ชายหนุ่มเดินอย่างหมดแรงไปตามทางเดินซึ่งมุ่งสู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
เขาจงใจนั่งรถเลยสถานีที่ตนต้องลงไปยังอีกสถานีหนึ่งเพื่อไปห้างสรรพสินค้าดังใจกลางเมืองหลวง
คิดว่าจะไปหาร้านอาหารที่ราคาไม่แรงมากสักร้านกินดื่มประชดกับความน่าอดสูด้านหน้าที่การงานในวันนี้
ชายหนุ่มพาตนเองขึ้นบันไดเลื่อนมายังชั้นซึ่งเป็ที่รวมของร้านอาหารเขาตัดสินใจเลือกรับประทานในร้านที่ไม่แพงมากนัก และมีอาหารให้เลือกหลากหลายซึ่งแน่นอนว่ามีเบียร์จำหน่ายด้วย
อานุภาพนั่งรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างช้า ๆ
สมองคิดเลื่อนลอยไปถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาใน่สองวันนี้
...มันมีแต่ความวุ่นวายและความวุ่นวายดังกล่าวก็เกิดจากอิทธิพงษ์แทบทั้งสิ้น !
มือแกร่งใช้ส้อมตักเส้นมาม่าในจานขึ้นใส่ปากอันที่จริงเขาแทบไม่รู้รสชาติของยำมาม่าที่กำลังรับประทานอยู่นี้เลยรวมทั้งกุ้งทอดด้วย...
แต่แล้วเขาก็ต้องแปลกใจ เมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งดูแล้วน่าจะเป็พนักงานบริษัทเหมือนกันถือวิสาสะมานั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ
อานุภาพเงยหน้าขึ้นมอง ส่งสายตาเป็เชิงตั้งคำถามไปให้ก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อรู้สึกคุ้น ๆ หน้ากับคน ๆ นี้
“โทษทีนะ คุณที่ทำงานบริษัทเดียวกับผมใช่หรือเปล่า”
ธนิต ถามขึ้น
อานุภาพจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็คนของฝ่ายบัญชีซึ่งมักจะเจอกันบ่อยครั้งแถว ๆ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
แต่ที่เขาทำก็มีแต่เพียงการผงกศีรษะทักทายไปเท่านั้นไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้
“ใช่ครับ คุณที่ทำงานฝ่ายบัญชีใช่ไหม เหมือนเราเคยเจอกันมาก่อนนะ”
อานุภาพว่า
“ฮ่า ๆ ใช่เลย ผมเคยเห็นคุณที่สถานีบ่อย ๆก็รู้ว่าเป็คนบริษัทเดียวกัน”
ใจหนึ่งก็เอะใจเล็กน้อยว่ามันดูจะบังเอิญเกินไปที่อีกฝ่ายมาอยู่ที่นี่แต่คิดอีกที ธนิตอาจจะต้องนั่งรถมาลงที่สถานีนี้เป็ประจำก็ได้มีแต่ตัวเขานี่แหละที่เปลี่ยนที่ลงในวันนี้
“คุณดูเหนื่อย ๆ นะ วันนี้โดนดุมาหรือไง”
ธนิตถามจี้ใจดำสุด ๆ อานุภาพได้แต่หัวเราะ หึ ฝ่ายนั้นจึงพูดต่อ
“ที่จริงฝ่ายออกแบบของคุณดูจะลำบากอยู่นะมีผู้จัดการฝ่ายเข้มงวดเสียขนาดนั้น อ๊ะ โทษที ๆ ผมไม่ได้จะละลาบละล้วงนะแต่พอดีว่าผมน่ะ เคยเรียนโรงเรียนมัธยม ฯ เดียวกับไอ้ดรีม แต่เดี๋ยวนี้มันเป็ใหญ่เป็โตแล้วก็ไม่เคยชายตามามองเพื่อนฝูงเลย”
หูของอานุภาพผึ่งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินข้อมูลนี้
“แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าผมอยู่แผนกออกแบบ ?”
เขาถามขึ้น ธนิตตอบออกมาง่าย ๆ
“ก็ดูที่บอร์ดน่ะสิ ทำเนียบบุคลากร”
จริงของเขาแฮะ !
“ไอ้เ้านั่นมันเป็คนน่าหมั่นไส้มาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ รูปหล่อพ่อรวยสาว ๆ งี้ติดตรึม ผมไม่รู้ว่าไอ้ผู้ชายหน้าสวยอย่างนั้นมันมีอะไรดีผู้หญิงถึงชอบกันนัก แต่เอาเถอะ ไม่หล่อไม่รวยอย่างพวกเราคงพูดอะไรไม่ได้”
อานุภาพฟังแล้วก็เริ่มกระดกแก้วเบียร์ต่อ เขามั่นใจว่าตนเองคอแข็งพอจึงไม่ได้ระวังเลยดื่มไปมากมายจนหลุดปากเล่าเื่ของอิทธิพงษ์ให้ฟัง
ได้ยินเสียงธนิตหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดออกมาว่า
“ถ้าคุณโมโหขนาดนั้นที่จริงมันก็มีวิธีนะ” เขาหรี่เสียง “ก็... เคยได้ยินประโยคนี้บ้างไหมชายเหนือชายเป็ยอดชาย”
“!!!”
แม้จะรู้สึกมึน ๆ งง ๆ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่อานุภาพก็แทบจะทำแก้วตกลงพื้นด้วยความใ
“คุณว่าอะไรนะครับ !?”
“ผมว่าผมพูดชัดนะ ชายเหนือชายเป็ยอดชายไง คุณฟังไม่ผิดหรอก”
หน้าของอานุภาพแทบไม่มีสีเืปราฏ ขณะที่ธนิตยังคงทำเหมือนตนไม่ได้พูดอะไรผิดเขายังคงพูดต่อไปว่า
“ผมได้ยินได้ฟังมา แต่ตัวผมก็ไม่คิดอยากจะลองหรอกนะแต่ถ้าคุณอยากจะแก้แค้นล่ะก็ นี่น่ะ...”
“ฮ่ะ ๆๆ” อานุภาพหัวเราะ “คงยากล่ะมังครับถึงผมไม่หล่อไม่รวยแต่ผมก็เลือก ให้ไปทำอะไรกับผู้ชายนี่ ไม่ใช่เื่เลยครับ”
“ก็ใช่ไง” ธนิตว่า “ถึงบอกว่าถ้าอยากแก้แค้น...”
อานุภาพเงียบไป ธนิตจะมาไม้ไหนกันวะ !?
ดูอีกฝ่ายเป็คนไม่ค่อยน่าไว้วางใจชอบกลแต่ในเมื่อมานั่งลงโต๊ะเดียวกับเขาแบบนี้แล้ว หากตัดบทไปง่าย ๆ ก็อาจจะไม่ดี อานุภาพเลยทำทีนั่งฟังที่อีกฝ่ายพูดต่อไป
“ผมว่านะ ก็ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น คิดเสียว่าทำให้เสร็จ ๆ ไปคุณคงเข้าใจนะ พูดกันตามประสาผู้ชาย”
“...”
“เอาน่า ผมหวังดีนะเนี่ยถ้าไม่อยากเป็เบี้ยล่างให้เ้านายแบบนั้นโขกสับต่อไปก็ต้องเริ่มจากตัวเราเองนี่แหละ”
พูดจบธนิตก็เอื้อมมือมาตบที่บ่าของเขา อานุภาพเลยถามออกไป
“ขอถามหน่อยได้ไหม คุณชื่ออะไร ?”
“ผมชื่อ ธนิต อยู่ฝ่ายบัญชี ชั้นสี่”
คืนนั้นชายหนุ่มแทบจะนอนไม่หลับเลยทีเดียว
คำพูดของบุคคลปริศนาชื่อ ‘ธนิต’ ดังก้องอยู่ในศีรษะตลอด
ทีแรกเขาก็ไม่อยากจะสนใจหรอกนะเพราะดูท่าทางอีกฝ่ายก็เหมือนจะไม่ใช่คนที่มีความจริงใจอะไรนักแค่ทักทายกันไปตามมารยาท อยู่ดี ๆ ก็ลงมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกับเขาเหมือนคนสนิทกันมาั้แ่ชาติปางไหนดูจะเป็การกระทำที่ฉุกละหุกไปหน่อย
แต่อย่างแรกเลยที่เขาต้องทำ ก็คือเขาควรจะไปดูที่บอร์ดทำเนียบบุคลากรอะไรสักหน่อย หลังจากนั้นก็คงต้องลองเลียบ ๆ เคียง ๆถามใครสักคนดู...
‘เื่ของนายธนิตอะไรนั่น’
สุดท้ายอานุภาพก็ผล็อยหลับไปทั้งที่ยังคิดเื่ต่าง ๆ อยู่ในสมอง
แต่ไม่ไหวแล้วล่ะวันนี้... ดูท่าตัวเขาจะเหนื่อยมากจริง ๆอะไรก็เอาไว้พรุ่งนี้เถอะ