บทที่ 10 ไม่ปิดบัง
ยามเหม่า (05.30)
เรือนของฟางเหนียง
“ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ ข้ามาตามที่ท่านสั่งมาเ้าค่ะ” สาวใช้ยืนอยู่ในมุมมืดตอนนี้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์กำลังสาดส่องลงมาเพียงเล็กน้อย
“ได้ความว่าเช่นไร” ฟางเหนียงเอ่ยถามอีกฝ่าย
“เมื่อวานนี้ฮูหยินได้รับาเ็เนื่องมาจากช่วยคุณชายอ้ายเยว่เอาไว้ แต่ข้ายังไม่รู้นิสัยของฮูหยินเท่าไหร่นัก ทั้งวันนางเอาแต่เก็บตัวนอนอยู่บนเตียงเพราะว่าเจ็บาแ นางให้ข้าออกมาอยู่ด้านนอกจนกระทั่งฟ้ามืดนางตื่นขึ้นมา ข้าจึงเข้าไปดูแลปรนนิบัตินาง ไม่นานท่านแม่ทัพได้เข้าไปหาฮูหยินเ้าคะ ฮูหยินออดอ้อนเก่งจนทำให้ท่านแม่ทัพรีบไล่ข้าออกมาเพื่อพาฮูหยินไปหลับนอน ทั้งสองดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีมากเลยนะเ้าคะ” สาวใช้รีบเอ่ยบอกอีกฝ่ายอย่างที่นางเห็นมา
“แล้วท่านแม่ทัพมีท่าทีเช่นไรเมื่อนางออดอ้อน”
“ท่านแม่ทัพดูเป็ห่วงฮูหยินมาก ๆ นะเ้าคะสายตาที่จ้องมองฮูหยินเป็สายตาที่ข้าไม่เคยเห็นเลยสักครา”
“อืมเช่นนั้นหรือ เ้ากลับไปเถิดแล้วจับตาดูนางให้ดี มีอะไรก็รีบมารายงานวันนี้ข้าจะเข้าไปดูอาการนางสักหน่อย”
“เ้าค่ะ” ไป๋ลู่มารายงานตามงานที่นางถูกสั่งให้ไปทำ เมื่อนางได้รายงานเสร็จจึงกลับไปที่ห้องของเยิ่นเม่ยเม่ยเพื่อปรนนิบัตินางต่อ
ส่วนฟางเหนียงนางเดินเล่นชมดอกไม้ยามเช้าครุ่นคิดเื่ที่สาวใช้มาแจ้ง ยิ่งคิดยิ่งแปลกใจ เทียนหลันเซ่อนะหรือที่มีใจรักเยิ่นเม่ยเม่ยรวดเร็วปานนี้ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนนางพยายามหาสตรีที่เพรียบพร้อมมากมายเพื่อมาให้เขาเลือกแต่เขาเองหาได้สนใจ เพราะเพิ่งสูญเสียฮูหยินท่านแม่ของอ้ายเยว่ไป แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะสนใจเยิ่นเม่ยเม่ยสตรีต่อยต่ำเช่นนั้น
“ไม่ได้การ ข้าจะให้เทียนหลันเซ่อรักนางไม่ได้ อีกอย่างตอนนี้นางได้ช่วยอ้ายเยว่ป่านนี้อ้านเยว่คงชอบนางแล้วสินะ ข้าอยู่นิ่งไม่ได้แล้วต้องรีบไปจัดการเื่นี้” ฟางเหนียงคิดหาทางที่จะแยกทั้งสองก่อนจะเดินไปหาเยิ่นเม่ยเม่ยเพื่อดูอาการ
ฝั่งด้านเทียนหลันเซ่อตื่นก่อนหลี่มี่นอนจ้องมองใบหน้าของนางที่หลับไม่รู้เื่รู้ราวอยู่ในอ้อมแขนของเขาแสงแดดสาดส่องเข้ามากระทบใบหน้าของนางช่างชวนน่ามอง จนเทียนหลันเซ่อเผลอตัวใช้นิ้วมือของตนแตะลงที่ใบหน้าของหลี่มี่อย่างนุ่มนวล
“ทำไมครั้งนั้นข้าถึงไม่สนใจเ้ากันนะ ข้าใจร้ายกับเ้ามากเลยสินะ ทุกอย่างล้วนเป็ความผิดของข้าเอง ต่อจากนี้ข้าจะไม่ทำเช่นนั้นกับเ้าอีก”
“อื้อ ..อย่ามากวนได้มั้ยคนจะนอน” หลี่มี่รู้สึกรำคาญที่ถูกรบกวนเวลานอน แต่เมื่อนึกได้ว่าตอนนี้นางนอนร่วมเตียงกับท่านแม่ทัพอยู่นางรีบลืมตาขึ้นมองอย่างใ
“เ้านี่ ขี้เซาจริง ๆ”
“ท่านแม่ทัพยังไม่ไปที่ใดหรือเ้าคะ แล้วทำไมข้าถึงมานอนท่านี้ได้หรือว่าท่านคิดจะทำอันใดข้าอีก” หลี่มี่สำรวจมองตอนนี้นางนอนหนุนแขนแกร่งของเทียนหลันเซ่ออยู่ แถมใบหน้าของนางตอนนี้แนบชิดใกล้ใบหน้าของเขาอย่างมาก จนรู้สึกถึงลมหายใจ
“เ้านี่นะ.. ลืมตาขึ้นมาก็คิดว่าข้าจะทำอะไรเช่นนั้นกับเ้าอีกแล้วหรือ หากข้าจะทำข้าคงไม่ปล่อยให้เ้าได้นอนสบายอยู่เช่นนี้หรอกนะ เมื่อคืนเ้าเอาแต่ละเมอจนข้าต้องโอบกอดเ้าไว้เ้าถึงสงบได้ เ้าน่าจะขอบใจข้ามากกว่านะ” หลี่มี่ยันตัวขึ้นเทียนหลันเซ่อลุกขึ้นบิดแขนข้างไปมาเพราะเหน็บชาจากที่หลี่มี่นอนหนุนมาทั้งคืน
“เป็เช่นนั้นหรอกหรือเ้าคะ แฮะ ๆ ” หลี่มี่ยิ้มอย่างเขินอายที่คิดไปไกล
“ก็ต้องเป็เช่นนั้นนะสิ เ้าต้องตอบแทนข้าแล้วล่ะ” เขายิ้มออกมาอย่างมีเลศนัยขยับกายเข้ามาใกล้หลี่มี่กำลังจะหอมแก้มของนางเพื่อเป็การตอบแทนแต่แล้วประตูห้องกลับถูกเปิดมาจากด้านนอก
“ปัง! .” ทั้งสองหันไปมองตามเสียงหลี่มี่หัวใจเต้นแรงคิดว่าจะถูกเทียนหลันเซ่อหอมแก้มเสียแล้ว เมื่อมีคนเข้ามานางรีบเดินลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ มาที่นี่แต่เช้ามีเื่อันใดหรือเ้าคะ?” หลี่มี่มองผู้มาเยือนเห็นฟางเหนียงที่ยืนจ้องนางอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นสภาพอาภรณ์ที่ไม่เรียบร้อย
“เ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิดข้าจะรอเ้าอยู่ที่ห้องโถง ข้าคิดว่าเ้าาเ็หนักเสียอีกถึงได้มาดู ไม่คิดเลยว่าการาเ็ของเ้าเพราะอยากอ้อนท่านแม่ทัพให้อยู่ข้าง ๆ เ้าเท่านั้น” สายตาเพ่งจ้องมองราวกับต่อว่าหลี่มี่กำมือแน่นจะตอบโต้ฟางเหนียงแต่ทว่าเสียงของท่านแม่ทัพได้ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ท่านแม่กล่าวเกินไปแล้วขอรับ นางได้รับาเ็จริง ๆ อีกอย่างนางมิได้เสแสร้งการที่ข้ามานอนที่ห้องนี้กับฮูหยินของข้าก็สมควรแล้วมิใช่หรือขอรับ” เทียนหลันเซ่อเปิดผ้าม่านออกมาบอกกล่าวท่านแม่ของตน ฟางเหนียงคิดว่าเทียนหลันเซ่อออกจากห้องไปแล้ว เมื่อรู้ว่าบุตรชายยังอยู่ที่นี่ใบหน้าของนางเริ่มซีดเซียว
"เ้ายังอยู่ที่นี่หรือ ข้าได้ยินมาว่าทางด้านเหนือของเมืองที่เกิดเื่ ไม่คิดเลยว่าเยิ่นเม่ยเม่ยจะกักตัวเ้าไว้ไม่ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ช่างทำหน้าที่ได้บกพร่องนัก"
"ท่านแม่! ข้าบอกแล้วอย่างไรว่านางมิได้ทำเช่นนั้น ฮูหยินเ้าไปเปลี่ยนอาภรณ์เถิด ข้ากับท่านแม่จะไปรอที่ห้องโถง " เทียนหลันเซ่อตอบกลับฟางเหนียงเสียงดังทำเอานางหน้าชา ไม่คิดเลยว่าบุตรชายจะออกรับให้สตรีเช่นนางกล้าขึ้นเสียงกับตนที่เป็มารดา
"เ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ" หลี่มี่รีบไปที่ห้องแต่งกายเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่
'มาทำไมแต่เช้านะ สงสัยเื่ที่ฉันออดอ้อนท่านแม่ทัพมื้อคืนนี้ถูกไป๋ลู่ไปแจ้งต่อฟางเหนียง ช่างทำงานดีเสียนี่ไหนบอกว่าจะจงรักภักดีกับฉันยังไง เหอะเหมือนนิยายไม่ผิดเพี้ยน ' นางคิดในใจพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าไปด้วย
"ว่าแต่ท่านแม่มานี่ที่แต่เช้าตรู่เช่นนี้มีเื่อันใดหรือขอรับ" เทียนหลันเซ่อพาท่านแม่มานั่งที่ห้องโถงเพื่อรอหลี่มี่ได้เอ่ยถามขึ้นมา
"ข้าได้ยินว่านางได้รับาเ็จึงมาดูอาการเท่านั้น หากนางได้รับาเ็มากข้าจะได้ให้สาวใช้ไปซื้อยาสมุนไพรมาต้มให้นางกิน เ้าคงไม่คิดว่าข้ามาหาเื่นางหรอกใช่มั้ย? "
"หากท่านแม่คิดเช่นนั้นข้าเองก็ดีใจที่ท่านแม่เมตตานาง ข้าต้องกลับไปที่ห้อง ท่านแม่รอพบนางอีกไม่นานเยิ่นเม่ยเม่ยคงออกมา"
"ไปเถิด เ้ามีเื่ที่จะต้องจัดการมากมายเื่ในเรือนให้เป็หน้าที่ข้าเอง " ฟางเหนียงยิ้มให้บุตรชายก่อนที่เขาจะเดินออกไป ไม่นานอย่างที่เทียนหลันเซ่อกล่าว หลี่มี่เดินตรงมาหาฟางเหนียงที่ห้องโถง
"ขออภัยท่านแม่ที่ข้าทำให้ท่านต้องรอนาน ท่านแม่มาหาข้าแต่เช้าคงยังไม่ได้กินอาหารเช้าใช่มั้ยเ้าคะ? เช่นนั้นข้าจะให้สาวใช้ไปยกสำรับมาที่นี่ดีไม่เ้าคะ เอ๊ะว่าแต่ท่านแม่ทัพไปทางใดแล้วเ้าคะ" หลี่มี่กวาดตามองทั่วห้องไม่พบเทียนหลันเซ่อจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย
"เทียนหลันเซ่อเป็ท่านแม่ทัพใหญ่หน้าที่ของเขามีล้นมือ ไม่ใช่มีหน้าที่คอยอยู่ดูแลเ้าตลอดหรอกนะ ทำไมกลัวหรือไงที่ไม่มีบุตรชายของข้าคอยหนุนหลัง" น้ำเสียงของฟางเหนียงเปลี่ยนไปเมื่ออยู่กับนางสองต่อสอง
“ข้าจะกลัวทำไมกันเ้าคะ ท่านแม่เป็ท่านแม่ที่ดีของท่านแม่ทัพไม่ต่างจากท่านแม่ของข้า เหตุใดข้าต้องกลัวกันเช่นนั้นข้าจะไปตามสาวใช้ให้ไปยกสำรับมาสำหรับสองคนนะเ้าคะ”
“ไม่ต้องข้ายังไม่หิว แล้วาแของเ้าเป็เช่นไรบ้าง”
“ดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่ที่เป็ห่วงข้า”
“ข้าไม่ได้เป็ห่วงเ้าแต่เป็ห่วงเทียนหลันเซ่อต่างหากที่ต้องคอยมาดูแลเ้าเช่นนี้ ข้ามีเื่ที่จะแจ้งให้เ้ารับรู้ในตอนนี้มีเพียงแค่สองเราข้าเองไม่อยากใส่ปิดบังความรู้สึกที่มีต่อเ้า” หลี่มี่มองใบหน้าของสตรีที่มีอายุพร้อมคิดในใจนี่คงจะเริ่มแล้วสินะ
“ท่านแม่มีเื่อันใดหรือเ้าคะ”
"ข้าจะให้เ้าอยู่ที่นี่อีกแค่หนึ่งฤดู เ้าจงออกจากเรือนนี้ไปด้วยดีซะหากไม่อยากเจ็บตัว"
"เหตุใดท่านแม่ถึงเอ่ยออกมาเช่นนั้น ข้าทำเื่ใดผิดหรือเ้าคะท่านแม่โปรดแจ้งข้อผิดพลาดให้ข้าได้รู้ด้วยเถิด" แม้หลี่มี่จะรู้อยู่แก่ใจแต่ก็แสร้งเอ่ยถาม
"ข้อผิดพลาดของเ้าคือเ้าเป็สตรีที่ไม่มีฐานะเพรียบพร้อมคู่ควรกับท่านแม่ทัพอย่างไรล่ะ " ฟางเหนียงเอ่ยพลางชำเรืองหางตามองหลี่มี่อย่างดูถูก
"ท่านแม่... ข้าจะไปอยู่ที่ใดได้ในใต้หล้านี้ข้าไม่รู้จักผู้ใดเลย ทั้งชีวิตของข้ามีเพียงท่านพ่อเท่านั้น แต่ทว่าตอนนี้ท่านพ่อของข้าไม่อยู่บนโลกใบนี้ท่านแม่โปรดเมตตาข้าด้วย" หลี่มี่เอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ
"นี่เ้าจะทวงบุญคุณอย่างนั้นหรือ เ้าจะบอกว่าที่เ้าต้องมาอยู่เช่นนี้เพราะพ่อของเ้าตายแทนท่านแม่ทัพเช่นนั้นใช่หรือไม่ เหอะ! เ้าไม่ต่างจากสตรีแพศยาเลยจริง ๆ หากไม่มีที่อยู่เ้าก็ไปอยู่ที่หอคณิกาสิข้าจะฝากฟังให้" ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามสายตาไม่แยแสความเป็คนของฟางเหนียงทำให้หลี่มี่แทบทนไม่ไหว กำหมัดแน่นแววตาเต็มไปด้วยความโกรธหากนางจะเอาเช่นนี้หลี่มี่จะจัดให้นางเอง