บทที่27 มุ่งหน้าสู่เหมันต์อัคคี
เดนที่กำลังนั่งมองสี่สาวแลกเปลี่ยนความรู้ศาสตร์การต่อสู้โดยมีแคนดิสเป็ผู้ชี้แนะอยู่ ต้องสะดุ้งโหยงขึ้นเมื่อลูถามบางอย่างกับเขา
“นี่เดนออโรร่านั้นชอบเ้าใช่ไหม”
“จะ..เ้ารู้ได้ยังไงกันละ”
“ก็ข้าเห็นนางคอยแอบมองตามเ้าตลอดเลยนิ แล้วเ้าคิดยังไงกับนางละ”
“เฮ้อตอนนี้ข้ายังไม่คิดถึงเื่รักๆใคร่ๆเลยข้าอยากจะตามหาพ่อกับแม่ของข้าให้เจอชะก่อนนะ”
“พูดถึงพ่อกับแม่เ้าพวกท่านก็หายไปั้แ่เ้ายังเล็กนี้นะไม่รู้ว่าตอนนี้เป็ยังไงมั้ง”
“ก็นั้นนะสิข้ายิ่งคิดยิ่งจนหนทางไม่รู้จะเริ่มจากไหนดี”
“เอานะพวกท่านคงไม่เป็อะไรหรอกพวกเขานะเก่งออกจะตายไป ข้าว่าตอนนี้เ้าควรห่วงตัวเองก่อนเถอะนะข้าว่ายัยไอลีนก็รู้ว่าออโรร่านะชอบเ้า”
“หือรู้แล้วทำไมกันเหรอทำไมข้าต้องห่วงตัวของข้าด้วยละ”
“นี่เ้าบื้อจริงรึแกล้งบื้อกันฟ่ะ ยัยไอลีนนะชอบเ้ามาตั้งนานแล้ว ที่นางคอยทุบตีเ้านะเพราะนางไม่รู้จะทำตัวยังไงเมื่ออยู่ต่อหน้าเ้านะสิ”
“จะ..เ้าว่าอะไรนะยัยบ้าพลังนั้นนะเหรอจะมาชอบคนอย่างข้ากันนะ”
ลูส่ายหัวเหนื่อยใจกับเดน
“เอาเถอะเ้าค่อยๆดูนางไปละกันว่าจะเหมือนที่ข้าพูดรึไม่ ข้านะคบพวกเ้ามาั้แ่เด็กข้าดูออกนาเื่แบบนี้”
เดนหันไปมองไอลีนและกลับมามองลู
“เฮ้อ..ข้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดีเลยแหะถ้าเป็ยังที่เ้าพูดมา”
“ก็ทำเหมือนที่เ้าทำให้เป็ปกตินั้นละในอนาคตไม่แน่เ้าอาจชอบทั้งสองนั้นขึ้นมาก็ได้ใครจะไปรู้”
ลูยิ้มกวนๆให้กับเขา
“แล้วเ้าละลูไม่คิดจะชอบใครบางเหรอเ้านะเหมือนจะเชี่ยวในเื่นี้นะ”
“อืมทีแรกข้าก็ชอบไป๋เป่าอะนะเห็นว่านางสวยดีแต่เมื่อเจอกันอยู่บ่อยๆเลยรู้นิสัยกันมากขึ้นเลยทำให้ข้าคิดว่าเป็เพื่อนกันนี่แหละเหมาะสุดแล้วสเปคของข้านะต้องอ่อนหวานเอาใจเก่ง”
“นางก็ดูท่าทางออกจะอ่อนหวานนิ”
“นางนะเรอะ เ้าไม่รู้อะไรข้านะฝึกกับนางบ่อยตอนที่เ้าไม่อยู่นะ นางนะเห็นอย่างนั้นพอได้สู้ละก็โครตน่ากลัวพอๆก่ะยัยไอลีนนั้นละ บรึ๋ย ข้าไม่เอาด้วยหรอกนะพวกผู้หญิงบ้าพลังนะ”
“ฮ่า ฮ่า เป็เช่นนั้นหรอกรึ เ้าละฝึกมาแค่ไหนกันแล้วลองกันสักตั้งไหมละ”
“ข้าฝึกไม่น้อยไปกว่าเจัาละกันข้าในตอนนี้นะเ้าคงลำบากพอดูละที่จะเอาชนะข้าได้นะ ข้าไม่ใช่คนเดิมเหมือนตอนอยู่สถาบันจิต์อีกแล้วนะ”
ลูเอามือตบไหล่ของเดนพร้อมยืดอกตัวเอง
“ยังงั้นเหรอ งั้นมาประลองกันดูสักครั้งดูไหมละ”
“เอาสิเ้าอย่าใแล้วกันเมื่อเห็นฝีมือของข้านะ”
เดนและลูเดินออกจากโขดหินใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีกันนาร์นอนอยู่
“หือเดนกับลูจะประลองกันรึไหนขอข้าดูสิว่าเดนจะพัฒนาไปถึงไหนกัน”
ไอลีนกล่าวออกมาและนั่งลงบนโขดหินพร้อมอีกทั้งสามคน”
“เห เดนอย่าออมมือละถ้าเ้าไม่เอาจริงเกิดเจ็บตัวขึ้นมาข้าไม่รับรู้ด้วยนะ ฮ่า ฮ่า”
ลู กล่าวออกมาพร้อมพุ่งตัวเข้าโจมตีเดนที่ยืนมองเขาอยู่ พอเขาชกไปยังเดนกลับััได้แต่ความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องหน้า เดนที่อยู่เบื้องหน้าของเขาสั่นไหวไปมาแล้วก็หายไป
“หือภาพติดตา ช่างไวอะไรอย่างนี้กัน”
ลู หันกลับพร้อมประสานมือเกิดวงเวทย์สีแดงขึ้นมาเบื้องหน้าของเขา
“ห่าะุพลิงอัคคี”
ลู กล่าวพร้อมกลับผลักมือทั้งสองมาเบื้องหน้า ลูกไฟถูกยิงออกมานับไม่ถ้วนไปทางเดน เดนที่ยืนห่างออกไปมีลูกแสงสีม่วงปรากฏออกมาด้านหลังของเขาหกลูกและเรียงเป็วงกลมหมุนวนด้านหลังของเขา เดนสบัดมือออกไปทางลูกไฟที่พุ่งเข้ามา ลูกแสงสีม่วงก็ยิงพลังสายฟ้าออกมาทำลายลูกไฟไปทั้งหมด ลูหายไปจากที่เข้าเคยอยู่มาปรากฏด้านหลังของเดน แต่เดนตวัดเตะกลับหลังโดนลูจนเขากระเด็นกลิ้งไปกลับพื้นหญ้าพอลูเงยหน้ากลับพบว่าเดนหายไปและมาอยู่ตรงหน้าของเขาพร้อมกับกางฝ่ามือขึ้นประชิดใบหน้าของเขา
“ขะ..ข้ายอมแพ้”
ลูกล่าวออกมาทันทีที่เขาเห็นประกายแสงเริ่มแผ่ออกจากฝ่ามือของเดน
“เ้าทำไมถึงเก่งแบบนี้ละข้าว่าข้าฝึกหนักมามากแล้วนะ”
“นี้เขาเรียกว่า ย่างก้าวอัสนีบาต เป็ยังไงละตามข้าทันไหมละ”
“วุ้ยลืมไปว่าเ้าใช้ธาตุสายฟ้าที่ขึ้นชื่อเื่ความเร็วไว้ข้าฝึกอีกหน่อยเถอะข้าสู้เ้าได้แน่เดน”
“เอาน่าแบบนี้เ้าก็แข็งแกร่งขึ้นมากแล้วละคงจะมีน้อยคนละนะที่พอจะสู้กับเ้าได้นะ”
“ยังหรอกแค่นี้นะยังไม่เรียกว่าแข็งแกร่งหรอกนะข้าต้องแข็งแกร่งให้ได้เหมือนกับชายหนุ่มที่สวมหน้ากากในตอนนั้นให้ได้”
“อะ..เออ ยังงั้นเหรอพยายามเข้านะเ้าทำได้แน่ลู”
ไอลีนเดินเข้ามาหาพวกเขา
“เดนเ้านะเก่งขึ้นอย่างมากเลยนิมาประลองกับข้ามั้งสิ”
“เอาไว้วันหลังนะตอนนี้ข้าเหนื่อยแล้วและก็หิวแล้วด้วยพวกเราไปกินข้าวกันเถอะ”
ไอลีนทำหน้าบูดบึ้งขึ้นมา
“นี่เ้าคิดจะหนียังนั้นเหรอมาสู้กันเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“นี่แม่คุณข้าไม่ได้โกหกเ้านะข้าเหนื่อยแล้วจริงๆพลังของข้านะไม่ได้มีมากมายนะที่จะต้องมาโกหกเ้านะ”
“หึก็ได้ข้าเชื่อเ้าแต่เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วเรามาประลองกันตกลงไหม”
เดนส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ
“เอาไว้ก่อนละกันไปกันเถอะ”
เดนกล่าวเสร็จก็รีบวิ่งหนีไปทันที
“ไอ้เ้าบ้านี่”
ไอลีนะโตามหลังเขาไป
“เอาน่าไอลีนดูเหมือนเดนเขาจะไม่อยากสู้กับเ้านะ”
ลู กล่าวออกมาในขณะที่เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของเขา
“คอยดูข้าจะต้องประลองกับเขาให้ได้”
เมื่อไอลีนกล่าวเสร็จก็เดินตามเดนไป จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็ตามทั้งสองไป
ในที่สุดวันที่ต้องออกเดินทางก็มาถึงในระหว่างสองวันที่ผ่านมาเดนต้องกล่าวอ้างออกมาว่าป่วยสารพัดโรคที่นึกออกและหลบซ่อน เพื่อที่จะหนีการประลองกับไอลีนทำให้บรรดาพวกพ้วงของเขาทั้งหมดต่างขบขันในเื่ต่างๆที่เดนอ้างออกมา
“ท่านมู ท่านฟูม่าขอโทษด้วยที่ต้องรบกวนพวกท่านในสองวันที่ผ่านมานี้”
“ไม่เป็ไรหรอกฑูตจางขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ”
“ขอรับข้าจะดูแลคนของท่านอย่างดีที่สุดพวกท่านอย่าได้ห่วงเลย”
“เื่นั้นพวกข้าไม่ห่วงหรอกพวกเขานะแข็งแกร่งกันอยู่แล้วคงเอาตัวรอดกันได้”
“ยังงั้นข้าขอตัวลา”
เดนเดินไปหาปู่ของเขาลูเองก็เช่นกันไอลีนเข้าไปลาพ่อของนางด้วยเช่นกัน
“ท่านปู่จากนี้ไปท่านจะอยู่ที่นี้รึกลับไปยังป้อมอัสนีกันละ”
“ข้าจะกลับไปยังป้อมอัสนีข้าได้ส่งงานของหัวหน้าหมู่บ้านให้กับคนที่มารับหน้าที่ใหม่เอาไว้แล้วละ”
“ถ้างั้นเมื่อข้ามีข่าวอะไรจะส่งไปยังป้อมอัสนีนะท่านปู่”
“อืมเ้าเองก็รักษาตัวด้วยนะ ดูแลพวกพ้องของเ้าด้วยละ”
“ขอรับท่านปู่ข้าขอลา”
เมื่อได้ร่ำลากันเรียบร้อยคนทั้งแปดก็ขึ้นเรือเหาะลำใหญ่ เรือเหาะลอยตัวขึ้นฟากฟ้าและบินออกไปมุ่งหน้าสู่ทวีปเหมันต์อัคคี เดนเดินไปยังหัวเรือ
“ช่างเป็ภาพที่สวยงามจริงแหะวิวด้านล่าง”
“ข้าเองก็เพิ่งเคยนั่งเรือเหาะครั้งแรก ตื้นเต้นจัง”
ออโรร่าเดินมาหยุดอยู่ข้างเขาเอ่ยออกมา
“อืมจริงสินะเ้ายังไม่เคยได้นั่งเรือเหาะนี่งั้นก็จงสนุกกับการเดินทางในครั้งนี้เถอะนะ”
“อืม”
“เ้าเข้ากับพวกเขาได้รึไม่ละออโรร่าเมื่อเ้ามีเื่ลำบากใจอะไรก็บอกกับข้าได้นะ ถ้าเ้าไม่สบายใจอะไรนะ”
“ข้าเข้ากับทุกคนได้อย่างดีเลยละแถมยังสาบานเป็พี่น้องกับไอลีน ไป๋เป่าและแคนดิสแล้วอีกด้วยพวกนางนะดีกับข้าอย่างมากเลยละโดยเฉพาะไอลีน”
“อย่างนั้นเหรอ เมื่อข้าได้ยินอย่างนี้ข้าก็สบายใจ ในเมื่อเ้าจากคนในครอบครัวของเ้าออกมาก็ทำให้ข้าคิดเ้าคงจะเหงาไม่ใช่น้อย”
“อย่าห่วงข้าเลยข้านะเมื่อได้อยู่กับท่านข้าก็มีความสุขอย่างมากแล้วละ”
เมื่อเรือเหาะแล่นออกมาไกลจนออกนอกเขตทวีปม่านหมอกแห่งพฤกษาออกมาเดนและออโรร่าก็พบเข้ากับมหาสมุทรที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
เมื่อเรือเหาะแล่นเหนือพื้นมหาสมุทรพวกลูก็เดินออกมาจากส่วนที่พักอาศัยของตัวเรือมาหาเดนและออโรร่า
“โหมีแต่น้ำไม่เห็นแผ่นดินเลยแหะ”
ลู กล่าวออกมาอย่างตื้นเต้น
“เราจะแวะไปยังเกาะพิทักษ์วารีกันก่อนเพื่อส่งเทียบเชิญงานประลองที่จะมีในสิบกว่าเดือนข้างหน้าให้กับท่านจ้าวเกาะพิทักษ์วารี”
ฑูตจางเดินออกมาและบอกกับทุกคน พวกเขาพยักหน้าตอบรับ
“เกาะพิทักษ์วารีอยู่ไกลไหมท่านจาง”
ลูถามในขณะที่เขาก้มมองเบื้องล่าง
“อืมก็ไกลพอสมควรเกาะตั้งอยู่ระหว่างทวีปม่านหมอกพฤกษากับเหมันน์อัคคีนะ”
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้นเดนก็สังเกตุเห็นกลุ่มเฆมดำทะมึนอยู่ห่างจากพวกเขาไม่มากนัก
“ท่านจางข้างหน้าดูเหมือนจะมีพายุนะข้าเห็นกลุ่มเมฆสีดำขวางทางที่เรากำลังจะไปนะ
“หือพายุ แต่ไม่เป็ไรหรอกเรือเหาะนี้มีม่านพลังคอยป้องกันไว้ด้วย เอาละพวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะเดี๋ยวพอถึงที่มีพายุจะเปียกเอาได้”
พวกเขาพากันเข้าไปด้านในที่พักอาศัยภายในเรือเหาะ
“นายท่านข้าว่าพายุนั้นดูเหมือนจะมีบางคนสร้างขึ้นมานะข้าััพลังของบางอย่างได้”
กันนารฺ์เข้ามากระซิบข้างๆเดน
“อือข้ารู้แล้วละรอให้ไปถึงก่อนละกันถ้ามันคิดทำอันตรายเราเ้าและแคนดิสก็ออกไปจัดการกับมันชะ”
“ขอรับ”
แคนดิสที่ได้ยินคำสั่งของเขาผ่านกระแสจิตก็พยักหน้าตอบกลับมา
เมื่อเรือเหาะพวกเขาเข้าไปยังกลุ่มพายุเมฆนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นด้านนอกลมฝนรุนแรงจนทำให้เรือเหาะสั่นเล็กน้อย กันนาร์และแคนดิสออกไปดูด้านนอกเมื่อพวกเขามองไปยังใจกลางพายุนั้น
พวกเขาก็เห็นบางอย่างกำลังต่อสู้กันอยู่ในใจกลางพายุ เมือเรือแล่นเข้าไปใกล้กันนาร์และแคนดิสจึงเห็นว่ามีงูสีขาวตัวใหญ่กำลังสู้กับกลุ่มคนอยู่
“หือเลวีอาธานัวารี นิมันกำลังสู้กับใครกัน”
กันนาร์กล่าวออกมาและส่งกระแสจิตไปบอกเดน เดนจึงรีบบอกฑูตจากหยุดเรือเหาะไว้ก่อน
“มีอะไรกันรึเดน”
ลูรีบถามเขาทันทีที่เดนบอกให้ฑูตจางหยุดเรือ
“ดูเหมือนข้างนอกจะมีการสู้รบกันนะกันนาร์และแคนดิสพึ่งบอกข้า”
“ใครกันมาสู้กันกลางพายุที่รุนแรงเช่นนี้”
“ออกไปดูกันเถอะ”
ไอลีนเอ่ยออกมาทันทีที่เดนกล่าวจบ พวกเขาทั้งหมดออกไปด้านหัวเรือพวกเขาจึงเห็นงูตัวใหญ่สีขาวกำลังต่อสู้อยู่กับคนสิบคน และดูเหมือนกลุ่มคนที่สู้อยู่กับมันเกินครึ่งาเ็อยู่อีกด้วย
“นั้นมันตัวอะไรกันนะ”
ลูกล่าวออกมาเมื่อเห็นงูสีขาวตัวใหญ่นั้น
“เลวีอาธานัวารีนะ มันอาศัยอยู่ด้านลึกสุดของมหาสมุทรแล้วทำไมมันถึงออกมาที่นี้กันนะ”
กันนาร์บอกแก่ลู
“เ้าไปดูเหตุการณ์สิว่ามันเป็ยังไงกัน”
เดนสั่งกันนาร์เมื่อได้ยินคำสั่งเขาก็หายไปจากจุดที่ยืนอยู่ทันที
“ให้ข้าไปด้วยกับเขาด้วยไม่ดีกว่ารึเ้านั้นอาจทำอะไรบุ่มบามขึ้นมาก็ได้”
แคนดิสมาหยุดข้างๆเดนเอ่ยออกมา
“ไม่ต้องหรอกแค่เ้านั้นก็พอแล้วเ้าคอยคุ้มกันที่นี้แหละ”
“อืมก็ได้”
กันนาร์มาปรากฏตัวอีกทีภายในก้อนเมฆที่อยู่เหนือที่พวกคนที่กำลังสู้กับัวารีอยู่เพื่อรอดูสถานการณ์
“ถอยเร็วเข้าพวกเราเ้าันี้เริ่มบ้าคลั่งแล้ว”
คนที่ใส่ชุดสีดำที่กำลังต้านการโจมตีของัวารีะโขึ้น
“ท่านเว่ยฟงดูเหมือนเว่ยกังและคนอื่นจะไปไหนไม่ไหวแล้วละท่าน”
“บัดซบเอ่ยเ้ารีบพาพวกเขาหนีไปก่อนข้าจะต้านมันไว้เอง”
“ไม่ท่านพ่อข้าจะช่วยท่านสู้กับมัน”
หญิงสาวที่สวมชุดสีดำที่อยู่ด้านหลังของเขากล่าวท้วงออกมา
“อย่ามาดื้อตอนนี้นะเ้านะสู้มันไม่ได้หรอกเร็วรีบไปเร็วๆเข้า”
ในขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้นเ้าัวารีก็ใช้ศรวารียิงเข้าหัวไหล่ของเขาเืพุ่งกระฉูดออกมามากมายทำให้เขาทำท่าจะตกลงไปเบื้องล่างพื้นมหาสมุทรแต่หญิงสาวเข้ามารับตัวเขาเอาไว้ก่อน
“ท่านพ่อท่านเป็ยังไงมั้ง”
“พวกเราคงไม่รอดแน่แล้วละ พ่อขอโทษนะที่พาเ้ามาตายแท้ๆ”
“ข้าไม่โทษท่านหรอกในเมื่อจะตายข้าก็ขอตายไปพร้อมกับท่าน”
ในตอนนั้นเองัวารีก็สะบัดหางฟาดมาทางพวกเขา หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงกอดพ่อของนางไว้แน่นและหันตัวเข้ารับการโจมตีนั้น แต่นางกลับไม่โดนโจมตีจึงทำให้นางหันกลับมาและพบเข้ากลับฉากอันน่าตื่นตลึง นางเห็นว่ามีชายหนุ่มกำลังกำยึดหางของเ้าันั้นไว้โดยที่ตัวของเขายังทรงตัวนิ่งแต่เ้าักลับดิ้นพยายามหลุดจากมือของเขา เ้าัวารีเมื่อมันดิ้นไม่หลุดมันจึงใช้ศรวารีจำนวนมากโจมตีกันนาร์ที่จับหางมันไว้ เมื่อศรวารีพุ่งเข้ามาใกล้กันนาร์ก็ะโขึ้นเสียงดังไปทางศรวารีเ่าั้จนมันสลายหายไปจนหมดและเขาก็ปล่อยหางัวารีและเข้าไปใกล้กับหัวของมัน กันนาร์กำหมัดเขกไปที่หัวของมันอย่างแรงจนหัวมันทรุดไปด้านล่างและร้องออกมา เมื่อเ้าัวารีทรงตัวได้อีกครั้งจึงเงยหัวไปทางกันนาร์และเอาหางตัวเองขึ้นมาลูบหัวที่โดนเขกลงไปอย่างแรงนั้นเมื่อมันมองเข้าไปในดวงตาของกันนาร์ เ้าัวารีก็ตัวสั่นสะท้านขึ้นมาและรีบพุ่งตัวลงไปในมหาสมุทรและหนีหายไปทันที กลุ่มเมฆพายุหายไปจนสิ้นกลับเป็ท้องฟ้าอันแจ่มใสตามเดิม กลุ่มคนทั้งสิบที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างตกตะลึงไม่อาจขยับตัวจ้องมองมาทางกันนาร์
“ทะ..ท่าน ทะ..ทำได้ยังไงกัน”
หญิงสาวที่ได้สติกล่าวออกมา
“หือเอาละพวกเ้าตามข้ามา”
กันนาร์กระดิกนิ้วเรียกพวกเขาให้ตามไป พวกคนทั้งสิบไม่กล้าที่จะขัดจึงตามเขาไปเมื่อพวกเขาเห็นกันนาร์ล่อนลงไปยังเรือเหาะลำใหญ่นั้นจึงตามเข้าไป