เฟยเฟยกำลังยุ่งอยู่กับการทำความเข้าใจเส้นทางของคดีพ่อของนาง ซึ่งเป็คดีที่ซับซ้อนและมีเื้ัมากมาย ทองคำจำนวนมากถูกขนย้ายมาจากเมืองเป่ย แต่ถูกปล้นไประหว่างทางมายังเมืองหลวง และหลังจากนั้นไม่นาน ทองคำนั้นกลับปรากฏอยู่ที่จวนเสนาบดี กรมอาญาเข้ามาตรวจค้นแล้วพบทองคำซ่อนอยู่ใต้เตียงในห้องนอนของเสนาบดี จึงเข้ามาจับกุมทันที
เฟยเฟยนั่งวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียด นางรู้ทุกซอกทุกมุมในจวนของครอบครัวเป็อย่างดี รู้กระทั่งว่ามีห้องลับใต้ดินที่ท่านพ่อสร้างไว้เพื่อเก็บสมบัติ ถ้าจะเก็บทองควรเก็บไว้ในห้องนี้ ไม่ควรเก็บไว้ใต้เตียง นางคิดในใจเงียบๆ
ห้องลับนี้เป็ไปไม่ได้ที่จะมีคนรู้นอกจากนางและท่านพ่อ เพราะกลไกที่ใช้นางเป็คนคิด โดยอ้างอิงจากหลักการทำงานของตู้เซฟในยุคปัจจุบัน
เฟยเฟยรู้สึกว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือหาวิธีการแอบกลับไปที่จวนเพื่อดูห้องลับนั่น แต่ทว่าจวนเสนาบดี ถูกทหารเฝ้าอย่างแ่า จะเข้าทางไหนนางต้องสำรวจเส้นทางให้ดีก่อน นางคิดเงียบๆ
ทันใดนั้น นางเหลือบตาไปเห็นอ๋องชิงเดินออกจากจวนด้วยความเร่งรีบ พลางรู้สึกว่าั้แ่เขากลับมาจากเมืองเป่ยทั้งสองไม่ค่อยได้คุยกันมากนัก
นางเขียนจดหมายอย่างสุภาพแจ้งอาจารย์เหวินว่านางจะหยุดเรียนไว้ก่อนเนื่องจากมีเื่มากมายที่นางต้องทำ
เฟยเฟยเดินไปมาระหว่างขบคิดเื่ราวอยู่ในสวนทันใดนั้น
เสียงเรียกของซูอิ่งก็ดังขึ้น "ท่านพี่ฟางเฟย วันนี้ข้าว่าจะตุ๋นน้ำแกงไก่ให้ท่านพี่เหยี่ยน ท่านจะกินด้วยกันหรือไม่? ข้าจะทำเผื่อ" นางะโมาน้ำเสียงสดใส
เฟยเฟยรู้สึกว่าเธอไม่ชอบสตรีนางนี้เลย ดูเหมือนว่าจะพูดดีประสงค์ร้าย เธอจึงตอบกลับเบาๆ ว่า
"วันนี้ข้าท้องไม่ค่อยดี พวกเ้ากินกันเถิด ข้าจะให้เสี่ยวเฉียวต้มโจ๊กมาให้สักหน่อย"
ตอนเย็นอ๋องชิงกลับมาที่จวน สาวใช้ยกสำรับมาวางที่โต๊ะ เขามองหาเฟยเฟยและถามสาวใช้ว่า
"ฮูหยินล่ะ?"
ซูอิ่งเลยตอบไปว่า
"ท่านพี่ฟางเฟยบอกปวดท้องให้พวกเรากินกันเลยพี่เหยี่ยน"
“ข้าทำน้ำแกงไก่ไว้ให้ท่านด้วย ท่านลองชิมดูสิ” นางกล่าวพร้อมตักซุปให้เขา
อ๋องชิงมองไปที่ห้องเฟยเฟยด้วยสายตาเป็กังวล สักพักเขาก็บอกให้ซูอิ่งกินเลย เขาจะเดินไปดูเฟยเฟยสักหน่อย
เฟยเฟยเพิ่งอาบน้ำเสร็จกำลังนั่งหวีผมเตรียมเข้านอน อ๋องชิงก็เดินตรงมาที่นางถามว่า
"ได้ยินว่าเ้าปวดท้อง เ้ากินอะไรหรือยัง ปวดมากหรือไม่? เดี๋ยวข้าจะไปตามหมอมาดูเ้า"
นางเลยบอกอ๋องชิงว่า
"ไม่รบกวนท่านอ๋อง ข้าไม่เป็ไร" แล้วนางก็เงียบไป "ท่านอ๋องกลับไปเถอะ ข้าง่วงแล้ว รู้สึกเพลียอยากนอนเร็ว"
เขาจะไปพยุงนางลุกขึ้น นางดึงแขนกลับแล้วบอกว่า
"ข้าเดินเองได้ ขอบคุณท่านมาก"
อ๋องชิงเดินออกมาจากห้องมาด้วยความรู้สึกเฟยเฟยเปลี่ยนไป นางพูดสุภาพห่างเหินกับเขามาก อ๋องชิงสับสนและไม่สบายใจ ขณะกำลังเดินกลับห้อง ซูอิ่งก็เดินตามเข้ามา อ๋องชิงถามซูอิ่งว่า
"ข้าต้องฝังเข็มอีกกี่วัน ข้ารู้สึกข้าไม่มีอาการใดๆ แล้ว"
ซูอิ่งบอก
"ต้องฝังอีกเป็เดือน"
อ๋องชิงค้าน
"หมอหวังบอกว่าครึ่งเดือน นี่ก็น่าจะหายได้แล้วนะ"
เขาบอก ซูอิ่งตอบ
"งั้นข้าขอจับชีพจรท่านอีกครั้ง"
นางยื่นมือไปแตะที่ข้อมือเขาสักพักแล้วบอกว่า
"พิษยังไม่หมดนะพี่เหยี่ยน"
อันที่จริงนางโกหก นางแค่อยากมาอยู่กับเขาในห้องนี้ แค่ได้มองหน้าเขาก็ยังดี นางชอบเขาั้แ่แรกเห็น
อ๋องชิงขมวดคิ้ว เดินออกจากห้องไปที่ห้องโถงแล้วสั่งให้มู่ชิงไปเชิญท่านหมอหวังมาที่จวน
มู่ชิงรับคำสั่งและออกเดินทางไปรับท่านหมอหวังมาเมืองหลวงทันที
อีก 7 วันให้หลัง ขณะที่ท่านหมอหวังมาถึงจวน อ๋องชิงออกไปสำนักองครักษ์ ซูอิ่งไปเรียนกับหมอในวังหลวง หมอหวังเป็ชายแก่ผมขาวไว้หนวดสีขาวยาวถึงคาง หน้าตาใจดี พอมาถึงจวน ขณะที่มู่ชิงจะพาไปที่ห้องพัก พอดีเจอเข้ากับเฟยเฟยซึ่งนางเดินคิดอะไรเพลินๆ อยู่แถวนั้น ชายแก่ทำความเคารพและถามนางว่า
"นี่ชายาท่านอ๋องใช่หรือไม่? ช่างงดงามยิ่งนัก ท่านอ๋องมีวาสนาโดยแท้” เขากล่าว
นางถามท่านหมอว่า “ท่านผู้นี้คือ?”
มู่ชิงกำลังจะอ้าปากตอบ ท่านหมอหวังก็พูดขึ้นว่า
“ข้าน้อยแซ่หวังเป็หมอที่เมืองเป่ย ข้าน้อยมาตรวจอาการท่านอ๋อง”
เฟยเฟยทวน “ตรวจอาการท่านอ๋อง แล้วท่านอ๋องเป็อะไร” นางถามเสียงเรียบ
ท่านหมอตอบ “ท่านอ๋องถูกพิษที่เมืองเป่ย ข้าส่งซูอิ่งหลานสาวมาช่วยฝังเข็มรักษาท่านอ๋อง ตอนนี้ข้ามาตรวจดูอีกทีว่ายังมีพิษอยู่ในร่างกายท่านอ๋องหลงเหลือหรือไม่”
ท่านหมอยังกล่าวเสริมว่า
“ข้ารู้แล้วว่าทำไมท่านอ๋องแม้โดนพิษแรงเจ็บเจียนตายก็จะกลับเมืองหลวงให้ได้ เพราะฮูหยินท่านอ๋องงดงามปานนี้"
เขากล่าวพลางยิ้ม แล้วขอตัว เดินตามมู่ชิงไปที่ห้องพัก
เฟยเฟยยืนเงียบ สีหน้ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก