอรู้สึกสะใจนิดๆ จนต้องกลั้นยิ้ม
ทว่าไม่ได้มีแต่น้ำสีขาวๆ มันยังมีเืไหลออกมาด้วย กระต่ายตัวอ้วนร้องด้วยความเ็ปจนโจวเว่ยต้องนั่งยองบนพื้น แล้วใช้มืออีกข้างกวาดใบไม้รวมกันเป็กอง ก่อนจะวางกระต่ายลง “ดูเหมือนมันจะออกลูกนะ”
ซูฉีรู้สึกตื่นเต้น เธอไม่เคยเห็นกระต่ายออกลูกมาก่อน เธอเดินกลับมานั่งข้างเขา “ถ้ามันมีลูก เราก็อย่ากินมันเลยนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงและใบหน้าอ้อนวอนแบบที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตสดใสที่มองตรงมา ทำให้หัวใจด้านชาของโจวเว่ยรู้สึกคันยุบยิบในอก เขาพยักหน้าตอบราวกับคนละเมอ
“ได้ จะทำยังไงก็ได้ทั้งนั้น” เขามองริมฝีปากอวบอิ่มที่เคยด่าตนเองฉอดๆ ทว่าตอนนี้กลับอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน โจวเว่ยโน้มตัวเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเธอราวกับถูกมนต์สะกด ทว่าก่อนที่ปากจะได้ัักัน มันถูกขัดขวางด้วยเห็ดสีเหลืองหน้าตาประหลาด
“คุณหิวเหรอคะ? ตอนนี้ฉันมีแต่เห็ดนะ เห็ดขี้หมูป่าน่ะ ต้องล้างแล้วทำให้สุกก่อนถึงกินได้” ซูฉีเห็นสายตาหิวกระหายของเขาแล้วเธอรีบหยิบเห็ดมาอุดปากเขา ก่อนที่มันจะประทับจูบปากเธอ ปกติอยู่วังหลวงผู้ชายที่เธอพบเจอถูกจับตอนหมดแล้ว ทว่าก็มีข่าวการลักลอบคบหากันของขันทีกับนางในอยู่เนืองๆ ซูฉีเข้าใจดี ขนาดถูกตอนผู้ชายยังไม่วายหมกมุ่นเื่อย่างว่า แล้วตอนนี้เขาเป็ผู้ชายทั้งแท่ง ย่อมต้องอ่อนไหวบ้างเป็ธรรมดา แต่เธอไม่ใจอ่อนหรอก!
โจวเว่ยได้สติ เมื่อครู่เขาเกือบจูบอดีตภรรยา! ชายหนุ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูกจึงงับเห็ดมาเคี้ยวแก้ขัดเขิน “ใช่ ผมหิว…”
ซูฉีไม่เปิดโปงเขาว่าตอนนี้เป้ากางเกงของเขาแทบปริแตก เธอเสมองไปทางอื่น ก่อนจะนึกได้ว่าเห็ดขี้หมูยังกินไม่ได้ โจวเว่ยกลืนมันไปสองสามคำแล้ว โชคดีที่พิษของมันคือทำให้คนกินท้องอืด ต้องผายลมกลิ่นเหม็นมากๆ และผายลมอยู่อย่างนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง แต่เขากินไปแค่สองคำ ผายลมสิบนาทีก็หมดฤทธิ์ ชายหนุ่มต้องไปแอบผายลมหลังกอไผ่ เขารู้สึกอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
และแล้วซูฉีก็เห็นลูกกระต่ายตัวสีแดงไร้ขนสองตัวที่พึ่งเกิดใหม่ “น่ารักมาก!”
โจวเว่ยรู้สึกท้องไส้เลิกปั่นป่วนแล้ว ชายหนุ่มโผล่หน้าออกมาจากกอไผ่แล้วพูดว่า
“ไม่รู้โพรงมันอยู่ตรงไหน ถ้าปล่อยไว้แถวนี้ต้องถูกชาวบ้านจับไปตุ๋นกินแน่ งั้นเราเอามันกลับไปเลี้ยงไหม? เดี๋ยวผมทำคอกให้” ไม่รู้เหตุใดเขาจึงเสนอตัวทำบ้านกระต่ายให้เธอ ทั้งที่งานของตัวเองก็มีมากมายจนแทบไม่ได้นอน ทั้งต่อเรือทั้งหาบปลาแลกแต้มค่าแรง เขารู้สึกเป็ห่วงเธอกับลูก ตอนนี้ท้องของเธอใหญ่ขึ้นทุกวัน เขาอยากเห็นเธอกับลูกอยู่ในสายตาตลอด
ซูฉีเห็นด้วย เธอไม่อยากให้แม่กระต่ายถูกจับกิน “ต้องรบกวนคุณแล้วนะคะ”
โจวเว่ยยิ้ม “ไม่รบกวน ผมยินดี”
ชายหนุ่มคิดว่าชีวิตคนเรานั้นช่างน่าแปลกเหลือเกิน ตอนอยู่ด้วยกันมีแต่การโต้เถียง ไม่มีใครรับฟังใคร แต่พอแยกกันแล้วกลับรู้สึกเป็ห่วงเป็ใยยิ่งนัก เขายอมอดตาย เพื่อให้เธอกับตัวเล็กในท้องมีเนื้อกิน คิดแล้วก็อยากตบหัวตัวเองแรงๆ ตอนนี้เขาเป็คนอื่นสำหรับเธอไปแล้ว จะทำตัวเกินเลยเป็เ้าข้าวเ้าของเธอไม่ได้อีก โจวเว่ยท่องประโยคนี้ในใจ
………………………………………อีบุ๊คเล่ม 1https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzIyMjc3Ijt9