ปราการหัวใจ_End

    บทที่ 19 บ้านพักตากอากาศ

            รถพอร์ชของ ก้องภพ ขับมาถึงจุดหมายปลายทาง ก็เย็นพอดี บ้านพักตากอากาศของตระกูล ขจรไกล อยู่ติดกับทะเล หน้าบ้านหันออกไปทางชายหาด คนธรส เปิดประตูรถออกมา มองดูไปรอบๆ บ้าน ด้วยความรู้สึกชื่นชอบเป็๲อย่างยิ่ง ตัวบ้านเป็๲บ้านสองชั้น ห้องนอนอยู่ชั้นบน โดยมีระเบียงยื่นออกมา ซึ่งสามารถมองเห็นบรรยายของท้องทะเลได้เป็๲อย่างดี


            “สวัสดีค่ะ คุณภพ ไม่ได้เจอกันซะนานเลย สบายดีนะคะ?” วนเวียน แม่บ้านวัยกลางคนที่คอยดูแลบ้านพักตากอากาศหลังนี้ เอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้า


            “สบายครับ แล้วป้าเวียน สบายดีนะครับ?” ก้องภพ เอ่ยถามกลับไปยิ้มๆ พร้อมกับเดินไปเปิดท้ายรถพอร์ช หยิบกระเป๋าเดินทางทั้งของตัวเองและของ คนธรส มาถือไว้ในมือ แล้วเดินเข้ามาหา คนธรส ที่ยืนอยู่ข้างๆ ตัวรถ


            “ป้าสบายดีค่ะ เอ่อ! แล้วนี้คือ......?” วนเวียน เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยว่าผู้หญิงที่มาด้วยกับ ก้องภพ นี้เป็๲ใคร


            “นี้ คนธรส ภรรยาผมเองครับป้า” ก้องภพ เอ่ยบอกยิ้มๆ


            “สวัสดีค่ะ เรียกรสก็ได้ค่ะ” คนธรส เอ่ยบอก วนเวียน พร้อมกับยกมือไหว้และส่งยิ้มให้อย่างมีไมตรีจิต


            “อุ้ยไม่ต้องไหว้ป้าก็ได้ค่ะ ป้าชื่อป้าเวียน เรียกใช้ได้ตลอดเลยนะคะ ป้าอยู่บ้านตรงโน้นน่ะค่ะ” วนเวียน เอ่ยบอกหญิงสาววัยละอ่อนกว่าตน และยื่นมือจะไปดึงเอากระเป๋าจากมือ ก้องภพ มาถือไว้เอง แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอม


                     “เดี๋ยวผมถือเองครับป้า กระเป๋ามันหนัก” ก้องภพ เอ่ยบอกยิ้มๆ พร้อมกับทำท่าจะเดินเข้าไปในบ้าน


            “ป้าได้จัดเตรียมห้องให้คุณทั้งสองเรียบร้อยแล้วนะคะ ถ้าไงหาก๻้๵๹๠า๱ให้ป้ามาทำอาหาร หรือ๻้๵๹๠า๱อะไรก็เรียกป้าได้เลยนะคะ งั้นป้าขอตัวนะคะคุณภพ คุณรส” วนเวียน เห็นว่าไม่น่ามีอะไรแล้วจึงได้ขอตัวไป


            “ครับป้า แล้วผมจะโทรบอกนะครับ” ก้องภพ เอ่ยและผละเดินเข้าไปข้างในตัวบ้าน โดย คนธรส หันไปส่งยิ้มให้ วนเวียน แล้วจึงเดินตาม ก้องภพ เข้าไปในบ้านอีกคน ส่วน วนเวียน ก็เดินออกมาจากบ้านตรงไปยังบ้านของตนทันที


            “เป็๲ไงบ้านหลังนี้โอเคไหม?” ก้องภพ เดินขึ้นมายังชั้นสองตรงมายังห้องนอนที่ วนเวียน ได้จัดไว้ให้ซึ่งเปิดประตูห้องไว้อยู่ก่อนแล้ว


            “สวยมากเลยค่ะ ร่มรื่นดี และก็ยังติดชายหาดอีกด้วย “ คนธรส บอกแก่ชายหนุ่มที่กำลังวางกระเป๋าลงที่พื้นห้องนอน ใกล้ๆ ตู้เสื้อผ้า


             “รสหิวหรือยัง? รสอยากจะไปทานข้าวข้างนอกหรืออยากจะทำเองที่นี่ดีล่ะ?” ก้องภพ เอ่ยถามความเห็นของหญิงสาวตรงหน้า พร้อมกับเดินเข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ ตรงที่ คนธรส ยืนอยู่ ซึ่งห่างกันไม่ถึงคืบ


            “เอ่อ!.. หะ หิวแล้วค่ะ ไปทานข้างนอกกันดีกว่าค่ะ จะได้เห็นบรรยากาศของเมืองกระบี่ด้วย” คนธรส กล่าวพร้อมกับเสมองไปทางอื่นไม่มองหน้าชายหนุ่ม เพราะรู้สึกว่าร่างกายกำลังเกิดอาการ วูบวาบ สั่นสะท้านยังไงบอกไม่ถูก


            “โอเค! งั้นเราไปทานข้าวข้างนอกกัน แล้วพรุ่งนี้รสต้องทำอาหารให้พี่ทานนะ พี่อยากทานฝีมือรส” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แนบกายแกร่ง พร้อมกับก้มลงมองหน้าสวยหวานซึ้งนั้น ใช้มือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นไปจับปลายคางคนตัวเล็กในอ้อมกอด ให้หันหน้ากลับมาแล้วประกบปากบางลงไปหาปากบางจิ้มลิ้มนั้น อย่างอดใจไว้ไม่อยู่


            ปากบางจูบดูดดึงไปมารอบๆ ปากบางจิ้มลิ้มอย่างอ่อนหวานนุ่มนวล จนหญิงสาวในอ้อมแขนแกร่งเผลอเผยปากบางจิ้มลิ้มออก ชายหนุ่มจึงสอดลิ้นสากอุ่นร้อนลื่น เข้าไปสำรวจหาความหวานข้างในโพรงปากเล็กนั้นอย่างโหยหา


            ลิ้นสากอุ่นร้อนลื่น ไล่ตวัด ดูดดึง หยอกล้อลิ้นเรียวเล็กไปมา ทำให้คนตัวเล็กที่ชายหนุ่มสวมกอดอยู่ อ่อนระทวยงวยงง สั่นสะท้าน ซาบซ่าน ไปทั่วทั้งทรวงใน จนต้องใช้แขนเรียวเล็กยกยื่นขึ้นไป คล้องคอแกร่งของชายหนุ่มไว้ เพื่อเป็๲หลักยึดพิงไม่ให้ล้มพับลงไป และเมื่อชายหนุ่มได้กระทำจนพึงพอใจแล้ว จึงค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างช้าๆ


            “เราไปหาอะไรทานกันเถอะ” ก้องภพ เอ่ยชิดริมฝีปากบางจิ้มลิ้ม


            “ค่ะ ไปกันเลย” คนธรส เอ่ยบอกออกมาอย่างอายๆ ใบหน้าแดงระเรื่อราวกับลูกตำลึงสุก และปากบวมเจ่อขึ้นมาจากจูบที่ชายหนุ่มได้กระทำไปเมื่อครู่นี้


    ๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗