"เป็แค่ไอ้เด็กบ้านนอกจากทางเหนือแท้ๆ"
แขกคู่ค้าเดินออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อโดนอีกฝ่ายปฏิเสธข้อเสนอที่เขาได้เปรียบกว่า
"ตอนแรกก็คิดว่าเป็แค่พวกหัวสูงแต่นี่ยังอวดดีอีก ในเมืองหลวงที่มีแต่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบนี้คิดว่าจะมีนางฟ้ามาบันดาลให้ความฝันเป็จริงรึไง! แค่เสียเปรียบนิดหน่อยมันจะเป็ไรกัน! ได้ทำการค้ากับคนอย่างดยุกทรูเบก็เป็บุญกับตระกูลไร้ชื่อของมันแค่ไหนแล้ว"
อะไรเนี่ย...
คนเราจำเป็ต้องพูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาจนหมดเปลือกขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันคิดพร้อมกับมองชายที่ใส่แหวนเพชรเต็มนิ้วด้วยสายตาพิกล
จะว่าไปแล้วเหมือนในนิยายจะมีฉากนี้อยู่นะ ถ้าจำไม่ผิด เ้าดยุกอ้วนนี่จะเป็หนึ่งในตัวร้าย เ้าของโรงกลั่นไวน์ซาดิสม์ที่อันเลนและควีนเนตต้ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เขามาเจรจาการค้าแต่ไม่สำเร็จด้วยข้อเสนอที่เอาเปรียบมากเกินไป แต่ระหว่างทางกลับก็เจอกับควีนเนตต้าเสียก่อน...
"ดะ ดัชเชสควีนเนตต้า!"
ไม่ทันขาดคำเลยแฮะ...
"ทำไมคนจากตระกูลวิโอเรลอันสูงส่งอย่างท่านถึงมาอยู่ที่นี่กันครับ" ดยุกทรูเบเดินโผงผางเข้ามาทักทายด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ฉันเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากตามน้ำไป
"ดยุกทรูเบไม่ใช่หรือคะ? น่าแปลกจริงๆ ที่ท่านมาเมืองหลวงแบบนี้"
"แหม... ก็เื่ธุระนั่นแหละครับ"
"กับเ้าของคฤหาสน์ที่นี่หรือคะ"
ดยุกทรูเบยักไหล่ "ก็ประมาณนั้นแหละครับ ได้ยินว่าเ้าของที่นี่ป่วนสมาคมการค้าในเมืองหลวงซะเละ เลยคิดว่าเขาน่าจะมาจากตระกูลผู้มีอำนาจ แต่ที่แท้ก็เป็แค่พวกบ้านนอก ไม่มีค่าให้เสวนาด้วยซ้ำไป"
"พวกบ้านนอกที่มองแต่ความฝันก็แบบนี้ ไม่รู้เสียเลยว่าในเมืองหลวงยึดถือเื่สายเืและชื่อเสียงตระกูลเหนือสิ่งอื่นใด ช่างน่าอับอายแทนจริงๆ"
ฉันโบกพัดลูกไม้ในมือก่อนจะส่ายหัวไปมาด้วยจริตแบบนางร้ายละครทีวี
"จริงสิ...ดิฉันเพิ่งจะได้ใบชาหายากมา ไหนๆ ท่านดยุกก็มาเยือนเมืองหลวงแล้ว ยังไงก็มานั่งเสวนาจิบชาให้หายขุ่นเคืองใจเถิด"
"ได้รับคำเชิญจากดัชเชสถือเป็เกียรติต่อวงศ์ตระกูล" ชายอ้วนหัวเราะ
แต่ก่อนที่เขาจะถามฉันว่าจะไปนั่งจิบชาที่ไหน...
เมื่อได้เห็นว่าฉันเรียกสั่งงานคนใช้ในคฤหาสน์ประดุจกระดิกนิ้วมือตัวเอง ดยุกทรูเบก็ตัวแข็งทื่อไป
"นี่อย่าบอกนะว่า..."
"ฮุฮุ อย่าทำหน้าใขนาดนั้นสิคะ"
ฉันเอามือป้องปากหัวเราะก่อนจะควงแขนของดยุกทรูเบเข้าไปในคฤหาสน์ที่เขาเพิ่งจะเดินออกมา ระหว่างทางก็เจอเข้ากับอันเลนพอดี ดวงตาสีน้ำแข็งมองมาทางฉันกับดยุกทรูเบอย่างกับเห็นผี หนังตาเขากระตุกเหมือนกำลังเห็นภาพสยดสยองอะไรสักอย่าง
"สามีของดิฉันไม่ค่อยรู้วิธีเอาใจแขกน่ะค่ะ คนจากทางเหนือก็แบบนี้" ฉันทำเสียงฉอเลาะ งัดสกิลประจบเ้านายออกมาใช้อย่างเต็มที่
"มะ ไม่รู้เลยนะครับว่าดัชเชสแต่งงานใหม่แล้ว"
"แหมๆ พอดีสามีที่ยังหนุ่มยังแน่นของดิฉันเป็พวกกระตือรือร้นมากเกินไปหน่อยจนลืมเชิญแขกมางานไปซะสนิทเลยน่ะค่ะ โฮะๆๆ"
เดาเลยว่าอันเลนอยากจะะโถีบขาคู่ใส่ฉันแล้วละ... หัวเราะได้ดัดจริตโพด (T-T)
ฉันพาดยุกทรูเบไปยังห้องรับรองที่เพิ่งตกแต่งใหม่ก่อนจะบอกให้คนไปยกน้ำชากับของว่างในครัวออกมารับรองแขก ส่วนอันเลนนั้นนั่งทำหน้าเหมือนปวดฟันพลางมองมาทางฉันจากอีกฝั่งหนึ่งของโซฟา
เมื่อน้ำชาและของว่างถูกยกมา ดยุกทรูเบก็ทำหน้าตะลึงราวกับไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน แถมเขายังแสดงออกเว่อร์วังเพื่อพยายามจะเอาใจฉันจนดูน่าหัวเราะ
"นะ น้ำแข็งเม็ดกลมเกลี้ยงเหมือนคริสตัลเจียระไนนี่มันอะไรกัน! แล้วข้างในนี่เป็... ดอกไม้งั้นหรือ? มันเข้าไปอยู่ข้างในได้ยังไงกัน"
"ใจเย็นสิคะ นี่มันก็แค่น้ำแข็งเอง สำหรับเราแล้วการขนส่งและการรักษาคุณภาพสินค้าน่ะเป็เื่เด็กๆ ตระกูลชเนดิทมีเหมืองน้ำแข็งทางเหนืออยู่ตั้งหลายที่ การจัดหาน้ำแข็งจากเทือกเขาที่ไหลเป็น้ำแร่บริสุทธิ์สักแห่งไม่ได้เป็เื่ใหญ่โตอะไรเลยค่ะ"
'น้ำแข็ง... กลางฤดูร้อนยังไม่พอ แต่จากเทือกเขาน้ำแร่ทางเหนือเนี่ยนะ!'ดยุกทรูเบมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือ
"ชานี่ใส่ส้มชนิดไหนกันทำไมถึงได้หอมขนาดนี้ เป็รสชาติซับซ้อนที่ข้าไม่เคยลิ้มลองมาก่อน แถมกลิ่นก็ยังหอมอบอวลในปากด้วย"
"ฮุฮุ~ ก็แค่ผลไม้ถูกๆ จากต่างประเทศน่ะค่ะ ราคาแพงกว่าพริกไทยไม่เท่าไหร่เอง..."
ใบหน้าอ้วนของดยุกทรูเบซีดเป็ไก่ต้ม "แพงกว่าพริกไทยที่มีค่าเท่ากับทองอีกหรือครับ!?"
ฉันมองใบหน้าที่ดูตื่นตะลึงไปกับทุกอย่างของดยุกทรูเบพร้อมกับโบกพัดลูกไม้ในมือเบาๆดูท่าว่าจะประกาศแสนยานุภาพไปพอสมควรแล้ว ควรเข้าเื่ตอนนี้เลยดีกว่า...
"ของว่างเล็กน้อยพวกนี้ถือเป็คำขอโทษสำหรับการต้อนรับที่ไม่ได้เื่เมื่อครู่นี้ด้วยแล้วกันนะคะ อย่างที่ท่านเห็น... สามีของดิฉันยังคงอ่อนประสบการณ์ไปเสียหน่อย แต่ก็พอมีความสามารถอยู่บ้าง"
อ่อนประสบการณ์?
อันเลนที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาแข็งๆ สองคนนั้นไม่ได้ให้จังหวะเขาพูดแทรกเลย ไม่สิ... ไอ้หมูตอนนั่นไม่ได้มีเขาอยู่ในสายตาเลยต่างหาก
"อะ... เอ่อ... ใช่ เื่เจรจาเมื่อครู่นี้มาตกลงกันใหม่ดีกว่านะครับ" เขาพูดข้ามหัวอันเลนที่นั่งอยู่โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง
ฉันหัวเราะใต้พัดลูกไม้ ก่อนจะส่งสายตาหวานเชื่อมบริหารเสน่ห์ "ไม่เอาเื่เมื่อกี้สิคะ... เอาเป็เื่ธุรกิจไวน์ของท่านดยุกจะดีกว่า"
"ธุรกิจไวน์หรือครับ..."
"ได้ยินว่าท่านกำลังลงทุนลงแรงไปกับไวน์ราคาแพงชนิดหนึ่งไม่ใช่หรือคะ พวกเราก็แค่อยากจะร่วมเป็หุ้นส่วนแบ่งปันความมั่งคั่งก็เท่านั้นเอง"
ฉันยิ้มเ้าเล่ห์
จะปล่อยอันเลนแอบไปตกลงค้ามนุษย์กับดยุกทรูเบไม่ได้เด็ดขาด นั่นเพราะจุดเริ่มต้นของจุดจบที่นำพาความล่มสลายมาสู่ตระกูลชเนดิทก็คือการเยี่ยมเยือนของดยุกผู้หนึ่ง...
แน่นอนว่าดยุกทรูเบที่ได้ยินกิตติศัพท์ในการทำเงินของอันเลนได้แสร้งทำมาติดต่อค้าขายเพื่อลองเชิงว่าที่คู่แข่งในอนาคต แต่สุดท้ายแล้วก็แค่หยิบยกเื่ตระกูลของตัวเองมาข่มวางอำนาจ
ก่อนกลับเขาได้พบกับควีนเนตต้าและรู้ว่าเธอแต่งงานกับเอิร์ลหนุ่มบ้านนอก ภายหลังจึงได้กลับมาเจรจาใหม่ อันเลนผู้ทะเยอทะยานเสนอตัวอยากจะร่วมเป็หุ้นส่วนในกิจการโรงกลั่น
และการค้ามนุษย์เพื่อนำเืมาทำไวน์ เอาศพคนตายมาทำปุ๋ยต้นองุ่นก็เริ่มต้นขึ้น...
มันเป็เช่นนี้อยู่หลายปี จนกระทั่งซินเดอริออนใช้เื่นี้เพื่อทำลายพวกเขาในที่สุด
เพราะงั้นฉันจะเปลี่ยนมันให้หมดเอง!
ไหนๆ ก็มาอยู่ในร่างของแม่เลี้ยงใจร้ายที่ไม่มีโอกาสได้กินผู้ชายหล่อๆ (เพราะหนุ่มหล่อพวกนั้นเป็ลูกชายของฉันหมด) อย่างน้อยก็ขอใช้ชีวิตนั่งกินนอนกินไปวันๆ เถอะ
ถ้ารู้ว่าจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ไปจิ้มผู้ชายคนอื่นก็ตาย จิ้มกับสามีตัวเองก็ตายแบบนี้ฉันน่าจะตกลงไปงานนัดบอดกับเพื่อนที่ทำงาน จริงของนางที่ว่านัดบอดได้กินผู้ชายฟรี...