ฤดูหนาวปีนั้น ลมเหนือพัดกระโชกหอบเอาความเยือกเย็นมาสู่แผ่นดินต้าเหยียน พร้อมกับข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหล้า — ฮ่องเต้เซียวเฉิงต้าเสด็จสวรรคต!
พระวรกายที่ชราภาพและอาการพระประชวรเรื้อรังที่รุมเร้ามานานหลายปี บัดนี้ถึงคราวดับสูญอย่างสงบ เสด็จสู่สวรรคาลัย ละทิ้งราชบัลลังก์ทองไว้เบื้องหลัง เพื่อให้รัชทายาท ‘เซียวจิ่งเฉิน’ สืบทอดพระราชปณิธานต่อไป
ทั่วทั้งเมืองเซิ่งจิงตกอยู่ในห้วงแห่งความโศกเศร้าอาลัย ขุนนางน้อยใหญ่และราษฎรต่างสวมชุดขาวไว้ทุกข์ร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่รัชทายาทจิ่งเฉินเตรียมพร้อมก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดเพื่อครองราชย์เป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ภายใต้รัชศกใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น
ณ จวนเป่ยกุยอ๋อง เหยาเหยาในอาภรณ์สีขาวยืนทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาคู่สวยฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก
'ฮ่องเต้องค์เก่าสวรรคตแล้ว...' นางรำพึงในใจ 'ในนิยายต้นฉบับไม่มีฉากนี้ เพราะเส้นเรื่องถูกบิดเบือนไปจนผิดเพี้ยนตั้งแต่แรก แต่สิ่งหนึ่งที่ข้ารู้ดีที่สุดคือ... ช่วงผลัดแผ่นดินคือช่วงที่ราชสำนักเปราะบางและอ่อนแอที่สุด!'
'อำนาจกำลังเปลี่ยนมือ ขุนนางต้องเลือกข้าง ทุกสิ่งทุกอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทาง...' เหยาเหยาขบคิดพลางหรี่ตาลง ประกายในตาเย็นวาบ 'หากข้าเป็นแคว้นเป่ยเหลียง หรือฉีจิ้งจง... นี่แหละคือ ‘โอกาสทอง’ ที่ดีที่สุดที่จะลงมือบดขยี้ต้าเหยียนในยามที่ยังไม่มั่นคง'
——————
ลางสังหรณ์ของเหยาเหยาแม่นยำราวกับตาเห็น
ภายในห้องหนังสือส่วนตัวของจวนเป่ยกุยอ๋อง เป้ยจิ้งหานก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนากำสาส์นด่วนจากชายแดนเหนือไว้แน่น
"แคว้นเป่ยเหลียงเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พวกมันยกทัพมาประชิดชายแดน หวังฉวยโอกาสในยามที่ต้าเหยียนกำลังผลัดแผ่นดินและวุ่นวายกับการผลัดเปลี่ยนรัชกาล เพื่อโจมตีเราโดยไม่ทันตั้งตัว"
เหยาเหยาพยักหน้ารับอย่างไม่แปลกใจ "เป็นไปตามที่ข้าคาดไว้ไม่มีผิด พวกมันเฝ้ารอจังหวะนี้มานาน... และข้าเชื่อว่าไม่ใช่แค่เป่ยเหลียงลำพังแน่ คนอย่างฉีจิ้งจงที่หลบหนีไปได้ จะต้องมีส่วนร่วมในศึกครั้งนี้ด้วย"
"เจ้ามองการณ์ไกลนัก" เป้ยจิ้งหานเอ่ยเสียงต่ำ แววตาคมปลาบดุดันขึ้น "สายข่าวรายงานว่า ฉีจิ้งจงหนีไปกบดานและเข้าร่วมกับแคว้นเป่ยเหลียงจริง ๆ มันยังคงไม่ละทิ้งความทะเยอทะยานที่จะชิงตัวอันอัน และปรารถนาจะเห็นต้าเหยียนพังพินาศคามือ"
เหยาเหยากำหมัดแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว
'ฉีจิ้งจง... แกยังไม่เลิกราวีลูกของข้าอีกหรือ!' ความโกรธแค้นปะทุในอก 'ตราบใดที่มันยังมีลมหายใจ ลูกของข้าก็ไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข... คราวนี้แหละ ข้าต้องร่วมมือกับพี่หานเด็ดหัวมันให้ได้!'
——————
ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เซียวจิ่งเฉินก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์มังกรอย่างสง่างาม สถาปนารัชศกใหม่นามว่า ‘หย่งอัน’ อันมีความหมายถึงความสงบสุขชั่วนิรันดร์
ฮ่องเต้องค์ใหม่ทรงเป็นราชันผู้ทรงคุณธรรมล้ำเลิศดั่งที่ตระกูลซ่งเคยคาดหวังไว้ และที่สำคัญ พระองค์ทรงวางพระทัยในตระกูลซ่งและเป่ยกุยอ๋องอย่างที่สุด ซึ่งนี่คือผลลัพธ์จากการที่ตระกูลซ่งคอยเกื้อหนุนและผลักดันพระองค์มาตั้งแต่ครั้งที่เหยาเหยายังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อย
เมื่อราชสำนักได้รับรายงานด่วนเรื่องกองทัพเป่ยเหลียงรุกรานชายแดน ฮ่องเต้หย่งอันก็ทรงมีพระบรมราชโองการทันที
"เป่ยกุยอ๋อง... เจ้าคือยอดขุนพลผู้เคยปราบพวกเป่ยหรงจนราบคาบมาแล้ว ครั้งนี้ข้าขอฝากฝังแผ่นดินไว้ในมือเจ้า จงนำทัพหลวงรุดไปรับมือแคว้นเป่ยเหลียง ร่วมกับแม่ทัพใหญ่ซ่งติ้งหย่วน ปกป้องแผ่นดินต้าเหยียนและราษฎรของเราให้อยู่รอดปลอดภัย!"
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เป้ยจิ้งหานและซ่งติ้งหย่วนก้าวออกมาคุกเข่า น้อมรับพระบรมราชโองการอย่างขันแข็ง
——————
ก่อนวันเคลื่อนทัพใหญ่ เป้ยจิ้งหานกลับมาที่จวนเพื่อร่ำลาภรรยาและบุตรชายอันเป็นที่รัก
เหยาเหยาบรรจงสวมชุดเกราะเหล็กให้สามีอย่างประณีต ทุกข้อต่อ ทุกสายรัด นางตรวจตราอย่างละเอียดลออ ในหัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความห่วงใยทว่าเปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว
'พี่หานต้องออกศึกอีกแล้ว...' นางคิดพลางลอบถอนใจ 'แต่ศึกคราวนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ เพราะมีฉีจิ้งจงคอยชักใยและจ้องจะชิงตัวอันอันอยู่เบื้องหลัง ข้าจะยอมให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด ต้องช่วยพี่หานวางกลยุทธ์ให้รัดกุมที่สุด'
"พี่หาน" เหยาเหยาเอ่ยเรียกเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่น นางยื่นถุงผ้าปักลายประณีตที่เตรียมไว้ส่งให้เขา "ในนี้มียาวิเศษและยันต์เตือนภัยที่ข้าแลกมาจากระบบ พกติดตัวไว้ตลอดเจ้าคะ นอกจากนี้ข้ายังเตรียมแผนที่และข้อมูลเส้นทางลับแถบชายแดนเอาไว้ให้ด้วย พี่หานต้องระวังกลยุทธ์ของฉีจิ้งจงให้ดี มันเคยเป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ ย่อมชำนาญการศึกไม่เบา"
เป้ยจิ้งหานรับถุงผ้ามาเก็บไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอื้อมมือมากุมมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่น "เจ้าวางใจเถิด ข้าสัญญาว่าจะกลับมาหาเจ้าและอันอันอย่างปลอดภัย... และข้าจะบดขยี้ฉีจิ้งจงให้สิ้นซากในศึกนี้ จะไม่ยอมให้มันกลับมาเป็นภัยคุกคามลูกของเราได้อีกเป็นอันขาด"
ในตอนนั้นเอง อันอันน้อยที่ถูกอุ้มเข้ามาส่งบิดา ก็โผเข้ากอดคอเป้ยจิ้งหานแน่น ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความอาลัย
"ท่านพ่อ... อย่าไปเลยนะ..." เด็กน้อยเอ่ยเสียงสั่นเครือ ริมฝีปากน้อยเม้มแน่น ก่อนจะซบหน้าลงกับบ่ากว้างของบิดาอย่างไม่ยอมปล่อย
เป้ยจิ้งหานสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวและอาลัยอาวรณ์ผ่านอ้อมกอดเล็กๆ และน้ำเสียงสั่นๆ นั้น ร่างสูงใหญ่กอดลูกชายแนบอกพลางกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "อันอัน... รอพ่อกลับมานะ พ่อสัญญาว่าจะรีบกลับมาหาเจ้ากับท่านแม่"
เหยาเหยาที่เห็นแววตาอาลัยและริมฝีปากงอๆ ของลูกชายพลันรู้สึกใจอ่อนยวบ นางรับตัวอันอันมาอุ้มไว้พลางลูบหลังปลอบประโลมเบาๆ "ท่านพ่อต้องไปทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองของเรา เดี๋ยวก็กลับมาหาอันอันแล้วนะ"
——————
หลังจากกองทัพของเป้ยจิ้งหานและซ่งติ้งหย่วนเคลื่อนพลออกจากเมืองหลวง เหยาเหยาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ
นางจัดตั้งห้องบัญชาการลับขึ้นภายในเรือนส่วนตัว คอยทำหน้าที่ประสานงาน รับสาส์นด่วนจากแนวหน้า และส่งคำแนะนำกลยุทธ์กลับไป โดยใช้ไหวพริบปฏิภาณอันเฉียบแหลมของตนเอง ร่วมกับฐานข้อมูลวิเศษจากระบบ และเครือข่ายข่าวกรองที่ทรงประสิทธิภาพของซ่งจิ้งอัน พี่ใหญ่ของนาง
'ถึงแม้ร่างกายนี้จะออกไปจับดาบฟาดฟันในสนามรบไม่ได้...' แววตาของหญิงสาวฉายประกายเด็ดเดี่ยวล้ำลึก 'แต่ข้าสามารถเป็นกุนซือเงา คอยชี้แนะหมากกลและส่งข่าวคราวช่วยเหลือพี่หานกับพี่รองอยู่เบื้องหลังได้... นี่คือสมรภูมิรบของข้า และข้าจะไม่มีวันแพ้!'
ซ่งจิ้งอันที่เดินทางมาช่วยประสานงาน มองดูน้องสาวตัวน้อยในวันวานที่บัดนี้เติบโตขึ้นเป็นทั้งพระชายาอ๋อง เป็นมารดาผู้แข็งแกร่ง และเป็นกุนซือเงาผู้อยู่เบื้องหลังกลศึกอย่างเต็มภาคภูมิ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมระคนภาคภูมิใจ
"เหยาเหยา... เจ้าเติบโตขึ้นมากจริงๆ จากเด็กหญิงตัวน้อยที่เคยคิดว่าตนเองไร้ความสามารถ บัดนี้กลับกลายเป็นเสาหลักสำคัญของตระกูลซ่งและแผ่นดินต้าเหยียนไปเสียแล้ว"
คำชมนั้นทำให้เหยาเหยายิ้มแก้มปริ นั่นก็เพราะนางโชคดีที่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่เก่งกาจและรักใคร่กลมเกลียวกัน ถึงได้เรียนรู้และแข็งแกร่งขึ้นได้ขนาดนี้ต่างหาก
หญิงสาวยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
"ก็เพราะพี่ใหญ่คอยพร่ำสอนเหยาเหยามาตลอดอย่างไรเล่าเจ้าคะ ทั้งเรื่องการเดินหมาก เรื่องการเมืองในราชสำนัก... ที่ข้ามีวันนี้ได้ ก็เพราะมีครอบครัวที่ดีคอยหนุนหลัง" นางเอ่ยพลางยิ้มหวาน
——————
ค่ำคืนนั้น ภายใต้แสงเทียนสลัวที่วูบไหว เหยาเหยานั่งพินิจแผนที่รายละเอียดชายแดนอย่างเคร่งเครียด สมองอันปราดเปรื่องประมวลอย่างรวดเร็ว คิดหากลศึกที่จะช่วยให้เป้ยจิ้งหานเอาชนะกองทัพเป่ยเหลียงและล่อลวงฉีจิ้งจงมาติดกับ
'แคว้นเป่ยเหลียงมีกำลังพลมหาศาล ทั้งยังมีฉีจิ้งจงที่เจนศึกคอยวางแผนให้' นางวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเป็นระบบ 'หากปะทะกันตรงๆ กองทัพต้าเหยียนอาจต้องสูญเสียไม่น้อย ทางเดียวคือต้องใช้กลอุบาย... ว่าแต่จุดอ่อนของพวกเป่ยเหลียงคืออะไรกันนะ?'
นิ้วเรียวสวยไล่ไปตามบันทึกข้อมูลที่ซ่งจิ้งอันรวบรวมมา ทั้งรายละเอียดเสบียงอาหาร เส้นทางลำเลียงพล สภาพภูมิอากาศแถบชายแดน ไปจนถึงความขัดแย้งภายในของราชสำนักเป่ยเหลียง
'ตอนที่ข้ายังเด็ก ข้าคอยเตือนครอบครัวโดยอาศัยความทรงจำจากนิยายเล่มเดิม แล้วให้ทุกคนลงมือแก้ไข...' นางคิดพลางถอนหายใจยาว 'แต่ตอนนี้เนื้อเรื่องในนิยายหลุดกรอบเดิมไปไกลแล้ว ข้าไม่มีตัวช่วยนำทางอีกต่อไป... ศึกครั้งนี้ ข้าต้องชนะด้วยสมองและไหวพริบของตัวเองล้วนๆ'
'แต่ข้าไม่กลัวเลยสักนิด!' ดวงตาคู่สวยสว่างวาบด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว 'เพราะที่ผ่านมา ความรู้จากนิยายเป็นเพียงแค่ส่วนเสริมเท่านั้น สิ่งที่เปลี่ยนชะตากรรมของพวกเราจริงๆ คือการที่ข้าวิเคราะห์ วางแผน และทุกคนในครอบครัวร่วมแรงร่วมใจกันลงมือต่างหาก... คราวนี้ก็เช่นกัน ข้าจะเป็นกุนซือเงาที่เอาชนะศัตรูด้วยสติปัญญา เพื่อปกป้องลูกรักและแผ่นดินเกิดไว้ให้ได้'
'จริงด้วยสิ!...' พลันสายตาของนางก็สะดุดเข้ากับจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 'กองทัพเป่ยเหลียงต้องพึ่งพาเส้นทางลำเลียงเสบียงเพียงสายเดียวที่ตัดผ่านหุบเขาแคบๆ นี้! หากเราส่งทัพย่อยไปตัดเส้นทางเสบียงนี้เสีย กองทัพเป่ยเหลียงที่บุกเข้ามาแนวหน้าก็จะขาดแคลนอาหารจนแตกพ่ายไปเอง... ส่วนฉีจิ้งจง ในเมื่อมันจ้องจะชิงตัวอันอัน ย่อมต้องแฝงตัวอยู่ใกล้แนวหน้าเพื่อหาโอกาสลงมือแน่ หากเราใช้เหยื่อล่อที่เหมาะสม... มันต้องยอมปรากฏตัวออกมาแน่!'
เมื่อแผนการรบอันแยบยลเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในหัว เหยาเหยาไม่รอช้า รีบตวัดพู่กันเขียนสารลับส่งตรงไปยังค่ายทหารของเป้ยจิ้งหานที่ชายแดนทันที
'รอดูเถิด ฉีจิ้งจง... แคว้นเป่ยเหลียง...' นางคิด แววตาเปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว 'พวกเจ้าคิดจะอาศัยช่วงเวลาผลัดแผ่นดินมาทำลายต้าเหยียน และพรากลูกชายไปจากอกข้า พวกเจ้าจะได้รู้ว่า ต้าเหยียนยุคใหม่ภายใต้ฮ่องเต้ผู้ทรงธรรม และมีตระกูลซ่งกับเป่ยกุยอ๋องปกปักษ์รักษา... ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะมาล่วงเกินได้ง่ายๆ!'
สายลมหนาวด้านนอกหน้าต่างยังคงพัดหวีดหวิวอย่างบ้าคลั่ง ทว่าในใจของเหยาเหยากลับลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่น — เปลวไฟของมารดาผู้พร้อมจะแลกชีวิตเพื่อปกป้องบุตร และของพระชายาอ๋องผู้พร้อมจะปกป้องแผ่นดินให้อยู่รอดปลอดภัย
มหาศึกครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของนาง... กำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้ว!