ได้รับคำตอบจากไป๋ฉี พระเจ้าทั้งสองยกยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นพวกเขาก็ได้เรียกมงกุฏสีทองและสีดำออกมาพร้อมๆกัน สิ่งนี้คือมรดกสืบทอดของพวกเขาทั้งสองคน มงกุฏแห่งรุ่งอรุณและมงกุฏแห่งเงา
ไป๋ฉีที่เห็นแสงสว่างพร่างพราวและความมืดมิดของมันดวงตาก็เปร่งกายด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะมรดกสองชิ้นนี้ย่อมส่งเสริมพลังให้กับแสงพิสุทธิ์และความมืดแห่งหลุมดำของเขาได้แน่ๆ
"เอาล่ะเริ่มการสืบทอดได้"
ว่าแล้วมงกุฏแห่งรุ่งอรุณก็ลอยมาอยู่บนศีรษะของไป๋ฉีในทันใด พลังแสงสว่างที่อบอุ่นไหลรินเข้ามาในร่างของไป๋ฉีอย่างไม่ขาดสาย ความเข้าใจในกฏเกณฑ์ธาตุแสงของชายหนุ่มก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
ต่อมาแสงสว่างเหล่านั้นก็ห่อหุ่มร่างกายของไป่ฉีเอาไว้จนกลายเป็นเหมือนรังไหมแห่งแสงสว่าง ภายในทะเลพลังงานตอนนี้ไป๋ฉีราวกับจมดิ่งลงไปยังทะเลพลังงานธาตุแสงอันแสนจะอบอุ่น ในหัวของเขาตอนนี้มีทักษะที่เกี่ยวข้องกับธาตุแสงกำลังหลังไหลเข้ามาหลายทักษะด้วยกัน
ไป๋ฉีจึงต้องทำการจัดระเบียบความทรงจำของตัวเองอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดหากจะเรียกใช้งานความรู้เหล่านี้ในอนาคต
"โห การผสานพลังของเจ้าหนูนี่รวดเร็วกว่าที่ข้าคิดไปมาก นี่พึ่งผ่านไปแค่เจ็ดวันเท่านั้นแต่เขากลับผสานพลังได้ถึงแปดส่วนแล้ว ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์เหลือล้นจริงๆ"พระเจ้าหญิงสาวที่นั่งบัลลังก์ฝั่งสุริยันกล่าวชื่นชม สมแล้วที่เป็นจุดเหนือกฏเกณฑ์แห่งจักรวาล
"วาบ"
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันรังไหมแห่งแสงก็ทอแสงประกายเจิดจ้า พร้อมกับเงาร่างของชายที่หนุ่มปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ระดับพลังจากเดิมที่อยู่ในระดับจ้าวพิภพขั้นที่สามพุ่งขึ้นมาเป็นจ้าวพิภพขั้นที่ห้าในทันที
พระเจ้าแห่งรุ่งอรุณหรือพระเจ้าหญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นเธอก็พึ่งพอใจเป็นอย่างมาก หลังที่แสงสว่างหายไปจากตัวของไป๋ฉี มงกุฏแห่งเงาในมือของพระเจ้าแห่งเงาหรือพระเจ้าชายหนุ่มก็พุ่งเข้าไปสวมอยู่บนศีรษะของไป๋ฉีในทันทีและทำการสืบทอดมรดกแห่งเงาต่อไป
ตรงกันข้ามกังมงกุฏแห่งรุ่งอรุณที่แสนอบอุ่นและส่องสว่างสดใส มงกุฏแห่งเงานี้กลับให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกและมืดมนเป็นอย่างยิ่ง
ไป๋ฉีรู้สึกราวกับว่าเขาตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าภูติผีและวิญญาณต่างๆอย่างไรอย่างนั้น ในขณะเดียวกันหอคอยจักรวาลที่นิ่งเงียบอยู่นานก็เปร่งแสงสว่างชำระล้างพลังแห่งความมืดเหล่านี้ให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ก่อนที่จะส่งพลังที่บริสุทธิ์เหล่านั้นไปยังทะเลพลังงานแห่งความมืดให้ไป๋ฉีได้เรียนรู้กฏเกณฑ์และควบแน่นพลัง
'อ๊า รู้สึกว่าจะควบแน่นง่ายขึ้นมาหน่อย'ไป๋ฉีพูดในใจ จากนั้นเร่งทำการผสานและควบแน่นพลังต่อไปโดยไม่รอช้า
นับจากวันนั้นที่โลกภายนอกเวลาก็ผันผ่านไปถึงสิบวัน พระเจ้าทั้งสองคนดวงตาเบิกกว้างเพราะมรดกมงกุฏแห่งเงานั้นถูกผสานพลังไปถึงเก้าส่วนแล้วและดูเหมือนจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า
"ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะมีพลังแสงสว่างและความมืดที่บริสุทธิ์กว่าของพวกเราอยู่แล้วสินะ เขาถึงได้ดูดซับพลังของพวกเราได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้"พระเจ้าแห่งเงากล่าวหลังจากที่คิดไตร่ตรองมาอย่างดี
พระเจ้ารุ่งอรุณพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "ใช่ ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้น แถมเด็กคนนี้ยังมีดวงเนตรจุติจักรวาล ข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าอนาคตเขาจะกลายเป็นคนที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน"
"พอพูดถึงเรื่องดวงเนตรจุติจักรวาล ข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่าผู้สืบทอดของพวกเราจะมีมันถึงห้าคนด้วยกัน แม้ตอนนี้ดวงเนตรจุติจักรวาลของพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเท่าขององค์เหนือหัว แต่ข้ากลับรู้สึกว่าในอนาคตดวงเนตรของพวกเขาอาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่า"พระเจ้าแห่งเงากล่าวออกมา
พระเจ้าแห่งรุ่งอรุณหรี่ตามองแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย "ผิดคาดนะเนี้ยที่เจ้าจะเอ่ยปากชื่นชมผู้อื่นขนาดนี้ สามีข้ากาลเวลาทำให้เจ้าเปลี่ยนไปจริงๆเจ้ารู้ไหม"
พระเจ้าแห่งเงายิ้มอย่างปล่อยวาง "นั่นสินะ ตั้งแต่พวกเราตายและเฝ้ารอผู้สืบทอดมรดกอยู่ที่นี่ ข้าก็มีเวลาคิดอะไรๆมากขึ้น การได้อยู่กับตัวเองแบบนี้มันก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เลวเหมือนกัน ที่รักเจ้ารู้ไหมข้ารู้สึกเสียดายทุกครั้งที่ข้าย้อนกลับไปคิดเรื่องของเรา ข้ารู้สึกว่าตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาจนกระทั้งตาย ข้ายังไม่ได้ทำหน้าที่สามีที่ดีเลยสักครั้ง เอาแต่ใฝ่หาพลังจนละเลยเจ้า"
ได้ยินเช่นนี้พระเจ้าแห่งรุ่งอรุณก็พลันโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้ "ไม่เป็นไรๆข้าได้ผูกวิญญาณและชะตากรรมเอาไว้กับเจ้าแล้วสามีของข้า หลังจากที่เราส่งต่อมรดกจนเสร็จสิ้นและหวนคืนสู่วัฏสงสาร พวกเราก็จะจุติใหม่อีกครั้งและกลับมาเป็นสามีภรรยากันดังเดิม เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าค่อยชดเชยให้ข้าดีหรือไม่"
พระเจ้าแห่งเงายิ้มรับตอบกลับภรรยาของเขาไป ในตอนนั้นเองกระแสพลังของไป๋ฉีก็พลันผันผวนครั้งใหญ่ก่อนที่จะสงบลงในพริบตา พระเจ้าทั้งสองพากันหันหน้าไปมองยังชายหนุ่มก่อนที่จะยิ้มอย่างพึงพอใจ เพราะพลังของไป๋ฉีตอนนี้ได้มาถึงระดับจ้าวพิภพขั้นที่เจ็ดแล้วแถมพลังยังหนาแน่นกว่าระดับจ้าวพิภพทั่วไปมากนัก
"ยินดีกับเจ้าด้วยที่ประสบความสำเร็จในการผสานกับมรดกของพวกเรา เจ้าหนูเจ้าช่างเป็นรุ่นเยาว์ที่มหัศจรรย์มากที่สุดเท่าที่พวกเราเคยพบเห็นมา"
ไป๋ฉีโค้งตัวทำความเคารพ "ข้าเองก็ต้องขอบคุณผู้อาวุโสมากๆที่มอบมรดกเหล่านี้ให้กับข้า"
"ฮ่าๆๆเอาล่ะๆไม่ได้มากพิธีแล้ว ในเมื่อเจ้าผสานพลังเสร็จก็ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องจากลากัน แต่ก่อนพวกเราจะไปนั้นพวกเราขอยินดีกับเจ้าล่วงหน้า"พระเจ้าแห่งเงากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย
"ยินดี? ยินดีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ?"ไป๋ฉีกล่าวถามไถ่
พระเจ้าแห่งรุ่งอรุณป้องปากหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ "เอาไว้พอเจ้าออกไป เจ้าก็จะเข้าใจในสิ่งที่พวกเราต้องการจะสื่อ"
"โอ้ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง หลังจากที่พวกข้าหวนคืนสู่วัฏสงสารพวกเจ้าก็จะถูกส่งออกไปโดยอัตโนมัติ ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะออกจากที่นี้ไม่ได้"
ไป๋ฉีโค้งตัวทำความเคารพอีกครั้ง "ขอเข้าใจแล้วขอรับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน ขอบคุณพวกท่านอีกครั้ง บุญคุณครั้งนี้ไป๋ฉีจะไม่ลืมเลือนไปตลอดชีวิต"
พระเจ้าทั้งสองยิ้มและพยักหน้าตอบรับในขณะที่ร่างกายค่อยๆกลายเป็นละอองแสงแล้วจางหายไป
ไป๋ฉีหันหลังและเดินออกไปด้านนอกโดยฉับไว เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นเป็นเฟิ่งเจียอินและจินอันหรานที่กระโดดกอดเขาแน่นราวกับกำลังตื่นเต้นกับอะไรสักอย่าง เมื่อมองไปทางเหล่าพี่น้องทุกคนต่างพากันยิ้มให้กับเขาและยกนิ้วให้
"ที่รัก มีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ พวกท่านถึงได้ดูตื่นเต้นขนาดนี้"
ทั้งเฟิ่งเจียอินและจินอันหรานแย้มยิ้ม พวกเธอกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดีว่า
"ที่รัก พวกเรากำลังตั้งครรภ์"